*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1395212
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< กุมภาพันธ์ 2015 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 5599 , 11:37:10 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน Chaoying , BlueHill และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

เมื่อสัปดาห์ก่อนได้เดินทางไปร่วมงานวันผู้ไทโลก เรณูนคร จัดโดยสมาคมผู้ไทโลก และโรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล ซึ่งจัดงานวันผู้ไทเรณูนครทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อต่อสู้กับวัฒนธรรมตะวันตกที่กำหนดให้เป็นวันดังกล่าวเป็นวันวาเลนไทน์ จนคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่หันมารักกันวันเดียว

ทำให้ได้รับความรู้มากมายว่าคนผู้ไทมาจากไหนกัน และพบว่าผู้ไทก็คือชาติพันธุ์ไทกลุ่มหนึ่งที่เหมือนกันกับคนไทยเราส่วนใหญ่ แต่พวกเขาอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมแบบเก่าไว้ได้ดีกว่าคนไทยสมัยใหม่ที่ถูกวัฒนธรรมตะวันตกกลืนกินไปในกระแสวัตถุนิยมบริโภคนิยม

ชาวผู้ไทแต่โบราณ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในแคว้นสิบสองจุไทในอดีต และกระจายไปถึงแคว้นสิบสองปันนาของชาวไทลื้อด้วย ภาษาและวัฒนธรรมต่างๆ จึงเชื่อมโยงกับชาวไทลาวและไทลื้อด้วย จึงมีคำสอนและความเชื่อทางจารีตแบบฮีตสิบสองคองสิบสี่เหมือนชาวไทลาว และมีภาษาสำเนียงผสมไทลื้อด้วยเช่นกัน

จริงๆ ผมเริ่มสงสัยว่าคนไทยมาจากไหนกันมาตั้งนานแล้ว แต่เริ่มกระจ่างแจ้งชัดเจนขึ้นมาไม่นานมานี้ว่า บรรพบุรุษชนชาติไทของเรามาจากไหนกันแน่ แม้จะมีหลักฐานหักล้างทางประวัติศาสตร์ไปมากมายแล้วว่า คนไทไม่ได้อพยพมาจากเทือกเขาอัลไตตามที่หลวงวิจิตรมาตราเคยบอกไว้ แต่ทำไมคนไทยส่วนใหญ่ยังเชื่อเหมือนเดิม แม้แต่ผู้นำประเทศของไทยในขณะนี้?

จริงๆ คนไท หรือไต ล้วนเป็นเชื้อสายชาติพันธุ์เดียวกันหมด ไม่ว่าจะมีคำพ่วงต่อท้ายด้วยคำไหน เพราะพูดภาษาตระกูลเดียวกันมาตั้งแต่โบราณ และอาศัยอยู่ร่วมกันในดินแดนอุษาคเนย์มาช้านานแล้ว ด้วยรากเหง้าภาษาที่คล้ายคลึงกันมาแต่โบร่ำโบราณ ก่อนจะเพี้ยนสำเนียงออกเป็นพื้นถิ่นต่างๆ ที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานเพิ่มเติม

มีหลักฐานยืนยันว่า คนไททุกชาติพันธุ์ร่วมกันอาศัยอยู่ในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออุษาคเนย์มาหลายพันปี ตั้งแต่แผ่นดินจีนตอนใต้ในมณฑลยูนนานและกวางสี คาบเกี่ยวไปถึงกวางตุ้งและแถบแม่น้ำดำและแดงในเวียดนามตอนบน บรรพบุรุษของเราเคลื่อนไหวไปมาในแถบประเทศไทยและลาวในปัจจุบัน หรืออุษาคเนย์ ทั้งทางบกและทางทะเล เพื่ออพยพตั้งถิ่นฐานโดยมีการเคลื่อนไหวไปมาไม่เคยขาดสาย

กลุ่มชาติพันธุ์ไทยสยามของไทยเราในปัจจุบันก็เช่นกัน เราเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใช้ภาษาในตระกูลภาษาไท-กะได ภาษาที่มีเสียงวรรณยุกต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน ซึ่งมีหลักฐานทางภาษาเก่าแก่ที่สุดแถบมณฑลกวางสีของชาวจ้วง ไท-กะได มาจากการแบ่งตระกูลภาษาออกเป็น 2 สาขา คือ ไท และกะได ซึ่งเลิกใช้แล้ว เนื่องจากกะไดจะเป็นกลุ่มภาษาที่เป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีกลุ่มภาษาไทรวมอยู่ด้วย และกะได หรือ Kadai บางพื้นที่ออกเสียงว่า ข้าไท

ตามที่ปรากฏหลักฐานที่บ้านเชียงและบ้านเก่าซึ่งมีอายุมากกว่า 4,000 ปีก่อนหน้า แต่โครงกระดูกมนุษย์ที่พบที่บ้านเชียงกลับคล้ายกับโครงสร้างกระดูกมนุษย์ตามหมู่เกาะแปซิฟิกด้วย จึงคาดว่าก่อนหน้านั้นเราเคยอพยพมาจากหมู่เกาะทะเลใต้แถบเส้นศูนย์สูตร โครงสร้างภาษาและกายวิภาคของคนไทยกับฟิลิปปินส์จึงคล้ายกันมาก รวมถึงการเดินทางของภาษา ที่เชื่อกันว่าภาษาดั้งเดิมของตระกูลภาษาไทนับหมื่นปีก่อนมาจากเกาะไต้หวัน ก่อนจะเข้าไปในจีนตอนใต้ และผสมภาษามากมายกลายเป็นกลุ่มตระกูลภาษาไท-กะไดในปัจจุบัน

ตามหลักการทางภาษาศาสตร์แล้ว ภาษากำเนิดขึ้นที่ใดจะมีสำเนียงแตกต่างหลากหลายในพื้นที่นั้นมาก เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษในแต่ละถิ่นของประเทศอังกฤษจะพูดคนละสำเนียงกันจนยากจะเข้าใจ เพราะใช้กันมานานจนภาษาเปลี่ยน แต่แผ่นดินใหม่ เช่น อเมริกา จะใช้ภาษาเหมือนกันไปหมด ในมณฑลกวางสีของชนชาติจ้วงก็เช่นกัน บางเมืองห่างกันเพียงแค่ 20 กิโลเมตร กลับพูดภาษาต่างกันจนต้องแบ่งเป็นภาษาจ้วงเหนือและจ้วงใต้ ซึ่งแสดงว่าชาวจ้วงอาศัยอยู่ในดินแดนนั้นมายาวนานตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์แล้ว ก่อนจะอพยพเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่ครั้งโบราณ เข้าสู่บริเวณประเทศไทยและลาวในปัจจุบัน

เอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ไท-กะได หรือบางครั้งเรียกว่ากลุ่มชาติพันธุ์ไต-ไทในอุษาคเนย์นั้น ส่วนใหญ่นับถือผี นับถือบรรพบุรุษ บูชาแถน ก่อนจะมารับนับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท และรับประทานข้าวเจ้า ข้าวเหนียว เป็นอาหารหลัก นิยมปลูกเรือนเสาสูง มีใต้ถุน มีประเพณีเผาศพและเก็บอัฐิไว้ให้ลูกหลาน

ภาษาไทถือเป็นสาขาของตระกูลภาษาไท-กะได ปัจจุบันกลุ่มที่ใช้ภาษาไทกระจายอยู่ในมณฑลยูนนาน กวางสี ประเทศไทย ประเทศลาว รัฐฉาน และทางแคว้นสิบสองจุไทเดิมชายแดนเวียดนาม ประกอบด้วย ภาษาไทย ภาษาลาว ภาษาไทใหญ่ ภาษาไทลื้อ ภาษาจ้วง และอื่นๆ โดยเราจะพบว่าภาษาเขียนหรืออักษรของภาษาไท ภาษาไทลื้อ ภาษาไทใหญ่ในรัฐฉาน ภาษาไทเขิน ภาษาล้านนา ภาษาไทดำ และภาษาลาว จะมีความคล้ายคลึงกัน

ในทางมานุษยวิทยา เราอาจแบ่งชาติพันธุ์ชาวไทออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ ไทน้อย ไทใหญ่ และไทสยาม ไทน้อย คือ ไทลาว ไทดำ ไทขาว ไทแดง ไทพวน ไทฮ่างตง ไทแสก ไทญ้อ ผู้ไท จ้วง ฯลฯ ไทใหญ่ คือ ไทหลวง ไทเหนือ ไทเขิน ไทลื้อ ไทอาหม ฯลฯ ส่วนใหญ่อยู่แถวรัฐฉาน ประเทศพม่า ที่เรียกว่าไทยใหญ่ คาดว่าเพราะรับวัฒนธรรมพุทธมาก่อนพวกไทน้อย ส่วนไทสยามอยู่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำเพชรบุรี ฯลฯ ในปัจจุบัน

แต่ว่ากันว่า ชาวไทสยามอพยพมาจากจีนตอนใต้ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดชาวไทที่นั่น เพราะจารึกต่างๆ ในแผ่นดินสุวรรณภูมิแต่โบราณไม่พบภาษาตระกูลไทเท่าไหร่นักก่อนปี พ.ศ.1730 นอกจากจารึกภาษามอญซึ่งเจริญรุ่งเรืองมาก่อนในดินแดนแถบนี้ จึงคาดว่าชนชาติไทเพิ่งจะอพยพลงสู่ทางใต้และสร้างอารยธรรมรุ่งเรืองในภายหลัง

โดยเฉพาะการอพยพของชาวไทลาว เข้ามาในพื้นที่สุวรรณภูมิ ต่อมาในยุคทราวดี ใน พ.ศ.1100 มีหลักฐานพบว่ามีคนตระกูลไท-ลาว อยู่ในดินแดนจำนวนหนึ่งด้วยซึ่งอพยพลงมาทางสองฝั่งน้ำโขง ลงมาลุ่มแม่น้ำน่าน ต่อมาในสมัยยุคกรุงอยุธยาเป็นราชธานี เอกสารจีนที่บันทึก โดยหม่าฮวนได้กล่าวไว้ว่า ชาวเมืองศรีอยุธยาพูดภาษาเดียวกับกลุ่มชนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ลาลูแบร์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้บันทึกไว้ว่าชาวลาวกับชาวสยาม เกือบจะเป็นชนชาติเดียวกัน และเราเรียกตนเองว่าเป็นพวกไทน้อย!

ในกฎมณเฑียรบาลยุคต้นกรุงศรีอยุธยา เรียกชนพื้นเมืองต่างๆ ว่า “แขกขอมลาวพม่าเมงมอญมสุมแสงจีนชวา”.. และเรียกชนพื้นเมืองที่อาศัยปะปนกัน โดยไม่ต้องจำแนกว่าชาวสยาม ดังนั้น คนไทยคือชาติพันธุ์ที่หลากหลายที่ตั้งอยู่ในดินแดนสยาม และเกิดการผสมผสานทางเผ่าพันธุ์ วัฒนธรรมและภาษาจนแยกไม่ออก

เราไม่เคยพบหลักฐานว่า บรรพบุรุษของชาวไทอพยพมาจากเทือกเขาอัลไต แล้วมาสร้างอาณาจักรน่านเจ้า ก่อนอพยพเป็นอาณาจักรล้านนา และสุโขทัย เพราะภาษาอัลไตเป็นภาษาอัลไตอิก ไม่ใช่กลุ่มภาษาไท ในตระกูลภาษาไท-กะได ที่เป็นต้นทางภาษาไทยในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ประวัติศาสตร์ของเมืองอัลไต ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์ชาวไทใดๆ เลย.

[คอลัมน์โลกและเรา, เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558]



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Chaoying วันที่ : 28/02/2015 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

อ่านเพลินเลย..ฮิๆ ดูภาพสวยของสาวนุ่งซิ่นเนี่ย สวยมากจริงๆ นะ เลยลืมไปเลยว่า ..เราพูดภาษาไท กะได..ตอนไปเชียงตุง ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่อยู่ในรัฐฉาน เขายังเรียกเจ้าหญิงและเพื่อนๆ ที่ไปจากเมืองสยามว่า ไทน้อย เลย..เราเป็นพี่น้องกัน ดีจัง

ความคิดเห็นที่ 7 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เมธา วันที่ : 26/02/2015 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

ผมค่อนข้างเชื่อว่าคนไทยลุ่มน้ำต่างๆ อยู่ในดินแดนสุวรรณภูมิมานานแล้ว แต่เป็นกลุ่มชาติพันธ์เดียวกันกับไทลาว หรือเรียกรวมว่าพวกไทน้อย แต่ก่อนนั้นไม่มีอารยธรรมรุ่งเรืองเท่าพวกมอญและขอม เลยไม่มีศิลาจารึกกับเขาในยุคเดียวกัน เพราะเป็นเพียงชาวบ้าน..

บรรพบุรุษของเราเคลื่อนไหวไปมาในแถบประเทศไทยและลาวในปัจจุบัน หรืออุษาคเนย์ ทั้งทางบกและทางทะเล เพื่ออพยพตั้งถิ่นฐานโดยมีการเคลื่อนไหวไปมาไม่เคยขาดสาย

สุวรรณภูมิ [ก่อนพุทธศตวรรษที่ 3- พุทธศตวรรษที่ 5] เป็นชื่อเรียกดินแดนที่มีการกล่าวถึงในคัมภีร์โบราณหลายฉบับในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งคำว่าสุวรรณภูมินี่มีความหมายว่า แผ่นดินทอง

ดินแดนสุวรรณภูมิ จึงแปลว่า ดินแดนแห่งทองคำ หมายถึงดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ปรากฏในคัมภีร์ของพระพุทธศาสนา ส่วนมากปรากฏในคัมภีร์ชาดก (เรื่องราวที่มีอดีตมายาวนาน) เช่น มหาชนกชาดก กล่าวถึงพระมหาชนกเดินทางมาค้าขายที่สุวรรณภูมิ แต่เรือแตกกลางทะเล ในสมัยสังคายนาครั้งที่ 3 ราว พ.ศ. 234 พระเจ้าอโศกมหาราชได้ส่งพระธรรมทูตมาเผยแผ่พุทธศาสนาที่สุวรรณภูมิ โดยมีพระโสณเถระและพระอุตตรเถระเป็นประธาน เมื่อท่านมาถึง ได้ปราบผีเสื้อสมุทรที่ชอบเบียดเบียนชาวสุวรรณภูมิ ทำให้ชาวสุวรรณภูมิเลื่อมใส จากนั้นท่านได้แสดงพรหมชาลสูตร เป็นที่น่าสังเกตว่า ตอนปราบผีเสื้อสมุทร ท่านได้สวดพระปริตรป้องกันเกาะสุวรรณภูมิไว้ จึงมีคำเรียก สุวรรณภูมิ อีกชื่อหนึ่งว่า สุวรรณทวีป แปลว่า เกาะทอง เมื่อสันนิษฐานจากสองคำนี้ ทำให้ได้ข้อสรุปอย่างน้อย 2 อย่าง คือ

สุวรรณภูมิ เป็นดินแดนที่เป็นแผ่นดินใหญ่
สุวรรณทวีป คือ เกาะที่อยู่ติดกับสุวรรณภูมิ
และเนื่องจากในชาดกกว่าว่า สุวรรณภูมิอยู่ทางทิศตะวันออกของอินเดีย เมื่อพิจารณาจากแผนที่โลก จึงน่าจะสันนิษฐานได้ต่อไปว่า สุวรรณภูมิ คือส่วนที่เป็นแผ่นดิน ได้แก่ ประเทศพม่า ลาว ไทย กัมพูชา ส่วนสุวรรณทวีปซึ่งเป็นเกาะ น่าจะได้แก่ เกาะชวา สุมาตรา หรืออินโดนีเซีย ตลอดทั้งฟิลิปปินส์ เมื่อพิจารณาหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาพบว่า เมืองหงสาวดี และเมืองนครปฐมสมัยทวารวดี มีอายุเก่าแก่ที่สุด และร่วมสมัยกัน คือ ราวพุทธศตวรรษที่ 6

ความคิดเห็นที่ 6 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 26/02/2015 เวลา : 09.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขออภัยผมเผลอลบคอมเมนต์ตัวเองไป ซึ่งเป็นคอมเมนต์ที่ 1 เพราะเห็นว่า มีเรียงติดกัน 2 คอมเมนต์ซ้ำกัน แต่พอคลิกลบ ดันหายไปหมด

คำถามของผมที่วางไว้คือ ใครมีข้อมูลบ้างครับว่า ทำไมคนจึงพูดกันมาเรื่อยๆว่า "คนไทยมาจากเทือกเขาอัลไต"

ซึ่งคุณเมธาได้กรุณาตอบไว้ได้อย่างละเอียด ต้องขอขอบคุณมากครับ
ส่วนตัวผมเชื่อบรรพบุรุษของคนไทย อาจไม่ได้มาจากที่ไหน อาจอยู่ที่สุวรรณภูมินี่แหละครับ

ความคิดเห็นที่ 5 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชายสามหยด วันที่ : 26/02/2015 เวลา : 06.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

คนไทยดั้งเดิม ที่อยู่มาก่อนแล้วก็น่าจะมีนะครับน่าจะอยู่ในแนวลุ่มแม่น้ำ ผมสังเกตุคำว่าไทย ออกเสียงคล้าย ไต หรือ ไท ที่ใช้เรียกชาวผู้ไท ไทยมี ย.ยักษ์ ในช่วงหลังเมื่อ มีคนหลายชนเผ่า หลายเชื้อชาติอพยพ เข้ามาอยู่ในแผ่นดินสยาม เติม ย.ยักษ์เข้าไป เพื่อให้ทุกคน เป็นคนไทยเหมือนๆ กัน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แม่หมี วันที่ : 25/02/2015 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณที่ให้ความกระจ่าง พี่สาวแม่หมีเป็นนักประวัติศาสตร์เธอก็บอกแบบนี้เช่นกัน แล้วเธอก็สอนลูกศิษย์ของเธอโดย มีหลายทฤษฎีอ้างอิงที่ทำให้แน่ใจว่า คนไทยไม่ได้มาจากเทือกเขาอัลไตอย่างแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
INDYLOVE วันที่ : 25/02/2015 เวลา : 12.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

โอ…แม่เจ้า คุณหลอกดาว หลงเข้าใจผิดมาตั้งนานคิดว่าเราอพยพปีนลงมา
จากเทือกเขาอัลไตลงมาอยู่บนพื้นราบที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบันซะอีก อิอิ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เมธา วันที่ : 25/02/2015 เวลา : 12.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

ในปี พ.ศ. 2555 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดกิจกรรม "ปฎิบัติการภารกิจพิเศษ มหัศจรรย์เมืองไทย-ใต้ฟ้าพระบารมี คาราวานท่องเที่ยวกับวัฒนธรรม 15,000 ไมล์ จาก อัลไต(จีน) สู่ สุวรรณภูมิ(ไทย)" ซึ่งเป็นคาราวานรถยนต์เริ่มต้นจากเทือกเขาอัลไต

โดยกิจกรรมดังกล่าว ททท. ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมจีนและสถานเอกอัคราชทูตจีนประจำประเทศไทยจัดคาราวานรถยนต์ระหว่างวันที่ 18 ก.ค. - 16 ส.ค. 2555 ร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสพิเศษ 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ โดยการนำ “ดินและดอกกุหลาบ” จาก 8 เมืองใหญ่ของจีน และดอกกุหลาบจำนวน 80 ต้น มาร่วมปลูกที่สวนกุหลาบ “หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ” ณ อนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี จ.พระนครศรีอยุธยา

โดยในเว็บไซต์ของ ททท. ได้บรรยายสภาพเมืองอัลไต ฝั่งที่อยู่ในเขตปกครองซินเจียงอุยกูร์ด้วยว่า "มีประชากร 600,000 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นชาวอิสลาม ชาวคาซัคสถาน ไม่มีชาวไต หรือชาวไทยเลย"

และตอนหนึ่งเจ้าหน้าที่ ททท. ได้ถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายวัฒนธรรม ของเมืองอัลไตว่า "อัลไต มีอะไรที่แสดงออกหรือคล้ายกับชาวสุโขทัย หรือ ไทยบ้างไหม ?" .....มีเสียงหัวเราะ...และได้คำตอบว่า "ไม่มี...คงเป็นการออกเสียงคล้ายกันมั่ง "อัลไต" กับ "สุโข-ทัย หรือ ไทย หรือ ไต" เมืองแหลมทองแห่งสุวรรณภูมิ.......อื่นๆ ยังไม่มีร่องรอยว่าคนไทยอพยพมาจากที่นี่เลย.....

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เมธา วันที่ : 25/02/2015 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

แนวคิดเรืองถิ่นกำเนิดของชนชาติไทยมาจากเทือกเขาอัลไตนั้น ผู้เสนอคือขุนวิจิตรมาตรา หรือสง่า กาญจนาคพันธุ์ เสนอไว้ในหนังสือหลักไท เมื่อปี พ.ศ. 2471 ว่าแหล่งกำเนิดของชนชาติไทยอยู่บริเวณเทือกเขาอัลไตของเอเชียกลาง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของพวกมองโกลด้วยกัน ภายหลังอพยพมาตั้งถิ่นฐานแถบลุ่มแม่น้ำเหลืองและแม่น้ำแยงซี เมื่อถูกจีนรุกรานจึงค่อยๆ อพยพลงมาสู่สุวรรณภูมิ

โดยขุนวิจิตรมาตราเสนอแนวคิดดังกล่าวเพื่อสนับสนุนข้อเสนอของ วิลเลียม คลิฟตัน ดอดด์ (William Clifton Dodd) มิชชันนารีชาวอเมริกัน ซึ่งทำการสำรวจจากภาคเหนือของไทย เข้าสู่รัฐฉาน สิบสองปันนาในมณฑลยูนนาน จนถึงมณฑลกวางสี ราวทศวรรษที่ 2450 และได้เขียนหนังสือเรื่อง The Tai Race: The Elder Brother of the Chinese ระบุในหนังสือว่า "ไทยเป็นเชื้อสายมองโกล" และเป็นชาติเก่าแก่กว่าฮีบรูและจีน บ้านเกิดเมืองนอนอยู่แถบเทือกเขาอัลไต และได้อพยพเข้ามายังจีน และเข้าสู่อินโดจีนตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอที่ว่าคนไทยมาจากเทือกเขาอัลไตต่อมาได้ถูกโต้แย้ง เพราะบริเวณเทือกเขาอัลไตเป็นเขตทุรกันดารไม่เหมาะจะเป็นที่อยู่อาศัย โดยเว็บไซต์ของศูนย์เทคโนโลยีการศึกษา อ้างอิงความเห็นของ ศ.เฉินหลี่ฟาน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเอเชียอาคเนย์ของจีน ซึ่งระบุว่า "อัลไต" เป็นภาษาของชาวทูเจ ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เชื้อสายตุรกีในจีน แปลคำนี้ว่า "ทองคำ" การที่เทือกเขาอัลไตมีชื่อเช่นนี้เพราะว่าเป็นแหล่งแร่ทองคำ มิได้เกี่ยวข้องกับคำว่า "ไท"

จากข้อมูลในสารานุกรมเสรี วิกิพีเดีย ระบุว่า ปัจจุบันบริเวณที่เป็นเทือกเขาอัลไต อยู่ในอำเภออัลไต เขตปกครองซินเจียงอุยกูร์ของจีน ทางตะวันตกของประเทศมองโกเลีย ประเทศคาซัคสถาน และสาธารณรัฐอัลไต ซึ่งอยู่ในสหพันธรัฐรัสเซีย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน