*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1398136
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< เมษายน 2015 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2558
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 1873 , 14:56:09 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มะอึก โหวตเรื่องนี้

หลังจากที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 3/2558 เพื่อใช้อำนาจ รัฏฐาธิปัตย์สูงสุดตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ทดแทนกฎอัยการศึกที่ถูกยกเลิก ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายอย่างกว้างขวาง

สหรัฐอเมริกามองว่า การนำมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 มาใช้ในการรักษาความสงบเรียบร้อยนั้น ไม่ช่วยนำความเป็นประชาธิปไตยกลับคืนมา พวกเขาอยากเห็นการยกเลิกจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น และยกเลิกการควบคุมตัวบุคคลจะไม่เกิดขึ้นภายใต้มาตรา 44 หรือกฎหมายใด

ขณะที่ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่า การที่ผู้นำไทยเปลี่ยนมาใช้อำนาจตามมาตรา 44 นั้น ยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานได้มากขึ้น จะทำลายเสรีภาพในการแสดงออก รวมทั้งล้มล้างระบบการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจของรัฐบาลไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทำให้การยกเลิกกฎอัยการศึกไม่มีความหมายสำคัญแต่อย่างใด

สหภาพยุโรปเองก็ได้แถลงว่า การนำคำสั่งเลขที่ 3/2558 มาใช้แทนที่กฎอัยการศึก ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยคืบหน้าเข้าสู่การมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยที่สามารถตรวจสอบได้แต่อย่างใด และศาลทหารนั้นไม่ควรถูกนำมาใช้ในการพิจารณาคดีกับพลเรือน ในฐานะมิตรและหุ้นส่วนของประเทศไทยพวกเขาเห็นว่า หลักนิติธรรม การปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ควรเป็นฐานในกระบวนการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย

ขณะเดียวกัน องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนก็ออกมาชี้ว่า คำสั่งข้อหนึ่งได้ให้อำนาจเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยมีอำนาจออกคำสั่งห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด และได้กำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับนั้น คำสั่งนี้มีเนื้อหาที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนมากยิ่งขึ้นกว่ากฎอัยการศึก และรัฐบาล พวกเขามีความห่วงใยร่วมกันว่า การออกคำสั่งในข้อดังกล่าวเป็นการให้ดุลพินิจกับเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างกว้างขวาง หากไม่มีหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติที่ชัดเจน

ขณะที่ คสช.และรัฐบาลเอง ต้องการลดแรงเสียดทานจากประชาคมโลกต่อการยึดอำนาจการปกครอง โดยการประกาศยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกที่มีอายุกว่า 100 ปี โดยหันมาใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแทน มองในด้านหนึ่งก็มีความพยายามกำหนดคำสั่งออกมาเป็นเรื่องๆ ทั้งสิ้น 14 ข้อ แต่ 14 ข้อนั้นกลับเป็นเรื่องการใช้อำนาจ Absolute และ unlimited แทนในความเห็นของสื่อต่างประเทศ

ประเด็นที่น่าสนใจประการหนึ่งก็คือ การมีคำสั่งให้ทหารที่มีชั้นยศร้อยตรีขึ้นไปของทั้ง 3 เหล่าทัพ เป็นเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยเหมือนกันทั่วประเทศ มีอำนาจออกคำสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงานตัว มาให้ถ้อยคำ ส่งมอบเอกสารหรือหลักฐานใดที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมอบอำนาจให้เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยเป็น "พนักงานสอบสวน" ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย

การที่ทหารกลายเป็นพนักงานสอบสวน ย่อมขัดต่อหลักการคานอำนาจตามหลักนิติธรรม ที่ควรแยกอำนาจสืบสวนและสอบสวนออกจากกัน ดังที่เกิดปัญหาเสมอมาในกระบวนการยุติธรรมไทย หลังจากให้อำนาจสืบสวนสอบสวนเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเดียว ในขณะที่ในหลายประเทศมอบหน้าที่เหล่านั้นให้อัยการ หรือหน่วยงานเฉพาะ

รัฐบาลอาจจะคิดว่าพยายามจะใช้อำนาจให้น้อย ที่สุด แต่การเขียนอำนาจไว้ให้มากที่สุดตามคำสั่งดังกล่าวย่อมทำให้ประชาคมโลกห่วงใยไม่มากก็น้อย เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมีกฎหมายว่าด้วยความมั่นคงฉบับใดให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารเป็นพนักงานสอบสวนมาก่อน

ตอนนี้เหมือนสังคมไทยอยู่ในยุคสงคราม พลเรือนต้องขึ้นศาลทหาร เจ้าหน้าที่ทหารยังกลายมาเป็นพนักงานสอบสวนอีก ซึ่งก็คือการแก้ปัญหาแบบทหาร หรือการเมืองแบบ Military Officer นั่นเอง

จะว่าไปแล้ว ที่ผ่านมาประเทศไทยพยายามแก้ปัญหาความสัมพันธ์ทางอำนาจที่รวมศูนย์เกินไปมาตั้งแต่ปี 2535 แต่ผ่านไปผ่านมาเรากลับพบว่า ไม่ว่ารัฐบาลไหนๆ ก็พยายามออกกฎหมายให้อำนาจแก่รัฐมาโดยตลอดในการแก้ไขปัญหาสังคม เราจึงยังไม่เห็นกฎหมายที่ให้อำนาจประชาชนจริงๆ เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ



ย้อนกลับไปภายหลังจากเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ.2535 นั้น เรามีการทบทวนบทเรียนครั้งใหญ่ของประเทศไทย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงและความสูญเสียของประชาชนอีก มีการออกแบบการเรียนการสอนด้านสิทธิมนุษยชนในหลักสูตรทางการทหาร และสภากลาโหมมีมติว่า การใช้กำลังทางทหารเพื่อสลายการชุมนุมของประชาชนไม่สามารถใช้ได้ หากไม่มีคำสั่งหรือมติคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ เพื่อป้องกันการใช้ความรุนแรงโดยกองทัพ

แต่ทว่าพอถึงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมีการตราพระราชกำหนดว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ขึ้น เพื่อให้อำนาจผู้นำรัฐบาลพลเรือนหรือนายกรัฐมนตรีมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ตามกฎหมายที่ให้อำนาจในการประกาศใช้ได้ครอบจักรวาล ต่างจากกฎอัยการศึกที่เป็นเครื่องมือของกองทัพที่ให้อำนาจเบ็ดเสร็จเพียงเล็กน้อย

และต่อมาประเทศไทยก็มีพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรขึ้นในปี 2551 ที่ยกอำนาจการปกครองส่วนภูมิภาคให้แก่กองทัพ ทหารมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบบังคับบัญชาข้าราชการได้ตามกฎหมายความมั่นคง ซึ่งทำให้ประเทศไทยเป็นรัฐทหารผสมพลเรือนนับตั้งแต่นั้นมา

จริงๆ แล้ว กฎหมายเหล่านี้จะต้องถูกยกเลิก เพราะเป็นปัญหาและอุปสรรคเสียเอง การปฏิรูปประเทศไทยแทบเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ยกเลิกกฎหมายดังกล่าวทั้งหมดเสียก่อน เพราะการแก้ไขปัญหาทางอำนาจที่แท้จริงคือการกระจายอำนาจ การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จไม่มีทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้

นอกจากนี้ การออกคำสั่ง 14 ตามมาตรา 44 นี้ กลับไปขัดแย้งกับมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ฉบับเดียวกันเสียเองอีก เพราะมาตรา 4 ระบุว่า "ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ"

เพราะคำสั่งทั้ง 14 ข้อดังกล่าว ดูเหมือนจะขัดและแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยให้สัตยาบันรับรองผ่านรัฐสภา และยังเป็นภาคีมีผลบังคับใช้อยู่ตั้งแต่ปี 2540

รอดูกันต่อไปครับ ว่ารัฐบาลจะใช้อำนาจพิเศษแก้ไขปัญหาประเทศได้จริงหรือไม่!

 


[ชื่อเดิม การเมืองแบบ Military Officer? คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2558]

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน