*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1397912
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< มิถุนายน 2014 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันเสาร์ ที่ 28 มิถุนายน 2557
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 1845 , 10:17:49 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน rattiya , สำรวจฟ้า และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้


    ภายหลังที่เรามีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ.2551 โดยมีคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการและคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ตามพระราชกฤษฎีกา คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 เสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเพื่อดำเนินการต่อไปในเวลานี้

    ผมนึกถึงข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูป ที่นำโดยนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เสนอให้ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ โดยการยกเลิกการบริหารราชการส่วนภูมิภาคแบบนี้ เพราะแทนที่จะผ่านงบประมาณจังหวัดไปยังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ให้ล่าช้าเหมือนเดิม เหตุใดไม่ส่งไปยังจังหวัดโดยตรงเสียเลย และอนุญาตให้เขาวางแผนปฏิบัติราชการประจำปีโดยจังหวัดจัดการตนเอง แต่ละที่จะได้มีความคล่องตัวและสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนการวางแผนจากส่วนกลางเหมือนเช่นในอดีต

    คณะกรรมการปฏิรูปเคยเสนอให้ยกเลิกการบริหารราชการส่วนภูมิภาคออกทั้งหมด แล้วโอนอำนาจการจัดการทรัพยากร รวมถึงเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองท้องถิ่น ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดการ ทั้งเรื่องที่ดิน ป่า น้ำ และโรงเรียน รวมถึงการให้มีตำรวจของตัวเอง เพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และบังคับใช้กฎเกณฑ์ของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งแนวทางนี้จะทำให้ท้องถิ่นมีระบบราชการเป็นของตัวเอง

    นอกจากนี้ การกระจายอำนาจควรให้แต่ละท้องถิ่นมีอำนาจจัดเก็บภาษีบางประเภท และได้ส่วนแบ่งภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย และสามารถลงทุนหรือจัดตั้งกองทุนเพื่อนำมาพัฒนาท้องถิ่นของตัวเองได้ ส่วนรัฐบาลกลางให้มีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบเฉพาะกิจการระดับชาติ เช่น การป้องกันประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการจัดเก็บภาษีในภาพรวม แต่จะไม่มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ในสังกัด เป็นต้น

    ทำความเข้าใจกันก่อนว่า “การบริหารราชการส่วนกลาง” นั้น หมายถึงกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่มีรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงทั้งหลายเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในแต่ละกระทรวง ส่วน “การบริหารราชการส่วนภูมิภาค” หมายถึงจังหวัดและอำเภอ ซึ่งเป็นการแบ่งอำนาจของราชการส่วนกลางบางส่วนลงไปในพื้นที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในจังหวัด และมีนายอำเภอซึ่งสังกัดกรมการปกครองเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในอำเภอ ซึ่งทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอมีอำนาจเฉพาะเพียงที่ได้รับมอบหมายจากส่วนกลางและตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 เท่านั้น

    ส่วน "การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น” เป็นการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินตามหลักการกระจายอำนาจปกครอง มีการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นนิติบุคคลแยกอิสระออกจากการบริหารราชการส่วนกลาง ทำให้มีสิทธิและอำนาจในการทำนิติกรรมและสัญญาต่างๆ ตลอดจนเป็นเจ้าของหรือถือครองกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนในท้องที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณและรายได้เป็นของท้องถิ่นเอง 

    ปัจจุบันมีการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง ไม่ว่าจะเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กับรูปแบบพิเศษ คือ กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ซึ่งมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง เพื่อให้ “จังหวัดจัดการตนเอง”

    ผมสนับสนุนแนวคิดนี้เต็มที่ เพราะบริหารราชการส่วนภูมิภาคนั้นน่าจะเป็นส่วนเกินของโครงสร้างอำนาจในประเทศไทย เพราะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักการรวมอำนาจปกครองที่ขัดแย้งกับหลักการกระจายอำนาจ อย่าลืมว่าจังหวัดและอำเภอไม่มีงบประมาณเป็นของตนเอง แต่ต้องอาศัยการจัดสรรจากราชการส่วนกลางลงไปในพื้นที่ ในขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีอำนาจ มีงบประมาณ ในการจัดการตนเองในระดับหนึ่งอยู่แล้ว เหตุใดจะต้องมีองค์กรให้ทับซ้อนกัน

    จริงๆ แล้ว การบริหารราชการส่วนภูมิภาคเป็นการแบ่งอำนาจการปกครองภายหลังการปฏิรูประบบราชการตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และบางส่วนลอกแบบมาจากประเทศฝรั่งเศส แต่ผ่านมา 100 ปีพอดีในปีนี้ ประเทศไทยก็ยังไม่ไปไหน เรามีผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ที่ทำงานทับซ้อนบทบาทกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด และมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำงานทับซ้อนบทบาทกับองค์การบริหารส่วนตำบล ในขณะที่ประเทศต้นแบบอย่างฝรั่งเศสเอง กลายเป็นระบบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นไปทั้งหมดตั้งแต่ปี 2525 แล้ว

    สังคมไทยต้องตระหนักว่า ข้อเสนอของการยกเลิกการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ไม่ได้ต้องการจะมุ่งให้เป็นแบบสหรัฐ ที่มีรัฐบาลท้องถิ่น คู่กับรัฐบาลกลาง แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นรัฐเดี่ยว เหมือนในญี่ปุ่นและฝรั่งเศส โดยให้ท้องถิ่นมีอำนาจบริหารจัดการตัวเองเท่านั้น

    ทุกวันนี้เราเสียงบประมาณแผ่นดินให้แก่ระบบโครงสร้างอำนาจที่ทับซ้อนกันไปมากมายเท่าไหร่? เท่าที่ผมสำรวจมา เราเสียงบประมาณแผ่นดินให้แก่ระบบกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วย ที่มีจำนวนกว่า 290,000 คน โดยใช้งบประมาณกว่า 20,000 ล้านบาทในแต่ละปี โดยที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีบทบาทการทำงานทับซ้อนกับองค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีการเลือกตั้งตัวแทนจากแต่ละหมู่บ้านเพื่อไปทำหน้าที่เช่นกัน

    นอกจากนี้ การทำงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็ทับซ้อนกับบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อก่อนนี้นั้น ภาคประชาชนเสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นการกระจายอำนาจ แต่ได้องค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นมาทดแทน ขณะที่ระบบผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังมีอยู่ ดังนั้น ประเทศไทยควรจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อไม่ให้โครงสร้างทางอำนาจทับซ้อนกันเหมือนที่เป็นอยู่ ปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่า บทบาทของสมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) แทบจะไม่มีบทบาทอะไรเลย นอกจากการเรียกเก็บเงินจากการขออนุญาตสร้างปั๊มน้ำมันในเขตพื้นที่เท่านั้น

    ในความเห็นผมแล้ว หากยกเลิกการบริหารราชการส่วนภูมิภาค แล้วเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทุกพื้นที่ ก็ควรยกเลิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งควรเป็นองค์กรบริหารอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยควรให้มีการโอนย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดจังหวัดด้วย เพื่อทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ปราบปรามอาชญากรรม ซึ่งสามารถทำได้ในแต่ละพื้นที่โดยตรง ดังเช่นประเทศญี่ปุ่นที่มีตำรวจระดับจังหวัดทั้งหมด หรือในหลายประเทศมีตำรวจเทศบาลและมลรัฐ ส่วนที่มีตำรวจระดับชาติอย่างอินโดนีเซียก็มีวิธีการบริหารโดยการกระจายอำนาจตำรวจด้วย

    “จังหวัดจัดการตัวเอง” คืออนาคตของประเทศไทย และการกระจายอำนาจที่แท้จริง ดังนั้น ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ ให้จังหวัดจัดการตนเอง = ปฏิรูปประเทศไทย


(เผยแพร่ครั้งแรก หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 22 มิถุนายน 2557)

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เมธา วันที่ : 14/07/2014 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

ครับพี่สำรวจฟ้า ซ้ำซ้อนกันน่าดู

ความคิดเห็นที่ 1 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 29/06/2014 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

นักการเมืองไทยยังคงต้องการให้ระบบบริหาราชการแผ่นดินแบบภุมิภาคที่มีกำนันผู้ใหญ่บ้านคงอยู่ เพราะยังคงต้องพึ่งพิงระบบอุปถัมภ์อยู่ ครั้งนี้ คสช.น่าจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาปฎิรูปด้วยนะครับ เพราะความซ้ำซ้อนในบทบาทหน้าที่และงบประมาณ ทให้ประเทศเสียหายไปเยอะมาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน