*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1398455
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< เมษายน 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน 2557
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 1706 , 22:55:52 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน นายธรรมยุติ , BlueHill และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

การจัดรูปแบบทางการเมืองของประเทศต่าง ๆ ตามการสำรวจเสรีภาพทั่วโลก ของฟรีดอมเฮาส์ ใน ค.ศ. 2011
[เขียว - มีเสรีภาพเต็มที่, เหลือง - มีเสรีภาพบางส่วน, ม่วง - ไม่มีเสรีภาพ]
จากการสำรวจดังกล่าวได้แสดงให้เห็นว่า เสรีภาพทางเศรษฐกิจนำไปสู่เสรีภาพทางการเมือง 

 

    ขณะที่สถานการณ์การเมืองไทยมีความขัดแย้งที่รุนแรงและต่อเนื่องขึ้นทุกขณะ และดูเหมือนจะล่วงหน้าสู่สุญญากาศในอนาคตอันใกล้นั้น ปัญหาสำคัญนอกจากวิกฤติความขัดแย้งที่สั่งสมมาจากโครงสร้างที่เหลื่อมล้ำทางอำนาจและความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจแล้ว ปัญหาประชาธิปไตยทางการเมืองในระบบรัฐสภา ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุและปัญหาสำคัญ

    ปัญหาที่ว่าคือ นับตั้งแต่ยุคสงครามเย็นและภายหลังการยึดอำนาจการปฏิรูปการปกครองหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เราไม่มีความเป็นประชาธิปไตยทางการเมืองในระบบรัฐสภาอย่างแท้จริงเหมือนในประเทศอารยะอื่นๆ เช่น ในสหภาพยุโรป ที่มีประชาธิปไตยทางการเมืองในระบบรัฐสภา อย่างน้อยที่สุดประเทศสังคมประชาธิปไตยเหล่านั้น อนุญาตให้มีการตั้งพรรคการเมืองทุกอุดมการณ์เพื่อต่อสู้ทางการเมืองในระบบรัฐสภา แต่เหตุใดในประเทศไทยกลับไม่อนุญาต

    หากเราไปดูระบบการเมืองในประเทศสังคมประชาธิปไตยหลายประเทศในสหภาพยุโรป จะเห็นว่า ในระบบรัฐสภาของเขา มีทั้งพรรคการเมืองแนวเสรีนิยม พรรคอนุรักษนิยม พรรคแนวทางศาสนา พรรคแนวนิเวศวิทยาการเมือง หรือพรรคกรีน พรรคแรงงาน พรรคสังคมนิยม จนกระทั่งพรรคคอมมิวนิสต์ ประเทศที่พัฒนาแล้วย่อมจะอนุญาตให้ประชาชนสามารถที่จะรวมตัวเป็นพรรคการเมืองตามอุดมการณ์ที่หลากหลายได้ และใช้พรรคการเมืองต่อสู้ภายใต้กติกาประชาธิปไตยร่วมกัน ดังนั้น ขบวนการต่อสู้ทางการเมืองด้วยกำลังอาวุธจึงไม่ใช่คำตอบและล่มสลายไปนับแต่นั้นมา

    สำหรับประเทศไทยเอง หากความขัดแย้งที่รุนแรงครั้งนี้ นำไปสู่การต่อสู้การจัดตั้งขบวนการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธทางการเมืองอีกครั้ง ก็เท่ากับว่า ระบบรัฐสภาไทยไม่สามารถเป็นคำตอบให้แก่สังคมได้ ที่รัฐสภาไม่มีคำตอบในเรื่องนี้ เพราะยังคงเป็นเผด็จการพรรคการเมืองในระบบรัฐสภาอยู่นั่นเอง

    เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น คำถามน้อยที่สุดเรื่องหนึ่งคงอยู่ที่ว่า ทำไมประชาชนไม่สามารถจดทะเบียนชื่อพรรคสังคมนิยมหรือพรรคคอมมิวนิสต์ได้ เพราะกฎหมายการเลือกตั้งและกฎหมายพรรคการเมืองของประเทศไทยไม่เป็นประชาธิปไตย หรือเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลำเอียง?

    หากสังคมไทยมาสู่ทางแพร่งและมีเพียงสองเส้นทางเลือกในปัจจุบัน เส้นทางหนึ่งชื่อว่าประชาธิปไตยอนุรักษนิยม และอีกเส้นทางหนึ่งคือเส้นทางประชาธิปไตยทุนนิยม เหตุใดจึงไม่มีทางเลือกที่สาม?

    อาจจะกล่าวได้ว่า ความไม่เป็นประชาธิปไตยพรรคการเมืองในระบบรัฐสภาดังกล่าวนี้ ทำให้วิกฤติทั้งสองทางเลือกข้างต้น ล้วนสั่งสมไปด้วยการผูกขาดทางอำนาจของชนชั้นนำ ทำให้โครงสร้างทางสังคมเสียสมดุล จนเกิดเศรษฐกิจผูกขาดโดยชนชั้นนำ เกิดสังคมอำนาจนิยม อุปถัมภ์นิยมและอภิสิทธิ์ชน จนวัฒนธรรมบริโภคนิยมเติบโตและเกิดความแปลกแยกทางชนชั้น ซึ่งภายใต้โครงสร้างความสัมพันธ์เชิงอำนาจแบบนี้ แนวทางประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม หรือประชาธิปไตยแบบอนุรักษนิยม ทั้งสองแบบต่างก็เติบโตได้ดี

    แต่พลังภาคประชาชนไม่สามารถเติบโตได้ เนื่องเพราะไม่สามารถเป็นอิสระจากรัฐและทุนได้อย่างแท้จริงภายใต้โครงสร้างนี้ การเมืองไทยที่ผ่านมาจึงไม่มีพื้นที่ของพลเมืองชนชั้นล่าง ไม่มีพรรคการเมืองทางชนชั้น พรรคการเมืองเชิงอุดมการณ์ที่หลากหลาย ซึ่งทำให้เกษตรกร แรงงาน พลเมืองชนชั้นล่างของสังคมจึงถูกเลือกปฏิบัติมาโดยตลอดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ผ่านมา

    ผลพวงของโครงสร้างที่ทำให้สังคมผุ ปรักหักพังดังกล่าว สะท้อนออกมาอย่างรุนแรงในสถานการณ์ความขัดแย้งของประชาชนและการเมืองไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ และเป็นวิกฤตการณ์ความขัดแย้งที่รุนแรงในปัจจุบัน กลุ่มทุนนิยมโลกาภิวัตน์ที่หากินในระบบอุปถัมภ์นิยมร่วมกับชนชั้นนำเดิมในสังคมไทย ก็มาถึงจุดขัดแย้งกันทางโครงสร้างอำนาจ ระหว่างทุนนิยมประชาธิปไตยแบบไม่เสรี กับพลังระบอบข้าราชการแบบประชาธิปไตยครึ่งใบ บนคำถามของสังคมไทยที่ว่า เราจะร่วมกันปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปทางไหน อย่างไร เดินถอยหลังไปสู่เสรีประชาธิปไตยแบบอำนาจนิยมและเสรีประชาธิปไตยครึ่งใบแบบเก่า หรือเราจะเดินต่อไปข้างหน้าเพื่อไปสู่ “เสรีนิยมประชาธิปไตย” (Libertarian Democracy) แบบสหรัฐอเมริกา ที่เน้นเฉพาะสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

    หรือว่าเราต้องการทิศทางใหม่ไปสู่ “สังคมนิยมประชาธิปไตย” (Social-Democracy) แบบหลายประเทศในยุโรป ที่ให้ความสำคัญทั้งสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง รวมทั้งสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม

    อนาคตประเทศไทย สังคมประชาธิปไตยน่าจะหมายถึง สังคมที่อนุญาตให้พลเมืองมีที่อยู่ทางความคิดหรืออุดมการณ์ทางการเมืองที่เห็นต่างได้ ประชาชนสามารถเลือกจุดยืนทางสังคมและอุดมการณ์ทางการเมืองของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดใด สังคมนิยม ทุนนิยม เสรีนิยม คอมมิวนิสต์ ราชานิยมหรือศาสนานิยมก็ตาม เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริงแล้ว ก็คือการที่อุดมการณ์ทางการเมืองของพลเมือง สามารถมีที่อยู่ที่ยืน มีพื้นที่ของตนเองอยู่ในสังคมได้นั่นเอง

    ดังนั้น ทางออกจากวิกฤติการเมืองในระบบเผด็จการพรรคการเมือง คือให้ประชาธิปไตยทางการเมืองโดยเปิดเสรีพรรคการเมืองในระบบรัฐสภา.


(เผยแพร่ครั้งแรก คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับแทบลอยด์ วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2557)

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน