*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 510
  • จำนวนผู้ชม : 1430466
  • จำนวนผู้โหวต : 635
  • ส่ง msg :
  • โหวต 635 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน 2563
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 330 , 23:44:37 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ชุดข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดย เมธา มาสขาว

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

รัฐธรรมนูญสังคมนิยมประชาธิปไตย (Social Democracy)

ผมเห็นว่าประเด็นสำคัญในการออกแบบรัฐธรรมนูญอยู่ที่ “อุดมการณ์” ทางการเมืองและทิศทางประเทศไทยในการออกแบบรัฐธรรมนูญร่วมกันเหมือนดังประเทศเยอรมนี ซึ่งเคยมีบทเรียนอันเลวร้ายกับ “เผด็จการฮิตเลอร์” ภายหลังซากปรักหักพังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกเขาก่อตั้งประเทศใหม่ โดยการออกแบบรัฐธรรมนูญร่วมกัน เพื่อไปให้พ้นจากอำนาจนิยมแบบเก่าและ “การโฆษณาชวนเชื่อ” แบบลัทธิเชื่อท่านผู้นำ ซึ่งเรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นกับเมืองไทยการโฆษณาชวนเชื่ออาจจะมีความหมายเบาบางไป

จริงแล้วๆ คำว่า Propaganda ในภาษาเยอรมันแปลว่า “ความพยายามอย่างเป็นระบบเพื่อที่จะปลูกฝังแง่มุมความคิดเห็น,เบี่ยงเบนกระบวนการรับรู้ และควบคุมพฤติกรรม เพื่อให้เป้าหมายมีปฏิกริยาตอบสนองตามที่ตนเองกำหนด”

ซึ่งปัจจุบันดูเหมือนรัฐบาลและหน่วยงานบางแห่งกำลังปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารอยู่ ทำให้ความขัดแย้งที่พลเอกประยุทธ์ฯ ตั้งใจสืบทอดอำนาจจากคสช. ผ่านรัฐธรรมนูญ 2560 และพยายามผูกขาดอำนาจในระบบรัฐสภา ดูเบาบางลงจากความเป็นจริงและมีช่องทางลอยตัวออกจากปัญหาต่างๆ ได้อย่างแยบยลเสมอมาโดยส่วนหนึ่งได้สร้างความขัดแย้งในหมู่ประชาชนขึ้นแทน กรณีเรื่องวาทกรรมชังชาติ ก็อาจเป็นการโฆษณาชวนเชื่อแบบมีแบบแผนหรือมีแฟ้มงานส่วนหนึ่งเช่นกัน

ทิศทางของประเทศไทยวันนี้ทางออกคือประเทศไทยต้องเป็นประเทศ “สังคมนิยมประชาธิปไตย” (Social Democracy) เหมือนกับเยอรมันนี เดนมาร์ก และประเทศสแกนดิเนเวียทั้งหลายที่ใช้แนวทางนี้ซึ่งมีรูปแบบการปกครองไม่แตกต่างกับประเทศไทยเช่นเดียวกันคือการปกครองแบบ Constitution Monarchy มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเหมือนกันกับไทย

เดนมาร์กคล้ายคลึงกับไทยมาก รวมถึงวัฒนธรรม ผู้คน มิตรภาพและรอยยิ้มแต่เขามีการกระจายอำนาจไปยังจังหวัดหัวเมืองต่างๆ มีระบบราชการที่ดีทันสมัยประเทศไม่เกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะหัวใจของแนวทางนี้ คือการที่รัฐเข้าไปกำกับระบบเศรษฐกิจให้มีความเป็นธรรมไม่ปล่อยให้กลุ่มทุนผูกขาดอำนาจทางเศรษฐกิจโดยอ้างกลไกตลาดแบบเสรีนิยม

ประเทศไทยเดินตามแนวทางเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่มานานมากแล้วเราปล่อยให้นายทุนผูกขาดอำนาจทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองจนพวกเขาเติบโตจนร่ำรวยเป็นแสนล้าน ขณะที่มีผู้คนยากจนจำนวนมากในประเทศเล็กๆ ใบนี้แต่ความเหลื่อมล้ำกลับกลายเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

ดังนั้น แนวทางสังคมนิยมประชาธิปไตยจึงเป็นทางออกที่จะต้องสร้างความเป็นสังคมทางเศรษฐกิจและประชาธิปไตยทางการเมือง กำกับระบบเศรษฐกิจไม่ให้นายทุนผูกขาดและส่งเสริมให้คนยากจน คนชั้นกลาง ตลอดจนธุรกิจรายย่อย SME ต่างๆได้เติบโตและลืมตาอ้าปากได้ สร้างกลไก Fair Trade ไม่ใช่ FreeTrade เหมือนเช่นที่เป็นอยู่ โดยที่รัฐบาลปล่อยปะละเลย

ซ้ำร้ายยังให้อภิสิทธิ์พิเศษแก่กลุ่มทุนผูกขาดทั้งหลาย ยกเว้นภาษี สร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษให้ต่างๆนานา ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วรัฐบาลควรเพิ่มอัตราภาษีก้าวหน้ากับนายทุนและคนที่ร่ำรวยอยู่แล้วเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม และลดความเหลื่อมล้ำ

เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ผมเคยเสนอไปแล้ว 10 ข้อ เพื่อทบทวนและแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ผมมีข้อเสนอเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับการสร้างประชาธิปไตยทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ในทางการเมืองเราเป็นระบบอำนาจนิยม บทเฉพาะกาล ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เราเขียนไว้ให้นายกรัฐมนตรีมาจากรัฐสภาในช่วงเวลา 5 ปี ที่ให้ ส.ว. จากการแต่งตั้งของ คสช. ยกมือเลือกด้วยทั้งที่นายกรัฐมนตรีควรมาจากสภาผู้แทนราษฎรตามเจตจำนงค์ของประชาชน ทำให้รัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารไม่ได่ประชาชนอย่างแท้จริง

ถ้าพลเอกประยุทธ์ฯลาออก ส.ว. 250 เสียง ก็คงยกมือเลือกนายกมนตรีจากฝั่งของตนเองอีกเหมือนเดิมแม้ว่าพรรคการเมืองต่างๆ ที่เป็นฝ่ายค้านจะรวมเสียงได้มากกว่า 250 เสียงในสภาก็ตามนี่คือปัญหา ของบทเฉพาะกาล 5 ปี ที่ควรมีการยกเลิก และสภาชุดนี้ต้องผลักดันแก้ไขตัดออก

เพราะถ้าเป็นดังนี้ควรยกเลิกส.ว. และให้สภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ มีสภาเดียวก็พอและเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงไปเลยจะดีกว่า

วันนี้รัฐบาลอำนาจนิยมพยายามเป็น “เผด็จการรัฐสภา” อีกด้วยเราเจอความอัปยศหลายเรื่องที่เห็นภาพชัด เช่น การเปลี่ยนแปลงมติให้สภาโหวตใหม่นี่คือการขาดอิสรภาพที่แท้จริงในรัฐสภาประชาธิปไตยที่เป็นปัญหาในปัจจุบันและจะเป็นต่อเนื่องไปอีก 5 ปี

ปัญหาสำคัญที่ผมอยากจะกล่าวถึงคือปัญหา “ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ” ที่เราเดินตามเสรีนิยมใหม่มากว่า 50 ปีท่ามกลางรัฐบาลทหารผลัดเปลี่ยนกับรัฐบาลพลเรือน แต่กลุ่มทุนต่างๆก็มีบทบาทในการครอบงำนโยบายรัฐบาลมาโดยตลอด กลายเป็นรัฐพันลึก (Deef State)ที่พวกเขาเข้าครอบงำและมีบทบาทในการกำหนดและออกกฎหมายนโยบายต่างๆที่เพื่อผลประโยชน์ให้กับตนเอง จนความเหลื่อมล้ำสูงมากขึ้น

นี่คือภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศที่แท้จริง!

ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมาธุรกิจผูกขาดอันดับหนึ่งและสองของประเทศไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 5 แสนล้านบาท เราพยายามบังคับใช้พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมฯก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้แต่ว่าก็เป็นช่องทางหนึ่งที่จะผลักดันให้มีการบังคับใช้ให้มีประสิทธิภาพ

ระบบภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้าต้องเขียนบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเหมือนดังประเทศสังคมนิยมต่างๆที่มีการเก็บภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้าระหว่างที่รัฐกำกับดูแลและอุ้มชูให้ธุรกิจเติบโตจากส่วนเกินของสังคมที่กลายเป็นกำไรของพวกเขา และการเก็บภาษีมรดกอัตราก้าวหน้าก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเก็บเงินส่วนเกินที่ปลายทางที่พวกเขาได้ก็ไปจากสังคมเช่นกัน

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญรวมถึงการปฏิรูปที่ดิน การจำกัดการถือครองที่ดิน การกระจายทรัพยากรต่างๆให้เป็นธรรม นี่คือปัญหาประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจของบ้านเราซึ่งเราต้องแก้ไขปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจไปพร้อมกันตามแนวทางสังคมนิยมก็คือการสร้างความเป็นสังคมทางเศรษฐกิจและประชาธิปไตยทางการเมืองนั่นเอ

ไม่ใช่นโยบายประชารัฐที่ให้กลุ่มทุนธุรกิจผูกขาดประเทศไทยเข้ามากอบโกยครอบงำและมีอิทธิพลเหนือตลาด เหนือรัฐบาลในปัจจุบัน

สุดท้ายนี้ เราพูดถึงการปฏิรูปกองทัพเพื่อไม่ติดกับดักและวงจรการรัฐประหารจริงๆ หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี 2535 เรามีการปฏิรูปกองทัพให้เป็นทหารอาชีพให้มากขึ้น และมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาว่าต่อไปนี้การเคลื่อนกำลังทางทหารให้เป็นมติคณะรัฐมนตรีเท่านั้น แต่หลังรัฐประหาร 2549 มีการแก้กฎหมายให้อำนาจสภากลาโหมฯแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ให้รัฐบาลพลเรือนเข้าไปแทรกแซงกระบวนการแต่งตั้งสรรหาผู้บัญชาการเหล่าทัพต่างๆนายกรัฐมนตรีไม่สามารถแทรกแซงได้ ทำให้กองทัพกลายเป็นรัฐซ้อนรัฐในปัจจุบัน ที่คล้ายกับรัฐทหาร Military officer ที่ดูแลเรื่องความมั่นคงภายในเบ็ดเสร็จ

กลายเป็นรัฐบาลของนายทุน-ขุนศึกอย่างแท้จริง.

 

8 ข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ทางออกประเทศไทย

ครบรอบ 29 ปีการรัฐประหาร รสช. เมื่อปี 2534 รัฐธรรมนูญไทยถูกฉีกและร่างใหม่ทุกครั้งที่มีการรัฐประหารและไม่รู้ว่าจะมีการฉีกและร่างใหม่อีกกี่หน ดังนั้น รัฐธรรมนูญไม่มีความจำเป็นต้องเขียนไว้ยาวและมีหลายมาตราเกินความจำเป็น แต่ควรออกแบบแค่เพียงความเป็นรัฐและความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างรัฐบาลและประชาชน ส่วนสถาบันและกลไกต่างๆ ก็ไปออกแบบอำนาจหน้าที่ไว้ในกฎหมายทั่วไป สหรัฐอเมริกามีรัฐธรรมนูญแค่เพียง 7 มาตรา ที่กำหนดหลักการแบ่งแยกอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ และกรอบสหพันธรัฐ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐต่าง ๆ  ส่วนอังกฤษไม่มีรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร (Unwritten Constitution) รัฐธรรมนูญของอังกฤษเกิดจากหลักการและเอกสารหลายๆ ฉบับที่จัดทำขึ้นในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครองและการปฏิวัติ เขาก็ยังสร้างชาติเจริญรุ่งเรืองจนถึงวันนี้

สำหรับรัฐธรรมนูญ 2560 ของไทยมีข้อบกพร่องมากมาย เพราะถูกออกแบบและเขียนขึ้นโดยกลุ่มคณาธิปไตย และใช้สืบทอดอำนาจคณะบุคคลในรัฐบาลชั่วคราวเพื่อจะเป็นรัฐบาลถาวร ผ่านกลไกรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาลและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เงื่อนไขรัฐธรรมนูญเหล่านี้จะนำไปสู่วิกฤตการเมืองไม่จบสิ้นหากไม่แก้ไขหรือร่างขึ้นใหม่จากการมีส่วนร่วมของพลเมือง โดยกมธ.วิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สามารถที่จะเสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 256 หมวดการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเสนอตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง (ส.ส.ร.) ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญ หรือจะเสนอแก้ไขรายมาตราเพื่อเสนอต่อรัฐสภาโดยตรงก็ได้ ดังข้อเสนอต่อไปนี้ 

1.รัฐธรรมนูญต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง (ส.ส.ร.) เพื่อมาออกแบบร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย หรือกรรมาธิการที่มาจากหลายพรรคและสะท้อนเสียงของประชาชนสามารถเสนอแก้ไขรายมาตราที่เป็นปัญหาได้เลยเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการพัฒนาในระยะยาว โดยกำหนดเงื่อนไขการปฏิรูปประเทศและกรอบเวลาการออกเป็นกฎหมายบังคับใช้โดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปกองทัพ การปฎิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ การปฏิรูประบบราชการ การปฏิรูประบบการศึกษาให้มีคุณภาพและการพัฒนาพลเมือง (Civic Education) ตลอดจนการปฏิรูปพลังงานและทรัพยากรด้านต่างๆ ทางสังคม เพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตและรัฐสวัสดิการ เพื่อความมั่นคงของประเทศท่ามกลางระบบระหว่างประเทศที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

  2.ยกเลิกบทเฉพาะกาลที่สืบทอดอำนาจคณะรัฐประหารทั้งหมด รวมถึงการบัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากการโหวตร่วมของรัฐสภา ทำให้วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งมีอำนาจเลือกผู้บริหารประเทศโดยไม่ยึดโยงเจตจำนงค์ของประชาชนผ่านการเลือกตั้งผู้แทน ดังนั้น นายกรัฐมนตรีต้องมาจากเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น และต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่ก็ให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยตรงไปเลย 

  3.ควรพิจารณายกเลิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ยกเลิกการบังคับ ส.ส.สังกัดพรรคและกฎหมายพรรคการเมืองที่เป็นระบบธนาธิปไตยและต้องใช้เงินจำนวนมาก นอกจากนี้ควรปรับลดจำนวน ส.ส.ลงมาเพื่อประหยัดงบประมาณ ไม่จำเป็นต้องมีมากเหมือนเก่า เนื่องจากประชาชนเข้าถึงผู้แทนของตนเองง่ายกว่าในอดีต

4.ระบบการเลือกตั้งแบบผสมผสานควรกลับมาใช้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนเดิม เพื่อให้ประชาชนเลือกคนที่รักและพรรคที่นโยบาย แยก ส.ส.เขตเลือกตั้ง กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคออกไปให้เป็นระบบ นอกจากนี้ควรยกเลิกสัดส่วนระหว่างบัญชีรายชื่อจำนวน 150 คนกับ ส.ส.เขต 350 คน เพราะหาตรรกะไม่ได้และไม่มีความสมดุลกัน ในหลายประเทศทั่วโลกมีตัวอย่างระบบผสมแบบครึ่งต่อครึ่ง หรือระบบบัญชีรายชื่อระบบเดียว หรือระบบ ส.ส.เขตระบบเดียวที่มีประสิทธิภาพ 

5.ยกเลิกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเป็นเสมือนคณะโปลิตบูโรและรัฐบาลเงาอยู่เหนือรัฐบาลพลเรือน จะต้องไม่มีองค์กรใดอยู่เหนือองค์กรที่มาจากประชาชนและยึดโยงกับพลเมือง ยุทธศาสตร์ชาติทำให้รัฐบาลขาดอิสรภาพที่จะพัฒนาประเทศให้ทันสมัยตามบริบทการพัฒนาที่รุดหน้าไปตามเทคโนโลยี สำหรับการพัฒนาที่ขาดธรรมาภิบาล แก้ปัญหาได้โดยให้มีการประชามติทุกโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ในรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องเขียนหน้าที่และนโยบายรัฐทั้งหมด เพราะทำให้อุดมการณ์พรรคการเมืองและข้อเสนอทางนโยบายไร้ความหมาย อีกทั้งบริบทโลกและบริบทประเทศเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การกำหนดหน้าที่และนโยบายแบบแข็งตัว (Rigid) จะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง 

6.ต้องมีกฎหมายการกระจายอำนาจการปกครอง โดยให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง ถ่ายโอนราชการส่วนภูมิภาคขึ้นกับจังหวัด กระจายอำนาจและความรับผิดชอบจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น เพื่อเปิดปริมณฑลการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง รวมถึงระบบภาษีที่ประชาชนเสียภาษีที่ไหนให้ใช้พัฒนาที่นั่น เพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจและมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ประเทศไทยต้องกระจายอำนาจการปกครองจากรัฐราชการรวมศูนย์ไปสู่การพัฒนาเมืองต่างๆ ให้เติบโตยั่งยืนด้วยตนเองและส่งเสริมให้ท้องถิ่นจัดการตนเองด้วยระบบราชการสมัยใหม่ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกเมืองได้พัฒนาทรัพยากรในท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่เพื่อผลประโยชน์ของคนในท้องถิ่นเอง

7.องค์กรอิสระควรมีการปฏิรูปยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ทั้งคณะกรรมการสรรหา คุณสมบัติของผู้สมัคร และการให้ความเห็นชอบ ซึ่งทั้งหมดต้องยึดโยงกับประชาชนผ่านกลไกรัฐสภาที่เป็นประชาธิปไตย อีกทั้งผู้สมัครต้องแสดงวิสัยทัศน์ ต้องผ่านการฝึกอบรมในเรื่องพลเมืองประชาธิปไตย (Civic Education) และยกเลิกการตั้งเงื่อนไขคุณสมบัติว่า ต้องเป็นข้าราชการหรือเรียนจบปริญญาตรี เป็นต้น รวมถึงการลดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการองค์อิสระ เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จาก 7 ปี เหลือแค่ 5 ปี เนื่องจากยาวนานเกินไป องค์กรอิสระ องค์กรศาลฯ หรืออื่นๆ ที่มีลักษณะเดียวกัน ต้องยุติหลักสูตรพิเศษที่จัดขึ้นในองค์กรซึ่งระบอบอุปถัมภ์จะทำให้ความเป็นธรรมถูกเลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ควรจัดตั้งให้มีองค์กรกลางในการบริหารงานบุคคลขององค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่มีลักษณะเดียวกัน ให้ทำหน้าที่เหมือน กพ. เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อไม่ให้ออกกฎระเบียบกันเองตามอำเภอใจ

8.รัฐธรรมนูญควรสร้างกลไกการป้องกันเศรษฐกิจทุนนิยมผูกขาด และสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อให้รัฐบาลทำหน้าที่อย่างแท้จริงในการตรวจสอบการผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจของกลุ่มนายทุนผูกขาดทั้งหลาย เนื่องจากปัจจุบันมีกลุ่มทุนธุรกิจผูกขาดมีอำนาจเหนือตลาด ขัดกับกฎหมายการแข่งขันทางการค้าและผูกขาดตลาดเกินกึ่งหนึ่งตามกฎหมายจำนวน รวมทั้งการปฏิรูปโครงสร้างภาษีโดยให้มีกฎหมายการเก็บภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้าเหมือนนานาอารยประเทศ ยกเลิกนโยบายส่งเสริมการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ การลดหย่อนภาษีเงินได้และการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อส่งเสริมการลงทุนของกลุ่มทุนรายใหญ่ เป็นต้น.

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน