*/
  • tanthainium
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-09-01
  • จำนวนเรื่อง : 120
  • จำนวนผู้ชม : 224464
  • จำนวนผู้โหวต : 181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 181 คน
วันศุกร์ ที่ 8 ตุลาคม 2553
Posted by tanthainium , ผู้อ่าน : 3940 , 01:22:38 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน hayyana , แม่ยายมากับตามี และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

เรื่องของ DAY 5 มีความหมายมากมายนัก หวังว่าเพื่อน ๆ พี่ ๆ อ่านตอนนี้แล้ว จะเข้าใจความรู้สึกของอิฉันมากกว่าเก่า...ก็เท่านั้น

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

DAY 5

นาฬิกาปลุกฉันให้ตื่นนอนตอนประมาณ 7.30 น.

ถึงแม้ว่าอยากจะนอนต่อ แต่ฉันรู้อยู่แก่ใจว่ามีคนรออยู่ข้างนอกห้อง

อาหารเช้าในวันนี้ ที่มีฉันร่วมโต๊ะกับ papa mama คือขนมปังและผลไม้ (เท่านั้นเองหรือ)

ฉันขออนุญาตพวกเขาทอดไข่ดาวกิน..ไม่เช่นนั้น ฉันคงแย่เหมือนเดิม

เช้านี้..เจ้านายฝรั่งของฉัน โทรมาจากเมืองไทยเพื่อถามไถ่ความเป็นไปของพวกเราทุกคน

Papa บอกรายละเอียดหมดทุกอย่าง มีเหลือเพียงอย่างเดียวที่แกไม่ได้บอกลูกชายไป คือเรื่องฉันใส่กางเกงในสีอะไร (เพราะแกไม่เห็นนะซี)

ระหว่างที่ papa สนทนามาราธอนอยู่กับลูกชาย ฉันจึงบอกกับ mama ว่าต้องการจะซักผ้า mama จึงเอาเสื้อผ้าที่ฉันต้องการซักออกมากาง เพื่อจะซักให้ดูเป็นตัวอย่าง

“ตายละวา !!!!” ทั้งเสื้อชั้นใน จีสตริง ลิงเล็ก ลิงใหญ่ของฉัน ถูกแกสำรวจจนหมดสิ้น โชคยังเข้าข้างฉันที่ mama ไม่คว้ามาดมด้วย (เอ...หรือฉันควรพูดว่าโชคเข้าข้าง mama มากกว่า ดีนะ)

แกจัดการพาฉันไปที่อ่างล้างจาน แล้วเปิดก๊อกน้ำร้อน จากนั้นจึงตั้งท่าจะซักให้ฉัน จนฉันต้องรีบแย่งผ้าชิ้นน้อยออกมาจากมือแกแทบไม่ทัน.ฝรั่งเขาไม่คิดไม่ถือ..แต่สำหรับฉันแล้ว..รู้สึกตะขิดตะขวงใจเหลือเกินที่เอาเสื้อผ้ามาซักในอ่างล้างจาน

พวกเขาปรนนิบัติฉันเหมือนดั่งเป็นลูกเล็กเด็กแดงที่กำลังถูกพ่อแม่เลี้ยงอย่างประคมประหงม

ไม่ได้ซักให้ ก็ไม่เป็นไร แต่ mama เอาเสื้อในและกางเกงในของฉัน ไปตากแขวนไว้ทั่วห้องน้ำที่มีขนาดของห้องเพียงช่วงตัวครึ่งเท่านั้น....ฉันรู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูก

ส่วน papa ก็เดินไปเดินมาผ่านน้องลิงของฉันที่ห้อยโหนอยู่ในห้องน้ำเสียหลายตัว

“หมดกัน หมดกัน” ฉันพร่ำพรรณนากับตัวอย่าง อย่างอเน็ดอนาจใจ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนสิบโมงกว่า เราเดินทางไปบ้านของไกด้าและอารี

บ้านของเขาสองคนนี้ อยู่ในแหล่งชุมชนที่ล้อมรอบไปด้วยร้านรวง ซุปเปอร์มาร์เก็ตและห้าง Hema ซึ่งเป็นห้างที่มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหง

 

บ้านเล็กแต่ละหลังในย่านนี้ มีขนาดเท่า ๆ กัน ฉันว่ามันกำลังเป็นขนาดที่พอดีสำหรับสองคนตายายอย่างพวกเขา

อารี พาฉันเดินเที่ยวสำรวจบ้าน ของสะสมของอารี ฉันเห็นแล้วอยากเป็นตีนแมวมายกเค้าเสียจริง ๆ เขาชอบอะไรที่คล้ายคลึงกับฉัน ไม่ว่าจะเป็นของเก่า เครื่องเรือนที่ทำด้วยทองแดงและทองเหลือง เครื่องเคลือบกระเบื้องต่าง ๆ โคมไฟ และเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก

ภาพบน : ด้านหน้าบ้านของอารีและไกด้า..ประตูทางซ้ายสุดคือบ้านของเพื่อนบ้าน

ภาพบน : ของใช้ในสวนหลังบ้าน สุดคลาสสิก

ภาพบน : ด้านหน้าโรงเก็บของ

ภาพบน : โต๊ะทำงานของอารี..คล้ายกับฉันมาก..ของเยอะพอ ๆ กัน

แล้วฉันก็พลันหันไปเห็นเครื่องบดกาแฟโบราณเคลือบทองเหลือง ที่มีรูปร่างคล้ายกับตัวเมื่อวานในเมือง Delf

ฉันเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ถึงขนาดร้องทักทายกับมัน ประหนึ่งว่าอยากชวนให้กลับเมืองไทยไปด้วยกัน

ภาพบน : ของตกแต่งบ้านแบบเก่า ๆ ที่ฉันชอบมาก

ภาพบน : รองเท้าโลหะ ที่อารี เคยใส่จริง ๆ ในตอนเด็ก..สุดว้าวววว..

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เราทุกคน มานั่งล้อมวงดื่มกาแฟ (อีกแล้ว) พร้อมของหวานพื้นเมืองจากเมืองวลาดิงเง็น

อันที่จริง ฉันอยากจะหลีกเลี่ยงกับเรื่องอาหารการกินที่ไม่มีประโยชน์กับร่างกาย แต่จะทำอย่างไรได้..ของแปลกใหม่ในชีวิต จะให้มันผ่านไปโดยไม่ลิ้มลองก็จะเสียโอกาส แล้วฉันก็ต้องสวาปามไปตามระเบียบ

ขนมนี้มีชื่อว่า Tompoes หรือภาษาฝรั่งเศสเรียกกันว่า Pompuche รสชาติของมัน ไม่น่าตื่นเต้นเท่ากับการโฆษณาดึงดูดใจของทั้งสี่ชีวิตที่นั่งอยู่รอบข้าง

ด้วยความที่รสชาติไม่ถูกปาก ขนมชิ้นนี้..จึงมีขนาดใหญ่จนผิดหูผิดตาในความคิดของฉัน แต่ในเมื่อทุก ๆ คน กำลังจดจ้องอยู่แต่กับฉัน เพราะอยากเห็นฉันมีความสุขกับการกินสิ่งที่เขานำเสนอ ฉันจึงต้องขย้อนขนมอันหวานเลี่ยนลงคอต่อไป แต่ขนมเจ้ากรรม มันยังดื้อดึง อยากย้อนกลับออกมาทางเดิมอีกแน่ะ...

”อย่านะ..พวกแกอย่าออกมาให้ฉันขายหน้าเป็นอันขาด” ฉันดุขนม Tompoes

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เรามุ่งหน้าไปเมืองร็อตเตอร์ดัม (Rotterdam) เมืองที่จะเป็นจุดหมายต่อไปของฉันในวันพรุ่งนี้ แต่เมื่อพวกเขาวางโปรแกรมการเดินทางเอาไว้ให้ฉันแล้ว มีหรือที่อาตมาจะขัดศรัทธาคุณโยม

เรามาขึ้นเรือสำราญล่องแม่น้ำดู “เมืองท่า” กัน เรือนี้มีชื่อว่าเรือสปีโด (Spido) มีนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศมาต่อแถวซื้อตั๋วกันยาวเหยียด

Papa เป็นคนซื้อตั๋วให้ฉันเช่นเคย แต่ค่าเรือ Spido ในวันนี้ มีแต่ฉันและไกด้าเท่านั้นที่จะต้องจ่าย ส่วนทั้งสามคนที่เหลือ เขามีอายุเกิน 65 ปีกันหมดแล้ว เขาจึงมีบัตรผู้สูงอายุ ที่สามารถซื้อบัตรส่วนลด Rotterdam Pass ในราคาปีละ 10 ยูโรและสามารถเที่ยวในหลาย ๆ แห่งในเมืองนี้ได้ฟรี จึงเหลือวัยรุ่นอย่างไกด้าและฉัน ที่ต้องจ่ายแพงเท่านั้น

(ไกด้า อายุ 63 ปีค่ะ)

เรือสปีโด คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนดัตซ์เอง เราทุกคนนั่งอยู่บนดาดฟ้าสู้แดดจ้ากับพระอาทิตย์ ฉันพูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่ารังเกียจแสงอาทิตย์แรง ๆ เช่นนี้ขนาดไหน แต่สำหรับพวกเขา มันคือสิ่งที่โหยหากันยิ่งนัก ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงต้องยอมดำตามมารยาท

ถ้ากลับเมืองไทยไป เห็นทีจะต้องบอกทุกคนที่บ้านว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจดำ แต่ดำเพราะความเกรงใจ”

ร็อตเตอร์ดัม นับเป็นเมืองท่าที่ใหญ่โตมโหฬารเสียจริง ๆ เรือส่งสินค้านับร้อยจอดเรียงรายกันที่นี่...ฉันภูมิใจแทนคนดัตซ์ที่ฉลาดและเก่งในด้านการทำธุรกิจต่าง ๆ ประเทศก็เล็ก คนก็น้อย แต่คุณภาพชีวิตต้องยกนิ้วให้เลยจริง ๆ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Papa พาพวกเราไปต่อยังเมืองคินเดอร์ไดค์ (Kinderdijk) ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลก ที่ยังคงอนุรักษ์กังหันลมที่เป็นแบบดั้งเดิมไว้อยู่ ตอนแรก..ฉันไม่ค่อยอยากมาที่นี่เท่าไหร่เพราะได้เห็นกังหันตั้งเยอะแยะแล้วที่เมืองซานส์ สคันซ์ แต่พอได้มาถึงที่นี่ แล้วอยากจะตบปากตัวเองนักที่ทำเป็นกระบิดกระบวนไม่อยากมา เพราะที่นี่นับเป็น “ที่สุด” ของการเดินทางระหว่างการมาพักที่วลาดิงเง็นกับพวกเขาเลยก็ว่าได้

หลังจากที่เราอิ่มหนำสำราญกับเฟร้นฟราย (อีกรอบ) เราก็ออกเดินไปยังทุ่งกังหันลม ระหว่างทางที่เดิน ฉันนึกอิจฉาผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ยิ่งนัก ก็วิวทิวทัศน์ที่อยู่หลังบ้านของพวกเขา มันแทบจะเหมือนเมืองในนวนิยายรักโรแมนติกก็ไม่ปานอยู่แล้ว

ภาพบน : หน้าบ้านเป็นแบบนี้ หลังบ้านเป็นทุ่งกังหันลม ตาย ๆ ๆ อิจฉาตายแล้วฉัน

ทุ่งกังหันลมคินเดอร์ไดค์ ตั้งอยู่ริมลำคลองเรียงรายเป็นแถวยาวทั้งสองฝั่งสุดลูกหูลูกตา กังหันลมที่อนุรักษ์นี้มีเหลือเพียง 19 ตัว พร้อมทั้งมีบ้านเล็ก ๆ น่ารักอยู่คู่กับกังหันทุกตัวเสียด้วย

การล่องเรือชมกังหันลมในยามที่ตะวันกำลังตั้งองศาให้แสงสวย ฉันอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะต้องกดชัตเตอร์ภาพรัวพอ ๆ กับปืนเอ็ม 16..รูปแล้วรูปเล่า..จนฉันเริ่มเขินอายในพฤติกรรมบ้าของตัวเอง จนต้องแก้เก้อกับ papa และ mama ว่า ฉันถ่ายรูปไปแค่สามพันรูปเท่านั้นเอง..

ที่ท่าเรือ papa พาทุกคนมาแวะที่ร้านขายของที่ระลึก พวกเขารวบรวมเงินกันเพื่อซื้อของที่ระลึกให้กับฉันเป็นของขวัญกลับเมืองไทย ฉันรู้สึกซาบซึ้งตื้นตันจนบอกไม่ถูก

มิตรภาพที่ฉันหยิบยื่นให้เมื่อวันนั้น ไม่คิดเลยว่า..วันนี้ฉันจะได้รับตอบกลับ เสียมากกว่าหลายเท่าตัว

Mama เลือกผ้าเช็ดตัวที่เขียนว่า Kinderdijk และ papa เลือกรองเท้าไม้ให้กับฉัน

ไหน ๆ ก็จะได้เป็นของขวัญแล้ว ฉันเริ่มคุ้นชินกับการเป็นหนู(ผี)น้อยของพวกเขา จึงอ้อนขอเป็นคนเลือกสีและลายเอง ซึ่งพวกเขาดูจะมีความสุขมากกับการได้จัดแจงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง papa

ฉันได้รู้จักกับ papa มากยิ่งขึ้นในวันสองวันนี้ เขามีความเป็นผู้นำสูง คล่องแคล่ว กระตือรือร้น มีระเบียบวินัย มีกฎเกณฑ์กับตัวเอง ชอบวางแผนที่สมบูรณ์แบบ และโครตะระ..รักเมีย.. mama รำพึงรำพันกับฉันว่า papa เป็นผู้ชายที่ชอบความเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ (perfectionist) เพราะอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ แกไม่เคยยอมปล่อยมันไป ผิดกับอารี ที่มักพูดกับฉันตลอดเวลาว่า “sabai sabai” (สบาย สบาย คำนี้ฉันสอนพวกเขา เมื่อครั้งที่พวกเขาไปเที่ยวเมืองไทย)

ฉันรักอารีเหลือเกิน..เหมือนอารี เป็นเพื่อนที่เข้าใจฉันมากที่สุด อารีชอบความเรียบง่ายและไม่ยุ่งยากเหมือนฉัน ส่วน papa ก็คงจะเหมือนคุณพ่อที่ต้องการดูแลลูกสาวให้อยู่ในรากฐานที่ถูกต้อง พร้อมสรรพและดีที่สุด หลายครั้งที่ papa ถามฉันเรื่องความรัก...แม้ว่าฉันจะบอกเขาไม่รู้กี่ครั้งว่าไม่ต้องเป็นห่วงเพราะฉันยังไม่ได้ปักใจรักใครก็ตาม แต่ papa ก็ยังนั่งเอามือกอดอกแล้วส่ายหัวไปมาตลอดเวลา

(อยากรู้เรื่องความรักของฉันที่ทำให้ papa กอดอกส่ายหัว คุณผู้อ่านคนใหม่ต้องกลับไปอ่านบทนำที่นี่นะคะ http://www.oknation.net/blog/tanthainium/2010/09/29/entry-1)

ส่วน mama จะเข้าอกเข้าใจฉันมากกว่า น่าเสียดายที่ “ภาษา”คืออุปสรรคที่ไม่สามารถทำให้เราทุกคนคุยกันอย่างถนัดถนี่นัก..มันจึงไม่มีคำกล่าวขอบคุณใด ๆ จากฉันที่จะทำให้รู้สึกซาบซึ้งอย่างที่หัวใจฉันต้องการบอก

อย่างดี..ฉันก็ได้แต่ไปจูบแก้มและกอดคนนั้นที คนนี้ทีแทนคำพูดและความรู้สึกของหัวใจ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

การท่องเที่ยวใน “วลาดิงเง็น” ปิดฉากลงที่ร้านอาหารจีน ริมแม่น้ำของเมือง

งานนี้ ไกด้ารับหน้าที่เป็นแม่งาน จัดการจองสถานที่และหาที่นั่งที่ดีที่สุดของร้าน โดยไม่ลืมที่จะบอกเหตุผลกับทางร้านว่า จะพาแขกพิเศษที่มาจากเมืองไทยไปที่นั่น

นับเป็นอีกวันหนึ่งที่ฉันจะได้กิน “ข้าว” สิ่งที่วิเศษที่สุดของกระเพาะอาหารอีกมื้อ รสชาติของอาหารที่นี่บรรเจิดเลิศเลอมาก...อาหารก็เยอะ แถมรสชาติอร่อยเหาะ ฉันกินจนพุงกางประหนึ่งจะพูดสั่งเสียกับ “ข้าว” ว่า เราคงจะไม่ได้เจอกันอีกหลายวันเชียวแหละ..แต่กระเพาะทุกคน ย่อมมีขอบเขต ฉันจึงเอ่ยคำว่า “อิ่ม”ในที่สุด

ไกด้า ผู้น่ารัก คงรู้ดีว่าชีวิตนักท่องเที่ยวแบกเป้นั้นมันน่าสมเพศแค่ไหน เธอจึงเสนอที่จะให้แพ็กข้าวและอาหารที่เหลือของฉันและ mama เก็บใส่กล่องเอาไว้กินในวันพรุ่งนี้

บนถนนระหว่างทางกลับบ้าน..ฉันชี้ให้ทุกคนดูชายหญิงกำลังกอดจูบกันอย่างเมามันส์ ประหนึ่งรู้ว่า ไกด้า โจ๋ขาแซวประจำแก๊งค์เรา จะต้องทำอะไรสักอย่าง

และแล้วมันก็เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อไกด้าเลื่อนกระจกรถลงแล้วตะโกนไปว่า

“นี่ ๆ ..จูบกันแบบนี้ ฉันอิจฉานะ เห็นใจฉันบ้างสิ ฉันอยากโดนแบบนี้บ้าง” จากนั้น เราก็ขับรถกันต่อไป

ไกด้า เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีและชอบทักทายทุกสิ่งมีชีวิตที่เดินสวนกับเธอ

Papa เปรยว่า บางครั้งมันก็เป็นผลร้ายเพราะไปแซวชาวบ้านเรื่อยเปื่อย แต่บางคนไม่เข้าใจ

ส่วน mama ศรีภรรยาที่รักของ papa ออกจะเป็นคนขี้อายและเงียบเฉยเสียมากกว่า

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เรามาส่งไกด้าและอารี ที่บ้าน

ไกด้า มอบเครื่องบดกาแฟให้ฉันจริง ๆ ด้วย เธอแพ็กใส่พลาสติกกันกระแทกอย่างแน่นหนาเพราะรู้ดีว่าหนทางแบกเป้ในยุโรปของฉันยังอีกยาวไกลนัก

ของสะสมที่ไกด้ามอบให้นั้น..แม้มันจะไม่สมบูรณ์แบบเหมือนของใหม่ แต่ถ้าเทียบเป็นมูลค่าทางจิตใจแล้ว ฉันตีราคาไม่ออกเลยจริง ๆ กับสิ่งที่ได้รับ..นี่คือของขวัญที่ถูกใจฉันมากที่สุด ขอบคุณค่ะ ไกด้า..

ภาพบน : ลาก่อน..ดอกไม้ในสวนของไกด้าและอารี

สุดท้ายของเวลา..ฉันรู้สึกใจหายที่เราต้องจากกัน เพราะฉันก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่หรือทั้งชีวิตนี้ เราจะมีโอกาสได้พบกันอีกครั้งหรือไม่ พวกเขาทั้งสองคนก็อายุมากแล้ว ส่วนฉันก็ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้ชีวิตเราเองจะเป็นอย่างไร

การได้พบและรู้จักไกด้าและอารี นับเป็นสิ่งที่ดีในชีวิตอีกเรื่องหนึ่ง กับเรื่องความรักบริสุทธิ์ที่เรามอบให้กันและกัน กับเพื่อนต่างวัยที่เข้ากันได้ดี จนบางครั้ง...แทบดีกว่าเพื่อนวัยเดียวกับฉันบางคนเสียอีก

รถกำลังค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไป ไกด้า และ อารี ยืนโบกมือลาฉันอยู่ริมรั้ว

ฝนเริ่มตกพรำ ๆ น้ำตาฉัน ก็เริ่มอยากจะไหลออกมาตามสายฝนนั้นเช่นกัน

(จบตอนของวันที่ 5 แล้วค่ะ)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

           มุมนี้..เอาไว้ส่งความคิดถึง..เป็นที่สุด

xoxoxoxoxoxoxoxoxoxoxoxoxoxoxoxoxo

“คุณว่า ผู้หญิงที่นั่งกอดเครื่องบดกาแฟแล้วร้องไห้ฟูมฟายอยู่คนเดียว..ดูเหมือนคนบ้าไหมคะ”

ผู้หญิงบ้าคนนั้นคือฉันเองค่ะ

มันเกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน ในขณะที่ฉันเขียนเรื่อง “อย่าได้แคร์ฯ” ไปได้ 3 วัน

 

เมื่อฉันเริ่มเขียน ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็เริ่มผุดขึ้นในดวงตาแห่งความหลัง..ฉันมีอาการ “คิดถึง”

 

และคิดถึงทุกอย่างแม้กระทั่งรสชาติของความหิวที่ซมซานทรมานร่างกายอยู่หลายเพลา

 

แต่สิ่งที่ฉันคิดถึงมากที่สุดก็คือบุคคลที่ฉันกล่าวขึ้นในแต่ละตอนที่ได้พบพาน นอกจากลอร่าที่ฉันคิดถึงเป็นคนแรกแล้ว การเดินทางในวันที่ 4 และ 5 ก็ทำเอาฉันคิดถึงคนแก่ทั้ง 4 ที่รักฉันเหมือนลูกหลาน

 

ฉันจึงโทรไปหา papa เพื่อให้หายคิดถึง…

 

“ฉันดีใจนะที่เธอโทรมา แต่ลูกชายฉันบอกเธอหรือเปล่าว่า ไกด้า จากเราไปแล้ว” ฉันหูชาเมื่อ papa พูดคำนั้น

 

“อะไรนะคะ น้องสาวของคุณ ..คุณมีน้องสาวกี่คนกันคะ..น้องสาวคุณคนไหนคะ” ฉันรัวคำถามใส่ papa แต่ชายวัย 68 ปี ก็ยังพยายามอธิบายด้วยภาษาอังกฤษที่กระท่อนกระแท่นต่อไปว่า

 

“ฉันขอโทษนะ แต่ฉันไม่เข้าใจคำถามของเธอ แต่ไกด้า ภรรยาของอารี..She goes to Heaven”

She goes to heaven ….she goes to heaven คำนี้ก้องอยู่ในโสตประสาทของฉัน

 

ฉันเข้าใจแล้วค่ะ papa...เด็กอย่างฉันฟังแล้วเข้าใจในทันทีกับคำว่า...ไกด้าไปสวรรค์แล้ว..

สิ่งแรกที่ฉันทำ หลังจากวางสายลง ..คือการเดินน้ำตานองหน้า แล้วเข้าครัวเพื่อคว้าเครื่องบดกาแฟ ของสะสมของไกด้าที่มอบให้กับฉันก่อนเราจาก

...........................................................................................................................

ฉันขอถามคุณอีกครั้ง

“คุณว่า ผู้หญิงที่นั่งกอดเครื่องบดกาแฟแล้วร้องไห้ฟูมฟายอยู่คนเดียว..ดูเหมือนคนบ้าไหมคะ”

...........................................................................................................................

ฉันอาจอยากกอดไกด้า...แต่คงไม่มีอะไรที่เป็น “เธอ”ให้คว้านอกจากเจ้าเครื่องบดกาแฟที่ตั้งอยู่ตรงนั้น

ฉันยังคงคิดถึงทุก ๆ คนอยู่ในใจ หากแต่คนที่ฉันคิดถึงมากที่สุดในตอนนี้ คือ ไกด้า

คนเราสามารถ “คลายความคิดถึง” ได้ หากเราได้รับความคิดถึงนั้นตอบกลับมา

แต่กับไกด้า ..แม้ฉันส่งไป เธอก็จะไม่ส่งกลับมาให้อีกแล้ว

ไกด้าและฉัน...เราพบและจากกันด้วยดี ถ้าจะคิดว่านี่คือสิ่งที่งดงาม ก็ไม่น่าจะผิด

ถ้าการจากของเธอ คือการเดินทางต่อไปยังสวรรค์ ฉันยินดีกับเธอนัก

แม้จะยังกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ กับทุกครั้งที่คิดถึงเธอ แต่ฉันอดทนเขียนให้จบเรื่องวันที่ 5 ของการเดินทาง เพื่อคุณที่ติดตามอ่าน จะได้เข้าใจว่าฉันรักและผูกพันธ์กับเธอมากแค่ไหน

นอกจากฉันจะเขียนเรื่อง “อย่าได้แคร์ฯ” ที่อุทิศให้กับคุณลุงคม คำทัปน์ แล้ว..ต่อจากนี้ไป...ฉันจะขออุทิศให้กับไกด้า อีกคนด้วยค่ะ

ไม่ว่าสวรรค์จะอยู่ใกล้หรือไกล แต่ฉันขอให้แรงกุศลนี้..ส่งไปให้ถึงไกด้าด้วยนะคะ

...ฉันรักคุณเสมอค่ะ..ลาชั่วนิรันดร์

ขอบคุณภาพ

ทุ่งกังหันลม

http://www.citypictures.org/r-windmills-234-windmills-kinderdijk-netherlands-3026.htm

http://www.boerhaavextern.nl/SPNHC2009/galeries/Fieldtrips/Kinderdijk1.jpg

http://www.boerhaavextern.nl/SPNHC2009/galeries/Fieldtrips/Kinderdijk2.jpg

เรือสปีโด

http://www.holland.com/meetings/en/dutch-cities/rotterdam/fresh-dutch-view/ 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
tanthainium วันที่ : 27/09/2012 เวลา : 09.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณแม่ยายมากับตามี : ขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ...อ่านแล้วก็ลืมตอบ...ว๊าแย่จัง...ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะพี่

คุณ Hayyana : ดีใจที่ตามมาอ่านค่ะ...ถ้าเริ่มสนใจ แตนว่า ลองเริ่มอ่านตั้งแต่แรกเป็นไง...ทริปนี้...เป็นทริปที่ประทับสำหรับคนเดินทางจริง ๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 27 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
hayyana วันที่ : 26/09/2012 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

มาอ่านกางเกงในตามคำแนะนำครับ
เขาไม่ถือนี่จะถึงขนาดเอาหม้อหุงข้าวหรือหม้อซุ๊ปมาใช้บ้างหรือเปล่าเนี่ย
ยังงงๆครับใครเป็นใคร papa mamaไกด้า
แต่เตือนสติได้ว่าจะทำดีกับใครอย่ารีรอ

เดี๋ยวจะค่อยๆไล่อ่านตอนอื่นๆ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
แม่ยายมากับตามี วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/domyasalob
บ้านเล็กบ้านน้อยอีกหลังหนึ่ง http://www.oknation.net/blog/jankapor

(คุณแตนที่รัก พี่ตั้งตัวได้ตั้งแต่วานนี้ แต่จะมาหาคุณแตน ก็บอกตัวเองว่าขอเวลาเดี๋ยว )จริงๆ อยากกาง NB อ่านเหมือนหนังสือซะให้ได้ แต่ลองทำแล้วมันทุลักทุเลกว่านั่งอ่าน ก็เลยต้องกลับมาทำเหมือนคนปกติ
.
.
จริงๆ อ่านคร่าวๆ ก่อนเงียบหายไปยังหัวเราะคิกๆ เรื่องจีสตริง ลิงน้อย ลิงใหญ่ อยู่เลย แต่วันนี้มาอ่านจนจบ ตั้งใจเสมอ อิ่มเอมปานนั่งฟังคุณแตนเล่า แล้วพี่นอนแกะสิวฟัง บางครั้งก็บอก ช้าๆ หน่อย ไอ้เง็น ๆ น่ะที่ไหนเอารูปมาดูซิ...อ่านถึงตอนที่ถามว่า “คุณว่า ผู้หญิงที่นั่งกอดเครื่องบดกาแฟแล้วร้องไห้ฟูมฟายอยู่คนเดียว..ดูเหมือนคนบ้าไหมคะ” ยังจะบอกคุณแตนว่า ถ้าจะกอดเครื่องฯร้องไห้ สู้มากอดพี่จะดีกว่า..แต่พออ่านต่อ แม่ยายมาฯ ใบ้รับประทานเลยค่ะ
.
.
น้องสาวที่รัก...เก็บความรู้สึกดีดี แบบนี้ไว้ เศร้าผ่านไป จะเหลือแต่ความทรงจำ ไกด้าเธอ Rest in peace แล้วค่ะ...
วันนี้หรือวันไหน คุณแตนก็ยังเป็นคนแปลกหน้าที่ใกล้ใจพี่เสมอ


ความคิดเห็นที่ 25 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
tanthainium วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 00.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณผีเสื้อพเนจร : เครื่องบดกาแฟอันนี้ สงสัยจะต้องขึ้นทะเบียนของรักของหวงแห่ง "รังตั๊กแตน" อีกชิ้นหนึ่งแล้วค่ะ ชอบมากและถูกใจเป็นที่สุดที่ได้รับมา

คุณเกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ : มิตรภาพไม่ได้หาได้เพียงแค่ระหว่างการเดินทางของอิฉันด้วยนะคะ...มิตรภาพจากบ้านโอเคฯ ก็มีมากมายเหลือเกินจริงเชียวค่ะ

คุณสิงห์มือซ้าย : จัดไปแล้วนะคะ ตอนใหม่..ขอบคุณอีกครั้งสำหรับโปรแกรมแต่งภาพตัวใหม่...คงต้องหาเวลาไปคลำดูเร็ว ๆ นี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
tanthainium วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 23.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณtheeratatt : ขอบคุณที่แวะมานะคะ..และขอบคุณอีกครั้งสำหรับภาพงาม ๆ ในดินแดนแห่งความหลังของอิฉัน เช่นกันค่ะ

คุณ เคียงดิน : บนเส้นทางที่อิฉันเดิน..เก็บได้ทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตา.. มันก็เลยมีสุข ๆ ทุกข์ ๆ ปะปนกันไปอย่างนี้แหละค่ะ

คุณ pukpik : ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ..นาน ๆ จะเจอคุณเข้ามาสักที...ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

มารออ่านตอนต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

มิตรภาพ
เป็นของขวัญอันแสนงาม
ของการเดินทาง

ดีใจที่แวะได้ทักทายกันครับ
tanthainium

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

ไม่บ้าหรอกครับ

เครื่องบดกาแฟ สวยมากๆ
และเห็นด้วย อย่างยิ่ง ราคา ของสะสมชิ้นนี้ ประเมินค่า(ทางจิตใจ) ไม่ได้ ครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
pukpik วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 02.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

ตามมาเที่ยวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เคียงดิน วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 00.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

สนุกดีนะแต่จบเศร้าไปหน่อยค่ะ วิวสวยมากๆ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
theeratatt วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 00.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

แวะมาอ่านเรื่องราวจากแดนกังหันลมครับ

ความคิดเห็นที่ 17 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
tanthainium วันที่ : 10/10/2010 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณ nilsamai : ตอนนั้นที่ไกด้ามอบให้ เธอบอกว่า เครื่องบดนี้ยังใช้ได้อยู่ สงสัยต้องหาฤกษ์มาลองบดดูบ้างแล้วค่ะ..ถ้าบดเอง ใช้เองได้จริง ๆ คงจะยิ่งคิดถึงเจ้าของน่าดู

ความคิดเห็นที่ 16 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
nilsamai วันที่ : 10/10/2010 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

เครื่องบดกาแฟมีเรื่องราวดีๆให้ระลึกถึงตลอดไป..


ความคิดเห็นที่ 15 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
tanthainium วันที่ : 09/10/2010 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณ โคมทอง : ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมนะคะ..ชอบเครื่องบดกาแฟ มาก ๆ ค่ะ

คุณ สยุมพร : ขอบคุณที่มาเศร้าเป็นเพื่อน...ตอนแรกไม่รู้จะเขียนยังไงให้เข้าใจว่าเราปวดร้าวเหลือเกิน ตอนนี้พอรู้แล้วค่ะ ว่าเพื่อน ๆ พี่ ๆ หลายคนเข้าใจความรู้สึกนี้ได้...ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

คุณ เจริญขวัญ : สิ่งที่หนูเก็บเอาไว้ในชีวิต มีเรื่อง “ดี” 90 % ส่วนเรื่อง “ไม่ดี” หนูพยายามทิ้งมันไป แต่มันก็ยังติดเหนียวเป็นคราบ และบางครั้งก็สร้างคราบน้ำตาให้กับเราค่ะ..ขอบคุณที่สละเวลาจากงานฟาร์มมาแวะอ่านค่ะ..อิ อิ

คุณ ni_gul : ไม่เจอคอมเม้นท์ของพี่เสียนาน...ดีใจเหลือหลายที่พี่แวะมาอ่าน..ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

คุณ Bhirisa_ภิริสา : ถูกต้องทุกอย่างที่คุณแตนกล่าวค่ะ...ขอโทษที่ทำให้เสียน้ำตา แต่ดีใจที่ไม่เหงาร้องไห้คนเดียว ขอบคุณที่แวะมานะคะ..

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
tanthainium วันที่ : 09/10/2010 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณสิงห์มือซ้าย : ขอบคุณที่เข้าใจหัวอกของอิฉันนะคะ..ร้องไห้เป็นเพื่อนน่ะดีแล้วค่ะ...เวลาไปหาคุณหมอ..เขาจะได้จัดให้เราอยู่ตึกเดียวกันไงคะ..อันที่จริงยังเศร้าอยู่นะคะ..แต่อยากมองโลกในแง่ดีให้มาก ๆ เพื่อจะได้มีแรงดำเนินชีวิตในวันพรุ่งนี้ต่อไป และจะได้มีแรงมาอัพบล็อกในตอนต่อไปด้วยค่ะ

คุณ Bluehill : ไม่ได้มีเวลาคิดเลยค่ะว่ามันของที่ไหน วินาทีแห่งความเป็นความตาย เมื่อได้เห็นเจ้าเมล็ดขาว ๆ สุกอิ่ม “ให้ท่า”อยู่ในจานเปลมาแต่ไกล อิฉันก็ยอมทุกอย่างเพื่อเธอไปแล้วค่ะ...ส่วนเรื่องเครื่องบดกาแฟ..ถ้าไม่ชอบไม่รัก คงไม่แบกมาไกลถึงขนาดนี้..รู้นะคิดอะไรอยู่..

คุณ toondee : มีความสุขที่ได้เล่าเรื่องราว เมื่อสุข..มันก็เลยออกมาแบบสนุก ๆ กระมังคะ...ขอบคุณที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในการห้อยโหนของหมู่ลิงค่ะ

คุณ lim : ชอบรูปภาพลิงตัวนั้นใช่ไหมคะ..ขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่สามารถช่วยให้อิฉันไปสอยมาได้ ถ้าเอา “ลิง” จริง ๆ ของอิฉันมาโพสต์ มีหวังไม่ผ่าน ก.บ.ว. เป็นแน่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 09/10/2010 เวลา : 16.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

...คุณว่า ผู้หญิงที่นั่งอ่าน Entry นี้แล้วน้ำตาไหลอยู่คนเดียว..ดูเหมือนคนบ้าไหมคะ...

แม้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ยังรู้สึกถึงความเศร้าได้...อยากบอกว่า "มันเป็นกำไรชีวิตนะกับการเดินทางในโลกกว้างและได้รับมิตรภาพอันงดงาม" เก็บความทรงจำนี้ให้นานเท่านานนะคะ

เข้าใจอารมณ์ตอนเขียนเลยล่ะ...ว่าต้องร้องไห้ไปด้วยแน่ ๆ

แล้วจะกลับมาอ่านใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ni_gul วันที่ : 09/10/2010 เวลา : 00.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

น้ำตารื้นกับรักข้ามขอบฟ้าและเครื่องบดกาแฟเก่าๆ ที่มีคุณค่าทางใจมากล้นเครื่องนั้น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 22.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

มาอ่านตามสัญญา

เก็บไว้ให้ดีก็แล้วกันเนาะ ทั้งเครื่องบดกาแฟและไกด้า


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สยุมพร วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ooddee

เข้ามากอดเครื่องบดกาแฟ
และร้องไห้ เป็นเพื่อนนะคะ
เข้าใจความรู้สึก จริง ๆ ค่ะ
ไม่บ้าหรอก
ขอให้ ไกด้า หลับสบาย
อยู่ในสรวงสวรรค์ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
โคมทอง วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

เครื่องบดการแฟสวยมากๆค่ะ

อาหารจีนน่าทานจังเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
lim วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meema

แหล่มมากครับ ตุณค่าทางอาหารที่ไหนเลยจะเทียบได้กับอาหารไทยเราไม่มีแน่ๆ
ชอบจังเลยไอ้ลิงตัวนั้นน่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
toondee วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

สนุกดีจังค่ะ เรื่องลิงๆกับที่บดกาแฟไปกันได้ เพราะคารมของคนนำเสนอสุดสนุกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
BlueHill วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เป็นข้าวไทยเราหรือเปล่าครับ
ส่วนที่บดกาแฟสด สวยมาก ๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ได้รับรู้ถึงความผูกพันธ์และการจากไปของไกด้า
ทำให้พรเสียน้ำตา รู้สึกเศร้ากับการจากไปของเธอ
พรคงบ้ามากกว่าคุณ ที่อ่านเอนทรีนี้แล้วร้องไห้

คนเราเจอเพื่อนจากกันจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
tanthainium วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 08.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณราษีไศล : นาน ๆ จะได้เห็นคุณราษีไศล มาเยี่ยมบล็อกตั๊กแตนเขียว ...ยินดีเป็นอย่างยิ่งจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณหลายเด้ออ้าย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ราษีไศล วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 08.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

แวะมาทักทายครับผม

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
tanthainium วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 07.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณ chailasalle : แหะ แหะ ถ้าเรื่องนี้มันเกิดกับคนไทยคนไหน ก็คงจะอยากหาถุงกระดาษ หรือไม่ก็ปี๊บคลุมหัวเหมือนกันนี่แหละค่ะ..

เอ่อ..ว่า แต่ว่า..ขอชื่นชมคุณพี่มากเลยนะคะกับการคอมเม้นท์ในวันนี้...อิฉันอัพเด ทเรื่องนี้เสร็จตอนตีสองครึ่ง ส่วนคุณพี่เข้ามาเม้นท์ตอนเกือบตี 4 ....

นี่เราคงใช้ชีวิตเหมือนอยู่ที่สามเหลี่ยมเมอร์บิวด้า กันเลยนะคะ
ถึงเวลานอนจึงไม่ได้นอน อย่างเช่นประชาชีเขา...หุ หุ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chailasalle วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 03.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

อ่านแล้วขำตามแปลกนะที่ฝรั่งเขาไม่ถือในเรื่องที่คนไทยถือมาก ปล. ภาพเอาปี๊บคลุมหัวสู้ภาพเอาถุงกระดาษคลุมหัวไม่ได้เลยแม้แต่น้อยอิอิ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน