*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1401219
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< กรกฎาคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม 2559
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 1437 , 16:19:06 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ni_gul , สมชัย และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

สังคมไทยกำลังถกเถียงกันว่า ยุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี ควรมีหรือไม่ ถ้าควรมีก็ไม่ใช่หน้าที่รัฐบาลเฉพาะกาลที่จะไปกำหนด เพราะไม่ได้รับฉันทานุมัติใดๆ จากประชาชน ถ้าเป็นยุทธศาสตร์ล่มจม แล้วใครจะรับผิดชอบ?

ยิ่งยุทธศาสตร์ปัจจุบัน รัฐและทุนผูกขาดเป็นเนื้อเดียวกัน ประชารัฐไทยจะเข้มแข็งเฉพาะอภิสิทธ์ชนแน่นอน

 

จริงๆ แล้ว ยุทธศาสตร์ประเทศระยะยาว ไปได้ดีสำหรับประเทศที่ปกครองโดยระบบเผด็จการพรรคการเมืองพรรคเดียว แต่ไม่ได้สะท้อนเสียงของคนส่วนใหญ่ของประเทศ ว่าต้องการนำพาประเทศไปในทิศทางดังกล่าวหรือไม่ ยกเว้นว่าจะจัดให้มีประชามติทุกๆ 5 ปี 10 ปี

สำหรับประเทศประชาธิปไตยทางการเมืองแล้ว ยุทธศาสตร์ประเทศในระยะยาว ไม่สามารถผูกขาดไว้ที่ใคร รัฐบาลไหน หรือกลุ่มทุนผูกขาดใด เพราะชนชั้นใดออกกฎหมาย ก็เพื่อรับใช้ชนชั้นนั้น

ยุทธศาสตร์ประเทศควรมาจากเสียงของประชาชนทั่วประเทศ ให้ประชาชนเป็นเจ้าของนโยบายให้แต่ละพรรคการเมืองไปหาเสียง ให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติ เป็นหน้าที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคจะมีนโยบายที่เป็นยุทธศาสตร์ประเทศในระยะยาว เพื่อบอกกล่าวอุดมการณ์ทางการเมืองแก่ประชาชน และไปออกกฎหมาย ปรับปรุง หรือแก้ไข เพื่อรับใช้นโยบายต่างๆ ในระยะสั้น

 

      ยกตัวอย่างหากมีพรรคการเมืองใด เสนอให้ประเทศไทยมียุทธศาสตร์เพื่อเป็น “ครัวสะอาดของโลก” นอีก 20 ปี  ส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์และออร์แกนิค เมื่อประชาชนสนับสนุนแนวทางนี้ และเขาได้เป็นรัฐบาลหรือมีที่นั่งในรัฐสภา ก็ต้องทยอยเสนอหรือปรับปรุงกฎหมายภาคเกษตร ออกกฎหมายเรื่องการห้ามใช้สารเคมี ปลักดันการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร ยกเลิกการผูกขาดตลาดด้านการเกษตร เป็นต้น ตามนโยบายที่หาเสียงมา

ประเทศไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งที่จะผูกขาดยุทธศาสตร์ของประเทศ แต่เป็นภาระหน้าที่ขององค์กรและหน่วยงานต่างๆ ที่จะสร้างวิสัยทัศน์ ออกแบบยุทธศาสตร์ในระยะยาว โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมทางสังคมในรูปแบบต่างๆ ต้องมียุทธศาสตร์องค์กรและกลยุทธ์ใหม่ๆ ทุกปี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชาติ

แต่ปัจจุบันนี้ องค์กร หน่วยงานต่างๆ กลับตามไม่ทันยุคโลกาภิวัฒน์ หลายองค์กรได้แต่ตั้งรับกระแสการพัฒนาที่มาจากทิศทางต่างๆ แม้แต่สถาบันการศึกษาที่ควรเป็นปัญญาของประเทศ ก็ยังหาทางออกจากวิกฤตทางตันของสังคมไทยไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการเมือง หรือวิกฤตเศรษฐกิจ

ขณะที่หากเรามองความเป็นไปของโลกในอีก 20 ปีข้างหน้า ความฉลาดของมนุษย์ จะเปลี่ยนโลกไปจนไม่เหมือนเดิม

 

ที่ผ่านมาโลกยุคใหม่เราวิวัฒน์อย่างก้าวกระโดดมาอย่างต่อเนื่องเพราะคอมพิวเตอร์จนกระทั่งโลกเสมือนในอินเตอร์เน็ตสร้าง Google ขึ้นเป็นเหมือนแคปซูลความรู้ของมนุษยชาติ และเกิดเครือข่ายทางสังคมอย่าง Facebook ขึ้น ทำให้มนุษย์ 7 พันล้านคนรู้จักกันและเชื่อมสัมพันธ์กันได้ง่ายมากขึ้นกว่าขั้นความสัมพันธ์แบบโบราณ

เราพัฒนาโลกผ่านเทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์โลกหมุนตามสินค้าไฮเทค นวัตกรรม การบริโภคทรัพยากร กีฬา และเศรษฐกิจสงคราม จนกระทั่งเราค้นพบคำตอบของสรรพสิ่งผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่แปลงเปลี่ยนสัญญาณคำพูดและความเคลื่อนไหว เคลื่อนย้ายถ่ายเทส่งต่อไปยังอีกซีกโลกหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว ผ่านระบบที่แทรกซึมไปในอากาศที่มองไม่เห็นและคนรุ่นก่อนไม่อาจจินตนาการได้

 

         ในเรื่องพลังงานนั้น หลายประเทศพัฒนาทั่วโลกหันมาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานธรรมชาติ เขื่อน โรงไฟฟ้าถ่านหิน กลายเป็นซากปรักหักพังของความล้มเหลวทางความคิดในศตวรรษที่ 20 เมื่อพวกเขาสร้างมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อมเพราะการเอาเปรียบกอบโกยกำไรจากสังคม ผู้คนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ แต่คนส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้ส่วนแบ่งกำไรจากเศรษฐกิจที่เติบโตจากการทำลายดังกล่าว

         วันนี้รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ากำลังจะมาแทนที่พลังงานน้ำมัน รถไฟฟ้า Tesla ที่จะเริ่มผลิตในอเมริกากลางปีหน้า แต่คนอเมริกันสั่งจองล่วงหน้าแล้วมากกว่า 400,000 คัน ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ผลิต ล่าสุด Tesla Motors กำลังเจรจาขอซื้อที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยหลายร้อยไร่ ที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อตั้งฐานการผลิตสู่ตลาดอาเซียนและเอเชียในกี่ปีข้างหน้านี้

 

          ถ้าเราหลับตาแล้วมองโลกในอีก 20 ปีข้างหน้า ไม่แน่ว่าเราจะเห็นคนรวยมีรถยนต์เรือบินส่วนบุคคลอยู่เต็มฟ้า และคนจนจะมีซุปเปอร์คาร์คันแรกบนท้องถนน เทคโนโลยีเครื่องปริ้น 3 มิติจะมีอิทธิพลในกลไกนวัตกรรมโลกมากมาย แบบที่โลกเคยก้าวกระโดดมาแล้ว

        โทรศัพท์มือถือต่อไปอาจจะไม่ต้องถือ ทุกอย่างสามารถสั่งการด้วยวาจาได้ ความถี่ที่มองไม่เห็นในอดีตที่เคยเป็นที่ซ่องสุมจิตวิญญาณและภูตผี จะเป็นที่อยู่ของเทคโนโลยีที่ปลดปล่อยความต้องการของมนุษย์ จากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปสู่ความเร็วระดับนิวตริโนในอนาคต

สงครามเศรษฐกิจจะเคลื่อนย้ายฐานการเงินโลก จากดอลล่าห์ สู่หยวน จากธนบัตรสู่ทองคำ ตลาดหุ้นอาจจะเข้าสู่คณิตศาสตร์แบบ Bitcoin เงินดิจิตอลอาจจะมีบทบาทมากขึ้น

        เรื่องเหล่านี้มีองค์กรหรือหน่วยงานใดในรัฐบาลชุดนี้คิดบ้างหรือยัง หรือหวังแค่ยุทธศาสตร์ 20 ปี ประเทศไทยเราจะมีรถไฟความเร็วปานกลางสูงก็พอ?

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ni_gul วันที่ : 02/08/2016 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

อีกหน่อยเงินและธนบัตรจะผลิตน้อยลง
คนจนขอทานเงินทองจะไม่ค่อยได้ ... ถึงได้จะเอาไปซื้อขายได้แค่ในตลาดมืดซะละมาก
ซิมนักท่องเที่ยวสามรถติดตามตัวได้ไม่ผิดกฎหมายมาแล้ว ไม่เกิน 6 เดือน ไทยจะใช้แล้ว
.....
นึกถึงหนังไซไฟมาแว้บๆ ใกล้เป็นจริงแล้วนะนี่

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สมชัย วันที่ : 01/08/2016 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ในเรื่องยุทธศาสตร์20ปีนี้ ผมขอเล่าย้อนเวลาสักนิด ประมาณปี 32-33 ท่านอาวุโสท่านหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยนาม ได้เปรยขึ้นมาในกลุ่มทำงานว่า ประเทศไทยน่าที่จะมีแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวสัก20ปี เพื่อเป็นแผนระยะยาว ในการบริหารประเทศ สืบเนื่องจากการเมืองที่ผ่านมา ในอดีต มักเป็นรัฐบาลผสม ขาดซึ่งเสถียรภาพในการดำเนินงาน นโยบายเปลี่ยนแปลงตลอด สุดแท้แต่ใครที่มีอำนาจมาบริหาร สมัยนั้นผมเป็นข้าราชการประจำ รู้ถึงผลกระทบทางการเมืองสมัยนั้น แนวความคิดนี้ยังสืบเนื่องมาโดยตลอด ในช่วงระยะเวลาที่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย มีอำนาจในการบริหาร ช่วงนั้น ท่านถูกดองในกรุ แนวคิดนี้จึงถูกฝังไปโดยปริยาย
จนมาช่วงของ ปชป. ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เกิดวิกฤติการเมืองจนไม่ต้องทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน สุดท้ายล่วงมาถึงยุค คสช. แนวคิดนี้ได้บรรลุตามวัตถัประสงค์ เพราะ นายกตู่ได้เปิดโอกาส ในการนำเสนอแผนแม่บท20ปีนี้ ตั้งแต่ ปี33 จนมาสำเร็จ ปี 59 พูดถึงความพยายาม ผมนับถือด้วยหัวจิตหัวใจ เพราะตัวผมถอยทัพตั้งแต่ปี33 ด้วยการลาออกจากราชการ หันหลังไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและระบบราชการอีกเลย จนมีโอกาสพบท่านที่สภา ก็ยินดีกับท่านที่ได้พยายามผลักดันเรื่องนี้จนสำเร็จ
ในแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีนี้ ตามที่คุณ เมธา นำเสนอมา เป็นข้อคิดที่น่าสนใจ แต่ผมอยากเรียนว่า การวางแผนยุทธศาสตร์นั้น เป็นการหลักการกว้างๆ ในภาพรวมทั้งหมด ส่วนรายละเอียดวิธีการ เป็นเรื่องของเทคนิค ที่แปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย

ที่แสดงความเห็นนี้ ไม่ได้หมายความว่าเห็นด้วยกับแผนยุทธศาสตร์หรือไม่เห็นด้วย แต่อยากบอกถึงความยากลำบากในการทำงาน ของคนที่ตั้งใจทำงาน บางครั้งเราตำหนิติติงได้ เพราะเราไม่ได้เข้าไปร่วมรับผิดชอบในส่วนนั้น ผมเคยทำงานด้านการวางแผนงานมาก่อน คนที่ออกความเห็น คนที่ติติง พูดอย่างไรก็ได้ แต่คนที่ลำบากคือคนที่ยกร่าง แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันง่ายๆ มันผ่านการเคี่ยวกรำมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร

นี่คือจุดหนึ่งที่ผมยังลังเลตัดสินใจไม่ได้ ในวันที่ 7 สิงหาคม
แม้ว่ารัฐบาลจะทำอะไรบางอย่างที่ขัดต่อหลักสากล แต่ก็มีบางอย่างที่ผมเชื่อว่าเป็นการทำเพื่อส่วนรวม

ที่เขียนมานี้ ก็เป็นการเล่าสู่กันฟัง นำเสนอในอีกมุมหนึ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 1 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ภาษาไทย วันที่ : 01/08/2016 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

เดิมไทยก็มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ระยะ 5 ปีมาตลอด แต่ครั้งนี้ รบ.พยายามตั้งเป้าหมายให้ยาวขึ้น
แต่ก็อย่างที่คุณเขียน คือเรื่องนี้ไม่ได้มาจากฉันทามติของผู้คนส่วนใหญ่ ..
โลกหมุนไปเร็วมาก ในช่วงเวลา 50 ปี จากการส่งจดหมายแรมเดือน โทรเลข เทเล็กซ์ แฟกซ์ ฯลฯ พัฒนาจนถึงขั้นที่ทุกคนบนโลกติดต่อกันได้ทันทีภายในเสี้ยววินาทีเดียว
ในอีก 20 ปีข้างหน้า โลกอาจหมุนไปแบบไม่อาจจินตนาการได้เลย
โหวตบทความนี้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน