*/
  • เมธา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 506
  • จำนวนผู้ชม : 1397943
  • จำนวนผู้โหวต : 634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 634 คน
มนต์รักจากเสียงกระดึง

เพลงของจิตร ภูมิศักดิ์

View All
<< สิงหาคม 2015 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


ทิศทางไทย
Absolute Monarchy
2 คน
Military Dictatorship
1 คน
Liberal Democracy
4 คน
Constitution Monarchy
2 คน
Capital Dictatorship
0 คน
Republic
8 คน
Social-Democracy / Democratic Socialism
37 คน
Communist
9 คน
Federal State
3 คน

  โหวต 66 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม 2558
Posted by เมธา , ผู้อ่าน : 1207 , 20:31:45 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน พิทักษ์ , แม่หมี และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 


 

ประเทศไทยแผ่นดินสยามกลางอุษาคเนย์แต่โบราณนานมา เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำแห่งแผ่นดินสุวรรณภูมิที่ชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลก เมืองเกษตรกรรมที่ในน้ำมีปลาในนามีข้าวนี้ ยังอุดมสมบูรณ์ต่อเนื่องนานมาจนถึงยุคก่อนปัจจุบัน จนได้ชื่อว่าเป็นเมือง "แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง"

อาจกล่าวได้ว่า ความอุดมสมบูรณ์นี้ทำให้สยามเป็นที่พักพิงของผู้คนหลายเชื้อชาติที่โยกย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่อย่างต่อเนื่องและยาวนาน รวมถึงเข้ามาทำมาค้าขายช้านาน

เขมร ไท ลาว พม่า มอญ ญวน และอื่นๆ เข้ามาอยู่ที่ดินแดนแถบนี้ตั้งแต่ก่อนสมัยอยุธยา เราหลอมรวมแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง เป็นพี่น้องผองเพื่อนและกลายเป็นชาติพันธุ์เดียวกันมาจนถึงวันนี้บนดินแดนไทสยาม

ประเทศไทยเป็นดินแดนเดียวในแถบนี้ที่ไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอาณานิคมในทางนิตินัย แม้จะแลกด้วยการสูญเสียดินแดนไปมากมาย

มาวันนี้ ประเทศไทยเป็นเมืองขึ้นของชาติมหาอำนาจเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจ ทรัพยากร การศึกษาและวัฒนธรรม

ในทางเศรษฐกิจสมัยใหม่ เราดำเนินนโยบายผิดพลาดตั้งแต่ยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่เราเดินตามองค์กรโลกบาลที่เป็นกลไกควบคุมระบบทุนนิยมเสรีของนายทุนการเงินโลก นับตั้งแต่นั้นเราก็สูญเสียอาณาธิปไตยทางเศรษฐกิจเป็นต้นมา

ในทางทรัพยากรมีการพบว่า เรามีสินแร่ โปรแตช ทองคำ น้ำมัน ก๊าซ พลังงานมากมายใต้แผ่นดิน โดยเฉพาะน้ำมันนั้น ว่ากันว่าข้อมูลการสำรวจในขณะนี้ เรามีน้ำมันมากกว่าประเทศบรูไนเสียอีก แต่แน่นอนพวกเขาไม่ต้องการให้เรารู้ ในยุคข้อมูลพลังงานถูกผูกขาด

ส่วนการศึกษาและวัฒนธรรมเราเดินตามอารยธรรมตะวันตกมาอย่างยาวนาน จนหลงลืมต่อยอดภูมิปัญญาพื้นถิ่นของเราเอง ยกตัวอย่างเช่นการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรโบราณเริ่มหายไป แต่ต่างประเทศกลับมาศึกษาค้นคว้าและจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของตนเองเต็มไปหมด และนำกลับมาขายให้เรา

ทุกวันนี้เรามีเทคโนแครตผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเต็มบ้านเมือง แต่ขาดคนคิดแก้ปัญหาบ้านเมืองแบบองค์รวม เพราะคณะวิชาของเราแยกกันเรียนตามแบบแผนและกลไกทางสังคมในระบบทุนนิยม เราเรียนวิศวกรรมปิโตรเลียมก็เพื่อจะไปเป็นลูกจ้างของบริษัทน้ำมันไม่กี่แห่งของโลก ซึ่งเขาอุดหนุนให้มีการศึกษาด้านนี้เพื่อรองรับธุรกิจอุตสาหกรรมของตนเอง

อารัมภบทมายาวแล้ว ผมอยากจะบอกทุกท่านว่า เมืองไทยนั้นเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีข้าวในนามีปลาในน้ำ การเกษตรของเราส่งออกไปจนเกือบจะเป็นครัวของโลก นอกจากนั้นเรายังมีทรัพย์ในดินอีกมากมาย ทั้งสินแร่ ทองคำ น้ำมัน พลังงานที่อยู่ใต้ผืนดินรอให้นายทุนมาขุดไปขายได้อีกหลายสิบหลายร้อยปีไม่มีหมด โดยเฉพาะใต้แผ่นดินอีสาน

ประเทศไทยมีงานให้ทำตลอดเวลา เพราะมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ดีมากมาจากทรัพยากรเหล่านั้น อัตราการว่างงานของเราอยู่ในอันดับต่ำที่สุด อันดับ 1 ของโลก เหนือกว่า สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ที่อยู่อันดับถัดมา โปรดดูรายงานในนิตยสาร The Economist ที่เคยมีรายงานออกมา

ที่มากไปกว่าอันดับ 1 นั้น พวกเขายังไม่นับรวมว่าประเทศไทยยังเป็นดินแดนที่รองรับแรงงานข้ามชาติได้อีกมากกว่า 6 ล้านคน หลายล้านคนเหล่านั้นทำงานในส่วนล้นเกินที่คนไทยไม่อยากทำ และหรือไม่มีเวลาทำ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานประมง กรีดยาง ก่อสร้าง คนใช้ และงานบริการต่างๆ

เท่ากับว่าโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศเรายังรองรับผู้คนได้อีกมากมาย เท่ากับว่าอัตราการว่างงานของเราน่าจะต่ำกว่าศูนย์ สมเป็น "แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง" อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ระบบเศรษฐกิจของเรายังมีช่องว่างให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไทย ทำมาหากินได้อีกมากมายภายใต้โครงสร้างของรัฐไทยที่ทำมาหากินนอกระบบอยู่กว่าครึ่งหนึ่งของตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่เรียกกันว่า "ธุรกิจสีเทา"

เหมือนกับว่าประเทศนี้ไม่มีระบบ ไม่มีแบบแผน จากการสอบถามทราบว่าแรงงานข้ามชาติที่มาทำงานในร้านอาหารต่างๆ ในเมืองไทย จะเสีย "ค่าส่วย" ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเดือนละ 500+ บาทต่อเดือน

คิดดูก็แล้วกัน ประเทศไทยมีแรงงานข้ามชาติกี่คนในประเทศไทย x กับรายได้ และผลประโยชน์สีเทานี้จะมีจำนวนเท่าไหร่และใครบ้างได้ผลประโยชน์

เจ้าของร้านอาหารในกรุงเทพฯ หลายแห่งเล่าให้ฟังว่า ร้านดื่มกินธรรมดาของเขาจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐมาเรียกรับสินบนไม่ต่ำกว่า 5 หน่วยงานในแต่ละเดือน ในแต่ละร้าน ไม่ว่าจะเป็นตำรวจพื้นที่ หรือนครบาล ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่เทศกิจ ฯลฯ

แต่ละเดือนต้องจ่ายสินบนเพราะผิดกฎเปิดหลังเที่ยงคืน เดือนละกว่าหมื่นบาทสำหรับร้านเหล้าเล็กๆ  ชานเมือง จนถึงหลายแสนบาทสำหรับไนต์คลับผับบาร์ขนาดใหญ่ในย่านถนนสุขุมวิท

เจ้าของร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่งบนถนนข้าวสารให้ข้อมูลว่า แต่ละเดือนเขาต้องจ่ายเทศกิจเดือนละหลายพันบาท และยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเรียกเก็บค่าจ้างแรงงานจากต่างประเทศอีกหัวละ 1,000 บาท แม้ว่าพวกเขาจะมีบัตรแรงงานต่างด้าวตามกฎหมายไทย ส่วนรถเข็นต่างๆ บนถนนเป็นพื้นที่ของตำรวจ นั่งสังเกตทุกวันเราจะเห็นรถตำรวจมาเก็บค่าบำรุงทุกวัน วันละ 40 บาท หรือเท่าไหร่ก็ว่ากันไป

แรงงานเวียดนามในร้านอาหารส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ จะต้องไปทำวีซ่าลงตราที่ชายแดนไทย-กัมพูชาทุกๆ เดือน เหมือนกับแรงงานชาติอื่นๆ ที่มีอายุ 30 วัน พวกเขาต้องจ่ายค่าโดยสารไปกลับกับนายหน้ารถตู้บริการคนละ 1,000 บาท จนธุรกิจเหล่านี้มีรายได้จำนวนมากนอกระบบ

ผมจึงอยากจะบอกว่า เศรษฐกิจของเรามีมูลค่ามหาศาลมาก หากนับรวมถึงเศรษฐกิจนอกระบบและทรัพยากรใต้ดินที่เรายังไม่ได้นำมาใช้เอง แต่กลับกำลังจะให้สัมปทานแก่กลุ่มบุคคลไม่กี่คน แทนที่จะให้ตกแก่ประชาชนไทยทุกคน

เมื่อเราไม่มีระบบที่ดีและชัดเจนในเรื่องเหล่านี้ ประเทศที่น่าจะเป็นแผ่นดินทองของเราแห่งนี้จึงกลายเป็นแผ่นดินสีเทาในที่สุด เพราะเศรษฐกิจสีเทาจำนวนมหาศาลมีเพียงคนไม่กี่กลุ่มได้ผลประโยชน์

ไม่ต่างจากเศรษฐกิจในระบบ ที่เราใช้ระบบทุนนิยมนำทางสร้างความเหลื่อมล้ำจนกลายเป็นประเทศที่ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างกันถึงกว่า 12-14 เท่า เป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย แต่เรากลับมีเศรษฐีติดอันดับโลกหลายคน เป็นไปได้อย่างไร

เศรษฐกิจเราใหญ่มาก แต่กำไรและความร่ำรวยกระจุกตัว การเกษตรของไทยเรายังให้รายใหญ่ครอบงำ มีร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่แทบทุกตำบลและอำเภอ ที่ขนทรัพยากรและรายได้กลับออกนอกพื้นที่ การพัฒนาประเทศแบบนี้ ว่ากันว่า เราสร้างถนนเข้าหมู่บ้านยิ่งดีเท่าไหร่ มันก็กอบโกยขนกำไรของชุมชนออกไปข้างนอกมากเท่านั้น

ผมนึกไม่ออกว่าการศึกษาไทยจะตอบโจทย์เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร หากทุกวันนี้ยังมีโรงเรียนกวดวิชามากมายเต็มบ้านเต็มเมืองเพื่อทำธุรกิจการศึกษา ขนาดการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยยังมีโรงเรียนกวดวิชากับเขาด้วย ยังไม่ต้องบอกว่าธุรกิจการศึกษาของไทยร่ำรวยแค่ไหน

ในที่สุด "แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง" ของเราก็กลายเป็น "แผ่นดินสีเทา".



[เผยแพร่ครั้งแรก คอลัมน์โลกและเรา - เมธา มาสขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2558]



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เมธา วันที่ : 04/10/2015 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

สาครงค์ - ขอบคุณครับพี่
พรายพิลาศ - สวัสดีครับคุณพรายพิลาศ เห็นด้วยเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องทรัพยากร กระจุกความรู้ข้อมูลกับเทคโดนแควตมากเลยตอนนี้

พี่พิทักษ์ - ใช่เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พิทักษ์ วันที่ : 09/08/2015 เวลา : 08.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

แผ่นดินสีเทานี่มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงในตอนนี้

ความคิดเห็นที่ 2 เมธา , เกสรมาเฟีย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
พรายพิลาศ วันที่ : 07/08/2015 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณเมธา
อ่านแล้วชวนคิดว่า .. วันนี้เรารู้หรือยังว่าเรามีจุดแข็งที่ตรงไหน และใช้จุดแข็งของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับคนไทยทุกคนหรือยัง
ทรัพยากรของประเทศ จำเป็นต้องทำให้คนไทยทุกคนไม่สามารถเข้าถึง และได้รับประโยชน์ร่วมกัน
ไม่เช่นนั้น อาการรสยกระจุก จนกระจาย ก็จะไม่มีทางหายไปไหน มีแต่จะยิ่งขยายช่องว่างมากขึ้น

เรื่องโรงเรียนกวดวิชา ผมขอพูดอีกนิดว่า เราควรเลิกมองว่าเป็นเรื่องพื้นฐานด้านการศึกษา
เพราะนี่เป็นธุรกิจ ที่ใช้การศึกษามาเป็นแหล่งสร้างรายได้ การงดเว้นภาษีให้ธุรกิจประเภทนี้ควรคิดเสียใหม่
อย่ามัวแต่พอใจกับส่วนแบ่งจากผลประโยชน์ของธุรกิจนี้กัน จนการศึกษาไทยพังระเนระนาด

ความคิดเห็นที่ 1 เมธา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สาครงค์ วันที่ : 07/08/2015 เวลา : 00.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

ตั้งชื่อเรื่องได้น่าสงสัยดี อ่านอย่างตั้งใจจึงจะรู้ว่าจะสื่อสารอะไร ก็เห็นด้วยกับความคิดเห็นและพลอยมีความรู้สึกร่วมด้วยครับ แต่ขอแนะนำว่า ถ้าจะให้น่าสนใจที่จะเปิดอ่าน ควรตั้งชื่อเรื่องให้ยาวกว่านี้สักหน่อย ให้น่าสนใจมากขึ้นน่ะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน