*/
  • อิงตะวัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ingtawan2552@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-11-30
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 155061
  • จำนวนผู้โหวต : 44
  • ส่ง msg :
  • โหวต 44 คน
จันทร์เอ๋ย

เพราะค่ะ ชอบมาก

View All
<< เมษายน 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 1 เมษายน 2555
Posted by อิงตะวัน , ผู้อ่าน : 2088 , 14:24:59 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ชบาตานี , Chaoying โหวตเรื่องนี้

กว่า 100 ปี ที่ผ่านมา จะมีใครสักกี่คนที่จะรู้บ้างว่า ณ สุสานคริสตจักรตรัง ริมถนนกันตัง อำเภอเมืองตรัง มีร่างของ พ.ท.ออกัสฟิคเกอร์  เฟรดเดอริคคอลส์ นายทหารชาวเดนมาร์ก ผู้วางโครงสร้างตำรวจภูธรในประเทศไทย และเป็นต้นตระกูล “โกลละสุต”ถูกฝังอยู่ ณ ที่แห่งนี้

เหนือหลุมฝังศพมีแผ่นหินขนาดใหญ่ หนาประมาณ 6 นิ้ว สูงประมาณ 1 เมตร แกะสลักข้อความเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งคาดว่าเป็นแผ่นจารึกพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่6 ความว่า“ด้วยพระประสงค์ของกษัตริย์แห่งประเทศสยาม หลักศิลานี้ถูกจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงความจงรักภักดีที่ยาวนาน สู่ความทรงจำของ ผู้หมวด เอ.คอลล์ เกิดที่ เดนมาร์ก  23  กรกฎาคม ค.ศ.1867  เสียชีวิตที่ตรัง  4 กรกฎาคม ค.ศ.1911 “

ซึ่งหลังจากทราบข่าวเสียชีวิต ของ พ.ท.ออกัสฟิคเกอร์ พระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ ๖  ทรงโทมนัสเป็นอย่างยิ่ง ทรงรำพึงว่า “แขนขวาฉันขาดแล้ว”  

 

สืบประวัติ จากหนังสือพิมข่าวเสรีซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น พบว่า พ.ท.ออกัส ฟิคเกอร์  สืบเชื้อสายมาจากตระกูลอัศวินเก่าแก่ ของเดนมาร์ก เมื่อยังเป็นหนุ่มเป็นผู้มีความอุตสาหะ  และความเฉลียวฉลาดมากคนหนึ่ง โดยสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารเดนมาร์ก เมื่ออายุเพียง 21 ปี

 

เป็นนายทหารที่มีความรู้ความสามารถ ชั้นเยี่ยมคนหนึ่ง จึงถูกคัดเลือกเข้ามาช่วยเหลือด้านวิชาทหาร และเป็นครูฝึกวิชาทหารแก่ประเทศตะวันออกที่ต้องการ เมื่อราวปี  2435  ซึ่งก่อนหน้านั้น  เขาเคยพำนักอยู่ ณ ประเทศญี่ปุ่นมาก่อน โดย ได้เป็นว่าที่ร.ท. ครูฝึกทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ที่วังสราญรมย์  เมื่อ พ.ศ.}}}}}}}} เป็นกัปตันปืนใหญ่รักษาพระองค์

          ครั้นต่อมาทางราชการดำริตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจภูธรขึ้นที่ นครราชสีมา เพื่อเร่งผลิตนายตำรวจสัญญาบัตร  ให้ทันกับความต้องการอย่างเร่งด่วนของกิจการตำรวจภูธรที่ขยายตัวออกไปในยุคนั้น และโดยเห็นว่า  พ.ท.ออกัส ฟิคเกอร์   ได้แสดงความสามารถของตนเป็นที่เชื่อถือไว้วางใจมาแล้วในการวางรากฐานก่อตั้งโรงเรียนนายร้อยทหารบกที่วังสราญรมย์ จึงมีการแต่งตั้งให้ไปรับราชการในกรมตำรวจภูธรโดยเป็นผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยตำรวจเป็นคนแรก

ทั้งนี้การฝึกสอนอบรมนักเรียนนายร้อยทุกอย่างอยู่ในความรับผิดชอบของ พ.ท.ออกัส ฟิคเกอร์  ผู้เดียวโดยเด็ดขาด หลักสูตรการเรียน พ.ท.ออกัส ฟิคเกอร์   ก็เป็นผู้วางให้เอง การเรียนในสมัยนั้นยังไม่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน บางคนอาจเพียง  3  เดือน บางคนก็ 5 เดือน ถึง  8 เดือน หรือมากกว่านั้น  แล้วก็ออกจากโรงเรียนไปรับราชการโดยไม่มีการสอบไล่ในวิชาต่าง ๆ อย่างที่กระทำอยู่ในปัจจุบัน เหตุที่เป็นเช่นนี้เข้าใจว่า ในระยะนั้นเป็นระยะเริ่มแรกและฉุกละหุก ทั้งคนที่รู้หนังสือและสนใจเป็นตำรวจก็มีไม่มากนัก

           พ.ท.ออกัส ฟิคเกอร์  ได้เลื่อนยศเป็น พ.ท. เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2452 (หลักฐานตามราชกิจจานุเบกษา  ร.ศ.128 ) พระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าหัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจการกองตำรวจภูธรมณฑลชายทะเล สำนักงานของ  พ.ท.ออกัส ฟิคเกอร์  อยู่ที่ จ.สงขลา และเป็นที่ประสบอัธยาศัยไว้วางใจในพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าฯ  เป็นอย่างยิ่ง    นอกเหนือจากหน้าที่ ตามปกติของจเรตำรวจในสมัยนั้นแล้ว ยังได้รับมอบหมายหน้าที่พิเศษลับบางประการเกี่ยวกับการป้องกันราชอาณาจักรอีกด้วย

          รวมทั้งในช่วงที่ประจำอยู่ภาคใต้ในฐานะผู้ตรวจการมณฑลชายทะเลอยู่นั้น พ.ท.ออกัส ฟิคเกอร์   ได้รับคำสั่งให้ไปปราบปรามการโกงกินที่ จ .ภูเก็ต ซึ่งเหลือสติปัญญาเจ้าหน้าที่ท้องที่จะจัดการอย่างเด็ดขาดได้ ส่งใครไปปราบปรามก็ปรากฏว่าถูกอำนาจการเงินของพวกโกงกินเหล่านั้นปราบจนอยู่มือ  และเงียบกริบไปตาม ๆ กัน พวกทุจริตพยายามใช้เงินซื้อความสุจริตของ พ.ท.ออกัส  ฟิคเกอร์ ก็จะถูกปฏิเสธ ด้วยความรังเกียจและดูการดูหมิ่น  “เงินสกปรก...คนสกปรก...เชิญออกไป...ฉันได้รับเงินพระราชทานเงินเดือนพอกินพอใช้อยู่แล้ว....”  

เล่าต่อกันมาว่าการลงมาหัวเมืองภาคใต้ของ    “ออกัส ฟิคเกอร์”    นายตำรวจคนสำคัญในเวลานั้นย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างแน่นอน  แต่ต้องมีเหตุที่สำคัญต่อการปกครองเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการมาครั้งนั้นถือเป็นการมาทำงานแทนพระเนตรพระกรรณ  ด้วยว่ามีเสียงเล่าลือเกิดขึ้นถึงเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวง  การลงมาเพื่อทำงานในหัวเมืองภาคใต้ของออกัส ฟิคเกอร์ ในปี 2451 จึงเป็นเงื่อนปมสำคัญที่จะนำไปสู่ความตายแห่งปมปริศนาในระยะเวลาต่อมา

          พ.ท.ออกัส ฟิคเกอร์   ล้มป่วยที่จังหวัดภูเก็ต แต่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมิชชั่น จ. ตรัง หลายครั้ง พอค่อยยังชั่วบ้างก็กลับไป จ.ภูเก็ตอีก แม้พระยาเดชานุชิต (หนา  บุนนาค) ซึ่งต่อมาอีกหลายปีได้เป็นเทศาภิบาลมณฑลปัตตานี  จะคอยห้ามปรามอย่าเดินทาง สมัยนั้นต้องใช้ช้างบุกป่าฝ่าดงพงทึบและที่ทุรกันดาร  แม้กระนั้นก็หาย่อท้อและนึกถึงสุขภาพของตนไม่

          พ.ท.ออกัส ฟิคเกอร์  นึกถึงแต่หน้าที่ของตน สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่น ที่สุดข้าราชการผู้ซื่อสัตย์ “ตงฉิน”ผู้นี้ก็ถึงแก่กรรมลงเมื่อวันที่ 4  กรกฎาคม  2454  ที่จังหวัดตรัง  เมื่ออายุเพียง 44 ปี ตามราชกิจจานุเบกษาประจำศกนั้น (ร.ศ.130 ) ลงว่าถึงแก่กรรมด้วยโรคบิด  แต่ตามเหตุการณ์ที่ญาติพี่น้องมิตรสหายเล่าต่อ ๆ กันมานั้น ถึงแก่กรรมโดยถูกวางยาพิษโดยคนใช้ที่เป็นคนใหม่ ซึ่งการวางยาพิษ พ.ท.ออกัส  ฟิคเกอร์ คงจะทำกันหลายครั้งหลายคราวโดยผู้มีอิทธิพลจ้างวานคนใช้ใส่ยางตุ่มในบรั่นดีให้ดื่ม

 

          บนป้ายหินอ่อนสลักด้วยข้อความพระราชทานของรัชกาลที่ 6   ที่มอบให้เพื่อเป็นอนุสรณ์นั้น  คือ เครื่องยืนยันถึงคุณูปการของ ออกัส ฟิคเกอร์  เฟรดเดอริค คอลล์    ต่อประเทศสยามและการตายของ  “ออกัส ฟิคเกอร์”    ในปี พ.ศ.2454  ครั้งนั้นก็คือความสูญเสียที่สำคัญยิ่งของวงการตำรวจไทยและประชาชนทั้งประเทศ  ถึงขนาดที่   พระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าหัว รัชกาลที่ 6   ทรงโทมนัสในความตายของ  พ.ท.ออกัส   ฟิคเกอร์  เป็นอย่างมาก รำพึงว่า  “แขนขวาฉันขาดเสียแล้ว”

พร้อมกับพระราชทานโลงศพที่ดีที่สุดในเวลานั้นและป้ายหินอ่อนจารึกคุณงามความดีของ พันโทออกัส ฟิคเกอร์  เฟรดเดอริคคอลล์  มาเพื่อให้สมเกียรติยศนายทหารอัศวินชาวเดนมาร์กผู้มีบุญคุณอย่างใหญ่หลวงต่อแผ่นดินสยาม  พร้อมพระราชทานนามสกุลแก่ผู้สืบสกุลว่า  “โกลละสุต”  สืบมาจนกระทั่งปัจจุบัน



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Chaoying วันที่ : 20/05/2012 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ยิ่งติดตามพฤติกรรมตำรวจ ช่วงนี้ ..โอ้ อนาจตำรวจไทย ค้ายาบ้า..ปล้นรถขนเงิน..มากมาย คิดถึงนาย พ.ท. ออกัส ฟิคเกอร์จริงๆ นะ

..เป็นอะไรไปหรือ ถึงกับเสียผู้เสียคน..อิงตะวัน เฮ้ย ..ม่ายช่าย ไม่เป็นผู้เป็นคน..เกิดอะไรไม่ค่อยเขียน งานเยอะหรือคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ชบาตานี วันที่ : 18/05/2012 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

มาอ่านสาระดีๆ มีประโยชน์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Chaoying วันที่ : 05/04/2012 เวลา : 06.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

หวัดดีค่ะ ..ไม่เจอเสียนาน คิดถึงมากๆ
มาทักทายก่อนนะคะ ค่อยกลับมาอ่านอีกที ไปทำงานก่อนนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน