*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1401219
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< พฤศจิกายน 2016 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน 2559
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 1411 , 17:59:51 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อารยา โหวตเรื่องนี้

เป็นข่าวใหญ่วันก่อน เนื่องจากบทความ "หนึ่งปีหลังเลือกตั้ง" ในหนังสือพิมพ์ Daily Eleven ของพม่า พูดถึงความล้มเหลวในการปราบปรามการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลพม่า ที่นำโดย อองซานซูจี แห่ง พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) เนื่องจากระบบทุนนิยมอุปถัมภ์ที่ฝังรากลึกในแผ่นดินพม่า มาตั้งแต่ยุคสมัยเผด็จการทหาร และปัจจุบันไม่อาจต้านทานทำลายโครงสร้างดังกล่าวลงได้

พลันที่บทความยกตัวอย่าง "มีนักการเมืองสวมนาฬิกา Patek Philippe ราคาแสนดอลลาร์ ที่พ่อค้ายาเสพติดมอบให้" มุขมนตรีใหญ่แห่งย่างกุ้งจาก NLD แจ้งจับบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมเขาในข้อหาหมิ่นประมาท แทนที่จะมีการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจังในรัฐบาล แต่นักการเมืองกลับร้อนตัวแจ้งจับสื่อมวลชนทันที!

มุขมนตรีคนนั้นบอกว่า เขาใส่นาฬิกา Rolex ที่ภรรยาซื้อให้เป็นของขวัญ จึงรู้สึกไม่พอใจ จึงแจ้งความจับเจ้าพ่อสื่อ หารู้ไม่เขาไม่ได้หมายถึงตัวเอง แต่ดันออกโรงเองเป็นเหมือนนายหน้ารับหน้าเสื่อออกมาปกป้องนักการเมือง "ตัวจริง" บางคนหรือไม่? 

มุขมนตรีคนไหนใครกันแน่ ที่สวมนาฬิกา Patek Philippe ราคาแสนดอลลาร์!


ตรวจสอบบัญชีพ่อค้ายาเสพติดในแผ่นดินพม่า สืบไปสืบมาเครือข่ายใหญ่โตที่สุดคงหนีไม่พ้น โล ซิง ฮัน (Lo Hsing Han) ชาวจีนฮ่อในพม่า บุรุษผู้อื้อฉาวที่สุดที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าในอดีต และสหรัฐอเมริกาให้ฉายาและขึ้นบัญชีดำ "เจ้าพ่อเฮโรอีน” แห่งดินแดน “สามเหลี่ยมทองคำ”  ศูนย์กลางการผลิตเฮโรอีนโลกมานานหลายสิบปี และเขาพึ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2556 

อัตชีวประวัติ โล ซิง ฮัน นั้น "อัคนี มูลเมฆ" ได้รวบรวมไว้ว่า เดิมเป็นชาวจีนจากโกก้าง (Kokang) รัฐทางเหนือติดชายแดนจีนของพม่า เกิดที่หมู่บ้านทาซูชินเมื่อปี 2473 เข้าร่วมกับกองกำลังปฏิวัติโกก้างเมื่อต้นทศวรรษ 2500 ต่อมาได้แปรพักตร์เข้าร่วมกับรัฐบาลย่างกุ้งในปี 2506 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังอาสาสมัครของรัฐบาลที่เรียกในภาษาพม่าว่า "กาก่วยเย" (Ka Kwe Ye) กองกำลังประจำท้องถิ่นดังกล่าวมีอยู่ทั่วไปตามพื้นที่ชายแดน จุดประสงค์ในการก่อตั้งก็เพื่อให้เป็นหูเป็นตาแทนรัฐบาลในการปราบปรามกลุ่มขบถชนชาติต่างๆ

ช่วงต้นทศวรรษ 2510 เขาแสวงประโยชน์จากการค้าฝิ่น เมื่อทราบเรื่องรัฐบาลย่างกุ้งปลดเขาออกจากตำแหน่งและสั่งยุบหน่วยกาก่วยเยในปี 2516 เขาจึงเข้าร่วมกับ กองทัพรัฐฉาน หรือ Shan State Army (SSA) กองกำลังปฏิวัติของชาวไทยใหญ่ที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลย่างกุ้งอยู่ในขณะนั้น โชคไม่ดีในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันเขาถูกทางการไทยจับกุมและส่งตัวให้กับรัฐบาลพม่า อีกสามปีต่อมาเขาถูกตัดสินประหารในข้อหาเป็นกบฎ แต่ได้รับการอภัยโทษในปี 2523 หลังจากนั้นได้เข้าไปเป็นตัวกลางให้กับรัฐบาลย่างกุ้งเพื่อเจรจากับพรรคคอมมิวนิสต์พม่าในปี 2532 กระทั่งทำให้ฝ่ายทั้งสองสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

พรรคคอมมิวนิสต์พม่า (Communist Party of Burma-CPB) ประกาศเลิกล้มการต่อสู้เนื่องจากถูกตัดการสนับสนุนจากจีน ทิ้งให้ผู้บัญชาการทหารพร้อมด้วยพลพรรคซึ่งเป็นชนชาติส่วนน้อยอยู่ในภาวะถูกลอยแพ คนเหล่านี้เปลี่ยนกองกำลังปฏิวัติมาเป็นกองทัพที่ต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของชนชาติ  และหารายได้มาเลี้ยงกองกำลังจากการค้ายาเสพติด พลโทขิ่น ยุ่นต์ ผู้บัญชาการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติในขณะนั้น จึงพยายามสร้างพันธมิตรกับกองกำลังเหล่านี้ โดยเฉพาะกับกลุ่มว้า ตัวละครอย่าง โล ซิง ฮัน  จึงถูกเลือกมาใช้งานเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าวในที่สุด ราวกับภาพยนตร์เรื่อง Lord of War 

ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น โล ซิง ฮัน สร้างความรุ่งโรจน์ของเงินตราและทรัพย์สินขึ้นมาจากการค้ายาเสพติดเต็มรูปแบบ โดยร่วมมือกับ  เปิง จาชิน (Pheung Kya-shin) และ เปิง จาฟู (Pheung Kya-fu) อดีตนายทหารของพรรคคอมมิวนิสต์พม่าซึ่งต่อมากลายเป็นผู้บัญชาการกองกำลังกาก่วยเยของรัฐบาลแห่งย่างกุ้ง  

เขานำรายได้จากการค้ายาเสพติดไปทำธุรกิจในเมืองหลวง นับเป็นการต่อยอดและ "ฟอกเงิน" ที่ชาญฉลาด เขาสร้างความสนิทสนมกับนายทหารระดับสูงของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าผ่านส่วยและผลประโยชน์ร่วม จนสามารถผลักดันธุรกิจไปสู่ความสำเร็จอย่างกว้างขวางและใหญ่โต กระทั่งกลายเป็นแบบอย่างให้กับนักค้ายาเสพติดในยุคต่อมา ที่อยากเดินตามรอยเท้าของเขามากมาย หนึ่งในจำนวนนั้นคือ "ขุนส่า" ซึ่งยุบกองกำลัง "กองทัพเมืองไต" (Murng Tai Army-MTA) และยอมสวามิภักดิ์รัฐบาลย่างกุ้งในเดือนมกราคม 2539 เพื่อนำรายได้จากการค้ายาเสพติดจำนวนมหาศาลไปทำธุรกิจถูกกฏหมาย เหมือนมาเฟียสีเทาในเมืองไทยที่ใช้วิธีการเดียวกัน

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า ยาเสพติดเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ที่มากที่สุดในพม่า และทำไมรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าจึงไม่ปราบปรามและทำลายเศรษฐกิจที่ไหลเวียนในกระเป๋าของตนเอง 

ในปี 2535 โล ซิง ฮัน ได้ก่อตั้งธุรกิจ Asia World ที่กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ร่ำรวยที่สุดของพม่าในปัจจุบัน ที่เติบโตขึ้นจากสัญญาสัมปทานจำนวนมากมายจากรัฐบาลทหารพม่า ทั้งการก่อสร้างท่าเรือ ทางหลวง และอาคารสำนักงานของรัฐบาล ขณะเดียวกัน Asia World ก็เป็นนายทุนสนับสนุนรัฐบาลทหารพม่าไปในตัว

ขณะที่ปัจจุบัน พม่ายังคงเป็นผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากอัฟกานิสถาน หรือมีสัดส่วนเป็น 10% ของการผลิตทั้งหมดในโลก ตามรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ

โลซิงฮาน “ราชาเฮโรอีนพม่า” เสียชีวิตแล้ว

แม้ God Farther เจ้าพ่อรุ่นใหญ่จะจากไปแล้ว แต่เครือข่ายอิทธิพลพวกนี้ยังดำรงอยู่ ไม่ต่างจากสภาโปลิตบูโรที่ควบคุมอำนาจประเทศโดยแท้จริง ว่ากันว่าตอนนี้ สตีเวน ลอว์ (Steven Law) บุตรชายของ โล ซิง ฮัน เป็นผู้มีบารมีที่สุดคนหนึ่งที่คอยเดินตามคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ ประธานาธิบดีถิ่นจอ และเป็นผู้อำนวยการบริหารกลุ่มธุรกิจ Asia World ในปัจจุบัน

ความรุ่งโรจน์เหล่านั้นข้ามพ้นเพดานดินแดนพม่า เมื่อ สตีเวน ลอว์ แต่งงานกับนักธุรกิจสาวชาวสิงคโปร์ เงินทุนจากการค้ายาเสพติดผนวกกับเงินทุนใหม่ถูกยักย้ายถ่ายเทสู่โลกธุรกิจตะวันตก รวมทั้งสู่ตลาดหุ้นของประเทศต่างๆ สิงคโปร์ซึ่งพัฒนาตัวเองสู่ความเป็นศูนย์กลางตลาดทุนในเอเชียถูกวิจารณ์ว่าเป็นแหล่งฟอกเงินให้กับพ่อค้ายาเสพติดและเผด็จการคอร์รัปชั่นในภูมิภาคไปโดยปริยาย

เมื่อปี 2551 จอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เคยประกาศคว่ำบาตรบริษัทธุรกิจ 10 แห่งของชาวสิงคโปร์ ที่มีสายสัมพันธ์โยงใยกับราชายาเสพติดที่โลกรู้จักดีและเป็นฐานการเงินให้แก่คณะรัฐบาลเผด็จการทหารที่ปกครองพม่า 

เป้าหมายใหญ่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ในครั้งนั้นคือ ซีซิเลีย อึง (Cecilia Ng) ภรรยาของสตีเวน ลอว์!

'บุช' โยงผงขาว-ผู้นำพม่าลงแส้ 10 บริษัทสิงคโปร์
       
สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ หรือ OFAC (Office of Foreign Assets Control)  กล่าวหาว่า บริษัทธุรกิจ 10 แห่ง รวมทั้งบริษัทบริษัทการค้าและการลงทุนที่มีชื่อเสียงอย่าง Golden Aaron Pte Ltd  ซึ่งมี ซีซิเลีย อึง พลเมืองสิงคโปร์เป็นเจ้าของ เป็นฐานสนับสนุนทางการเงินสำคัญแก่ระบอบเผด็จการทหารพม่า นอกจากนั้น กลุ่มบริษัทดังกล่าวยังมีชื่อร่วมอยู่ในกลุ่มบริษัทที่เซ็นสัญญาเพื่อสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกับรัฐบาลทหารพม่าด้วยเช่นกัน

กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ยังระบุชื่ออีก 9 บริษัทของ ซีซิเลีย อึง ซึ่งครอบคลุมธุรกิจ อุตสาหกรรมและบริการ อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ด้านบริการการเงิน อสังหาริมทรัพย์ อาหาร จนถึงการค้าทั่วไป ซึ่งได้แก่บริษัท G A Ardmore Pte Ltd, G A Capital Pte Ltd, G A Foodstuffs Pte Ltd, G A Land Pte Ltd, G A Resort Pte Ltd, G A Sentosa Pte Ltd, G A Treasure Pte Ltd, G A Whitehouse Pte Ltd และ S H Ng Trading Pte Ltd

'บุช' โยงผงขาว-ผู้นำพม่าลงแส้ 10 บริษัทสิงคโปร์


ขณะที่ทางการสิงคโปร์ปฏิเสธเสียงแข็งในขณะนั้นว่า ไม่เคยอนุญาตให้ธนาคารสิงคโปร์แห่งใดเก็บทรัพย์สินหรือเป็นตัวกลางในการถ่ายโอนทรัพย์สินเงินทองของกลุ่มผู้ปกครองในพม่าแต่อย่างใด

นอกจากมาตรการขึ้นบัญชีดำ สตีเวน ลอว์ และภรรยาชาวสิงคโปร์ของเขาแล้ว ล่าสุดยังมีการขึ้นบัญชีดำบริษัทโรงแรมและการท่องเที่ยวอีก 2 แห่ง คือ Aureum Palace Hotels and Resorts กับ Myanmar Treasure Resorts ของกลุ่มตู๋ (Htoo Group) อันเป็นอาณาจักรธุรกิจของนายเทย์ซา (Tay Za) ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบินแอร์พุกาม หรือ แอร์บากาน (Air Bagan) ด้วย หลังจากปลายปี 2550 ได้ขึ้นบัญชีดำนายเทย์ซา กับบริษัทธุรกิจของกลุ่มตู๋จำนวน 3 แห่งที่มีสำนักงานในสิงคโปร์ จนสายการบินแอร์พุกามต้องยุติการบินเส้นทางย่างกุ้ง-สิงคโปร์ 

ต่อมาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา มีการประกาศผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อบรรษัทของรัฐบาลพม่า และธนาคารร่วม 10 แห่ง ดูจะเป็นนิมิตหมายอันดีกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจหลังพม่าเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยการนำของอองซานซูจีและประธานาธิบดีถิ่นจอ

แต่การผ่อนคลายมาตรการดังกล่าว ยังคงคว่ำบาตร  6 ธุรกิจสำคัญในเครือ Asia World ของ สตีเวน ลอว์ ที่กุมกลไกทางเศรษฐกิจสำคัญของพม่า ทั้งการค้า การขนส่ง และการคมนาคม นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตุว่า สหรัฐฯ อาจเพราะประเมินอิทธิพลของเจ้าพ่อวงการธุรกิจของพม่ารายนี้ต่ำเกินไป

ข้อมูลจากเว็บไซต์วิกิลีกส์เปิดเผยเอกสารจากทางการสหรัฐระบุถึง  สตีเวน ลอว์ ว่า เป็นบุคคลที่รู้จักกันในแวดวงธุรกิจของเมียนมา ในฐานะเจ้าพ่อธุรกิจรายใหญ่ (Regime"s Top Crony) ในสมัยรัฐบาลทหารของพม่า โดยบริษัท Asia World ของเขาประสบความสำเร็จในด้านการก่อสร้างและค้าขายมากที่สุดในประเทศ เขาและภรรยายังถือหุ้นจำนวนมากให้อาคารสำนักงาน โรงแรม และซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวนมากในนครย่างกุ้ง และยังมีธุรกิจที่มีผลประโยชน์ในสิงคโปร์ ไทย และจีน 

โดยเฉพาะท่าเรือ Asia World ที่อยู่ใกล้กับนครย่างกุ้ง ศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สหรัฐมีนโยบายผ่อนปรนการคว่ำบาตรท่าเรือดังกล่าว มีบรรษัทด้านการขนส่งข้ามชาติหันไปใช้ท่าเรือของเขาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากอยู่ใกล้ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและทันสมัย

เมื่อ 1 ปีก่อนหน้า Asia World ยังได้สัมปทานจากรัฐบาลเมียนมามูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ ให้เข้ามาพัฒนาสนามบินนานาชาติ ประจำนครย่างกุ้ง นอกจากนี้ยังได้สัมปทานเส้นทางด่วนในประเทศที่มีผลประโยชน์มหาศาล นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่ร่วมลงทุนสร้างเมืองใหม่อย่างเมืองเนย์ปิดอว์ ให้กับรัฐบาลเพื่อเป็นศูนย์กลางประเทศในปัจจุบัน

ตัวแทนจากบริษัทขนส่ง MOL Myanmar อย่างนายทัตสึยะ อุเอกิ ระบุกับรอยเตอร์สว่า "ลูกค้าของเราไม่อยากรับความเสี่ยงจากการถูกแซงก์ชั่นการใช้ท่าเรือของ สตีเวน ลอว์ แต่ถ้าหากการแซงก์ชั่นท่าเรือของ Asia World ได้รับการยกเลิกเป็นการถาวรจากรัฐบาลสหรัฐ จะทำให้การดำเนินธุรกิจของเราง่ายขึ้นมาก" เรื่องนี้สะท้อนถึงผลกระทบจากการแซงก์ชั่นกิจการของ  สตีเวน ลอว์ ต่อกิจกรรมทางธุรกิจในพม่า นี่คือผลที่รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้ประเมิน เพราะพวกเขามีอำนาจควบคุมสาธารณูปโภคพื้นฐานที่อาจส่งผลกับการค้า การดำเนินธุรกิจของประชาชนคนทั่วไปในประเทศ

แม้แต่รายงานจากวอลล์สตรีตเจอร์นัล ยังระบุว่า ตั้งแต่สหรัฐฯ เริ่มผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่าในปี 2555 บริษัทของพม่าที่ติดแบล็กลิสต์ของทางการสหรัฐได้ปรับตัวครั้งสำคัญ และได้เข้าไปมีอิทธิพลในภาคธุรกิจของเมียนมามากขึ้น สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับผลลัพธ์ที่สหรัฐต้องการ เพราะโครงสร้างอำนาจนิยมแบบอุปถัมภ์ยังคงดำเนินต่อไป

ภายหลังรัฐบาลประชาธิปไตยในพม่า เข้ามาแทนที่รัฐบาลเผด็จการทหารผ่านการเลือกตั้งทั่วไป ภายใต้การนำของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) Asia World  ได้เริ่มเดินเกมเข้าไปสานสัมพันธ์กับพรรครัฐบาลชุดปัจจุบันของพม่ามาอย่างต่อเนื่อง ในงานฉลองครบรอบ 20 ปี ของท่าเรือบริษัท Asia World มีรายงานว่า สตีเวน ลอว์ ได้ร่วมโต๊ะอาหารกับ ถิ่น อู ผู้สนับสนุนหลักของพรรค NLD และได้มีการหารืออย่างลับ ๆ นอกจากนี้ เขายังปรากฏตัวในงานของรัฐบาลพม่าหลายครั้ง

ในคราวนั้น ซานดาร์ มิน โฆษกคณะกรรมการด้านการเงิน การวางแผน และกิจการเศรษฐกิจของเมียนมา และสมาชิกพรรค NLD ได้ออกมาปฏิเสธว่า "รัฐบาลและสตีเวน ลอว์ ไม่มีความสัมพันธ์กันไม่ว่าด้านใด" และการเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนั้น เป็นงานอย่างเป็นทางการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่โฆษกพรรค NLD ยอมรับกับสื่อพม่าเต็มปากเต็มคำ ว่า พรรคของพวกเขาได้รับเงินบริจาคจากแหล่งที่ไม่เปิดเผยชื่อ เขาบอกว่าทางพรรคคิดจะเปิดเผยออกมา แต่จนแล้วจนรอดบัดนี้ก็ยังไม่ได้เปิด

อันที่จริงวงการข่าวสารโดยเฉพาะการข่าวของตะวันตกก็รู้มาก่อนแล้วว่า ธุรกิจใหญ่ๆ ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับทหารแอบตีสองหน้า ช่วยพรรค NLD ผูกสัมพันธ์กับซูจีมานานแล้ว เช่นเดียวกันกับนายทุนธุรกิจผูกขาดในประเทศไทย ทั้งสีดำ สีเทา ที่สนับสนุนช่วยรัฐบาลทุกพรรคการเมือง

เตซา (Tay Za) มหาเศรษฐีใหญ่เจ้าของแอร์บากันและ AGB Bank ซึ่งถูกสหรัฐอเมริกาขึ้นแบล็กลิสต์ไม่คบค้า กลับเป็นผู้บริจาครายใหญ่ให้กับคอนเสิร์ตหาเงินของพรรค NLD เมื่อเดือนธันวาคมสองปีก่อน ถึง 40 ล้านจั๊ต หรือราว 47,000 ดอลลาร์ (1.64 ล้านบาท) และนั่นก็ไม่ใช่ก้อนแรก หรือก้อนเดียวเสียที่ไหน ภรรยาของจ่อวินเจ้าของทีวี สกายเน็ตที่มีสายสัมพันธ์กับทหารก็บริจาค 41.5 ล้านจั๊ตประมูลเสื้อถักไหมพรมฝีมือของซูจีมาครอง 

ดังนั้น เรื่องที่เป็นข่าวใหญ่วันก่อน หนังสือพิมพ์ Daily Eleven พูดถึงความล้มเหลวในการปราบปรามการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลพม่า เนื่องจากระบบทุนนิยมอุปถัมภ์ที่ฝังรากลึกในแผ่นดินพม่า มาตั้งแต่ยุคสมัยเผด็จการทหาร และปัจจุบันไม่อาจต้านทานทำลายโครงสร้างดังกล่าวลงได้ และระบุว่า มีนักการเมืองสวมนาฬิกา Patek Philippe ราคาแสนดอลลาร์ ที่พ่อค้ายาเสพติดมอบให้! อาจจะนับเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของสังคมคอร์รัปชั่นในพม่า

การออกมารับหน้าเสื่อปกป้องผู้รับตัวจริงของมุขมนตรีแห่งย่างกุ้งจาก NLD ในครั้งนี้ จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง 

มุขมนตรีคนไหนใครกันแน่ ที่สวมนาฬิกา Patek Philippe ราคาแสนดอลลาร์! จากพ่อค้ายาเสพติดนักฟอกเงินผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินพม่า พวกเขากำลังทำธุรกิจการเมือง บนซากศพของชนกลุ่มน้อยต่างๆ ในพม่าและยาเสพติดจำนวนมหาศาลถูกสนับสนุนโดยรัฐบาลใช่หรือไม่ 

วันนี้ประเทศพม่า จะเดินไปทางไหนกัน?

NLD supporters campaign in Kyauktada township, Yangon.(Aung Khant/The Myanmar Times)

เรียบเรียงและอ้างอิง :
www.facebook.com/bunthit.chantasrikum
www.mmtimes.com/index.php/business/17570-the-nld-and-a-new-dawn-for-old-business.html
factsanddetails.com/southeast-asia/Myanmar/sub5_5b/entry-3023.html
www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1465372603
www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9560000083383
prachatai.com/journal/2008/03/15958
www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000024510





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อารยา วันที่ : 16/11/2016 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"

ขออนุญาตเสริม...
ยิ่งหลังนายพลเนวินทำรัฐประหารโค่นรัฐบาลอูนุเมื่อปี 2505 สายสัมพันธ์ระหว่างเผด็จการ "สล็อก" กับพ่อค้ายาเสพติดยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และแม้พรรคของคุณอ่องซาน ซูจี จะประสบชัยชนะถล่มทลายเมื่อ 12 เดือนที่ผ่านมา หนทางที่เธอจะสานฝันอันสูงสุดของบิดาเธอให้ลุล่วงคงอีกยาวไกลถ้าไม่ฝันร้ายไปเสียก่อน
ขนาดบางคนในรัฐบาลพรรค NLD ของเธอเองยังไม่พ้นต้องตกเป็นข่าวชวนให้เชื่อว่ามีส่วนได้ส่วนเสียกับอำนาจเก่า!

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อารยา วันที่ : 16/11/2016 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"

เบิ้องหลังการเมืองสีเทาในพม่าที่ทำให้วันนี้พม่ายังไม่อาจรวมกลุ่มชาติพันธุ์เข้าเป็นประชารัฐได้อย่างเป็นเอกภาพ อุบัติขึ้นหลังสิ้นนายพลอ่องซานเมื่อปี 2490 หรือขณะที่คุณซูจีเพิ่ง 2 ขวบ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน