*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1398069
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< มิถุนายน 2015 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2558
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 2002 , 20:47:51 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ชายสามหยด , khunphai และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ภาพบุญบั้งไฟ อ.กุดชุม จ.ยโสธร เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2558

ประเพณีบุญบั้งไฟประจำจังหวัดยโสธร ผ่านไปเมื่อวันที่ 8-10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และประเพณีบุญบั้งไฟอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร มาตุภูมิ (Homeland) บ้านเกิดของผมเองก็กำลังจัดขึ้นในสัปดาห์นี้ ในวันที่ 29-31 พฤษภาคม เมื่อวานนี้เป็นประเพณีประกวดขบวนฟ้อนรำและขบวนแห่บั้งไฟเอ้สวยงาม วันนี้เป็นวันจุดบั้งไฟและแข่งขันกันว่าบั้งไฟของกลุ่มซุ้มชมรมใดจะขึ้นไปอยู่บนฟ้าได้นานที่สุด

ประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร ได้รับการยอมรับว่าเป็นการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นประเพณี “บุญเดือนหก” ของคนอีสาน กลุ่มคนชาติพันธุ์ไทลาวลุ่มแม่น้ำโขง และอุษาคเนย์ มีงานประเพณีจัดขึ้นทั่วไปตามเมืองต่างๆ ทั่วภาคอีสานของไทย หลายเมืองในประเทศลาว และกัมพูชาบางส่วนเป็นหนึ่งใน “ฮีตสิบสองคองสิบสี่” ของชาวไทลาวที่ปฏิบัติกันมาหลายชั่วอายุคน นิยมจัดกันในเดือนหกซึ่งเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูกาลแห่งการทำนาของชาวบ้าน การจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อเป็นการบูชาพญาแถนขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เหมือนกับประเพณีการแห่นางแมวของชาวบ้านภาคกลางของไทย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดงานบุญบั้งไฟพนมไพร ที่จัดขึ้นทุกวัน 15 ค่ำเดือน 7 หรือบุญเดือนเจ็ด ซึ่งตรงกับวันที่ 1-2 มิถุนายน นี้ มีการจุดบั้งไฟนับพันลูกเพื่อถวายองค์พระมหาธาตุ รวมถึงมีการจุดบั้งไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย (บั้งไฟสิบล้าน)

ประเพณีการจุดบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถน ขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลแห่งการทำนานั้น มีตำนานที่มาหลายส่วนที่เล่าต่อกันมาเป็นเรื่องราวตำนานพื้นบ้านต่างๆ 

สำนวนหนึ่งได้ผูกเรื่องศาสนาพุทธที่เข้ามาใหม่กับเรื่องความเชื่อในผีแถนผีฟ้าดั้งเดิมของคนอีสานไทลาวว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าถือชาติกำเนิดเป็นพญาคางคก ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มโพธิ์ใหญ่ในเมืองพันทุมวดี โดยไม่แจ้งแถลงไขต่อพญาแถนเทพเจ้าแห่งฝนที่อยู่บนฟ้า พญาแถนโกรธเคืองโลกมนุษย์มาก จึงแกล้งไม่ให้ฝนตกนานหลายเดือน ทำให้มนุษย์ สัตว์และพืช พากันล้มตายเป็นจำนวนมากพญาคางคกและสรรพสัตว์ทั้งหลายจึงได้ปรึกษากันเพื่อหาวิธีสู้กับพญาแถน โดยให้พญานาคและพญาต่อแตนยกทัพไปรบก่อนแต่ต่อมาพ่ายแพ้ พญาคางคกจึงอาสานำการรบโดยวางแผนให้ก่อจอมปลวกขึ้นไปบนฟ้าจนถึงเมืองพญาแถน แล้วให้บรรดาสัตว์ต่างๆ ร่วมทำการรบ โดย “มอด” ทำหน้าที่ให้ทำการกัดเจาะด้ามอาวุธที่ทำด้วยไม้ทุกชนิด ส่วน “แมลงป่อง” และ “ตะขาบ” ซ่อนตัวอยู่ตามกองฟืนที่ใช้หุงต้มอาหาร และอยู่ตามเสื้อผ้าของไพร่พลพญาแถน ทำหน้าที่กัดต่อยจนไพร่พลของพญาแถนเจ็บปวด ร้องระงมจนกองทัพถอยร่นพ่ายแพ้ในที่สุด

พญาแถนจึงได้ยอมแพ้และตกลงทำสัญญาสงบศึกกับพญาคางคก โดยให้สัญญาว่า ถ้ามวลมนุษย์จุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อใด ให้พญาแถนสั่งให้ฝนตกทันที ถ้าได้ยินเสียงกบ เขียดร้อง ให้รับรู้ว่าฝนได้ตกลงมาแล้ว และเมื่อใดถ้าได้ยินเสียงสนูหรือธนูหวายของว่าว หรือเสียงโหวด ให้ฝนหยุดตกเพราะจะเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวของชาวนา และคำสัญญานั้นยังคงปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อไม่นานมานี้ จังหวัดยโสธร จึงได้ทำการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก และประติมากรรมพญานาค ตำนานพญาแถน ประเพณีบุญบั้งไฟ ที่จังหวัดยโสธร จนเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลก เพราะมีการนำไปเปรียบเทียบกับ เมอร์ไลออน ของสิงคโปร์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองแห่งวัฒนธรรม จังหวัดยโสธร

นอกจากตำนานเรื่องเล่าพื้นบ้านเกี่ยวกับประเพณีบุญบั้งไฟและพญาแถนตามสำนวนแรกแล้ว ยังมีเรื่องเล่าพื้นบ้านอีกหลายสำนวน ยกตัวอย่างเช่น สำนวนที่เรียบเรียงโดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงนิทานปรัมปราที่ชาวอีสานเล่าต่อกันว่า ที่เมืองเชียงเหียนของพระยาขอมมีธิดาผู้งดงามชื่อนางไอ่ เป็นที่หมายปองของท้าวภังคีซึ่งเป็นโอรสของพญานาคแห่งแม่น้ำโขง แต่ต่อมาท้าวภังคีเสียชีวิตเพราะนางไอ่ทำให้พญานาคโกรธมากและใช้อิทธิฤทธิ์ถล่มเมืองเชียงเหียนจนล่มจม แต่นายผาแดงพานางไอ่ขึ้นนั่งบนหลังม้าพาหนี แต่พญานาคก็ตามทันและใช้หางตวัดทำร้ายจนนางไอ่เสียชีวิต เมื่อฝ่ายพญาแถนรับรู้เรื่องราวจึงไม่ยอมให้พญานาคขึ้นไปเล่นน้ำในสระโบกขรณีบนฟ้าเช่นเคย จนทำให้น้ำนิ่งไม่ล้นหรือกระฉอกลงสู่พื้นดินเช่นเคย จึงทำให้บังเกิดความแห้งแล้งแก่โลกมนุษย์และสรรพสัตว์

พญาคันคากเป็นโอรสของพญาเอกราชที่ปกครองเมืองอินทะปัตถานคร จึงยกทัพไปรบกับพญาแถนจนชนะ และโดยให้พญานาคขึ้นไปเล่นน้ำที่สระโบกขรณีเช่นเคย โดยมีเงื่อนไขว่าต้องการฝนตกเมืองใดให้พญาคันคากส่งบั้งไฟขึ้นไปบอกเมื่อนั้น ภาพลักษณ์ของบั้งไฟในขบวนแห่ตามประเพณีจึงคงไว้ด้วยส่วนหัวที่ควบคู่กับหัวพญานาคเพื่อยิงบั้งไฟส่งพญานาคไปเล่นน้ำที่สระโบกขรณีบนท้องฟ้า และมีหนุ่มสาวจำลองเป็นผาแดงและนางไอ่ขี่บนหลังม้าแสดงเป็นสัญลักษณ์จากเรื่องเล่าพื้นบ้าน เป็นต้น

 photo from http://japan-magazine.jnto.go.jp/en/1409_ryusei.html

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าแปลกใจไม่น้อยเมื่อผมพบว่า นอกจากบุญบั้งไฟยโสธร ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ที่ประเทศญี่ปุ่นก็มีประเพณีบุญบั้งไฟมาหลายชั่วอายุคนเหมือนกันกับกลุ่มคนลุ่มแม่น้ำโขง โดยเฉพาะที่เมืองชิชิบุ ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะเมืองคู่แฝดของเมืองยโสธรที่มีการเชื่อมสัมพันธไมตรีในฐานะเมืองคู่แฝดมาถึง 21 ปีแล้ว

บุญบั้งไฟของญี่ปุ่น หรือ “Ryusei” Rockets จัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ที่สองของเดือนตุลาคมของทุกปี วันฤดูใบไม้ร่วงในประเทศญี่ปุ่น ที่เมือง Chichibu ใน Saitama มีสีแสงตระการตาเหมือนพลุ เหมือนที่เราดูในภาพยนตร์เรื่อง The Rocket ที่ถ่ายทำในประเทศลาว บั้งไฟของเขาทำขึ้นด้วยมือขนาดประมาณ 15-20 เมตร น้ำหนักประมาณ 30-50 กิโลกรัม มีประมาณ 27
โรงเรียนในเมืองดังกล่าวที่สร้าง Ryuseiได้

โดยแต่ละบั้งไฟมีเทคนิคของตัวเองและเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดผ่านลงมาหลายชั่วอายุคน โดยวัสดุที่ใช้รวมถึงต้นสนและไม้ไผ่ตัดลงมาจากภูเขาและปล่อยให้แห้งกว่า 2 ปี แต่ละโรงเรียนจะแสดงลักษณะเฉพาะของพวกเขาด้วยเครื่องประดับที่กำหนดเองที่เรียกว่า Shoimono ในรูปแบบของร่มกระดาษดอกไม้ไฟและร่มชูชีพ เป็นสีสันตระการตาที่น่าทึ่งและซับซ้อนมากขึ้นในทุกๆ ปี ผิดกับบั้งไฟของเมืองไทยเราที่ยังไม่ได้คิดเรื่องเหล่านี้เลย 

ไม่รู้ว่าประเพณีบุญบั้งไฟของไทลาวว่ายน้ำข้ามไปถึงหมู่เกาะญี่ปุ่นได้อย่างไร แต่น่าเชื่อว่า ประเพณีต่างๆ เหล่านี้ มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อย อาจเกิดขึ้นพร้อมๆ กันตามยุคสมัย หรือถ่ายทอดส่งต่อผ่านๆ กันโดยวัฒนธรรม เพราะคนสมัยโบราณเดินทางย้ายถิ่นฐานและค้าขายกันไปทั่ว และมีหลักฐานยืนยันว่า ผู้คนเชื้อชาติตระกูลไทกระได ในแผ่นดินจีนตอนใต้ในมณฑลยูนนานและกวางสี คาบเกี่ยวไปถึงกวางตุ้งและแถบแม่น้ำดำและแดงในเวียดนามตอนบน บรรพบุรุษของเราเคลื่อนไหวไปมาในแถบอุษาคเนย์นี้ทั้งทางบกและทางทะเล เพื่ออพยพตั้งถิ่นฐานโดยมีการเคลื่อนไหวไปมาไม่เคยขาดสาย

ด้วยเหตุนี้ โลกทั้งผองจึงเป็นพี่น้องกัน.

(เผยแพร่ครั้งแรก คอลัมน์โลกและเรา-เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 31 พฤษภาคม 2558)
ภาพ (ยกเว้นญี่ปุ่น) บุญบั้งไฟ อ.กุดชุม จ.ยโสธร เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2558 โดยผู้เขียน

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชายสามหยด วันที่ : 05/06/2015 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

น่าไปเที่ยวชมวิถึมากครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
khunphai วันที่ : 05/06/2015 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

ว๊าววว บั้งไฟ
นานๆได้เห็นครั้งคะ คงเสียงสนั่นนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 04/06/2015 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

หวัดดี..คนยโส..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน