*/
  • tanthainium
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-09-01
  • จำนวนเรื่อง : 120
  • จำนวนผู้ชม : 224304
  • จำนวนผู้โหวต : 181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 181 คน
วันพุธ ที่ 15 มิถุนายน 2554
Posted by tanthainium , ผู้อ่าน : 2999 , 23:20:33 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน แม่ยายมากับตามี , Ae^ และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

DAY 26

เสน่ห์ของการเดินทาง...บางครั้งเราก็สนุกกับมันได้ ตั้งแต่ยังไม่ได้ก้าวเท้าออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำ ความรู้สึกนี้ มันเกิดขึ้นในขณะที่เรายังตักข้าวใส่ปากและแลกเปลี่ยนบทสนทนาแบบเบา ๆ ของเช้าแห่งวัน

“อะไรนะ...คุณจะพาฉันไปเที่ยว บาร์เซโลน่า จริง ๆ เหรอ...บาร์-เซ-โล-นา...ที่อยู่ในประเทศสเปนใช่ไหมคะ” ฉันถามย้ำพ่อหนุ่มฝรั่งเศส เพื่อให้แน่ใจว่าเขากำลังพูดถึง บาร์เซโลน่า (Barcelona) เพราะภาษาอังกฤษอันกระท่อนกระแท่นของเขา อาจพูดถึง บานาน่า (Banana) ก็ได้ แต่ถ้าเป็นอย่างหลังจริง ๆ ฉันคงจะอยากสปริท (Split อันที่หมายถึง แยก, แตกวง) ให้รู้แล้วรู้รอดเสียตรงนั้น

ฉันตื่นเต้นดีใจจนบอกไม่ถูก เพราะก่อนเดินทางมา ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรนักว่าภายใน 15 วันที่แวะเยี่ยมอีริคนั้น ฉันจะได้เจอสิ่งใดและได้ไปไหนบ้าง รู้อยู่อย่างเดียว คือฉันอยากมาสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ และดูสภาพความเป็นจริง ซึ่งฉันอาจจะต้องอยู่ด้วยกันกับเขาในอนาคต ทั้งนี้ ในกรณีที่หากว่าเราสองคนมีอนาคตด้วยกัน (เท่านั้น)

“เราจะไปกันเมื่อไหร่ ไปกี่วัน แล้วที่พักอีกล่ะ เราจะมีที่นอนไหม ในเมื่อเราไม่ได้เตรียมตัวอะไรล่วงหน้าเลยสักอย่าง” ฉันพ่นคำถามตามวิสัยของนักวางแผนการเดินทางตัวยง

แต่..เสน่ห์ของการเดินทาง...บางครั้งเราอาจสนุกได้ทวีคูณขึ้นอีก หากเราเติมความ “เสี่ยง” และ “กล้า” แต่ถ้ามีความ “บ้าบิ่น” (ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีก็ได้) ที่บังเอิญเราได้มันมาแต่กำเนิดและเราเกิดได้พบเพื่อนร่วมทางที่มีระดับ “ความพิกล” ที่ไม่ต่างกันนัก เส้นทางของการผจญภัย ก็อาจจะลงเอยอย่างทริปของฉันกับอีริคก็เป็นได้

เราสรุปกันได้ว่า...จะออกเดินทางกันในบ่ายของวันนี้เลย ส่วนจะไปกี่วันนั้น ค่อยไปคิดตัดสินใจเอาข้างหน้า และโรงแรมที่พักก็ไม่ต้องกังวลเพราะเราจะนอนกันในรถ ส่วนเรื่องห้องน้ำห้องท่า ก็ค่อยว่ากันอีตอนข้าศึกบุก ก็เท่านั้น

อีริค..ตระเตรียมความพร้อมของรถรา ฟูกที่นอนแบบบางถูกพับใส่รถ เพื่อพร้อมกางใช้ในยามค่ำคืน เขามีตู้เย็นเล็กสำหรับประจำรถ แท็งค์น้ำดื่มและอาหารการกินต่าง ๆ ครบถ้วน ดูแล้ว..ไม่น่าจะลำบากเท่าไหร่นัก ดีไม่ดี อาจจะสะดวกสบายด้วยซ้ำไป

ยานพาหนะคู่ใจของสหายอีริค เคลื่อนตัวออกจากบ้านในช่วงบ่าย 2 โมง ตามกำหนดเวลาที่วางไว้

รถแล่นผ่านเส้นทางที่คุ้นเคยไปได้พักใหญ่ จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนเป็นเรื่องใหม่ ถนนหนทางใหม่ โดยคราวนี้เป็นโทลล์เวย์ที่ตัดลอนเส้นทางให้ระยะสั้นลง โดยแทนที่จะต้องขับขึ้นไปบนยอดเขา แต่เพียงแค่ลอดอุโมงค์ที่ตัดผ่านภูเขาลูกเดียวกันนั้น เราก็ไปถึงที่หมายได้ไวกว่าที่คิด

“สเปน” แม้เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวไปทั่วโลก และ “บาร์เซโลนา” ก็เป็นหนึ่งในเมืองสำคัญที่หลายคน ถวิลหาอยากได้มีโอกาสไปเยือน แต่ค่าที่ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่า จะได้มีโอกาสมาทักทายบาร์เซโลน่าแบบถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้ ฉันจึงไม่ได้ศึกษาหาความรู้ใด ๆ เกี่ยวกับที่นั่นมาก่อน

เมื่อไม่รู้มากพอ จึงบอกไม่ถูกว่าหัวใจฉันควรจะจดจ่อรอคอยที่จะได้พบเห็นสิ่งใดเป็นที่สุด

ที่ทำได้ในตอนนั้น ก็คงจะเป็นอรรถรสที่ได้ชื่นชมสิ่งแปลกใหม่เมื่อมันได้มาประจัญหน้ากับฉันเสียมากกว่า

เรื่องเช่นนี้ มันก็เป็นการดีไปอย่างเพราะความคาดหวังไว้ล่วงหน้า หลายครั้ง..มักพาความผิดหวังติดตามมาด้วย แต่ในเมื่อเราไม่ได้คาดหวัง แล้วมีหรือ ที่จะได้ผิดหวังกันเล่า...ชีวิตมนุษย์ ก็วนเวียนอยู่แค่นี้สิน่า..

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ภูมิประเทศของสเปน ยิ่งลึกเข้าไปเท่าไหร่ ก็รู้สึกว่าเมืองใหญ่และขยายมากขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างทางของที่นี่ ดูจะมีชีวิตชีวามากกว่าอันดอร์รา ที่ไปเยือนเมื่อวาน แต่หากใครชอบความเรียบง่าย อาจบ่นได้ว่าในแถบสเปน ดูวุ่นวายไปเสียหน่อย

ภาพบน : หุบเขานี้ เปรียบเสมือนกำลังกล่าวว่า welcome to Barcelona ยังไงยังงั้น

เบื้องหน้าที่รถล่องแล่น ฉันมองเห็นเทือกเขาสูง มีลักษณะแปลกคล้ายหินปะการังขนาดใหญ่วางตั้งเรียงอยู่ตระหง่านตา นั่นคือลักษณะพิเศษของเทือกเขาสูงที่มีชื่อเสียงมากในแถบนี้ มันมีชื่อว่ามอนต์เซอร์รัต (Montserrat)

พลขับอีริคเปรยว่า เทือกเขานี้ มีความยิ่งใหญ่และสามารถมองเห็นได้จากเทือกเขาพีเรนีส (Pyrenees) แถวหมู่บ้านเซยากูสของเขาเลยทีเดียว

ภูเขามอนต์เซอร์รัต (Montserrat) เป็นเหมือนเครื่องหมายที่บอกให้ผู้ขับขี่สัญจรบนถนนได้รู้ว่า อีกเพียงแค่ 40 กม. เราก็จะถึง “บาร์เซโลน่า” กันแล้ว

ฉันก้มมองดูนาฬิกาจึงรู้ว่า ขณะนี้เป็นเวลาประมาณ 4 โมงเย็น เมื่อช่างน้ำหนักระหว่างระยะทางกับเวลาที่จะถึงบาร์เซโลน่า ซึ่งบวกรวมกับความ “เงอะงะ” กับถนนหนทาง ของนักท่องเที่ยวอย่างเรา กว่าจะได้ทักทายบาร์เซโลน่าอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มันอาจจะค่ำเกินไปแล้วก็ได้

เพื่อเป็นการกันเหนียวว่าเราจะไม่พลาดสิ่งใด เราจึงตัดสินใจแวะเที่ยวที่ภูเขามอนต์เซอร์รัต กันเสียก่อน

ยิ่งรถเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้สถานที่แห่งนั้นมากเท่าไหร่ ความจอแจของรถบัส รถเก๋ง ต่างก็วิ่งกันขวักไขว่เพื่อหาที่จอดรถกันมากขึ้นเท่านั้น ก็ภูเขามอนต์เซอร์รัต เป็นหนึ่งในทัวร์นอกเมืองบาร์เซโลนา โดยเฉพาะผู้นับถือศาสนาคริสต์ อาจจะยิ่งรู้สึกดื่มด่ำกับการมาเยือนมากกว่าเป็นสองเท่า ค่าที่ ภูเขานี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์โดยมีรูปปั้นพระแม่มารีดำ (Black Madonna หรือ black virgin) ประดิษฐานอยู่ ณ โบสถ์ Benedictine ซึ่งอยู่เบื้องบนนี้

เทือกเขามอนต์เซอร์รัต มีความสูงถึง 1,236 เมตร มีลักษณะเป็นหินตะปุ่มตะป่ำ โดยคำว่า Montserrat หมายถึง ปุ่มปม ในภาษาคาตาลัน ซึ่งเป็นภาษาหลักของคนในแถบนี้ใช้สื่อสารกัน มิใช่ภาษาสเปน อย่างเช่นคนในแถบเมืองมาดริด เมืองหลวงของสเปน ใช้สนทนา

แต่สำหรับฉันแล้ว...ไม่ว่าจะพูดภาษาคาตาลัน หรือภาษาสเปน ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแปลกแตกต่าง เพราะยังไงฉันก็ฟังไม่เข้าใจอยู่ดี

ภาพบน : มองลงไปแล้วหมดกำลังใจเดินจริง ๆ สูงมากกกกก

นอกจากมอนต์เซอร์รัต จะเป็นที่นิยมในการมาเยือนชื่นชมความงดงามและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แล้ว ที่นี่ ยังเป็นที่นิยมของนักเดินป่า นักปีนเขาอีกด้วย จากการคาดคะเนด้วยสายตาหลุกหลิกลอกแลกของฉัน ที่มองจากเบื้องบนลงสู่พื้นล่าง ฉันมีความรู้สึกว่า จุดที่ฉันยืนอยู่นั้น อยู่ใกล้สวรรค์มากกว่าพื้นดิน

แต่สวรรค์ของฉันมีสองนัยยะคือสูงเทียมสวรรค์ กับ หากตกลงไปจากหน้าผาที่ยืนอยู่ ก็อาจจะได้ไปสวรรค์ด้วยเช่นกัน

ภาพบน : ทางขึ้นมาบนเขานี้ด้วยกระเช้าลอยฟ้า...ไม่รู้ว่านั่งแล้วจะน่ากลัวขนาดไหน...สูงจริง ๆ

ฉันเดินเข้าไปภายในศาสนสถานของชาวคริสต์ ภายใน มีศิลปกรรมที่งดงามจนหาใดเปรียบมิได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประติมากรรมรูปปั้นที่ตกแต่งบนอาคารทั้งหลาย ไม่เว้นแม้แต่ขอบประตูหน้าต่างที่งดงามเกินบรรยาย

ภาพบน : ด้านหน้าของศาสนสถาน...หลบหลืบอยู่ในเขาหิน น่าแปลกตา

ภาพบน : ความงดงามด้านใน

ภาพบน : สวยงามเกินบรรยาย

ภาพบน : ก่อนเข้าไปสักการะพระแม่มารีดำ

ภาพบน : ภายในที่งดงาม

การมาเที่ยวที่นี่ หากไม่ได้เข้าไปเคารพสักการะ พระแม่มารีดำ ก็ดูไม่ต่างไปจากการไปเที่ยววัดพระแก้ว แล้วไม่ได้เข้าไปกราบไหว้พระแก้วมรกต นั่นเอง แม้ฉันจะเป็นคนพุทธ แต่ก็ไม่ขัดข้องใจอะไรหากจะได้ไปสักการะพระแม่มารีดำ เฉกเช่นผู้มาเยือนคนอื่น ๆ ฉันต้องใช้เวลานานพอสมควรกับการเข้าไปยืนต่อคิวเพื่อไปสัมผัสรูปปั้นพระแม่มารีดำองค์เล็กที่ตั้งอยู่เบื้องบนนั้น รู้สึกยินดีเป็นยิ่ง ที่ได้มาเคารพสักการะ เพราะคืนนี้ เราจะขอใช้พื้นที่เล็ก ๆ ที่พระองค์ประทับบางส่วน เป็นที่นอนของเรา

ภาพบน : โปสการ์ดพระแม่มารีดำ ที่ฉันซื้อเก็บเอาไว้

ภาพบน : ซุ้มประตูก่อนเข้าไปสัมผัสพระองค์

ภาพบน : ด้านนอกสีสันสดใสไปด้วยเทียนสีบูชา

เมื่อได้ขออนุญาตเจ้าของพื้นที่อย่างเป็นทางการแล้ว ฉันก็ติ๊งต่างจากการได้เห็นพระพักตร์อันเมตตาว่า พระองค์อนุญาตแล้ว จากนั้น ฉันก็เอ้อระเหยลอยชายอ้อยอิ่งมากกว่านักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ที่รีบเร่งเดินแข่งกับตะวันที่ใกล้หมดแสงในไม่กี่นาที

ภาพบน : รูปปั้นทหารที่เดินมุมไหน ก็เหมือนเขามองตาม...

ภาพบน : ศิลปะรูปปั้นนี้ก็สวยแบบชอบกล..

ภายใต้หุบเขาอันกว้างใหญ่ที่มีผู้คนขวักไขว่ในไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานั้น บัดนี้ เริ่มหลงเหลือผู้คนน้อยลงไปเรื่อย จนทำให้ดูว่ามอนต์เซอร์รัตที่เห็นยิ่งใหญ่สง่างาม บัดนี้ ช่างดูน่าเกรงขามสำหรับมนุษย์ตัวเล็ก ๆ อย่างเราสองคนที่ยืนอยู่แต่เพียงลำพังบนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้น

ฉันมองนักท่องเที่ยวคนสุดท้าย ขับรถออกไปจากหุบเขา ก่อนจะสะท้านใจว่า ใคร ๆ ก็ต่างหันหัวกลับบ้านเพื่อเอนกายใต้ผ้าห่มอุ่น ๆ ของพวกเขา แต่สำหรับฉันและสหาย ไม่ต่างอะไรไปจากนกขมิ้นที่ค่ำไหนนอนนั่นเสียจริง ๆ

ภาพบน : มื้อค่ำแห่งวัน...อาหารวางอยู่บนพื้นนั่นน่ะ...ไหวไม๊คะ ท่านผู้อ่าน อิ อิ...

ณ ลานจอดรถบนภูเขามอนต์เซอร์รัต บัดนี้มีเพียงแค่รถจิ๊ปสีขาวของเราเพียงคันเดียวที่จอดอ้างว้างอยู่ตรงนั้น ฉันคุยกับสหายว่า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อาจไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกมานอนค้างอ้างแรมก็เป็นได้

“แล้วเราจะทำยังไงดี” ฉันรู้สึกกังขาและไม่สบายใจหากทำสิ่งใดไม่ถูกต้องตามกฎกติกามารยาทของที่นี่

“งั้นเราอยู่กันไปก่อน จนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาไล่ให้ลงจากเขาก็แล้วกัน” การเดินทางที่ไร้จุดหมาย มันทำให้เราไม่ทางให้เลือกมากมายนัก การตัดสินใจยอมเสี่ยงครั้งนี้ ฉันก็แค่หวังว่ามันจะคุ้มค่ากับประสบการณ์การครั้งแรกในชีวิต ที่จะได้ใช้รถนอนแทนบ้านในระหว่างการท่องเที่ยวก็เท่านั้น

พระอาทิตย์ดวงโตลับลงไปแล้ว ฉันมองเห็นโบสถ์เริ่มมีแสงไฟเปิดรอบบริเวณนั้น รถที่จะเป็นที่นอนของเรา จอดอยู่ใกล้กับหน้าผา ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่งดงามของที่นี่ แถมใกล้กันนั้นก็มีห้องน้ำห้องท่าให้ใช้นับสิบห้องโดยไม่ต้องไปแย่งชิงกับใคร

เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานมากพอที่ทำให้ฉันมั่นใจว่า ฟ้าดินและหุบเขาอันกว้างใหญ่แห่งนี้ กำลังอ้าแขนต้อนรับการมาพักแรมของเรา ฉันจึงรู้สึกผ่อนคลายและเริ่มใช้หัวใจเงี่ยฟังสรรพเสียงต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว

ฉันเดินสำรวจรอบบริเวณประหนึ่งสถานที่แห่งนี้ มีฉันซึ่งได้รับมอบให้ครอบครองเอาไว้ได้หนึ่งคืน เบื้องล่างที่มองลงไป เป็นแสงไฟเรืองรองส่องตามถนนระยิบระยับ ท้องฟ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาประดับประดาไปด้วยเทือกเขาดำมหึมาทิ้งตัวทอดนอนยาวล้อมรอบมอนต์เซอร์รัตประหนึ่งเป็นยามอารักขา

เสียงสายลมพัดหวีดหวิว ระฆังบนโบสถ์ดังหง่างเหงง แสนวังเวงหัวใจ ฉันบอกไม่ถูก ว่าเหตุใดจึงรู้สึกทั้งกลัวและทั้งอ้างว้างในเวลาเดียวกัน

ภาพบน : วิวที่เห็นจากรถที่จอดอยู่

ในความมืดมิดที่ไร้ซึ่งไฟฟ้าจะช่องส่องหาสิ่งใด ๆ ในรถได้ ฉันและสหายต้องควานหาไฟฉายกันจ้าละหวั่น อีริคยื่นไฟฉายสำหรับคาดหัวมาให้ฉัน เพราะจะได้ขีดเขียนไดอารี่บันทึกเรื่องราวการเดินทาง ฉันจำไม่ได้ว่าอยู่กับความเงียบเช่นนั้นนานเท่าไหร่ หันไปมองสหายอีกที ก็หลับพะงาบไปแล้ว

ฉันล้มตัวลงนอน ฟังเสียงใบไม้กระทบกันในยามที่ลมพัดโบก สลับเสียงระฆังที่ดังเป็นระยะ ๆ ตลอดชั่วคืน

เมื่อเคยชินกับมันได้สักพัก ฉันจึงรู้สึกถึงความสงบเย็นในใจ ฉันกล่าวขอบคุณสรรพสิ่งต่าง ๆ ที่ให้เราได้มาพักค้างอ้างแรม ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ หุบเขามอนต์เซอร์รัต แห่งนี้

ขอให้ทุกท่านช่วยคุ้มครองให้ฉันนอนหลับฝันดี และได้พานพบกับสิ่งที่งดงามแห่งวันใหม่ด้วยเถอะ

ฉันขอบคุณ ก่อนปิดเปลือกตาลงอย่างอุ่นใจ

ท้ายเรื่อง : ลองดูของจริงจากวีดีโอสั้นมาก ๆ ดูนะคะ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
tanthainium วันที่ : 23/06/2011 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณผีเสื้อพเนจร : เท่ห์ทั้งคนขับและรถคนขับเลยหล่ะ ขอบอก 555

คุณIcy : ยินดีที่เพลิดเพลินกับเรื่องเล่าการเดินทางของแตนนะคะ อันที่จริง เรื่องนอนในรถ..มันแค่อยากลิ้มลองรสชาติมากกว่า แต่นอนไม่เต็มที่หรอกค่ะ มันกังวลด้วย กลัวด้วยค่ะ แต่มันส์สุด ๆ

คุณเท้าบ่น : ชีวิตก็ไม่ต่างกับการเดินทาง ได้เจอสวรรค์บ้าง ได้เจอนรกบ้าง สลับสับฟันปลากันไป...แต่ยังไงขอเจอนรกน้อย ๆ หน่อยนะคะ

คุณ chailasalle : เก่าด้วย แปลกด้วย สวยด้วยค่ะ พี่

คุณ vii๖ : ถ้าติดตามเรื่องอย่าได้แคร์ฯ มาตั้งแต่ต้น จะเห็นได้เลยว่า แค่เรื่องเล่านี่ก็ใช้เวลานานมาเกือบปีแล้ว...แต่ไปจริง ๆ น่ะ สองสามปีมาแล้วค่ะ....ส่วนจะให้บอกเรื่องแต่งงานในตอนนี้ ก็เหมือนเอาตอนอวสานของละครทีวีมาเล่า อรรถรส อาจจะไม่เหลือให้ใครเฝ้าคอยติดตามอ่านนะซีคะ...ใจเย็นน๊าาาาา นะนะนะนะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
vii๖ วันที่ : 23/06/2011 เวลา : 02.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gutswallow

อยากรู้ว่า ทริปที่ไปมา ไปมาเมื่อไรค่ะเนี่ย...
สเปน แรกๆ คิดถึงวัวกระทิง และพ่อหนุ่มหล่อๆ ฮี่ๆๆ
ว่าแต่ตอนนี้คุณแต่งงานไปยังค่ะเนี่ยยยยยยย
น่าอยู่จัง

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
vii๖ วันที่ : 23/06/2011 เวลา : 02.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gutswallow

อยากรู้ว่า ทริปที่ไปมา ไปมาเมื่อไรค่ะเนี่ย...
สเปน แรกๆ คิดถึงวัวกระทิง และพ่อหนุ่มหล่อๆ ฮี่ๆๆ
ว่าแต่ตอนนี้คุณแต่งงานไปยังค่ะเนี่ยยยยยยย
น่าอยู่จัง

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
chailasalle วันที่ : 19/06/2011 เวลา : 00.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

รูปทรงของภูเขาเป็นหินเก่าสวยมากครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เท้าบ่น วันที่ : 17/06/2011 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/taobon

อย่างนี้เขาไม่เรียกว่าอยู่ใกล้สวรรค์ เขาเรียกว่าอยู่บนสวรรค์ต่างหาก... i love your trip and your dinner( salami)...

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Icy วันที่ : 17/06/2011 เวลา : 00.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hutandoh
I'm not a photographer ติดตาม trip ฝึกถ่ายรูปทางนี้เลยครับ http://www.oknation.net/blog/mrapirak

สุดยอดเลยครับบบบบ
ขนาดอยู่ในเมืองไทย บางคนยังไม่กล้าจอดรถนอนข้างทางเลยนะครับ

สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ตอนนี้สนุกมากๆๆๆๆๆ
และก็ทำให้ได้เห็นบรรยากาศตอนใกล้ค่ำด้วย Y_Y ชอบๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

สวยมากครับ ..
อยากเห็นรถของคุณ อีริค น่ะครับ ท่าทางคงเท่ห์ น่าดู

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
tanthainium วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณ Ae : เรื่องขาดงบนี่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะของแตนที่ได้ไป ก็แทบไม่ต่างไปจากการจับฉลากได้เหมือนกันค่ะ

คุณแม่ยายมา ฯ : นาน ๆ ที จะได้เจอ...คิดถึงจัง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
แม่ยายมากับตามี วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/domyasalob
บ้านเล็กบ้านน้อยอีกหลังหนึ่ง http://www.oknation.net/blog/jankapor

ชอบทุกอย่าง โดยเฉพาะ นัยยะแง "การอยู่ใกล้สวรรค์"

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Ae^ วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 15.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

อลังการมากค่ะ อยากไปบ้างแต่ขาดงบทำไงดี

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
tanthainium วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณศณีรา : ยิ่งใหญ่มากค่ะ

คุณwa-ru : ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ

คุณย่าดา : หนูเขียนอธิบายในคำตอบเม้นท์คุณเจริญขวัญ ข้างล่างนี้แล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
tanthainium วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณพี่เจริญขวัญ : เป็นปลื้มที่ปรากฎร่างในเม้นท์ของน้อง...หลังจากแอบอ่านแบบไม่เปิดเผยมานานหลายตอน

ไอ้ก้อนดำๆ นั่นคือเนื้อหมูสดที่เอาไปตากแห้ง ให้ผ่านการฆ่าเชื้อจากแสงอาทิตย์เป็นเวลานานๆ กินไปก็แข็งๆเหนียวๆกลิ่นคาวๆ555. แต่พอเริ่มชินก็ติดใจค่ะคุณเพ่

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ย่าดา วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

อ่านจนจบเหมือนกัน สงสัยเหมือนคุณเจริญขวัญค่ะ มาเฉลยหน่อย
หุบเขาสวยงามมากแต่ก็แฝงความนากลัวเนอะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
wa-ru วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/traveldiary

เล่าเรื่องได้สนุกดีค่ะ ไว้จะมาตามอ่านตอนอื่นๆอีก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ศณีรา วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 03.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

เก่งจริงๆ ตอนสร้าง..คงใช้แรงงานเยอะน่าดู

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 16/06/2011 เวลา : 02.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

มาลงชื่อว่าอ่านจบจบ
ว่าแต่ ไอ้แผ่นๆ มื้อเย็นนั่น อะไรเหรอ น่ากลัวมากกว่าน่ากินนะเนี่ย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน