*/
  • tanthainium
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-09-01
  • จำนวนเรื่อง : 120
  • จำนวนผู้ชม : 224387
  • จำนวนผู้โหวต : 181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 181 คน
วันศุกร์ ที่ 16 กันยายน 2554
Posted by tanthainium , ผู้อ่าน : 2298 , 14:38:08 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ni_gul , BlueHill โหวตเรื่องนี้

DAY 34

การเดินทางแบกเป้ในยุโรปของฉัน เริ่มนับถอยหลังและกำลังย้อนกลับทางเดิมขึ้นไปเรื่อย ๆ จากฝรั่งเศสไปจนถึงฮอลแลนด์ซึ่งเป็นประตูทางออกที่จะบินกลับสู่ประเทศไทยในเร็ววัน

ฉันตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นนอน ก่อนที่รถไฟจะเทียบเข้าชานชาลาในปารีส เพื่อจะมีเวลา ให้ได้ตั้งสติเตรียมสตางค์ก่อนลงจากรถไฟ จนแล้วจนรอด ก็ต้องกลายเป็นแม่สายบัวแต่งตัวเก้อ เพราะรถไฟเดินทางถึงที่หมายล่าช้า

มิใช่ช้าเพียงแค่ช้า แต่ทว่า ล่าช้าจนผิดปกติ เลยทีเดียว

สำหรับชีวิตนักเดินทางอย่างฉัน ถ้าไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับการขึ้นเครื่องบิน อย่างอื่นที่สายก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลใจนัก ผิดกันกับคนปารีส ที่ต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินเพื่อไปเข้างาน แถมยังแล้งน้ำใจ วิ่งแซงฉันเข้ารถไฟไปขบวนแล้วขบวนเล่าอีกต่างหาก

ก็ทำอย่างไรได้ ในเมื่อสภาพของเราไม่พร้อมนักที่จะสู้รบปรบมือกับใคร เพราะเรามีเป้ใหญ่และกระเป๋าใบเล็กที่ดูพะรุงพะรัง แต่ละครั้งที่ประตูรถไฟฟ้าเปิดออก มักจะมีที่เหลือแค่แมวดิ้นตายให้ฉันเขย่งยืนได้เท่านั้น

และเมื่อปล่อยให้คนเมืองวิ่งแซงคิวกันไปจนหมดแล้ว มันจึงเป็นเวลาของ “Miss ต้วมเตี้ยม” สาวงามจากประเทศไทย ได้มีโอกาสขึ้นรถไฟไปกับเขาบ้าง

ภาพบน : ภาพที่เห็นจนชินตาในปารีส...ไม่ใช่แค่ในโปสการ์ดจริง ๆ

ฉันซื้อตั๋วแบบเหมาจ่าย 10 เที่ยวแล้วบึ่งไปยังที่พัก การเดินทางคนเดียวพร้อมกับสัมภารกที่มีอยู่ ทำเอาฉันต้องตั้งสตินานกว่าเดิม ในการสร้างความมั่นใจกับการตัดสินใจเลือกทางเดินแต่ละเส้นทาง เพื่อที่จะได้ไม่เสียพลังงานแบกข้าวของพวกนี้แล้วเดินหลงให้เหนื่อยเปล่า

ฉันรู้สึกกลัวปารีสจนขี้ขึ้นหัว ไม่รู้ว่ากลัวอะไรกันนักหนา

คงเป็นเพราะอ่านหนังสือเตรียมตัวมาเยอะ การวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานาในหน้าเว็บไซด์ท่องเที่ยว ทำเอาฉันกลัวจนเกินเหตุ ทั้งนี้ คงเป็นเพราะภาษาฝรั่งเศสที่ฉันไม่รู้อะไรนอกจาก “บ่องชูว์” (คำทักทาย) และ “แม็กซี” ที่แปลว่า ขอบคุณเท่านั้นเอง

ภาพบน : นักร้องชาวฝรั่งเศส...ขวัญใจอิฉันอีกคนหนึ่งค่ะ

ณ เวลานี้ ฉันยังไม่มีกะจิตกะใจจะเริงร่าในปารีสสักเท่าไหร่นัก ด้วยยังไม่ชินกับการต้องกลับมาอยู่คนเดียว เที่ยวคนเดียวอีกครั้งหนึ่ง

แม้ว่าฉันจะไม่ได้รักกับอีริค แต่ฉันก็คิดถึงเขาเสียมากมาย ก็ความรักที่สวยงามและความจริงใจที่ได้รับ จะมีผู้หญิงคนไหนบ้างที่จะไม่จดจำตราตรึง

ความเจ็บปวดเล็ก ๆ เริ่มเกิดขึ้นในใจอีกครั้ง แม้มันไม่ปะทุลุกลามใหญ่โต แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงอาการทรมานที่กำลังเผชิญอยู่

+++++++++++++++++++++

แต่ความสุขก็เหมือนอาหาร ส่วนฉันก็เหมือนเป็นเชฟ ความรักเหมือนน้ำตาล แต่ถ้าขาดน้ำตาลก็ใช่ว่าจะไม่อร่อย

“ฉันจะปรุงแต่งรสชาติแห่งความสุข และ รสชาติของการเดินทางโดยปราศจากน้ำตาลให้ดู” ฉันพยามดิ้นสะบัดให้หลุดออกจากความเจ็บปวดด้วยการพูดคุยกับตัวเอง ในขณะแบกเป้เดินหาที่พัก

+++++++++++++++++++++

โฮสเทลที่ฉันพักมีชื่อว่า Absolute อันมีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่ฉันได้เคยพักในโฮสเทลมาทั้งหมดในชีวิต

“ไม่รู้ว่าชื่อเต็ม ๆ ของโรงแรมนี้จะใช่ Absolutely small หรือเปล่านะ” ฉันคิดในใจ

อาจเป็นเพราะที่นี่คือเมืองหลวง หรือที่นี่คือตึกเก่า แล้วเจ้าของก็ปล่อยให้เช่าเพียงแค่คูหาเดียวก็ได้ กับสถานที่แคบแห่งนั้น ฉันต้องทิ้งกระเป๋าเอาไว้ข้างทางที่ฉันตั้งชื่อมันว่า “ทางมดเขย่งเดิน” โดยทางโฮสเทลไม่มีห้องล็อกเกอร์สำหรับฝากของเหมือนอย่างโฮสเทลอื่น ๆ

ฉันจัดการจัดเก็บเป้ใบเขื่องและกระเป๋าลากเล็กวางลงตรงซอกริมบันไดทางลงไปห้องใต้ดิน แต่ความลื่นของบันไดหิน ทำเอาฉันต้องพลาดตกลงไป

เมื่อเอาบันไดหลายขั้นที่ลื่นไถลไปบวกกับค่าน้ำหนักของตัวเอง แล้วหารกับความแข็งของหน้าแข้งที่กระแทกตรงขอบหินนั้น มันคือผลลัพธ์ของความเจ็บปวด อันเป็นสาเหตุให้ฉันอยากจะกรี๊ดให้เป็นภาษาฝรั่งเศส แต่ก็รู้ ๆ อยู่ว่า ฉันคงจะตะโกนออกมาได้แค่ “บ่องชูว์ บ่องชูว์” ซึ่งคงดูไม่สาสมกับความรู้สึกที่ได้รับในขณะนั้น

ฉันจำเป็นต้องนั่งแช่อยู่ตรงบันได เพื่อให้ความเจ็บจนชากระจายแบ่งปันกันให้ทั่ว แล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นอาการปวดในการณ์ต่อไป ฉันภาวนาว่า ขออย่าให้เกิดอะไรร้ายแรงกับกระดูกเลยเพราะฉันไม่อยากไปหาหมอที่นี่

การเดินทางคนเดียวเช่นนี้ ถ้าเจ็บตัวคงจะยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่

ฉันเดินกระโผลกกระเผลกมานั่งอยู่ด้านหน้าโฮสเทล แล้วอ่านแผนที่เพื่อทำความรู้จักกับมัน

ดูท่าทางปารีสจะใหญ่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากรุงเทพมหานคร ที่นี่ครองตำแหน่งเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการเดินทางทริปนี้ของฉันไปเสียแล้ว

ภาพบน : สถานีรถไฟใต้ดิน อยู่ไม่ห่างไปจากที่พักมากนัก

เมื่อมั่นใจว่า แข้งขายังดีอยู่ ฉันจึงเริ่มออกเดินสำรวจเมือง โดยตัดสินใจเดินไปเรื่อย ๆ พอเป็นทำเนาเหมือนดูลาดเลาของปารีสให้ดีขึ้นก่อนการตั้งหน้าตั้งตาเที่ยวในวันต่อไป

ฉันช่างใจคิดอยู่ว่าจะเริ่มใช้ตั๋วรถไฟที่มีอยู่ 9 ใบเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ดีหรือไม่ เพราะราคาค่าตั๋ว 1 ใบ มีค่ากว่าร้อยบาทไทยเข้าไปแล้ว สุดท้ายก็ตัดสินใจใช้เท้าแทนตั๋วอันมีค่า เพราะฉันคาดว่าคงไปไม่ได้ไกลนักเพราะห่วงกระเป๋าที่วางทิ้งไว้เสียมากกว่า

จุดมุ่งหมายแรกของฉันคือการไปชม The Pompidou Centre พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย ที่ดูจากแผนที่แล้วคาดว่าอยู่ไม่ไกลเกินไปจากที่พักมากนัก แต่แผนที่ปารีสดูยากประหนึ่งการอ่านลายแทงมหาสมบัติ แถมหัวถนนของแต่ละแห่งก็อยู่เยื้องกันไปมา ไม่เป็นแนวตรงเหมือนอย่างบ้านเราสักนิด การเดาเพื่อเลือกทางเดินจึงเหมือนการเสี่ยงโชคให้กับขาและเท้า ว่าพวกมันจะสั่นมากหรือสั่นน้อยกับระยะทางที่ก้าวไป

ภาพบน : ตึกงาม ๆ ระหว่างทางที่เดิน

ฉันเลือกถนน Turbigo แล้วต่อด้วย Beaubourg ซึ่งดูว่าที่นั่นเป็นย่านที่อยู่ของคนจีนจำนวนมากที่มาตั้งรกรากประกอบอาชีพค้าขายเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งเดินก็ยิ่งหนาว....อากาศในปารีส หนาวรุนแรงกว่าเมืองเล็กที่ฉันจากมา โชคดีที่ได้เสื้อกันหนาวตัวใหม่ที่ได้มาจากอีริค มิเช่นนั้นฉันอาจจะต้องหาซื้อเสื้อกันหนาวสักตัวเป็นแน่

อุณหภูมิที่ลดต่ำเริ่มทำให้ฉันปวดเบาตะหงิด ๆ ยิ่งเดินมากขึ้นเท่าไหร่ แทนที่จะลืมแต่กลับจำ...ฉันจำได้แม่นยำว่าอยากวิ่งเข้าห้องน้ำมากแค่ไหน

จังหวะช่วงก้าวของฉันเริ่มช้าลง ช้าลง จนไม่อยากจะขยับเขยื้อนไปไหนเสียแล้ว ระหว่างกลางทางที่ไกลมากโขจากจุดเริ่มต้น เริ่มเป็นจุดสับสนของฉันว่าจะทำเช่นไรดี

ภาพบน : บริเวณด้านหน้าของ The Pompidou Centre

“ฉันไม่อยากไป The Pompidou Centre แล้ว...ฉันจะกลับที่พัก...ฉันอยากไป The toilet Center มากกว่า” ฉันเริ่มเกเรกับตัวเองและเปลี่ยนใจไม่อยากไปไหนทั้งสิ้น

“ห้องน้ำ” ฉันมองเห็นสัญลักษณ์ห้องน้ำประหนึ่งสวรรค์มาโปรด แต่ดีใจอยู่ได้ไม่นาน ก็ต้องผิดหวังอย่างรุนแรงเพราะมันเป็นห้องน้ำที่ตั้งอยู่ตรงกลางฟุตบาท ซึ่งฉันไม่เคยปลื้มกับการเข้าห้องน้ำกลางถนนที่มีคนเดินพลุกพล่าน ทั้งรถราก็วิ่งกันขวักไขว่อยู่เช่นนี้ ฉันไม่อยากหยอดเหรียญเพื่อรอให้ประตูเปิด และ ฉันก็ไม่อยากเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ยืนรอต่อคิวกับหนุ่มผิวสีทั้งหลายเหล่านั้นด้วย ไม่ใช่รังเกียจ แต่อายมากกว่า....ใช่แล้ว...ความอายทำให้เราสามารถลืมมันไปได้ชั่วขณะ

บุญเก่าที่ทำมา ยังพอเหลืออยู่ เมื่อมีห้างขายของแต่งบ้าน ให้ฉันได้เข้าไปใช้บริการ แม้ไม่ได้ซื้อโต๊ะงามๆ, เก้าอี้สนาม หรือ โซฟา ติดมือออกมาด้วย แต่ฉันได้รับความสุขจากการได้เข้าไปในห้างแห่งนี้อย่างเต็มเปี่ยม

ภาพบน : บริเวณด้านหน้าอาคาร The Pompidou Centre

ที่ The Pompidou Centre เป็นอาคารประหลาดซึ่งดูอย่างไรก็เหมือนว่ายังสร้างไม่เสร็จ แต่มันเสร็จสมบูรณ์แล้วจริง ๆ ฉันเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนเรียกฉัน แล้วพูดอะไรสักอย่าง...ฉันเกิดอาการขี้ขึ้นสมองอีกครั้ง แล้วรีบก้มหน้างุด ๆ เดินหนีออกมาจากที่นั่น อย่างไม่คิดชีวิต

เมืองหลวงอันใหญ่โตแห่งนี้ มีผู้คนมากมายอยู่ตามท้องถนน บ้างก็แต่งตัวมอซอ บ้างก็ขี้เมาหยำเป ผู้คนต่างสีผิวและเชื้อชาติ เดินเกลื่อนกลาดเยื้อแย่งพื้นที่อยู่ที่กินกันอย่างน่าปวดหัว ฉันมองชีวิตของพวกเขาแล้วคิดถึง “เมืองไทย” บ้านของฉันตะหงิด ๆ เพราะเมืองไทยไม่ได้ทำให้ฉันหรือใคร ๆ รู้สึกแตกต่าง คงจะมีความแปลกแยกอย่างเดียวที่ฉันรู้สึกอัดอัดใจบ้างคือเรื่องของ “ความคิดเห็น” เท่านั้นกระมัง

++++++++++++++++++++++++++++++++++

ฉันเดินกลับที่พักแล้วขนของขึ้นห้องอย่างทุลักทุเล

“Room 22” คือห้องพักรวมชายหญิงจำนวน 4 คน อันประกอบไปด้วยเตียง 2 ชั้นจำนวน 2 เตียงและห้องน้ำส่วนตัวเล็ก ๆ ภายในห้อง ฉันเลือกเตียงนอนชั้นล่าง ซึ่งแม้มันมีความสูงระหว่างเตียงล่างและบนไม่มากพอให้ฉันได้ยืดตัวนั่งบนเตียงได้เต็มที่ แต่ความสะดวกในการขึ้นลงเตียงมีมากกว่าอย่างแน่นอน

ส่วนเตียงด้านบน มีชายหนุ่มผมยาวกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่ ครั้งนี้นับเป็นหนที่ 2 ที่จะต้องนอนรวมกับผู้ชาย หลังจากที่เริ่มคุ้นชินกับการนอนรวมกับแต่ผู้หญิงในโฮสเทลที่ผ่านมา โชคดีที่โฮสเทลทุกแห่งจะจัดแบ่งจำนวนคนพักในแต่ละห้องในเพศที่เท่า ๆ กัน ฉันจึงมีสาวแคนาดาเข้ามาพักสมทบอยู่ด้วยในช่วงค่ำของวัน เป็นอันโล่งใจ

ด้วยเพราะวางแผนเที่ยวปารีสเอาไว้หลายวัน ฉันจึงมีเวลานอนพักเอาแรงได้ก่อน

เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง ฉันจึงออกเดินสำรวจในย่านถนนหนทางใหม่ โดยถนน Faubourg du temple เป็นย่านแหล่งช็อปปิ้งสินค้าราคาถูกจากประเทศจีน มันเป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับฉันกับการได้ฟังคนจีน ผิวเหลือง พูดภาษาฝรั่งเศสกันคล่องปร๋อ ฉันชื่นชมในความสามารถ มานะพยายามของคนจีนที่สามารถอยู่ได้ทั่วทุกแห่งหนบนโลกกว้างใบนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน นอกจากภาษาจีนของพวกเขาแล้ว ภาษาไหน ๆ คนจีนก็ฝึกพูดได้คล่องแคล่วพอ ๆ กับคนพื้นที่ดีเสียจริง

ภาพบน : เสื้อผ้าแฟชั่นในย่านร้านของคนจีน

ภาพบน : พูดจีนได้เพียง 5 คำ ก็สามารถซื้อเสื้อกันลมราคาถูกได้ในปารีส

แม้ฉันจะพูดภาษาฝรั่งเศสได้เพียง 2 คำ แต่ฉันพูดภาษาจีนกลาง อันเป็นประโยชน์กับชีวิตการเดินทางได้ถึง 5 คำ นั่นคือคำว่า สวัสดี, ราคาเท่าไหร่, ลดได้ไหม, ฉันไม่มีเงิน และ ขอบคุณค่ะ

คาถาประจำตัวนี้ ได้ผลทุกครั้งที่จับจ่ายใช้สอยกับพ่อค้าแม่ค้าชาวจีน....ฉันจึงได้เสื้อกันลม ติดไม้ติดมือกลับออกมาอย่างสบายอกสบายใจ

ปารีสในวันแรก ไม่ได้เลวร้ายนัก ห้องพักและเพื่อนร่วมเตียง (ชั้นบน) ก็ดูว่าแต่ละคนจะสงบเสงี่ยมเรียบร้อยดี เว้นแต่ว่าทุกท่านล้วนแล้วแต่จะขยันขึ้นเตียง ลงเตียงกันได้ทั้งคืน ก็เท่านั้น

พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร...ร่างกายและหัวใจ..จะเจ็บอีกหรือไม่ คงได้รู้กัน

แต่สำหรับคืนนี้ ขอที เลิกขึ้นลงเตียงกันเถอะนะ...นะ..พ่อเจ้าประคุณทั้งหลาย...ฉันจะนอน

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
tanthainium วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 02.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณni_gul : รักพี่จังค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ที่เข้าใจความเป็นตัวตนของแทนไทยเนียม

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ni_gul วันที่ : 22/09/2011 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

"“ห้องน้ำ” ฉันมองเห็นสัญลักษณ์ห้องน้ำประหนึ่งสวรรค์มาโปรด"
"บุญเก่าที่ทำมา ยังพอเหลืออยู่ เมื่อมีห้างขายของแต่งบ้าน ให้ฉันได้เข้าไปใช้บริการ"

เพียงแค่ได้ปล่อยเบาเมื่อเกินกลั้นก็นึกแล้วว่ามีบุญ ... โอ้! น้องแตนช่างเป็นสุขง่ายดายกระำไรเช่นนี้ ... ชื่นใจแทนครอบครัวน้องแตนจัง ... น่ารักค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
tanthainium วันที่ : 19/09/2011 เวลา : 11.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณ BlueHill: ฟังเพลงของเธอทีไร เป็นต้องมีจินตนาการและอารมณ์อะไรสักอย่างตามมาทุกที ยิ่งถ้าพี่ชาลีได้มีโอกาสดูหนังเรื่อง La Vie en rose ประวัติของเพียฟ พี่จะเข้าใจว่าทำไมแตนจึงชอบเขานัก ชอบทั้งชีวิตเพียฟและบทบาทการแสดงของนางเอกที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยมออสการ์จากเรื่งงนี้ เมื่อหลายปีก่อน ถ้าว่างหามาดูนะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
BlueHill วันที่ : 19/09/2011 เวลา : 09.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

นักร้องชาวฝรั่งเศส...ขวัญใจอิฉันอีกคนหนึ่งค่ะ

จากประโยคข้างบน เลยรีบเข้่าไปหาเำพลงของ Edith Piaf มาฟังโดยด่วน ฟังอยู่หลายเพลง เป็นเพลงที่ฟังแล้วเหมือนเดินท่องไปตามถนนของปารีส เืพื่อถวิลหาอะไรสักอย่างหนึ่ง มันเหมาะที่จะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ

Autumn Leaves (Les Feuilles Mortes)

http://www.youtube.com/watch?v=n2s2tPORlW4

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
tanthainium วันที่ : 17/09/2011 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณ Market : ขอบคุณมากค่ะ...ดีใจที่ได้เห็นคุณ market แวะเข้ามาทักทายด้วยนะคะ...

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
market วันที่ : 17/09/2011 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

เสื้อกันลมตัวนั้นสวยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
tanthainium วันที่ : 16/09/2011 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณ nilsamai : มันเป็นความบังเอิญ น่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
nilsamai วันที่ : 16/09/2011 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

สวยเชียว..

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
tanthainium วันที่ : 16/09/2011 เวลา : 21.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณbon09: ยินดีที่ได้พบ ตามมาเรื่อย ๆ นะคะ ใกล้จบแล้วละค่ะ

คุณสำรวจฟ้า : ไปอ่านเรื่องประตูสวรรค์มาละสิท่า 5555

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 16/09/2011 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ติดตามคุณแตนมาถึงปารีสแล้ว แต่ต้องย้อนกลับไปบรัชเซลส์ เป็นอาการ Back to the future และต้องเสียเวลากับ ขะ....อี้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
bon09 วันที่ : 16/09/2011 เวลา : 15.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

มาติดตามการผจญภัยในปารีส

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
tanthainium วันที่ : 16/09/2011 เวลา : 15.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณผีเสื้อพเนจร : เที่ยวกับสหายอีริค ก็เป็นตัวของตัวเองเหมือนกันแหละค่ะ...ไม่มีเม้ม ไม่มีเก๊กสวยใด ๆ เพราะทำแล้วเหนื่อย...แต่สิ่งที่แตกต่างคือกลับมาหิวเหมือนเดิมค่ะ เนี่ยแหละ...ตัวเราจริง ๆ ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 16/09/2011 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

กลับมาเดินทางคนเดียว คงได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tanthainium วันที่ : 16/09/2011 เวลา : 14.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณพี่ลูกเสือฯ : อยากตามไปเที่ยวตรัง

คุณ Toondee : เคยเห็นรึเปล่าคะ...ทางมดเขย่งเดิน..อ่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
toondee วันที่ : 16/09/2011 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

สวัสดีค่ะ เข้ามารับความสนุกกับสำนวนชวนขัน ที่ไม่มีวันเบื่อจ้ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 16/09/2011 เวลา : 14.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ไม่เคยไปปารีส..ขอตามมาเที่ยวครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน