*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 510
  • จำนวนผู้ชม : 1430452
  • จำนวนผู้โหวต : 635
  • ส่ง msg :
  • โหวต 635 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน 2563
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 593 , 15:41:35 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ “ซ้ายในขวาของชนชั้นนำไทย” (ฉบับย่อ)*

เมธา มาสขาว

(เผยแพร่ครั้งแรก หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2563 Metha Matkhao​ *ย่อความจากบทความฉบับยาวสำหรับตีพิมพ์ในหนังสือครบรอบ 100 วันของอาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ)

ในภาพอาจจะมี Kraisak Choonhavan, ดอกไม้

ในความเห็นของผม, ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ (Kraisak Choonhavan) เป็น “ซ้ายในขวา” ของชนชั้นนำไทย ด้วยความคิดที่ก้าวหน้า อยู่เคียงข้างผู้ยากไร้ในสังคมและร่วมต่อสู้ทางการเมืองเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาเขาอาจจะเป็นได้หลายฐานะ ทั้งนักการเมือง นักเคลื่อนไหว นักสิทธิมนุษยชน นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์การเมือง หรือกระทั่งในฐานะ “นักสังคมนิยม” คนหนึ่ง

เขาเกิดวันที่ 8 ตุลาคม 2490 ในครอบครัวทหารที่มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองไทยในขณะนั้น หนึ่งเดือนก่อนหน้าการรัฐประหารของปู่ (พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ) และพ่อของเขา (ร.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ) พร้อมด้วยลุงเขยของเขา พ.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์, พ.อ.สฤษดิ์ ธนะรัชต์, พ.อ.ถนอม กิตติขจร และ พ.ท.ประภาส จารุเสถียร ในนาม “คณะทหารแห่งชาติ” ยึดอำนาจจากปกครองจากรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ในข้อหาไม่สามารถจัดการปัญหาความขัดแย้งในชาติอันมีสาเหตุหลักจากเหตุการณ์สวรรคตของรัชกาลที่ 8 ประกอบกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการนานัปประการ ดังคำปรารภของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2490 ที่ว่า

“บัดนี้ประเทศชาติตกอยู่ในภาวะวิกฤตการณ์ ประชาชนพลเมืองได้รับความลำบาก เดือดร้อน เพราะขาดอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และขาดแคลนสิ่งอื่น ๆ นานัปการ เครื่องบริโภคอุปโภคทุกอย่างมีราคาสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนเป็นอันมาก เป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมทรามในศีลธรรมอย่างไม่เคยมีมาก่อน…ผู้บริหารราชการแผ่นดินและสภาไม่อาจดำเนินการแก้ไขสิ่งที่ไม่ดีให้กลับสู่ภาวะดังเดิมได้…เป็นการผิดหวังของประชาชนทั้งประเทศ…ถ้าจะคงปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ก็จะนำซึ่งความหายนะแก่ประเทศชาติ”...

อาจกล่าวได้ว่า “ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ” เกิดมาพร้อมกับรัฐธรรมนูญปี 2490 ในแวดวงชนชั้นปกครองฝ่ายขวาที่มีอำนาจ ท่ามกลางวิกฤตการณ์การเมืองและความลำบากยากแค้นของประชาชน ซึ่งนำมาสู่ชีวิตการเติบโตและการเรียนรู้อำนาจการเมืองและความขัดแย้ง ในยุคสมัยที่ทหารครองอำนาจปกครองประเทศไทยต่อเนื่องยาวนานมาอีกกว่า 26 ปีต่อมา ก่อนฟ้าสางในเดือนตุลาคม 2516

คงไม่แปลกอะไรหากเขาจะเติบโตขึ้นมากลายเป็น “ซ้ายในขวา” ของชนชั้นนำไทย และมีแนวคิดเอียงซ้ายในสังคมเอียงขวา เนื่องจากเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชน สามารถหล่อหลอมความคิดผู้คนไม่ให้ลอยอยู่ในสุญญากาศ และเลือกเส้นทางเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีขึ้น

แม้แต่ พ.ท.พโยม จุลานนท์ (สหายคำตัน) บิดาของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานองคมนตรีเองก็เช่นกัน เขาได้เลือกเข้าร่วมต่อสู้กับรัฐบาลอำนาจนิยมและกลายเป็นถึงสมาชิกกรมการเมืองคนสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์ไทยหลังการรัฐประหาร 2490 ก่อนจะลี้ภัยและเสียชีวิตที่ประเทศจีนในเวลาต่อมา

ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เองก็เช่นกัน, เขาได้เติบโตและเรียนรู้โลกอย่างกว้างขวาง ยังไม่ทันจบชั้นประถมที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลก็ต้องเดินทางไปเรียนต่อที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ในวัยเพียง 10 ปีภายหลังจากพ่อถูกส่งไปเป็นอุปทุตไทยที่นั่น เขาได้ใช้ชีวิต “นักเรียนนอก” ทั้งในสหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และอังกฤษ ก่อนจะกลับมาเมืองไทยอีกครั้งในอีก 20 ปีต่อมา หลังเรียนจบปริญญาโทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปี 2520

โดยเข้าทำงานรับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สอนวิชาการเมืองการปกครองของสหภาพโซเวียต, รัฐศาสตร์เบื้องต้น, ประวัติศาสตร์เศรษฐศาสตร์การเมืองในประเทศเอเชียอาคเนย์ , การเมืองการปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีน, การเมืองการปกครองของประเทศเอเชียอาคเนย์ และการเมืองการปกครองของไทย นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาประวัติศาสตร์เอเชียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และเป็นนักวิชาการด้าน “เศรษฐศาสตร์การเมือง” ที่มีความคิดแหลมคมเป็นอย่างยิ่งจากความสนใจเฉพาะตัว

โดยบทบาทหนึ่งที่สำคัญคือเป็นกองบรรณาธิการวารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเขาเขียนบทความวิเคราะห์สังคมไทยออกมาอย่างกว้างขวาง รวมถึงงานเขียนเกี่ยวกับการสะสมทุนและการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยในมุมมองมาร์กซิสต์อีกหลายชิ้นในยุคสมัยที่มีการวิวาทะและวิเคราะห์สังคมไทยอย่างเข้มข้นในหมู่นักวิชาการและฝ่ายซ้ายไทย

บทบาททางวิชาการของเขาได้สถาปนาความเป็นซ้ายหรือนักสังคมนิยมคนหนึ่งในยุคนั้น โดยเฉพาะผลงานวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์การเติบโตของทุนนิยมและรัฐไทยอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นบทความเรื่อง “The Growth of Domestic Capital and Thai Industrialization" (1984) หรือ “การสะสมทุนและรัฐในประเทศไทยปัจจุบัน” (2528) ในหนังสือ “วิพากษ์ทรรัฐ” ที่สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิมพ์ขึ้น รวมถึงบทความเรื่อง “ทุน ชนชั้น และการเมืองไทยปัจจุบัน” (2529)

ท่ามกลางข้อถกเถียงเดิมที่ว่าสังคมไทยเป็นสังคมกึ่งเมืองขึ้น-กึ่งศักดินาหรือไม่ ตั้งแต่บทความของ “ทรงชัย ณ ยะลา” เรื่อง “ปัญหาการศึกษาวิถีการผลิตของไทยอันเนื่องมาจากทฤษฎีกึ่งเมืองขึ้น–กึ่งศักดินา” ในวารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 มีนาคม-เมษายน 2524 ที่มีข้อเสนอสำคัญว่าวิถีการผลิตของไทยได้เปลี่ยนเข้าสู่ลักษณะที่เป็นทุนนิยมแล้ว แม้ในทางอุดมการณ์จะยังมีลักษณะที่เป็นศักดินาอยู่ก็ตาม (ผู้สนใจติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ใน “ชวนอ่านแนววิเคราะห์รัฐและทุนนิยมไทยในงานของ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ” โดย รศ.ดร.ศุภมิตร ปิติพัฒน์ และบทความของกนกศักดิ์ แก้วเทพ เรื่อง “ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ปัญญาชนสยาม”)

รศ.ดร.ศุภมิตร ปิติพัฒน์ เห็นว่างานเขียนของไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นการศึกษาที่เสนอให้เปลี่ยนทางการวิเคราะห์ที่ให้ความสนใจแก่พลังจากภายนอก มาเป็นการศึกษาพลวัตภายในว่า พัฒนาการของระบบทุนนิยมในสังคมไทยส่งผลต่อ “การเพิ่มพลังการผลิต และเสริมประสิทธิภาพของชนชั้นนายทุน/กระฎุมพีในสังคมไทยในการขูดรีดแรงงาน … ขูดรีดส่วนเกินทางเศรษฐกิจจากชนบท … ตลอดจนสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่อำนาจของชนชั้นตนเองอย่างไร”

ไกรศักดิ์ ชุณหะวัน จำแนกองค์ประกอบที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจการเมืองไทย โดยการวิเคราะห์ผ่านทุน รัฐ และชนชั้น อย่างเจาะลึกพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ จนเห็นภาพการเติบโตของทุนพาณิชย์ ทุนการเงินการธนาคาร และทุนอุตสาหกรรม ทำให้เห็นพัฒนาการในการก่อตัวของทุนระดับชาติ ที่การสะสมทุนเริ่มแรกนั้นก่อตัวมาจากทุนพาณิชย์ ก่อนที่จะขยายเข้าสู่ทุนการเงินการธนาคาร และการขยายตัวของทุนอุตสาหกรรมในภายหลัง

ทุน 3 ส่วนที่ว่านี้ คือหนึ่งการเติบโตทุนของเอกชนที่เริ่มต้นด้วยทุนพาณิชย์ชาวจีนซึ่งมีฐานการสะสมทุนจากการค้าภายในและต่างประเทศ การเป็นตัวแทนนายหน้าระหว่างทุนต่างชาติกับผู้ผลิตในภาคเกษตรกรรม

สองการเติบโตของทุนของเจ้านายและขุนนางในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่เป็นชนชั้นเจ้าที่ดินที่สะสมทุนจากการเก็บค่าเช่า กิจการผูกขาดของหลวง ตลอดจนการร่วมทุนกับต่างประเทศในกิจการธนาคารและอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมรูปแบบทุนดังกล่าว

และสามซึ่งก่อตัวขึ้นมาภายหลังคือ “ทุนของรัฐ” ที่พัฒนาขึ้นมาเมื่อรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงคราม เลือกดำเนินนโยบายเศรษฐกิจชาตินิยม และสร้างรัฐวิสาหกิจขึ้นมาดำเนินกิจการที่เป็นอุตสาหกรรมการผลิตโดยตรงในหลายด้าน จนปัจจุบันมีรัฐวิสาหกิจกว่า 55 แห่งในปัจจุบันที่มีทุนและทรัพย์สินรวมกว่า 14 ล้านล้านบาท

ไกรศักดิ์เห็นว่า การเติบโตของทุนนิยมไทยในการสร้างหลักประกันให้แก่ตนเองและผนึกกำลังทางธุรกิจของฝ่ายตน โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันแบบซึ่งหน้า จึงมีการรวมกันก่อตั้ง “สมาคมชาวจีน” ขึ้น ผู้นำของสมาคมส่วนใหญ่มาจากพ่อค้าผู้มีฐานะมั่งคั่งที่สุด บุคคลผู้นี้จะทำหน้าที่เจรจาสร้างสันถวไมตรีกับข้าราชการไทยระดับสูง ผลที่ตามมาก็คือพ่อค้าชาวจีนส่วนน้อยกลุ่มหนึ่งได้รับอภิสิทธิ์เต็มที่ สามารถค้ากำไรอย่างมหาศาล ทั้งนี้ มิใช่ด้วยการปฏิวัติระบบการผลิต หากแต่ด้วยการเข้าไปคุมตลาดการค้า

“เนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและพลเรือนของรัฐมีความรู้และความสามารถเกี่ยวกับการพาณิชย์อย่างจำกัด จึงจำเป็นอยู่เองที่ต้องปล่อยให้พ่อค้าคนจีนเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่รัฐเป็นฝ่ายริเริ่ม … ธุรกิจผูกขาดดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจึงเริ่มก่อตัวขึ้นในระยะนี้เอง ระบบดังกล่าวเปิดทางให้พวกข้ารัฐการระดับนำยินยอมยกอภิสิทธิ์หลายประการแก่นักธุรกิจชาวจีนบางกลุ่ม … ตระกูลใหญ่ๆ เหล่านี้ทุกตระกูลล้วนพัฒนาธุรกิจของตนโดยอิงทุนแห่งรัฐเป็นเครื่องมือ บรรดาธุรกิจขนาดใหญ่ของพวกเขาล้วนมีเจ้าหน้าที่รัฐระดับกุมอำนาจเข้าไปมีหุ้นอยู่ด้วยเสมอ”

การเติบโตจากการผูกขาดกลายเป็นเนื้อเดียวกันของรัฐและทุน ทำให้นักธุรกิจนายทุนของไทยนิยมชมชอบรัฐบาลอำนาจนิยมที่ไม่จำเป็นต้องมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย แต่ทำให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ เป็นงานในบทความของไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ตั้งแต่ปี 2529 และเป็นจริงมาถึงปัจจุบัน หากนับรายได้แบบก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาของบรรดาเจ้าสัวเมืองไทย

ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่ในเวลาต่อมา เขาจะต่อต้านระบบทุนนิยมไทยอย่างแข็งขัน จากการสัมปทานความร่ำรวยแบบเก่าจนถึงการเข้าผูกขาดเศรษฐกิจโดยวิธีธุรกิจการเมืองและนโยบายเอื้อประโยชน์จากรัฐบาล ยิ่งทำให้การเติบโตของทุนไทยพุ่งสูงขึ้นจนกลายเป็นความเหลื่อมล้ำอันดับ 1 ของโลก

นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลให้ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นซ้ายในขวาของชนชั้นนำไทยที่ตนเองเติบโตมา การวิพากษ์วิจารณ์พัฒนาการและชนชั้นที่เห็นปัญหาชัดเจน นำพาให้เขาเลือกทำงานด้านสิทธิมนุษยชน กับสมชาย หอมละออ และเครือข่ายภาคประชาชนมาโดยตลอดจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต เพื่อต่อต้านความไม่เป็นธรรมในรูปการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในนามการพัฒนาของรัฐและทุน

นอกจากนี้ ปัจจุบันเขายังทำงานกับคนรุ่นใหม่อย่างผม, และเครือข่ายที่มีแนวคิดสังคมนิยมประชาธิปไตยด้วยใจเปิดกว้าง นอกจากบทบาทด้านสันติภาพและสิทธิมนุษยชน

เมื่อปี 2552 ผมเคยพาสมาชิก International Union of Socialist Youth (IUSY) ซึ่งเป็นองค์กรเยาวชนคนหนุ่มสาวสากลที่ขับเคลื่อนปัญหาสังคมการเมืองเชิงโครงสร้างซึ่งมีอุดมการณ์แนวสังคมนิยมประชาธิปไตย (Social-Democracy) เข้าพบเขาที่อาคารรัฐสภาหลังเก่า เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ทำงานเพื่อแสวงหาความร่วมมือในภูมิภาคเพื่อแก้ปัญหาทางโครงสร้างความไม่เป็นธรรม และได้รับการตอบรับและส่งเสริมอย่างดี

หนึ่งในนั้นที่ไปด้วยคือ ส.ส. Jacinda Ardern จากพรรคแรงงาน นิวซีแลนด์ และปัจจุบันกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่ก้าวหน้าที่สุดคนหนึ่งของประเทศนิวซีแลนด์ในวันนี้

บทบาทของ “ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ” จึงกว้างขวางกว่าฐานะทางสังกัดชนชั้น และอาจนับได้ว่าเขาเป็น "ซ้ายในขวา" ของชนชั้นนำไทย.

ในภาพอาจจะมี 7 คน, รวมถึง ธัชพงศ์ แกดำ, Nattharavut Kunishe Muangsuk, Metha Matkhao, อำภร ทองบัว และ Wasan Paileeklee, ผู้คนกำลังยืน และชุดสูท

 

ภาพเมื่อครั้งพาสมาชิก YPD และ IUSY ไปพบเจอ "ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ" เรื่องรัฐสภา เพื่อหารือทางการเมืองเรื่อง "สถานการณ์พม่า" เมื่อปลายปี 2552 ที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือ Jacinda Ardern ส.ส.นิวซีแลนด์ จากพรรคแรงงาน ปัจจุบันคือนายกรัฐมนตรีที่ก้าวหน้าที่สุดคนหนึ่งของโลกยุคใหม่

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และผู้คนกำลังนั่ง

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังนั่ง และสถานที่ในร่ม

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่ในร่ม

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังนั่ง และข้อความ

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ผู้คนกำลังนั่ง และสถานที่ในร่ม

International Union of Socialist Youth (IUSY)  ก่อตั้งเมื่อปี 1907 มีสำนักงานกลางอยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย  โดยมีเลขาธิการ คือ Yvonne O'Callaghan, Ireland และประธานคนปัจจุบัน คือ Jacinda Ardern, New Zealand Young Labour (จากการประชุมสมัชชาใหญ่ที่สาธารณรัฐโดมินิกันในเดือนมกราคม 2008) ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 143 องค์กร ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ประกอบไปด้วยองค์กรเยาวชนของพรรคการเมืองแนวสังคมนิยม แนวสังคม-ประชาธิปไตย และพรรคแรงงานในประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมถึงองค์กรคนหนุ่มสาวที่เคลื่อนไหวด้านการเมืองในประเทศต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองด้วยเช่นกัน  สมาชิกของ IUSY อาทิ JSE-Juventudes Socialistas de Espana เยาวชนสังคมนิยมแห่งสเปน ก่อตั้งปี 1906,  MJS-Mouvement des Jeunes Socialistes  เยาวชนสังคมนิยมฝรั่งเศส-มีสมาชิกทางการ 10,000 คน และไม่เป็นทางการแต่เข้าร่วมอีก 20,000 คน,  Federazione dei Giovani Socialisti,  JungsozialistInnen in der SPD – JUSOS, Social Democratic Youth of Sweden–SSU,  European Community Organisation of Socialist Youth–ECOSY, Norwegian Labour Youth, African National Congress Youth League, ANC YL ฯลฯ  และเป็นองค์กรภาคีความร่วมมือใน European Youth Forum(YFJ) ภายใต้การสนับสนุนของสภายุโรป (Council of Europe) และ สหภาพยุโรป (Europe Union) ด้วย

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และผู้คนกำลังยืน

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และสถานที่กลางแจ้ง


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน