• tanatach
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vvv_lover@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-28
  • จำนวนเรื่อง : 499
  • จำนวนผู้ชม : 775817
  • ส่ง msg :
  • โหวต 581 คน
ธนธัช
ประชาธิปไตย...เกิดแต่สังคมของมนุษย์เท่านั้น การเมืองเรื่องใกล้ตัว แต่ขอมองอย่างธนธัช
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
วันพุธ ที่ 14 กันยายน 2554
Posted by tanatach , ผู้อ่าน : 8254 , 13:19:34 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน

.


จากกรณีการแถลงการณ์ของนายกฮุนเซน ผู้นำเขมรที่ออกมาพูดถึงเรื่องการเจรจาลับกับผู้นำไทย 

โดยเฉพาะการกล่าวถึงการเจรจากับพล อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณและคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยกล่าวแต่

เพียงว่าไม่โปร่งใสขัดกับมาตรา 190 รัฐธรรมนูญของไทย ซึ่งไม่ได้นำรายละเอียดการเจรจามาเปิดเผยแต่

อย่างใด

 

นับเป็นเรื่องแปลกประหลาดมากสำหรับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นี้เป็นการเข้าแทรกแซงกิจการ

ประเทศอื่น ที่ไม่มีผู้นำประเทศไหนในโลกทำกัน นี้เป็นการดิสเครดิตฝ่ายค้านของประเทศไทย และนี้ก็

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้นำเขมรกระทำต่อรัฐบาลไทย ต่อคนไทยและประเทศไทย แต่ฮุนเซนจะจับมาเล่นทุกเรื่อง

ที่มันเป็นผลประโยชน์ต่อตนเอง ต่อผลประโยชน์ของทักษิณเพื่อนรัก ฮุนเซนจึงไม่สนใจเรื่องมารยาท

ทางการทูต ฮุนเซนไม่นำพาต่อธรรมเนียมปฏิบัติทางการทูตที่นานาประเทศยึดถือและปฏิบัติ

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นมันเป็นเพราะเขมรยังเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน เป็นประเทศที่อำนาจทั้งสาม อันได้แก่นิติบัญญัติ 

บริหารและตุลาการ ทั้งสามอำนาจนี้อยู่ในมือของคนเพียงคนเดียว นั้นคือฮุนเซน 

 

เมื่อเป็นเช่นนี้หลายๆประเทศ โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจที่ต้องการเข้าไปมีผลประโยชน์ในประเทศเขมร 

มันจึงง่ายต่อการติดต่อเจรจา ง่ายต่อการล็อบบี้ที่ประเทศตะวันตกทั้งหลายนิยมทำกันมานานตั้งแต่ยุคล่า

อาณานิคม จึงไม่แปลกใจที่ฮุนเซนลำพอง กักขฬะ เพราะฮุนเซนรู้ดีว่าเขายังมีความต้องการของหลาย

ประเทศ แม้ตัวฮุนเซนจะเป็นคนป่าเถื่อนกักขฬะสักเพียงใด  หากตัวเขายังมีค่าในการเอื้อผลประโยชน์ต่อ

ทรัพยากรของเขมรให้กับประเทศมหาอำนาจแล้ว เขาจะยังอยู่ได้ต่อไปอีกยาวนาน

 

เรื่องเจรจาลับ หากเป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติ ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัว มันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่

ปฏิบัติกันในเวทีระหว่างประเทศ ที่บางเรื่องบางทีเราก็เรียกมันว่าการเจรจานอกรอบ การเจรจาที่สำคัญ

ระหว่างประเทศ กว่าจะสัมฤทธิ์ผลได้นั้น ต้องเจรจาลับ ต้องเจรจานอกรอบกันหลายครั้งหลายครากว่าจะ

นำมาอยู่บนโต๊ะเจรจา (เรียกว่า โต๊ะเซ็นต์ลงนามข้อตกลงน่าจะถูกต้องกว่า )

 

แล้วทำไมจึงกลายเป็นว่ามีเรื่องลับระหว่างคุณประวิตรและคุณสุเทพกับฮุนเซน การปูดเรื่องนี้ออกมา เชื่อ

ว่าเป็นแผนชั่วของฮุนเซน เพราะผมไม่เชื่อว่าคุณประวิตรและคุณสุเทพจะโง่เขลาเบาปัญญาที่จะไม่ทราบไม่

รู้ความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณกับฮุนเซนว่ามีความแนบแน่นสักเพียงใด และไม่เชื่อว่าสองท่านนี้จะไม่รู้

ว่าฮุนเซนเคลื่อนไหวต่อประเทศไทยล้วนอำนวยผลประโยชน์ เอื้อต่อทักษิณแทบทั้งสิ้น เด็กเพิ่งสนใจ

การเมืองยังรู้ว่าฮุนเซนรอรัฐบาลของทักษิณกลับมา มีหรือที่สองคนนี้จะหลงกลให้ฮุนเซนนำไปหากินได้ใน

ภายหลัง

 

ด้วยความเชื่อ ด้วยแนวทางแผนการโจมตีรัฐบาลพรรคปชป.ในอดีต  ที่คนในastv.ปั้นเรื่องว่าเป็นรัฐบาล

สวมตอ การมีแถลงการณ์เช่นนี้ ฮุนเซนย่อมรู้ว่ามีผลเป็นอย่างมาก ด้วยสมมติฐานที่คนในastv โจมตี

รัฐบาลอภิสิทธิ์ว่าเป็นรัฐบาลสวมตอ มีหรือคนในastv จะไม่ฮุบเหยื่ออาจม อันเป็นเหยื่อที่คนในastv ชื่น

ชอบ เพราะได้ยืนยันว่าที่ผ่านมาพวกตนเข้าใจถูกต้อง เพียงแค่บอกว่ามีเรื่องลับ โดยไม่ต้องสนใจว่าฮุนเซน

จะมีแผนชั่วช้าอะไรตามมาอีก

 

ครั้งนี้แม้จะเป็นเพียงปลาซิวปลาสร้อยอย่างโสภณอย่างประพันธ์ ที่ออกมาลิ้มชิมรสชาติของอาจมเหยื่อที่ฮุน

เซนโยนมา ด้วยเป็นเหยื่อที่ตนเองชื่นชอบ มีหรือจะอดใจได้ อะไรที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ ย่อมมิ

อาจปล่อยให้ผ่านเลยไปได้ น่าเสียดายที่ฮุนเซนออกมาบอกว่าการเจรจาล้มเหลว หาไม่แล้วปลาฝูงนี้คงรุม

กินอาจมก้อนนี้กันทั่วหน้า เชื่อว่าทั้งหมดคงไม่รอดพ้นสายตาปลาใหญ่อย่างสนธิ ผู้เปลี่ยนจุดยืนได้เนียน ผู้

ประดิษฐ์คำล่าสุดว่าจะไม่กินยาแทนผู้ป่วยอีกแล้ว แต่งานนี้เชื่อว่าปลาใหญ่อย่างสนธิมองเหยื่อชิ้นนี้อย่างไม่

กระพริบตาแน่ หากเมื่อไหร่ที่คิดว่าอาจมชิ้นนี้คือยาที่ตนเองต้องการแล้วละก็ คงไมนานนักที่ปลาใหญ่ตัวนี้

จะฮุบเหยื่อ

 

การได้ทำลายพรรคประชาธิปัตย์ การได้ดิสเครดิตพรรคฝ่ายค้าน เชื่อว่าปลาใหญ่ตัวนี้จะไม่อดทนต่อความ

หอมยั่วยวนของอาจม แม้จะเสี่ยงต่อเบ็ดของฮุนเซนบ้าง เชื่อว่าปลาใหญ่ตัวนี้จะยอมเสี่ยง อย่างที่บอก ฮุน

เซนดันทำเบ็ดโผล่ให้เห็น ดันออกมาบอกว่าเจรจาล้มเหลว หาไม่แล้วเราคงได้เห็นปลาใหญ่ตัวนี้ออกมาฟัด

ก้อนอาจมเป็นแน่แท้ คงไม่ได้เห็นแค่ปลาซิวปลาสร้อยสองตัวออกมาแทะกินอาจม คงเพราะถูกใจใน

รสชาติหรือเพราะความจำเป็นในการประทังชีวิตให้อยู่รอด แม้จะไม่มีเรื่องยืนยันว่ามีการสวมตอ เพียงว่ามี

เรื่องลับก็พอเพียงแล้วสำหรับปลาเล็กสองตัวนี้

 

 

ธนธัช โกศิริสันต์

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 18/09/2011 เวลา : 11.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

อืม..เนาะป๊า..
คนไทยที่เชื่ออะไรกันง่ายๆ ก็จะถูกคนที่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเอง หลอกล่อ ชักจูง จูงจมูก ไปเป๋นเหยื่อ..
ให้เต้นแร้งเต้นกายังไงก็ทำตาม..คนที่ชักจูงไป เขาถึงเห็นว่า..โง่..

ทั้งแดงทั้งเหลือง ที่เปลี่ยนเป็นสีเดียวกัน ให้ร้ายนายกอภิสิทธิ์ ทางเพจของเฟคบุ๊ค อีกทางเยอะด้วย
ผู้นำที่เป็นคนดี มีความสามารถที่จะนำพาคนไทยให้พ้นทุกข์ได้ อย่างนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
กลับถูกกระหน่ำ ให้ร้ายป้ายสีสารพัดรูปแบบ..อย่างนี้เรียกว่า..
"ให้ร้ายให้ทุกข์แก่ท่าน ร้ายนั้นทุกข์นั้นจะเข้าถึงตัวคนให้ร้ายให้ทุกข์"..สาธุ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 17/09/2011 เวลา : 19.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง


อ่านจบแล้ว..เบื้องหน้าเบื้องหลัง ของโกตั๊บแป๊ะลิ้ม สาวกพธม.จะรู้กันบ้างไหมเนี่ย
ช่างไม่รู้สึกผิดสังเกตกันมาก่อนล่วงหน้าบ้างเลย..โง่ไงก็โง่งั้น..
เห็นไปได้ไงว่านักธุรกิจเจ้าของธุรกิจสื่อ..แป๊ะลิ้มลงทุนทำเพื่อชาติ ไม่ได้ลงทุนทำเข้ากระเป๋าตัวเองสักหน่อย..เง้อ

ป๊า..นิสจำช่วงก่อม็อบ 195 วัน ปี 2551 ได้ แป๊ะลิ้มจัดเวทีสวนลุมพินี ห้องประชุมธรรมศาสตร์
ซ้ำกันอยู่2-3 ครั้ง ก่อนจะม็อบใหญ่ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย จำนวนมวลชนตอนนั้นเยอะผิดคาด
ก็ด้วยใจคนไทยที่ไม่เอานักโทษทักษิณ ชินวัตร มีมาก และต่างก็มาด้วยใจ ไม่ใช่มาด้วยถูกจูงจมูกมา
แป๊ะ เลยเปลี่ยนแนวเคลื่อนยึดราชดำเนิน ทันที..195 วัน 7 ก.ค.2551 คนตายไป 10 คน สูญเสียคนบริสุทธิ์ไปอย่างไม่คุ้มเลย

ตอนนี้..แป๊ะลิ้มเริ่มถอยกลับไปที่จุดเดิม..อย่างกับภาพที่แนบมาในเมนท์นี้แหละป๊า..

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 17/09/2011 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

ขอบคุณข้อมูลที่ได้มาจาก fb พี่สมชาย

เบื้องหน้าเบื้องหลัง ของทั้งนักธุรกิจสื่อ และนักธุรกิจพรรคการเมือง เลวร้ายอย่างน่ารังเกียจที่สุด..

(ลิ้ม โกตั๊บ หวังลมๆแล้งๆว่า คนไทยที่เคยรักประชาธิปไตยนั้นโง และขี้ขลาดมากพอที่จะยอมให้พวกเขาโกหกคำโต
และประดิษฐ์ข้อมูลเทียมอันต่ำช้าสามานย์ชี้นำสังคมไทย ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด
เหมือนอย่างที่เคยทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้งต่อไป)

คนไทยบริสุทธิ์..คือ..เหยื่อ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 17/09/2011 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

นาย สมชาย ครับ
สนธิ ลิ้ม โกตั๊บ

มนุษย์หลายหน้า มุสาเพื่อชาติ และผลประโยชน์

ศิวะ รณยุทธ์



หนึ่งชั่วชีวิตของคนเรานั้น มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง แต่ลิ้ม โกตั๊บ ผู้ซึ่งวาดแผนไต่บันใดทางสังคมและสร้างอำนาจให้กับตนเอง เพื่อครอบงำสังคมไทยด้วยวิธีของเจ้าพ่อสื่อมวลชนที่รู้จักอำนาจอย่างแท้จริงฉลาดลึกล้ำเป็นสิ่งที่คนในสังคมไทยจะต้องทำความเข้าใจและรู้เท่าทันอย่างแท้จริง เพื่อจะได้ตระหนักว่าคนๆนี้มีด้านมืดที่มากมายกว่าด้านสว่างมากมายและชวนสยดสยองเพียงใด

นอกเหนือจากวิธีการตีสองหน้าที่โกตั๊บใช้มาตลอดคือ สร้างภาพด้านลบของตนเองให้กลายเป็นบวกอย่างง่ายๆ ด้วยการพูดที่คุ้นเคยกันคือ “ผมนั้นเป็นคนเลวแต่ขอบอกด้วยสัตย์จริงว่าผมเป็นคนเลวน้อยที่สุด” แล้ว ตลอดชั่วชีวิตกว่า 60 ปีของลิ้ม โกตั๊บ ได้พัวพันกับบทบาทมนุษย์หลายหน้ามาโดยตลอด ได้แก่

การใช้อิทธิพลสื่อมวลชนเพื่อสร้างอำนาจต่อรองและขู่กรรโชกเพื่อหาผลประโยชน์อย่างแนบเนียน
การแอบอิงรับใช้กลุ่มทุนหรือผู้มีอิทธิพลในอำนาจรัฐ เพื่อกอบโกยผลประโยชน์จากสายสัมพันธ์
การปั่นหุ้นและวิศวกรรมการเงินอย่างมูมมามกับพลพรรคสร้างความร่ำรวยแบบฟองสบู่
การอำพรางตัวเองเป็นคนหัวก้าวหน้า ทั้งที่จุดยืนเป็นพวกล้าหลังอย่างถึงที่สุด
การสร้างประเด็นให้สังคมแบ่งเป็นขั้ว แล้วเข้าหาช่องว่างแสวงหาโอกาสสร้างอำนาจและผลประโยชน์ให้กับตนเอง
ความสามารถในการเล่นบทหลายหน้าอย่างแนบเนียนนี้ ถือเป็นมรดกตกทอดที่โกตั๊บรับมาโดยตรงจากพ่อ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการก๊กมินตั๋งที่ถูกส่งเข้ามาต่อต้านคอมมิวนิสต์ในไทย

พ่อของโกตั๊บ เป็นจีนไหหลำ ชื่อจีนไม่เปิดเผยกับคนภายนอก แต่ใช้ชื่อไทยว่าวิเชียร อพยพจากเมืองจีนมาตั้งรกรากอยู่ที่กรุงเทพในฐานะผู้ปฏิบัติงานต่อต้านคอมมิวนิสต์จีนในไทย เช่นเดียวกับพ่อของบัญญัติ บรรทัดฐานอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกส่งไปทำงานในภาคใต้

โกตั๊บเคยให้สัมภาษณ์ว่า พ่อของเขานั้น เคยเป็นถึงผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยหวงผู่ที่เซี่ยงไฮ้ แต่ความเป็นจริงนี้ ไม่มีใครยืนยัน (และเชื่อได้ว่าเป็นเรื่องโกหกที่แต่งขึ้นมา) รู้แต่ว่า เขามีธุรกิจโรงพิมพ์และจำหน่ายหนังสือพิมพ์จีนเล็กๆ แต่กลับมีบทบาทเป็นผู้กว้างขวางอย่างยิ่งในหมู่จีนไหหลำเมืองไทยในฐานะกรรมการต่อเนื่องยาวนานของสมาคมจีนไหหลำในเมืองไทย

บทบาทในสมาคมไหหลำของพ่อเขา ทำให้ไม่ยากที่จะต่อสายไปกับคนจีนเชื้อสายไหหลำที่โด่งดังในไทยอย่าง บุญชู โรจนเสถียร นายธนาคารใหญ่แห่งธนาคารกรุงเทพ

สิ่งที่โกตั๊บไม่เคยบอกก็คือ ทำไมเขาถึงมีทะเบียนเกิดที่จังหวัดสุโขทัย? ความจริงก็คือ ตอนที่เขาเกิดนั้นพ่อของเขากำลังดำเนินการใต้ดินต่อต้านคอมมิวนิสต์อยู่ในภาคเหนือตอนล่างซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ามีฐานจัดตั้งในกลุ่มคนจีนไหหลำที่จังหวัดนครสวรรค์ และพิจิตรที่พวกคอมมิวนิสต์จีนเพื่อต่อต้านญี่ปุ่น

เพื่อให้สะดวกกับการทำงาน พ่อของเขา จัดการส่งโกตั๊บเข้าโรงเรียนประจำที่ศรีราชาโดยมีเพื่อนร่วมโรงเรียนที่ต่อมามีชื่อเสียงหลายคน ได้แก่ ทนง พิทยะ วศิน เตยะธิติ วิโรจน์ นวลแข และกนก อภิรดี รวมทั้งประจักษ์ศิลป์ สุวรรณเภสัช

ที่นี่เอง โกตั๊บได้สร้างวีรกรรมเกเรเอาไว้นับไม่ถ้วน จนกระทั่งเรียนจบ ก็ถูกพ่อซึ่งหลังสงครามมีบทบาทว้างใหญ่มากขึ้นจัดการส่งตัวไปดัดสันดานที่ไต้หวันเพื่อเรียนภาษาจีนตามหลักสูตรของพลพรรคก๊กมินตั๋ง ก่อนส่งไปชุบตัวที่อเมริกา

ที่อเมริกานี้เองเขาได้มีโอกาสคบค้ากับคนไทยที่ปราดเปรื่องหลายคนโดยเฉพาะ พร สิทธิอำนวย และสุธี นพคุณ (อดีตผู้นำนักศึกษาที่หนีภัยเผด็จการไปอยู่ในสหรัฐฯ)

เมื่อบุญชู โรจนเถสียร (ในอดีตเคยเป็นเยาวชนฝ่ายซ้ายที่กลับกลายเป็นนายธนาคารใหญ่สุดของประเทศไทย) ตกลงชักชวน พร สิทธิอำนวย และสุธี นพคุณกลับมาทำธุรกิจในเมืองไทย เพื่อวางแผนเข้าสู่วงการเมืองในพรรคกิจสังคม โกตั๊บก็ติดสอยห้อยตามกลับมาด้วย และได้เข้าทำงานในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะถูกณรงค์ เกตทัต ที่เคยรู้จักกันชวนมาทำงานเป็นทีมงานวางแผนประชาสัมพันธ์เลือกตั้งให้น้อยเขยที่ชื่อ ดำรง ลัทธิพิพัฒน์ ซึ่งลงเล่นการเมืองในนามพรรคประชาธิปัตย์

ความสำเร็จของการผลักดันดำรง ลัทธิพิพัมน์เข้าสู่การเมืองแบบประชาธิปไตย ทำให้ ณรงค์ ตัดสินใจมอบงานเป็นบรรณาธิการให้โกตั๊บ เพื่อฟื้นฟูหนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย ที่ซื้อเข้ามา ด้วยเหตุผลที่ปะปนกันทั้งส่วนตัวและการเมือง

ดังที่รู้กันว่า ในยุคปลายของเผด็จการถนอม-ประภาส นั้น สนั่น เกตุทัต พ่อของณรงค์ กับพ่อตาของดำรง ถูกอำนาจเผด็จการโดยณรงค์ กิตติขจรเล่นงานให้ออกราชการกรณีทำไม้ซุงหายที่แม่สอด ดังนั้นจุดยืนของหนังสือพิมพ์ที่โกตั๊บเป็นบรรณาธิการ ต่อต้านถนอม-ประภาสโดยปริยาย

ช่วงเวลานั้น โกตั๊บ สวมรอยอำพรางตัวเองแบบพ่ออย่างแนบเนียน ด้วยการระดมทีมงานหนุ่มสาวหัวก้าวหน้าเข้ามาในร่มเงาจำนวนมาก เพื่อให้ตนเองมีภาพลักษณ์หัวก้าวหน้าและรักประชาธิปไตยไปด้วย แต่ความจริงแล้ว เขาได้ใช้เส้นทางดังกล่าว กรุยทางไปสู่การสร้างเส้นสายกับวงการสีกากีอย่างลึกซึ้ง

ประสบการณ์ที่เขาได้รับจากการเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คร้งนั้น คือ การเรียนรู้และใช้วิชามารวิชามารในการสร้างความเป็นจริงเทียมซึ่งติดตัวเขามาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับโกตั๊บแล้ว สิ่งที่เขาพร่ำสอนกับนักข่าวที่เป็นลูกน้องวงในในเวลาต่อมา ก็คือ สิ่งที่เรียกว่า “ข่าว”นั้นมิใช่การรายงานความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ หากแต่เป็นการ “สร้าง”ความเป็นจริงใหม่ขึ้นจากเหตุการณ์ โดยเลือกมุมมองหรือมิติใดมิติหนึ่งมารายงานหรือวิเคราะห์เนื้อหา ซึ่งเท่ากับเปิดชิ่งให้อคติทำงานได้เต็มที่อย่างแนบเนียน

ระหว่างนั้น เขาแต่งงานกับอาจารย์สาวที่มีพื้นเพเป็นจังหวัดตรัง และเป็นญาติห่างๆของนายตำรวจนักฆ่าชื่อดัง สล้าง บุนนาค และใช้วิชาชีพสื่อที่เขาทำ สร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับคนในแวดวงสีกากีที่แน่นแฟ้นยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน และยังเลื่อนเปื้อนกลายเป็นเพลย์บอยนักท่องราตรีชื่อดังของกรุงเทพ

เป็นที่รู้กันดีว่า โกตั๊บนั้น หน้าหม้อ และเป็นโรคแพ้หญิงสวยโดยเฉพาะดารา นักร้อง นางแบบ และ แอร์โฮสเตสมากเพียงใด ชื่อเสียงความเป็นเจ้าบุญทุ่มของเขานั้น อยู่ในระดับหัวแถวมายาวนานจนถึงปัจจุบัน โดยที่ภรรยาตามกฎหมายซึ่งใจกว้างเป็นทะเลอันดามันเอาหูไปนาเอาตาไปไร่

หลัง 14 ตุลาคม โกตั๊บเล่นเกมสองหน้าด้านหนึ่งเป็นคนหัวก้าวหน้า อีกด้านหนึ่งคบหากับตำรวจอย่างลึกซึ้งได้ระยะหนึ่ง จนกระทั่งเมื่อกลุ่มขวาจัดตีโต้กระแสประชาธิปไตยกลับ โกตั๊บก็ถูกบีบจากณรงค์ เกตทัตให้ออกจากงาน ซึ่งก็ทำให้เขาหันไปแอบอิงกับบุญชุ โรจนเสถียร พร สิทธิอำนวย และสุธี ณพคุณ แห่งกลุ่มพีเอสเอ. โดยรับหน้าที่ดูแลแผนกสื่อสิ่งพิมพ์ที่เรียกว่า แอดว้านซ มีเดีย ทำสำนักพิมพ์ที่หวือหวาใหญ่โต และออกหนังสือพิมพ์ภาษีอังกฤษรายวันฉบับใหม่

กิจการของแอดว้านซ มีเดียที่หวือหวาและใช้เงินสิ้นเปลืองเสมือนพิมพ์ธนบัตรใช้เองในการบริหารของโกตั๊บ มีอันต้องซวนเซอย่างรวดเร็ว และขายธุรกิจนี้ออกไปให้กลุ่มอื่น ทำให้โกตั๊บตกสวรรค์มาเหยียบดินครั้งใหม่ ต้องหลบออกมาสร้างนิตยสารของตนเองที่ชื่อ ชีวิตต้องสู้ และ กรุงเทพ 30 ซึ่งสร้างความหวือหวาได้ชั่วครู่ยาม แล้วก็ตกต่ำอีกครั้ง เพราะโกตั๊บมีหนี้สินรุงรัง และไม่ทิ้งนิสัยหน้าหม้อ คั่วดารานักร้องชื่อดังอย่าง จันทนี อุนากูล และภัทราวดี ศรีไตรรัตน์ รวมทั้งคนอื่นๆอย่างเมามัน ไม่เป็นอันทำการทำงาน ปล่อยหนี้ให้คาราคาซังเพราะมั่นใจว่ามีเส้นนายตำรวจใหญ่อย่างสล้าง บุนนาค และแสวง ธีระสวัสดิ์ คุ้มกะลาหัวให้

แล้ววันหนึ่ง ความซวยก็มาเยือน เมื่อเจ๊เจ้าของร้านทำเพลทแห่งหนึ่ง ซึ่งคับแค้นใจที่โกตั๊บไม่ยอมเจรจาจ่ายเงินค่าทำเพลทที่ติดค้างอยู่ประมาณ 3 แสนบาท จัดการพาตำรวจอีกพวกหนึ่งบุกเข้ามาจับกุมตัวโกตั๊บอย่างไม่ทันตั้งตัว ผลลัพธ์คือ โกตั๊บต้องไปนอนในมุ้งสายบัวหลายคืน

ครั้งนั้นเพื่อนเก่าอย่าง วศิน ผู้บริหารคนสำคัญของบริษัทโฆษณาใหญ่ ฟาร์อีส แอดเวอร์ไทซิ่ง ในเครือสหพัฒน์ ต้องมาประกันตัวออกจากมุ้งสายบัว และพาไปซบแทบเท้านายทุนทำหนังสือใหม่ ซึ่งวงการธนาคารและเหล้ารู้จักดีว่ายิ่งใหญ่แค่ไหน เขาคือ โป้ยเสี่ย ไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ น้องชายเสี่ยใหญ่อุเทนแห่งธนาคารศรีนคร ที่คุมสายส่งเหล้าทั่วประเทศของกลุ่มเตชะไพบูลย์

โกตั๊บ กลายเป็น 1 ใน 4 อรหันต์วงการสื่อที่กลายเป็นสุนัขรับใช้โป้ยเสี่ยอย่างซื่อสัตย์มานับแต่นั้นมาอีกหลายปี (อีก 3 คนได้แก่ โกวิท สีตลายัน ระวิ โหลทอง และ’พญาไม้’ เผด็จ ภูรีปฏิภาณ) พร้อมกับมีทุนมาออกสื่อสิ่งพิมพ์ใหม่

คราวนี้ เขาไม่รีรอใช้วิชามารที่สะสมมา งัดข้อมูลเบื้องลึกของพร สิทธิอำนวย และสุธี ณพคุณ เล่นงานกลับสองคนอย่างเมามัน ทำเงินเข้ากระเป๋าส่วนตัวไปอู้ฟุ่และหยุดเขียนดื้อๆเมื่อผลประโยชน์ลงตัว

เช่นกัน เขาใช้สื่อเล่นงานเสี่ยเจริญ ศิริวัฒนภักดีอย่างเมามัน เพื่อช่วยเหลือธุรกิจเหล้าของตระกูลเตชะไพบูลย์ จนได้เงินเข้ากระเป๋าอีกไม่รู้เท่าใด

แม้พฤติกรรมใช้วิชามารเพื่อตบทรัพย์จะเกิดขึ้นตามปกติ แต่โกตั๊บก็ฉลาดกว่าเดิม ปรับปรุงตัวใหม่ต่อภาพของคนภายนอกวงการ วางมาดเป็นนักวิชาการวงการสื่อที่รอบรู้ อาศัยเส้นสายพาตัวเองไปสอนหนังสือตามมหาวิทยาลัยต่างๆโดยมีพี่เลี้ยงเป็นนักวิชาการเซ็งลี้เช่น ทนง พิทยะ ชัยอนันต์ สมุทวณิช สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ สมชาย ภคภาควิวัฒน์ คอยช่วยเหลือ จนกระทั่งไปชิดเชื้อกับเกษม จาติกวณิช ล้อบบี้อีสต์ชื่อดังอดีตผู้บริการกฟผ. แล้วพาตัวเองสู่แวดวงของนักล้อบบี้อีสต์ทางธุรกิจการเมือง ที่ตั้งวง ปักหลักที่โรงแรมรีเจนท์ ราชดำริ

อีกด้านหนึ่ง เขาอาศัยจังหวะที่สล้าง บุนนาคชะตาตก ถูกย้ายจากงานปราบปรามและวิสามัญฆาตกรรมที่เคยถนัดมาเป็นผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ดึงเอาพรรคพวกนักวิชาการ เข้าไปครอบงำหลักสูตรบางส่วนของโรงเรียนดังกล่าว และสร้างสายสัมพันธ์กับนายตำรวจจำนวนมาก จนกระทั่งเล่นเกมเก้าอี้ดนตรี สามารถชี้นิ้วสั่งโยกย้ายนายตำรวจบางคนที่ใกล้ชิดได้ตามใจชอบ มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นหนึ่งในความน่าสังเวชของวงการตำรวจไทย

เขาบอกกับใครว่า นิสัยและดวงชะตาของเขา(เขาเป็นโรคคลั่งหมอดูถึงขนาดขาดไม่ได้)เป็นแบบเดียวกับเจงกิสข่าน คือ เป็นนักตีเมือง แต่ไม่ชอบรักษาเมือง ดังนั้น จึงต้องตีเมืองไปเรื่อยๆ

ระหว่างนั้นเอง โกตั๊บ ได้คบหาคุ้นเคยกับนักธุรกิจที่กำลังหมุนเงินเพื่อสร้างธุรกิจโทรคมนาคมชื่อทักษิณ ชินวัตร และกลายเป็นผู้ที่แลกเปลี่ยนเช็คกันเป็นฟ่อนๆ และแลกเปลี่ยนผู้หญิงขึ้นเตียงกันไปมา อย่างถูกคอแบบแบ่งกันกินแบ่งกันเสพ

โกตั๊บได้รู้จักนักปั่นหุ้นชื่อดังในตลาดหุ้นไทย สุเทพ วงศ์วรเศรษฐ์ แห่งกลุ่มศรีมิตร ผู้สร้างชื่อจากบริษัทโนเนม กลาย เป็นบริษัทหัวแถวจากหุ้นราคาไม่ถึง 100 บาทมาเป็นหุ้นราคามากกว่า 1,400 บาท ทำให้โกตั๊บพบช่องรวยทางลัด แต่งตัวปั้นบริษัทเข้าหาเงินจากตลาดหุ้นจากหนี้สินล้นพ้นตัวกลายเป็นมหาเศรษฐีชั่วข้ามคืน

ความสำเร็จครั้งแรกตามมาด้วยครั้งอื่นๆ โกตั๊บปั้นแต่งโรงพิมพ์แห่งใหม่ของเขาเข้าตลาดหุ้นอีก และยังตามมาด้วยเข้าซื้อกิจการที่ปูนซีเมนต์ไทยโละทิ้ง ปั้นเรื่องร่วมกับทักษิณ ชินวัตร หาเงินจากตลาดหุ้น จนร่ำรวยมหาศาลคนละหลายร้อยล้านบาท

ครั้งหลังนี้แหละบันดาลใจให้ทักษิณ แยกตัวไปนำกลุ่มชินเข้าระดมทุน หาเงินใน ตลาดหุ้น และกลายเป็นมหาเศรษฐีแซงหน้าโกตั๊บไม่เห็นฝุ่น พร้อมกับสร้างบริษัทขาย โทรศัพท์มือถือ มาแข่งกับบริษัทของโกตั๊บ เป็นผลให้ทั้งคู่กลายเป็นศัตรูกันอย่างเปิดเผย

ถึงตรงนี้ โกตั๊บทะเยอทะยานไกล เขาฝันจะเป็นรูเพิร์ต เมอร์ด็อกเมืองไทย โดยเกาะและโหมประโคมของโลกาภิวัตน์ พร้อมกับสร้างกลุ่มธุรกิจในนามเอ็มกรุ๊ป ขยายธุรกิจไป ต่างประเทศอย่างมือเติบ

เป้าหมายการสร้างตัวเองเป็นนักธุรกิจระดับอินเตอร์ของโกตั๊บนั้น มีต้นแบบจากการมองเห็นนักธุรกิจในเอเชียโดยเฉพาะในฮ่องกงหลายราย ที่ถนัดการการปั้นบริษัท เพื่อหลอกขายกลุ่มทุนตะวันตกที่สนใจเข้ามาลงในในเอเชีย

การสร้างภาพเป็นรูเพิร์ต เมอร์ด้อกเมืองไทยนั้น แท้ที่จริงแล้ว เป็นแค่มายาภาพที่สร้างขึ้นมาหวังปั้นบริษัทขึ้นหลอกขายกลุ่มทุนหน้าโง่จากตะวันตกเท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านี้ในกอไผ่

แผนการของเขาจึงเริ่มต้นด้วยการแต่งตัวเป็นกลุ่มลงทุนข้ามชาติที่ช่ำชองในอาเซียน มีการระดมอดีตนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายเข้ามาอยู่ในเครือข่าย เพื่อเดินสายใต้โต๊ะเดินงานธุรกิจ อาทิ ธัญญา ชุณชฎาธาร เดินสายเชื่อมกับผู้นำลาว พีระพล ตริยะเกษม เดินสายติดต่อกับผู้นำเวียดนาม และ ไกรวุฒิ สิรินุพงศ์ เดินสายในจีนตอนใต้ เพื่อแสวงหาสัมปทานและช่องทางธุรกิจ

ช่วงนั้น ชื่อของโกตั๊บติดปากสื่อทั่วเอเชีย และที่สำคัญติดปากสาวๆดารา นางแบบ นักร้องทั้งในประเทศ และในฮ่องกงในความเป็นเจ้าบุญทุ่มลากหญิงขึ้นเตียง ซึ่งในจำนวน นั้น รวมทั้ง กง ลี่ ดาราสาวจีนชื่อดัง

โกตั๊บติดพันกงลี่ ถึงขนาดที่ทุ่มเงินเช่าเครื่องบินเหมาลำชาเลนเจอร์ของการบินไทย พากง ลี่บินว่อนไปทั่ว แต่นั่นก็ไม่เพียงพอ เพราะมีเศรษฐีสิงคโปร์ยอมทุ่มเงินหนักว่าคว้าตัว หล่อนไปนอนกกในที่สุด

เพื่อให้ความทะเยอทะยานเป็นนักธุรกิจอินเตอร์ของโกตั๊บรวดเร็วยิ่งขึ้น เขาจองตัว พันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตประธานที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก เข้ามาเป็นที่ปรึกษาใหญ่ และพันศักดิ์ ก็สนองคุณ ด้วยการแนะให้เอา เฉลิม อยู่บำรุง กลับมาจากการลี้ภัยรสช.ที่ เดนมาร์ก มาปั้นสู่วงการเมืองใหม่ และเมื่อถึงเวลาจะต่อสู้กับ รสช. ซึ่งกำลังนับถอยหลังอย่างรวดเร็วจากอำนาจใน เหตุการณ์พฤษภาคม 2535 พันศักดิ์ ก็อยู่เบื้องหลังการต่อสู้ ในหลายเรื่อง จนกระทั่งรสช.พ่ายแพ้ไป

ความจริงข้อนี้ โกตั๊บ ไม่เคยบอกให้โลกรู้ ฉวยเอาเป็นคุณูปการแต่ลำพังของตนเอง ทั้งที่ความจริงแล้ว โกตั๊บนี่แหละ เผ่นหนีก่อนใครไปตั้งหลักที่อังกฤษ ก่อนวันที่ 17 พฤษภาคม อันเป็น วันสำคัญในการต่อสู้ ทิ้งให้พนักงานจัดการปัญหาตามลำพัง โดยโกตั๊บได้ แต่โทรศัพท์ทางไกลมาถามอย่างขี้ขลาด และมักจะจบด้วยคำพูดว่า “ขอให้สู้ต่อไป ไม่ต้องห่วง พี่อยู่ทางนี้เอาใจช่วยเสมอ”

เมื่อรสช.พ่ายแพ้ และประชาธิปไตยกลับคืนมา โกตั๊บกลับเมืองไทยวางแผนใหญ่กว่าเดิม โดดเข้าสนับสนันทางการเงินแก่ทั้งเฉลิม อยู่บำรุง และจำลอง ศรีเมือง ในการ เลือกตั้งทั่วไป เพื่อหวังกลายเป็นนักเชิดหุ่นทางการเมือง

แม้จะมุ่งหวังสร้างอำนาจการเมือง แต่โกตั๊บก็ไม่ลืมวิชามารใหม่ ทำตัวเป็นวิศวกรรมการเงินทุนรอบใหม่ ปั้นแต่งบริษัทใหม่ร่วมกับสุพจน์พงศ์ วิไลพันธ์ นัก อุตสาหกรรมแปรรูป ไม้ยาง พาราจากหาดใหญ่ หาเงินหลายร้อยล้านจากตลาดหุ้นอีก แต่เมื่อสุพจน์พงศ์ร่ำรวย ขึ้นมา ก็ตีจากไปเป็นนายทุนพรรคประชาธิปัตย์โดยผ่านทาง สุเทพ เทือกสุบรรณ ทำให้ โกตั๊บ ตัดขาดจากสุพจน์พงศ์

เป้าหมายต่อไปของโกตั๊บ อยู่ที่การสกัดกั้นการเข้าสู่การเมืองของทักษิณ ชินวัตรซึ่งยาม นั้นกำลังเจรจาซื้อพรรคการเมือง แต่มาได้ของฟรีเมื่อจำลอง ศรีเมือง ยกพรรคพลังธรรมให้

โกตั๊บเลยต้องหาทางใหม่ จับมือกับบุญชัย เบญจรงคกุล แห่งกลุ่มยูคอม หวังล้อมกรอบทักษิณ โดยให้สื่อในเครือสร้างภาพให้บุญชัยเป็นดาวเด่นวงการโทรคมนาคมเหนือทักษิณทั้งที่ไม่เคยเป็นจริง แล้วก็เจรจาขอส่วนแบ่งสัมปทานบริหารเครือข่ายโทรศัพท์มือถือจากบุญชัย

การขยายอาณาจักรอย่างยิ่งใหญ่ในนามเอ็มกรุ๊ป ไปแบบปลาหมึกยักษ์ของโกตั๊บ ด้วยแผน “3 ขา” (ปั้นบริษัทเข้าตลาดหุ้นในประเทศ ปั้นบริษัทต่างประเทศขายนักลงทุนตะวันตก และเชิดหุ่นการเ”มืองในประเทศ) เกือบจะสำเร็จ แต่ “คนบัญชา มิสู้ฟ้าลิขิต” เมื่อฟองสบู่เศรษฐกิจไทยแตกครั้งใหญ่ จนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ต้องลอยตัวค่าเงินบาท แผนโกตั๊บที่จะปั้นบริษัทหลอกขายทุนตะวันตกกลายเป็นอากาศธาตุในฉับพลัน และตัวเขาเองกลับกลายจากเศรษฐีมีเงินสดเหลือเฟือ กลายเป็นคนมีหนี้สินล้นพ้นตัวอีกครั้ง

วิกฤตครั้งนั้น ทำให้เขากลับมาสู่จุดเดิมอีกครั้ง ต้องหนีไปบวชกับหลวงตาบัว ระยะหนึ่ง ก่อนจะกลับซมซานไปขอความ ช่วยเหลือจากธารินทร์ นินมานเหมินทร์ พี่ชายของ เพื่อนเก่า ศิรินทร์ ให้ช่วยเจรจาเรื่องหนี้สินที่ติดค้างเป็นเอ็นพีแอล กับเจ้าหนี้นับสิบๆราย แต่ไม่สำเร็จ

เขาระบายความโกรธ ด้วยการใช้นามปากกาเขียนและพูดเล่นงานธารินทร์จนงอมพระรามด้วยข้อเท็จจริงที่เล่าไม่หมดผสมกับข้อเท็จจริงที่ประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยตรรกะตามสูตรโฆษณาชวนเชื่อและโกหกคำโต ขณะเดียวกันก็หาทางเอาตัวรอด อาศัยช่องโหว่ของกฎหมายล้มละลาย ล้มตัวเอง ไม่ชำระเงินเพียงแค่ 300 ล้านบาท โดยอ้างว่า “ผมวิจารณ์ธารินทร์มากในเรื่อง ปรส. โกรธผมไม่มีดี เอาตรงนี้มาบีบผม มาฟ้องให้ผมคลานเข้าไปหาเขา ให้ธนาคารมาบีบ” ทั้งที่รู้กันดีว่า จริงแล้วโกตั๊บวางแผนต้องการล้มบนฟูก เพราะเขายังมีเงินสดซ่อนไว้ในธุรกิจหลายแห่งที่ จีนนับพันล้านบาท

การล้มละลายครั้งนั้น นอกจากทำให้เขาลอยตัวจากความรับผิดชอบใดๆแล้วยังทำ ให้เขา พบช่องทางใหม่ในการทำสื่อให้ทรงพลังมากขึ้น นั่นคือ หันมาเล่น เกมขู่กรรโชกนักการเมือง โดยใช้รูปแบบการเมืองวัฒนธรรม ซึ่งสุนัขรับใช้ที่เขา เคยเขี่ยทิ้งมาก่อนอย่างคำนูณ สิทธิสมานที่ ซมซานกลับมาสยบแบบสิ้นท่า มีความถนัดเป็นพิเศษ ช่วยยกระดับจาก”โกหกเพื่อตบทรัพย์ ”เป็น”โกหกเพื่อชาติ”

ถึงเวลานี้ โกตั๊บ ได้บทเรียนครั้งใหม่แล้วว่า การยุ่งกับเมืองวัฒนธรรมแบบไทยให้ปลอดภัยที่สุดนั้น ต้องแอบอิงคุณธรรม สถาบันสูงสุด และชายผ้าเหลืองเป็นเครื่องมือแห่งอำนาจอย่าได้ขาด และเขารู้ดีอีกว่า การยืนอย่างหมิ่นเหม่กับแง่มุมของกฎหมายนั้น ทำให้มวลชนที่หวาดกลัวอำนาจ ชื่นชมความบ้าบิ่นแบบขุนแผนและอิเหนาได้มากเพียงใด

เมื่อทักษิณขึ้นสู่อำนาจในระยะแรก โกตั๊บและเพื่อนพ้อง ยกโขยงเดินหน้าเข้ารับใช้ทักษิณอย่างสุดลิ่ม โกตั๊บเองประกาศตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์แม้วตัวจริงเปิดเผย โดยบอกว่า ทักษิณ ชินวัตรนั้น เป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดที่ประเทศไทยเคยมีมา

สิ่งที่โกตั๊บได้รับกลับคืนจากการรับใช้ทักษิณคือ ผลประโยชน์ที่ต่อรองมาได้ เช่น

1) รายได้จากค่าโฆษณาที่รัฐวิสาหกิจเกือบทั้งหมดในกระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม ทยอยเข้าคิวทำสัญญาซื้อพื้นที่และเวลาโฆษณาในเครือข่ายสื่อของโกตั๊บ เป็นเงินรวมกันหลายร้อยล้านบาทต่อปี ซึ่งเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เมื่อครั้งเป็น สว. และนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์เคยยกขึ้นมาจับผิดมาแล้ว

2) ขยายอิทธิพลเข้าไปแย่งเวลาจัดรายการทางโทรทัศน์และวิทยุหลายแห่ง โดยเฉพาะเครือ อสมท. และ 11 News 1

3) ใช้อิทธิพลทางการเมืองต่อรองลดหนี้ รัฐบาลทักษิณช่วยลดหนี้ของกลุ่มผู้จัดการจาก 7 พันล้านบาท เหลือแค่ไม่ถึง 1 พันล้านบาท โดยเฉพาะหนี้กับธนาคารกรุงไทยนั้น วิโรจน์ นวลแขลดให้จาก 1.4 พันล้านบาทเหลือแค่ 260 ล้านบาท

ช่วงเวลาทองนี้ โกตั๊บจ้องหาผลประโยชน์กันอย่างมูมมาม ที่ทำงานของเขา กลายเป็นสถานที่จัดแบ่งผลประโยชน์จากหัวคิวและค่าเช่าส่วนเกินทางเศรษฐกิจ และทำให้โกตั๊บกลับมาเป็นเจ้าบุญทุ่มฟาดดารานักร้องตามถนัดได้อีกรอบหนึ่ง โดยมีนายหน้าเจ้าเก่า แม่ช้อย นางรำ หรือ สันติ เศวตวิมล หรือ ซ้อเจ็ด เป็นคนกลาง

ความยิ่งใหญ่ของโกตั๊บต่อรัฐบาลทักษิณ ทำให้เสี่ยใหญ่ที่จนตรอกอย่างประชัย เลี่ยวไพรัตน์เพราะถูกยึดกิจการปิโตรเคมีไป ต้องเข้ามาสวามิภักดิ์เพื่อให้โกตั๊บช่วยเหลือ ซึ่งโกตั๊บก็งับเหยื่อที่อ้วนพีอย่างชาญฉลาด ทำให้ประชัยต้องจ่ายเงินสนับสนุนโทรทัศน์ดิจิตอลของโกตั๊บเดือนละกว่า 10 ล้านบาท

ไม่นับตำรวจอีกนับไม่ถ้วนที่เวียนเทียนกันมาสยบเพื่อให้เขาใช้เส้นสายฝากฝังตำแหน่งต่างๆให้ตามปกติ

อาจจะเป็นเพราะเสี่ยประชัยนี้เอง ทำให้ความยิ่งใหญ่ครั้งใหม่ของโกตั๊บสะดุดหยุดลง เพราะทักษิณชักเริ่มหวาดระแวงพฤติกรรมของโกตั๊บมากขึ้น

ผลลัพธ์คือ แผนงานเรื่องช่อง 11 News 1 ถูกขัดขวาง และ ปตท. ซึ่งมีข้อตกลงซื้อโฆษณา 60 ล้านบาท(หลังจากเคยซื้อมาแล้ว 55 ล้านบาท) ถอนการสนับสนุนทางการเงิน ทำให้โกตั๊บมองว่า ถูกทักษิณหักหลัง จึงกลับท่าทีใหม่จากรับใช้ มาเป็นการประกาศศึกอย่างเปิดเผย เล่นเกม”ตายเป็นตาย”กับทักษิณ พร้อมกับประกาศว่า ทักษิณคือผลพวงของความน่าขยะแขยงของสังคมไทย โดยประเมินสถานการณ์จังหวะที่สังคมชนชั้นกลางในกรุงเทพและอมาตยาธิปัตย์กำลังเริ่มหวาดกลัวความยิ่งใหญ่ของพลังมวลชนเบื้องหลังอำนาจของทักษิณรุนแรงขึ้น เดินหน้าสร้างตัวเป็นวีรชนแบบเดียวกับกรณีพฤษภาคม 2535 อีกครั้ง ด้วยการหันมาโจมตีนโยบายทักษิณ โจมตีโลกาภิวัตน์ โจมตีนโยบายเสรีนิยมทางเศรษฐกิจ โจมตีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างปตท. และโจมตีนักการเมืองจากการเลือกตั้ง โดยอ้างเหตุผลแบบองคุลีมาลว่า “สมัยก่อนผมเชียร์เขา ผมโง่ไปแล้วผมหลงผิดไป แต่ผมไม่ผิด เพราะผม เคยเชียร์ใครแล้วต้องเชียร์ไปตลอดชีวิตหรือ ถ้าคนหนึ่ง เป็นเพื่อนที่ผมรักมาก แล้วมาทำลายชาติ ทำลายแผ่นดิน ผมก็ไม่รักได้”

จากนั้น อย่างที่รู้กัน โกตั๊บอาศัยการนำเสนอข้อมูลด้านเดียวของข่าวสารชนิดที่ฉีกตำราวารสารศาสตร์ทุกสำนัก แต่ไปเข้าข่ายตำราโฆษณาชวนเชื่อ สร้างภาพตนเองในฐานะ แจ๊คผู้อาสาปราบยักษ์ เชื่อมโยงสร้างพันธมิตร 3 ประสานขึ้นมาได้สำเร็จ นั่นคือ ใช้สื่อในมือสร้างประเด็น -พันธมิตร/มวลชนสร้างกระแส – ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญสนับสนุนเบื้องหลัง เพื่อเป้าหมายโค่นล้มทักษิณจนตกจากอำนาจ

เมื่อทักษิณตกจากอำนาจ โกตั๊บก็ไม่รีรอกระโจนร่วมมือกับเผด็จการทหาร เร่งเข้ากอบโกยผลพวงของอำนาจอย่างละโมบมูมมามในช่วงรัฐบาลขิงแก่ (โดยเฉพาะผลประโยชน์จากการย้ายบางส่วนของสนามบินสุวรรณภูมิมาที่ดอนเมือง เป็นเงินหลายร้อยล้านบาทในแต่ละปี และผลประโยชน์กับการจัดซื้อพิเศษของบริษัททีโอที จำกัด(มหาชน) หรือ องค์การโทรศัพท์เดิม แต่ในที่สุด ความไร้สมรรถนะของเผด็จการ ทำให้”ผีทักษิณ”สามารถฟื้นกลับมาหลอกหลอนโกตั๊บและพวกครั้งใหม่

วันนี้ เมื่อประชาธิปไตยกลับคืนมา โกตั๊บที่ฐานะการเงินร่อยหรอลง เพราะคนรู้ทันพฤติกรรมโกหกเพื่อชาติมากขึ้น จึงต้องดิ้นรนออกมาใช้วิชามารครั้งใหม่ ด้วยการสร้างประเด็นให้สังคมแบ่งออกเป็นสองขั้ว ตอกลิ่มสร้างอาณาจักรแห่งความกลัวขึ้นมาโดยข้ออ้างสู้กับ “ผีทักษิณ” รอบใหม่

การกระทำเช่นนี้ ลิ้ม โกตั๊บ หวังลมๆแล้งๆว่า คนไทยที่เคยรักประชาธิปไตยนั้นโง และขี้ขลาดมากพอที่จะยอมให้พวกเขาโกหกคำโต และประดิษฐ์ข้อมูลเทียมอันต่ำช้าสามานย์ชี้นำสังคมไทย ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนอย่างที่เคยทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้งต่อไป

ความจริงจะเป็นอย่างที่โกตั๊บคาดหวังหรือไม่ เราคงจะได้รู้กันในไม่ช้า

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 16/09/2011 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

ประพันธ์ จรกาหน้าดำ แป๊ะลิ้ม ส.ว.คำนูน..ยังคงกระหน่ำด่า นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่อย่างไม่ลดล่ะ ไม่เลิกด่า

น่าแปลกที่ไม่ไปแตะรัฐบาลน้องในไส้ของนักโทษทักษิณ ชินวัตรเลย..
ทั้งที่นางปูแดงไปเขมร ก็เอาเกาะกูด กับเขาพระวิหารไปแลกกับบ่อน้ำมันเขตทับซ้อนไทย-เขมร มา..
แกนนำม็อบเฝ้าส้วมพันธมิตร เงียบฉี่ ไม่รู้อะไรไปอุดปาก..สาวกจ๋าๆ ก็ยังเต้นแร๊งค์เต้นกา ด่านายกอภิสิทธิ์ อยู่ไงก็งั้น..ยังไม่รู้กันเลยว่าหลงลู่หลงทางตกเหวไปกับเขาด้วย..น่าอเน็จจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 15/09/2011 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

ความคิดเห็นที่ 13 นายมันแกว .. ที่ระยองบ้านเรา ตอนพิภพ มาเรื่อง โหวต โน
คนพธม.ระยอง มารับกันแค่ 30 คน มีสาวกกระหน่ำใส่ แกนสาขาที่นี่กันซะ แทบจะมองหน้ากันไม่ติด..
คำที่ถูกกระหน่ำใส่ คือคำอะไรรู้ไหม.."รับเงินไอ้พรรคประชาธิปัตย์มาหรือไงฟร่ะ ถึงเรียกคนมาได้แค่นี้" อืม..

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 15/09/2011 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

ป๊า..
ดูข่าวทีวี ไม่อยากดูสักเท่าไหร่ แต่..ก็ต้องดู เพื่อตามเหตุการณ์สถานะการณ์ได้ทัน จะได้เอาตัวรอดกันได้..

ดูแล้วก้อ..เฮ้อ..เชื้อชั่ว เปรตแดง ยั้วเยี้ย เพ่นพ่าน เต็มบ้านเต็มเมือง..
ถามหน่อย..หากเราปล่อยให้เชื้อชั่วเหิมเกริมอำนาจกันไว้แบบนี้ แล้วคนไทยคนดี จะมีแผ่นดินให้ยืนให้อยู่กันล่ะหรือ..

สื่อทีวีไทย..ข่าวภาคเที่ยงตะกี้..ช่องนี้ชอบส่งนักข่าวตัวเองไปรอรับนางยกน้องในไส้นักโทษทักษิณ ชินวัตร
ทำข่าวเชิงสารคดีเอากลับมากลอกหู กลอกตาประชารากหญ้า..ให้ชื่นชมยินดีไมตรีไทย-เขมร ซะจริงๆ
อะไรก็ดีไปหมด หาเลวทรามต่ำช้าไม่เจอ ทีวีไทย ทำมาหากินด้วยงบภาษีประชาชน แล้วคนไทยคิดไงกับทีวีช่องนี้ล่ะ..

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
จ่าแป๊ะ วันที่ : 15/09/2011 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/24971954

มันไม่ใช่ของแท้เน๊าะ..วันเวลาผ่านไป หางมันก็โผล่ออกมาให้คนทั่วไปได้เห็นกัน

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
นายมันแกว วันที่ : 15/09/2011 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meawkudkun

ในขณะที่กลุ่มอื่นเริ่มออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลปูแดงกันแล้ว แต่ ASTV กับพวกสาวกยังคงหาประเด็นมาด่าปชป.อยู่ได้ทุกวัน
แต่พวกนี้กลับแอบสั่งให้บรรดาสาขาตามต่างจังหวัดให้เริ่มเช็คเรทติ้งกันแล้ว ว่ายังคงมีคนที่ยังศรัทธาเหลืออยู่สักเท่าไหร่ แต่ตัวเลขแท้จริงก็ไม่น่าจะนับได้ เพราะบางจังหวัด ขนาดจัดเลี้ยงฟรี ก็ยังมีคนในจังหวัดมาเพียง 30 กว่าคน ที่เหลือร้อยกว่าคน เป็นคนจากจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมด้วยช่วยกัน แถมในพื้นที่ ต้องนับรวมสตาฟทำงานเข้าไปด้วย
แล้วที่ทนายสุวัจน์ วางแผนว่าถ้าเดือนหน้า มีการตัดสินคดีของพธม. แล้วมีการติดคุก ก็จะยอมติดคุก แล้วค่อยไปรอขออภัยโทษรวมกันกับแดงนี่ ก็ผ่านการเตี๊ยมกับรองนายกฯ เป็ดกันมาแล้ว
หรือไม่ก็รอให้สีเขียวออกมา ตัวเองก็คิดว่าจะได้พ้นผิดกันถ้วนหน้าเช่นกัน
ตอนนี้นอกจากต้องทนดูพฤติกรรมของรัฐบาลนี้แล้ว ยังต้องทนต่อเสียงตอบโต้ผ่านสื่อของเหล่าสาวก ที่กระหน่ากันมากกว่าพวกแดงซะอีก

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
arattikron วันที่ : 15/09/2011 เวลา : 10.50 น.

พวกเราไม่ได้กินหญ้าครับ..

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ต้นตะวัน วันที่ : 15/09/2011 เวลา : 07.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tontawan
http://www.thailandblogawards.com/blogs/show/2243

สวัสดีครับ คุณครู

ขอบคุณครับ คุณครู

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
tanatach วันที่ : 14/09/2011 เวลา : 22.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

สวัสดีครับ..และขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมและคอมเม็นต์

ความจริงจุดประสงค์ที่เขียนเรื่องนี้ ไม่ได้ชมรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เอ่ยว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์

ทั้งหมดเพียงชี้ให้เห็นว่าในการเจรจาระหว่างประเทศ การเจรจาลับ การเจรจานอกรอบ ล้วนเป็นเรื่องปกติ
แต่ผู้นำที่นำเอาเรื่องการเจรจาลับมาเปิดเผยแบบมีกั้ก แบบพูดไม่หมด แม้แต่พูดหมด ก็ยังถือว่าใช้ไม่ได้ ยังถือว่าเสียมารยาททางการทูต ผิดธรรมเนียมปฏิบัติในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การที่ฮุนเซนกระทำเช่นนั้น ถือว่าเป็นผู้นำที่ป่าเถื่อน ไม่รู้เรื่องมารยาท

แต่ถือว่ายังมีเรื่องที่ให้ต้อองคิด ตรงที่ฮุนเซนบอกว่าเขาไม่ตกลงกับคุณประวิตรและคุณสุเทพ โดยพูดแบบไม่ให้เกียรติกับตัวแทนรัฐไทย การกล่าวว่าเลี้ยงแกงเลียงตัวแทนไทยและไม่เจรจาด้วย นี้คือการดูหมิ่นคนไทยหรือไม่...คนไทยรู้สึกยินดีต่อท่าทีฮุนเซนอย่างนั้นหรือ...

และที่แกนนำพธม.เคยกล่าวหาว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์สวมตอ เมื่อเป็นเช่นนี้ยังอยากทราบจากปากแกนนำพวกนี้ว่าตกลงมีการสวมตอจริงหรือไม่ คงไม่ปล่อยให้เงียบหายเหมือนกับหลอกสาวกว่า”การโหวตโนมีผลตามกฎหมาย” เหมือนกับหลากหลายเรื่องราวที่คนเหล่านี้ปลุกกระแสหลอกลวงต่อสังคมแล้วค่อยให้มันเงียบหายไปด้วยเรื่องแหกตาใหม่มาทดแทน

ขอบคุณครับ
ธนธัช

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 14/09/2011 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง


หลังเลือกตั้ง นับคะแนนไปไม่กี่ชั่วโมง สื่อทีวีไทยสื่อใช้เงินภาษีคนไทย
ยังบินไปดูไบ สัมภาษณ์ นักโทษทักษิณ ชินวัตร หน้าตาเฉย..
นักโทษทักษิณ ชินวัตร มันพูดถึงสนธิ ไมใช่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
แต่เป็นสนธิ ลิ้มทองกุล วาทะเหมือนพูดว่ากลับมาจับมือซูฮกอีกแล้ว..

รัฐบาลน้องในไส้นักโทษทักษิณ ชินวัตร ทำงานไป 21 วัน ทำปูทางให้นักโทษทักษิณ ทั้งนั้นเลย
ปลดแต่งตั้งคนดีออก เอาคนชั่วของตัวแดงมาแทน เพื่อให้นักโทษทักษิณ หลุดคุกให้ได้
การที่นางยกในไส้ยังตระเวนไปบรูไน อินโดนีเซีย เขมร นางยกปูแดงเอาคำว่าอาเซียนมาบังหน้า แต่เป้าหมายไปในเรื่องบ่อน้ำมันอ่าวไทยล้วนๆ

อาจารย์เจิมศักดิ์ บอก 20 วัน นายกปูแดงทำงานให้คน คนเดียว คือพี่ในไส้
ไม่ได้ทำอะไรให้คนไทย 65 ล้านคนเลย..

แป๊ะลิ้ม จำลอง และลิ่วล้อ พธม.ไม่ได้ออกมาขยับ กระชากหน้ากากแดงกันเลย..ต่างเงียบฉี่

รู้ทั้งรู้ แต่เงียบฉี่..ทั้งไม่ใช่แค่เขาพระวิหาร รวมเกาะกูด ด้วยที่นักโทษทักษิณ
มันจะเอาไปแลกกับบ่อน้ำมันผลประโยชน์หุ้นส่วนบ่อน้ำมัน คือตัวมันเองคนเดียว
กับหุ้นส่วนบรูไน อินโดนีเซีย ไม่ใช่คนไทยทั้งประเทศ

แป๊ะลิ้มคงรู้ แต่มีแบงค์ 2,000 ล้านทับอยู่ ถึงยังไม่ขยับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 14/09/2011 เวลา : 16.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/daniel

กลายเป็นว่า รัฐบาล ปชป. ทำอะไรที่เปิดเผยก็ดูดี ทำอะไรลับ ๆ ก็ดูเยี่ยม ทำอะไรแย่ ๆ ก็ดูสวย และทำอะไรชั่ว ๆ ก็ดูธรรมดาไปหมดอย่างงั้นกระมังครับ ในขณะที่รัฐบาลพรรคอื่น ๆ ไม่ต้องทำอะไร แค่โผล่หน้าออกมาก็ถือว่าชั่วแล้ว
ฮุนเซ็นไม่ต่างอะไรจากผู้นำเบ็ดเสร็จที่เหลิงอำนาจ แต่ในวันนี้ เขายังอยู่ได้ก็เพราะยังคงบริหารผลประโยชน์ทุกอย่างให้ลงตัวเท่านั้นเองครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Maira วันที่ : 14/09/2011 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะ..

สนธิเคย ปะฉะดะ กับฮุนเซ็น
เดี๋ยวนี้เงียบเป็นเป่าสาก ..

เพราะอะไร..?
หรือเพราะว่ามีอาจมเต็มปาก?

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลุงวอ วันที่ : 14/09/2011 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พี่โบเดีย วันที่ : 14/09/2011 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/borderline

ไม่รู้เจ้าสำนัก เอ่เอ้ ทีวี มีดีอะไร
พูด อะไร ให้ ควายๆๆฟังก็เชื่อกันไปหมด
สุดท้ายก็เผยทาสแท้ออกมาว่า เป็น ของเทียม

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 14/09/2011 เวลา : 14.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ดูไปแล้วฮุนเซนก็คือแกนนำคนเสื้อแดงสาขาเขมรนั่นเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ทักษิณที่ฮุนเซนยอมนับถือให้เป็นที่ปรึกษานั้น กลับต้องเอาตัวอย่างฮุนเซนในการครองอำนาจเบ็ดเสร็จครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 14/09/2011 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

ผู้นำในกองทัพไทย มีความสนิทสนมกับผู้นำเขมรต่างระดับกัน การใช้เขมรเป็นเครื่องมือทางการเมืองทำร้ายประเทศไทย เก็บเงินใส่กระเป๋ามีมานานแล้วครับ

ถ้าเอ่เอ้ทีวีจะหาเศษหาเลยจากงานนี้ก็อย่าได้แปลกใจ เพราะครั้งหนึ่งผู้นำเขมรบอกให้รัฐบาลไทยกำหราบเอ่เอ้ทีวี ( สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ) แต่รัฐบาลไทยก็ไม่ได้ทำอะไร

แล้วม้อบส้วมก็ร้างลาไปเอง เที่ยวนี้เปลี่ยนรัฐบาล ก็อย่าได้แปลกใจ สื่อรับจ้างจะหันไปเข้าข้างเขมร

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Payont วันที่ : 14/09/2011 เวลา : 13.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

กุ๊ย ฮุนเซน นั่งหัวเราะชอบใจ ในความโง่เขลาเบาปัญญาของคนไทยบางคน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ขาว วันที่ : 14/09/2011 เวลา : 13.24 น.

เจอหมาบ้ากับเจอนายฮุนเซนอยู่ตรงหน้า ผมขอตีนายฮุนเซนก่อนเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]