*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1394784
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< เมษายน 2015 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน 2558
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 1593 , 11:02:46 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน พิทักษ์ โหวตเรื่องนี้

 

ผมเข้าใจไปเองว่า มนุษยชาติเริ่มก้าวหน้ากว่าสรรพสัตว์อื่นก็ตอนที่บังเอิญก่อกองไฟขึ้นได้เอง พวกเขาเปลี่ยนวิถีชีวิตและอาหาร สร้างบ้านที่อบอุ่น และกินเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ จนเจริญเติบโตเป็นสัตว์สังคมมาจนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบันมนุษย์มีเซลล์ซึ่งเป็นองค์ประกอบของชีวิตอยู่มากกว่า 100 ล้านล้านเซลล์ในแต่ละคน ซึ่งถ่ายทอดต่อๆ กันมาจากทุกสรรพสิ่งจนอาจกล่าวได้ว่า ส่วนหนึ่งของโลกได้หลอมรวมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรา แม้กระทั่งอากาศมนุษย์ก็ยังหายใจมาจากออกซิเจนที่ผลิตโดยต้นไม้

เมื่อกลายเป็นนักล่าบนห่วงโซ่อาหารชั้นบนสุด แต่ภายหลังจากความชาญฉลาดเข้าครอบงำสมองมนุษย์ให้รับรู้โลกมากกว่าสัตว์อื่นใด พวกเขาก็หันมาเข่นฆ่ากันเองเพื่อช่วงชิงความเป็นใหญ่ สร้างประเพณีวัฒนธรรมร่วมสมัยแต่ละยุค เพื่อถ่ายทอดอารยธรรมที่สร้างขึ้น จากความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ในสังคมและวิถีชีวิตประจำวัน

หลังจากที่มนุษย์ตั้งตนเป็นใหญ่ พวกเขาก็แสดงอิทธิฤทธิ์เผาผลาญทุกอย่างบนโลกเพื่อผลประโยชน์ของตนเองมาโดยตลอด สิ่งมีชีวิตอื่นไม่มากก็น้อยสูญพันธุ์ไปเพราะน้ำมือพวกเขา

เราล่าสัตว์อื่นมาเป็นอาหารและเครื่องประดับ จัดการโค่นล้มต้นไม้ ใบหญ้า ถางป่าสร้างเมืองคอนกรีตขึ้นแทนที่สาธารณะ จนคำว่า "สาธารณะ" ของมนุษย์ถูกจำกัดขึ้นให้มีความหมายเพียงส่วนรวมของพวกเขา แต่ไม่ได้หมายถึงสาธารณะที่รวมสรรพสัตว์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ต้องการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ร่วมเพื่อภาวะอิงอาศัยกัน

มนุษย์เดินทางรอนแรมสร้างอาณาจักรของตนเองมานานแสนนาน ใช้ทรัพยากรบนโลกมากมายจนสร้างเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อความสะดวกสบายของพวกเขา จนกระทั่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมพลิกผันความสัมพันธ์ทางการผลิตของผู้คน จนเรามีเครื่องจักรใช้ทำงานแทนแรงงานมนุษย์มากมาย

อารยธรรมมนุษยชาติก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วไปสู่วิถีชีวิตใหม่อีกครั้ง เมื่อพวกเขาค้นพบคอมพิวเตอร์และการสื่อสารในโลกอินเทอร์เน็ต จนกระทั่งค้นพบแคปซูลความรู้ที่เหมือนมาจากกระเป๋าโดราเอมอนอันกว้างใหญ่เท่าจักรวาลที่มีชื่อว่า Google ทั้งยังยกระดับความสัมพันธ์ของมนุษย์แบบใหม่เท่าความเร็วแสง เมื่อ Facebook ทำให้คนทั้งโลกสามารถรู้จักกันและกันได้ในเวลารวดเร็ว โดยไร้การเดินทางของเสียงและปฏิสัมพันธ์แบบเก่า

ผมเข้าใจไปเองว่า จุดเปลี่ยนของมนุษยชาติยุคใหม่ก็คืออินเทอร์เน็ต WiFi ที่เราสามารถสื่อสารกันผ่านคลื่นความถี่ต่างๆ ที่เรามองไม่เห็นในช่องอากาศ ผ่านระบบภาษาใหม่ของมนุษย์คือ ภาษาโพรโทคอล (protocol) ที่ใช้ผ่านระบบคอมพิวเตอร์พร้อมกันทั่วโลก

หากคนโบราณตื่นมาพบเข้าหลังหลับใหลนิทรามายาวนาน นอกจากจะเห็นดวงไฟถูกจับขังอยู่ในกรงครอบแล้ว พวกเขาคงตกใจที่เราสามารถสื่อสารผ่านเครื่องมือเล็กๆ ที่สามารถบันทึกเสียงของผู้คนส่งไปในอากาศถึงผู้อื่นได้แม้ระยะทางจะยาวไกลปานใด นอกจากนั้นยังสามารถบันทึกภาพและสิ่งแวดล้อม ถ่ายโอนไปในอากาศส่งให้ผู้อื่นที่อยู่คนละดินแดนได้ กระทั่งบันทึกทั้งเสียงและภาพเป็นวิดีโอส่งผ่านรูหนอนที่เล็กกว่าอะตอมในช่องว่างแห่งอากาศ ไปยังปลายทางอันห่างไกลได้อย่างรวดเร็วจนเหลือเชื่อ พร้อมกับตั้งคำถามว่า พวกเขาเคลื่อนย้ายมวลสารเหล่านี้ได้อย่างไรกัน? คนรุ่นเราโทรจิตหากันได้แล้วหรือ?

ระหว่างทางไป มากไปกว่านี้ จะเกิดอะไรขึ้น หากในอนาคตเราสามารถส่งทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในอากาศที่เทียบเท่าความเร็วแสง โดยไม่ต้องผ่านสัญญาณตัวกลาง ไม่ต้องผ่านสายเคเบิลใยแก้วนำแสง หรือ Fiber Optic ใดๆ ที่เป็นเทคโนโลยีความเร็วสูงในปัจจุบัน ซึ่งเร็วกว่าเทคโนโลยี ADSL และ 3G ของประเทศสารขัณฑ์อยู่หลายเท่าตัว

เมื่อถึงวันนั้นเท่ากับว่ามนุษยชาติฝากทุกอย่างไว้ใน Cloud หรือก้อนเมฆ ทุกสรรพสิ่งที่เห็นและเป็นไปล้วนเชื่อมต่อถึงกันและกันอย่างแยกไม่ออก เรามาจากส่วนรวมและส่วนรวมเป็นเราทั้งหมด อาจแตกต่างเพียงรหัสเข้าถึง และผู้มีรหัสเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านั้นทั้งหมดย่อมอยู่เหนือโลก


ไม่แน่ว่าดวงตาทิพย์ในภาพยนตร์เรื่อง Fast 7 หรือ Eagle Eye อาจจะเป็นไปได้ในเร็ววันนี้ เมื่อซูเปอร์คอมพิวเตอร์เทียนเหอ หรือไททัน อาจที่จะประมวลผลจากอินเทอร์เน็ตทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว เพราะใช้ภาษาเดียวกัน

สุดท้ายแล้ว เราไม่เคยอยู่โดดเดี่ยวมาตั้งแต่แรก ผู้ที่ควบคุมเทคโนโลยีอาจเป็นผู้ได้ชัยชนะในสงครามเศรษฐกิจทุนนิยม ที่ปัจจุบันเริ่มใช้เงินตราแลกเปลี่ยนสกุลดิจิตอล และเครื่อง Print 3 มิติ กำลังทำงานได้ทุกระบบแม้แต่โคลนนิ่งรูปกายและลายมือของมนุษย์ แต่ศาสดาผู้ตรัสรู้หนทางย่อมเห็นทางแห่งนิพพาน เมื่อพบว่าทุกอย่างในโลกนี้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพียงแต่เราแค่แยกชีวิตเป็นเซลล์ออกมาเพื่อใช้ชีวิตเฉพาะของเราเท่านั้น

ผมอาจเข้าใจไปเองว่า เส้นทางของมนุษย์กำลังกลืนกินตัวเองจนคุณค่าน้อยลง ทุกวันนี้คนเขาสร้างโลกเสมือนขึ้นในโลกอินเทอร์เน็ตมากมาย ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ทำให้ทุนนิยมอยู่รอดด้วยสินค้าไฮเทค เราต่างจดจำกันและกันด้วยเลขหมายปลายทาง 10 หลัก เพื่อไว้ติดต่อสื่อสารกันแทนชื่อเสียงเรียงนามแบบเดิม และแทนที่ด้วยการตั้งค่าตัวตนในโลกเสมือนด้วยค่า IP Address แทนเลือดเนื้อร่างกาย

ไม่มากก็น้อย เดี๋ยวนี้ผู้คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตเป็นสัตว์สังคมในโลกจริงน้อยลง และเป็นปัจเจกชนมากขึ้น พวกเขาใช้ชีวิตน้อยลงนอกบ้านและยาวนานมากขึ้นในโลกเสมือน หลายคนนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน บางวันยังต้องกินข้าวกินปลาอยู่หน้าจอ

ในโลกเสมือนมนุษย์สามารถสื่อสารได้โดยไม่ต้องเอ่ยปาก ส่งความรู้สึกได้โดยไม่ต้องแสดงออก อีโมและแป้นพิมพ์ล้วนทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ตลอดเวลา

แต่น่าแปลกไม่น้อย ผมค่อนข้างสงสัยว่าโลกจริงกับโลกเสมือนในอินเทอร์เน็ตกลายเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างไร ที่ผ่านมานั้นเราใช้ชีวิตอยู่ในโลกจริง สื่อสาร พบปะ พูดคุย ใช้แรงงาน ทุกอย่างผลที่ได้ล้วนผ่านการกระทำเป็นข้อเท็จจริงที่เข้าใจได้ เราทำอะไรผิด-ถูกล้วนจับต้องได้จากผลของมันโดยไม่อาจขัดขืน ผลพวงล้วนเป็นสัจธรรมเหมือนที่ศาสดาได้ตรัสรู้ไว้

แต่ทุกวันนี้ การกระทำของเราในโลกเสมือน ทำไมต้องได้รับผลกระทบในโลกจริง? นอกจากเรามีกฎหมายในโลกจริงแล้ว ก็ยังมีกฎหมายคอมพิวเตอร์ และเรากำลังจะมีกฎหมายไซเบอร์ในโลกเสมือนด้วย! เผลอๆ ใครทำผิดในโลกเสมือนถูกจับในโลกจริงได้ไม่รู้ตัว!

ผมและพลเมืองเน็ตหลายคนตกใจ ทำไมวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงหน้าบ้านของเราในโลกจริง แล้วอ้างว่า IP Address ในโลกเสมือนมันทำผิดกฎหมาย แล้วทำไมท่านไม่ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสมือนไปจับมันในโลกคอมพิวเตอร์หรือใน Matrix ล่ะ [ไม่เกี่ยวกับผมในโลกจริงเสียหน่อย]

Remove และ Ban มันได้เลย!.



คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2558
[ยังไม่จบ ติดตามตอนต่อไป]




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เมธา วันที่ : 13/04/2015 เวลา : 12.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

เห็นด้วยครับ อินเตอร์เน็ต ควรเป็นสวัสดิการจากรัฐ เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชนทุกพื้นที่ ไม่ใช่ให้เอกชนมาสัมปทานหากินกับประชาชน!

ความคิดเห็นที่ 2 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 13/04/2015 เวลา : 09.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

อย่างไรก็...
เรียนเสนอให้
ต่างจังหวัด บ้านนอก
มีโอกาสใช้อินเตอร์เน็ต ความเร็วสูงบ้าง
จะขับเคลื่อนประเทศไทย การท่องเที่ยวได้มากๆ เลย

ความคิดเห็นที่ 1 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พิทักษ์ วันที่ : 12/04/2015 เวลา : 11.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

โลกก้าวหน้าทางด้านวิทยาการและไซเบอร์...ไปอย่างรวดเร็วและไม่หยุดยั้ง
ความก้าวหน้าแห่งจิตใจที่ดีงามในบางผู้คน...กลับล้าสมัยไม่ทันต่อกาลเวลามาโดยตลอด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน