*/
  • tanthainium
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-09-01
  • จำนวนเรื่อง : 120
  • จำนวนผู้ชม : 224526
  • จำนวนผู้โหวต : 181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 181 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน 2554
Posted by tanthainium , ผู้อ่าน : 4191 , 15:26:52 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ni_gul , ย่าดา และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

DAY 36

ฉันเหนื่อยฉันเพลียเหมือนยังไม่ได้หลับได้นอน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ออกไปไหนกับใครทั้งสิ้น แต่ด้วยเหตุที่เพื่อนร่วมห้องต่างเดินสวนสนามเฝ้ายามกันทั้งคืน มันจึงทำให้ฉันพลอยตื่นไปกับพวกนักท่องราตรีเหล่านี้ด้วย

แม้จะง่วงหรือเพลีย แต่แผนการเดินทางแห่งวัน ไม่มีล้มอย่างแน่นอน

เมื่อวานที่ผ่านมา..ฉันเลือกเที่ยวปารีสในโซนทิศเหนือ แต่วันนี้ ฉันวางแผนว่าจะไปเที่ยววิหารนอเทรอดาม

การเดินทางเริ่มต้นที่รถไฟ Metro ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินของฝรั่งเศส จากนั้นจึงไปลงที่สถานี St.Michel เพื่อที่จะต่อรถไฟสายต่อไป แต่บังเอิญว่าเส้นทางนั้นเชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟอีกสายหนึ่ง ซึ่งฉันจะต้องใช้บริการในวันอื่น สำหรับการเดินทางไปพระราชวังแวร์ซายส์ ฉันจึงถือโอกาสเข้าไปสอบถามเรื่องการเดินทางและราคาของตั๋ว เพื่อเตรียมตัวเอาไว้ก่อน

“Excusez-moi, Pouvez-vous parler anglais?” นี่คือประโยคหากินที่ฉันจะต้องพูดก่อนบทสนทนากับคนเมืองน้ำหอม ซึ่งหมายความว่า “ขอโทษค่ะ คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม”

คนในห้องขายตั๋วตอบเพียงสั้นห้วนว่า “ไม่” ก่อนทำหน้าไม่สนใจไยดีกับคนต่างชาติอย่างฉันเลยสักนิด

“ฮึ่มมมม...ฝากไว้ก่อนเถอะนะป้าอ้วน อย่าได้ไปเมืองไทยนะ เพราะฉันจะพูดภาษาไทยกับป้าบ้าง” หลายคนมักพูดกับฉันว่า คนฝรั่งเศส มักไม่ค่อยชอบคนชาติอื่นที่พูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้ และพวกเขาก็พูดภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยได้เช่นกัน...ทั้งนี้ ไม่รวมไปถึงคนรุ่นใหม่ยุคSocial Network แล้ว ฉันเองก็ไม่อยากคิดว่าจะจริงหรือไม่ หากแต่ก็ยังต้องเดินหาคนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษให้ได้ก็พอแล้ว

ข้อมูลใหม่ที่ได้มามีความว่า พระราชวังแวร์ซายส์ จะปิดในทุก ๆ วันจันทร์ ส่วนวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันอาทิตย์แรกของเดือนจะเป็นวันที่พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ในปารีส จะเปิดให้ประชาชนเข้าไปชม “ฟรี”

ภาพบน : ประทับใจมิรู้ลืม..กับการเดินทางไปที่นี่

แม้ไม่ชำนาญการเรื่องการ “สับราง” แต่การสับ “ตารางเที่ยว” เพื่อให้สมบูรณ์พร้อมไปด้วยเหตุและผลด้วยแล้วละก็ ฉันต้องยกเลิกการเดินทางไปวิหารนอเทรอดามสำหรับวันนี้ แล้วไปเที่ยวพระราชวังแวร์ซายส์แทน ส่วนวิหารนอเทรอดาม ก็ต้องยกยอดไปเป็นวันจันทร์แทน

การเปลี่ยนแผนการเที่ยวอย่างกระทันหัน ทำให้ฉันเดินทางไปถึงพระราชวังแวร์ซายส์ชนิดสายโด่ง คือ 11 โมงเช้า เมื่อเหลือบไปเห็นคิวซื้อตั๋วที่ยาวประมาณ 3 ชาติครึ่งจึงจะได้รับตั๋วแล้วนั้น ฉันจึงไปจัดการเข้าห้องน้ำห้องท่าแล้วจึงมายืนตากแดดในคิวนั้นต่อไป

ภายในคิวที่ใคร ๆ ก็จดจ่อรอซื้อตั๋วเข้าไปชมความงามนั้น ฉันก็พลันมองไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งยืนถือหนังสืออยู่ในมือ หนังสือเล่มนั้นดูคุ้นตาเพราะว่าฉันก็เคยอ่านมาแล้ว แต่ที่คุ้นตาและน่าตื่นเต้นไปกว่านั้นคือเขาถือหนังสือภาษาไทย

“พี่คะ พี่สองคนเป็นคนไทยหรือเปล่าคะ” เมื่อได้คำตอบว่าเป็นคนไทยแล้วนั้น ฉันแทบจะกระโดดใส่พวกเขา แล้วพร่างพรูยิงบทสนทนากับสองสาวไทยคนนั้นอย่างที่พวกเขาแทบไม่ทันตั้งตัว

ภาพบน : ด้านหน้าพระราชวังแวร์ซายส์

ปกติแล้ว ฉันเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง จึงไม่ชอบพูดคุยกับคนแปลกหน้าที่พบเจอนัก แต่เมื่อมาต่างบ้านต่างถิ่น ฉันกลับเป็นคนไล่ล่าตามหาคนไทย สายตาสอดส่ายมองหาเพื่อจะได้แลกเปลี่ยนบทสนทนากับพวกเขาให้หายคิดถึง “การพูด”ภาษาไทย

นอกจากพูดกับตัวเองในใจ และ พูดคุยกับกล้องวีดีโอแล้ว...ครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่ได้สนทนากับใครที่พูดในภาษาเดียวกับเรา มันคือความเบาสบาย ไม่ต้องใช้สมองคิดให้สลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน..และยิ่งนานวัน ฉันก็ยิ่งคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็น “ไทย” เสียเหลือเกิน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เวลาผ่านล่วงเลยไปกว่าชั่วโมงตามที่คาดการณ์ ฉันจึงจะได้เข้าไปชมความงดงามด้านในชาโตว์

พระราชวังแวร์ซายส์ ขายตั๋วเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือภายในอาคาร และ อีกส่วนคือภายนอกซึ่งเป็นสวนดอกไม้ ฉันเลือกซื้อเพียงแค่ส่วนเดียวคือภายในอาคารซึ่งมีสนนราคา 13.50 ยูโร ซึ่งราคา 500 กว่าบาท ก็เป็นที่หอมปากหอมคอพอแล้ว

การเดินทางคนเดียว มีข้อเสียคือการได้รับข้อมูลที่จะต้องเสาะแสวงหาด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าใครเตรียมตัวมาดี ก็จะสามารถเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างไม่ยากเย็น สำหรับฉัน ข้อมูลเก่านั้น “ไม่มี” ส่วนข้อมูลใหม่ที่ได้รับคือสิ่งที่ได้ฟังเป็นภาษาอังกฤษ จากเครื่องเล่นวิทยุหูฟังที่สามารถหาเช่าฟังได้ภายในพระราชวังฯ แห่งนั้น

ภาพบน : ใครนะ..ช่างขึ้นไปปีนวาดบนเพดานให้เป็นสวรรค์วิมานได้เช่นนี้

ภาพบน : ไม่รู้จะเริ่มดูตรงไหน...แหงนชมจนปวดคอไปหมดแล้วค่ะ

ทุกจุดและทุกห้อง ฉันจึงได้รับการอธิบายแล้วอธิบายเล่า ตามที่ใจเราต้องการ (ถ้าเปิดฟังซ้ำไปซ้ำมา) สาเหตุหนึ่งที่ฟังซ้ำ ก็เป็นเพราะเขาไม่ได้พูดภาษาไทย ฉันจึงต้องเปิดฟังให้แน่ใจว่าภาษาอังกฤษที่ได้ยินนั้นมันมีความหมายแบบใดกันแน่ หรือหากว่าเกินแก่ความคาดเดาฉันก็จะแกล้งมึนเมาและเออออห่อหมกไปตามนั้น

ภาพบน : สีทองสวยระงม

ภาพบน : ห้องบรรทม

แต่มีอยู่ห้องหนึ่งที่ฉันฟังซ้ำมากเป็นพิเศษ คือ ห้องกระจก (Galerie des Glaces หรือ The Hall of Mirrors) ห้องที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของพระราชวังแวร์ซายส์ เพราะนอกจากประวัติความเป็นมาที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงเป็นคนก่อสร้างด้วยตัวเอง โดยภายในห้องประกอบไปด้วยกระจกยักษ์ทั้ง 17 บานที่เปิดออกเห็นสวนแวร์ซายส์ตรงเบื้องหน้าแล้วนั้น สิ่งที่ฉันได้ยินผ่านออดิโอหูฟังคือคำว่า SIAM

“อะไรกันนะ...ห้องที่สำคัญที่สุดและคนเบียดเสียดมากที่สุด มีคำบรรยายว่า สยาม ได้ยังไงกัน” ฉันตื่นเต้นอยู่คนเดียว ก่อนกดฟังซ้ำอีกเที่ยว

ห้องกระจกแห่งนี้...ใช้เป็นที่รองรับราชทูตจากสยามประเทศ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อปี ค.ศ.1686

(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากลิงค์นี้ค่ะ http://en.chateauversailles.fr/history/the-great-days/most-important-dates/1686-reception-of-the-embassy-of-siam)

ภาพบน : ห้องนี้ไงคะ..ห้องกระจก..ไฮไลท์ของพระราชวังฯ

ภาพบน : ส่วนห้องนี้ ชอบเป็นการส่วนตัวมากที่สุด

ภาพบน : ภาพวาดมหึมาในห้องโถงนี้...เพียงถ่ายมาฝาก ยังไม่ได้ครึ่งถึงเห็นกับตา...สวยมาก ๆ ค่ะ

ฉันมีความภาคภูมิใจเป็นที่สุด กับสิ่งที่บรรพบุรุษได้จารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์อันเป็นที่กล่าวถึงของคนทั่วโลก แม้ไม่เกี่ยวข้องให้เป็นเรื่องพิเศษ แต่การที่นักท่องเที่ยวนับล้านที่มาเยือนและได้ฟังคำอธิบายจนได้ยินคำว่า “สยาม” เพียงแค่นั้น ฉันก็ไม่รู้จะขอบคุณ “แวร์ซายส์” อย่างไรแล้ว

“เพราะสยามคือชื่อประเทศของฉัน ฉันมาจากประเทศไทย สยามประเทศอันสวยงามที่อยู่ห่างไปจากตรงนี้ไปสุดหล้าฟ้าเขียว มีใครในห้องกระจกนี้ ที่เคยไปสยามมาบ้างรึเปล่าล่ะ” ความคิดของฉันกำลังผยองพองขน และเดินยืดอยู่คนเดียว โดยที่ไม่มีใครสามารถล่วงรู้สักนิดเลยว่า ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่เดินอยู่คนเดียวในห้องนี้ เธอกำลังมีความรู้สึกใหญ่และภาคภูมิใจใน “สยาม” มากขนาดไหน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มาหยุดแวะชมคลิปวีดีโอของตอนนี้ดูก่อนไหมคะ จะได้รู้ว่าสวยอย่างไร

เมื่อมื้อเที่ยงมาถึง...ฉันเริ่มควักอาหารนรก (ขนมปังชีส)ออกมากินตรงขอบหน้าต่างด้านนอกอาคารของพระราชวังฯ ฉันจำไม่ได้ว่าฉันทำขนมปังชีสและแพ็กเอามาเป็นอาหารกลางวันกี่ชาติกี่ภพกันแล้ว

การกลืนขนมปังแห้งฝืดผ่านลำคอ มันทำให้ฉันย้อนกลับไปนึกถึงอดีตตอนสมัยอยู่ชั้นอนุบาล 1 ที่ฉันมักแอบคายผักทิ้งในมื้อเที่ยง ในขณะนี้ ฉันรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำครั้งนั้นเสียเหลือเกินเพราะตอนนี้ฉันรู้สึกอย่างเดียวคือ “ฉันอยากกินผัก ผัก ผัก แล้วก็ผัก...ฉันไม่อยากกินขนมปังชีส” ฉันได้ยินเสียงกรีดตะโกนอยู่ข้างในหัวใจเมื่อขนมปังชีส ก้อนสุดท้ายกำลังเลื่อนผ่านทางเดินอาหารในส่วนลำคออย่างเชื่องช้า

ภาพบน : เมื่อยใช่ไม๊น้อง.....พี่ก็เหมือนกัน..แต่มันสวยจริง ๆ นะ

ภาพบน : มื้อเที่ยงของเขากับวิวสวนสวยเบื้องหน้า และไวน์เย็นและขนมปังที่ไม่ฝืดคอ

ภาพบน : ทุกซอกทุกหลืบ...ล้วนสวยสะ

ภาพบน : ด้านนอกอาคารที่หลาย ๆ คนจับจองพื้นที่นั่งเล่นและกินอาหารเที่ยง

ภาพบน : อีกด้านหนึ่งของอาคาร..มีนิทรรศการวางตั้งไว้หลากหลาย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ฉันยังเก็บความอลังการตระการตาของพระราชวังแวร์ซายส์ออกมาด้วย มันคงไม่แตกต่างไปจากการเดินออกมาจากโรงหนังสักแห่ง ที่เราเพิ่งผ่านความสุขความประทับใจจนเก็บมันเอาไว้อยู่ในพวังค์แห่งความคิด

บนรถไฟเส้นแวร์ซายส์-ปารีส นั้น...ฉันสามารถผ่านไปเยี่ยมแวะหอไอเฟลได้อย่างไม่น่าลังเล ไหน ๆ วันนี้ก็ได้ดูสิ่งสวยงามของปารีสแล้ว จะเก็บหอไอเฟลเอาไว้ดูวันไหนกัน

คิดแล้ว ฉันก็เร่งฝีเท้าเดินออกมาจากสถานีรถไฟ โดยชะเง้อเงยมองหาสิ่งก่อสร้างที่ควรจะหาง่ายที่สุดหากฉันหลงทิศหลงทางที่จะเลือกเดิน

ภาพบน : ลานแสดงของเหล่าวัยรุ่นฝีมือชั้นครู ที่ใคร ๆ มักหยุดแวะชม

หอไอเฟล สัญลักษณ์แห่งนครปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่หากใครไม่ได้ไปเห็นกับตา คงจะไม่ต่างไปจากใส่เสื้อผ้าส่วนบนแล้วลืมใส่ส่วนล่างเสียจนสนิท

“มันเป็นไปไม่ได้” ฉันอยากบอกตัวเองว่า คนเราใส่เสื้อผ้าส่วนบนแล้วจะเดินโทงเทงออกจากบ้านไปฉันท์ใด การไปนครปารีสแล้วไม่ได้เห็นหอไอเฟล มันก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ฉันท์นั้น มาปารีสทั้งที แม้จะมาคนเดียวเปลี่ยวหัวใจ แม้จะเหงาจนอยากร้องไห้ออกมาดัง ๆ แต่อารมณ์ไร้สาระเหล่านั้น ฉันยังไม่มีเวลาเอามาคิดเพราะจะต้องไปยุ่งกับการเยือนสัญลักษณ์นครปารีสแห่งนี้เสียก่อน

ภาพบน : ใหญ่โตมโหฬาร จนกล้องใหญ่เท่าจานก็เก็บไม่อยู่ (ถ้ายืนอยู่ตรงนี้นะ)

แล้วสิ่งก่อสร้างที่สูงถึง 1050 ฟุต ก็ยืนตระหง่านรับแขกเหรื่อที่ผลัดเปลี่ยนกันมาไม่ซ้ำหน้ากันอยู่ตรงนั้น นอกเหนือจากความปีติยินดีที่ได้มาเห็นกับตาแล้ว ฉันมีเรื่องราวได้ครุ่นคิดกับเรื่องหอไอเฟลอยู่มากมาย ก็สิ่งก่อสร้างแท่งเหล็กแปลกประหลาดแห่งนี้ ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อฉลองการครบรอบ 100 ปีแห่งการปฎิวัติอุตสาหกรรม เมื่อปี ค.ศ.1887 ท่ามกลางข้อวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบของคนฝรั่งเศสว่า มันทำลายทัศนียภาพอันงดงามของนครปารีสไป  ใครจะไปรู้ว่าสิ่งแปลกตาของฉันแม้ในยุคนี้หรือของคนอื่น ๆ ในยุคนั้น ได้กลับกลายเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ให้กับปารีสมากที่สุดไปแล้ว

ภาพบน : ถ้าวันใด..คุณเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนอนเอาหัวทิ่มพื้น เอาขาชี้ฟ้าเพื่อถ่ายรูป ท่ามกลางประชาชีนับร้อย ยังไงก็เข้ามาทักทายกันได้นะคะ...หนึ่งเดียวคนนี้ที่ชื่อ ตั๊กแตน แทนไทยเนียม

ฉันเดินถอยห่างออกมาจากแท่งเหล็กมหึมานั้นออกไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อยากจะจากไป หากแต่อยากเห็นระยะความงดงามและเสน่ห์ของไอเฟลในมุมกว้างบ้าง..และทุกก้าวที่ฉันย่างเดินบนถนนแห่งนั้น.. “ไอเฟล” ก็ยังแผ่กระจายไออุ่นแห่งรักโรแมนติกให้กับคู่รักทั้งหลายได้จูงไม้จูงมือและจูบกันได้ในทุกระยะแห่งมุมกว้างที่เห็นหอสูงนี้เช่นกัน ฉันมองเห็นแล้วมีความสุขและดีใจไปกับพวกเขาด้วย มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกกับอารมณ์ที่ทุกคนสามารถร่วมดื่มด่ำไปตามความงามที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่ตะวันเริ่มจางหายและความหนาวเข้ามากล้ำกรายให้คู่รักได้แบ่งปันไออุ่นของกันและกัน

วันนี้..ฉันนับครั้งไม่ได้เลยว่าเห็นคนรักจูบกันไปกี่คู่แล้ว..จะเป็นด้วยเพราะที่นี่คือประเทศฝรั่งเศส จึงทำให้ฉันนึกไปถึง French kiss หรือเพราะที่นี่มีบรรยากาศโรแมนติกจนช่วยอะไรไม่ได้นอกจากจะต้องจูบกัน ถึงแม้เหตุผลจะไม่เกี่ยวกันในบางประการ แต่เมื่อเอามาบวกลบคูณหาร ฉันก็สามารถมั่วไปได้ว่าคงไม่ใช่เรื่องแปลก หากว่าที่นี่..จะมีคนจูบกัน จนผิดปกติลูกตา

สุดท้ายฉันก็ได้แต่อนุโมทนากับความสุขที่พวกเขาได้รับ แต่สำหรับฉัน..มีเพียงรอยจูบฝากลมหนาวไปให้พระราชวังแวร์ซายส์และหอไอเฟล ที่ทำให้การท่องเที่ยวในปารีสของฉันงดงามได้ถึงเพียงนี้...ขอบคุณปารีส...ขอบคุณฝรั่งเศส

Paris, I want to kiss you.

ข้อมูลท้ายเรื่อง

พระราชวังแวร์ซายส์ (ภาษาฝรั่งเศส: Château de Versailles) เป็นพระราชวังหลวงแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซายส์ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีส ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของมหานครปารีส พระราชวังแวร์ซายส์เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่งของโลก และนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบันด้วย

ประวัติ
เดิมนั้น เมืองแวร์ซายส์เป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น มีผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง บริเวณส่วนใหญ่เป็นป่าเขา เยี่ยงชนบทอื่น ๆ ของฝรั่งเศส เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ยังทรงพระเยาว์ ขณะพระชนมายุได้ 23 พระชันษา ทรงนิยมล่าสัตว์ในป่า และทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายส์น่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักขึ้นมาใน พ.ศ. 2167 โดยในช่วงแรกเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ สำหรับพักชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ขึ้นครองบัลลังก์ มีประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังแห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครองของพระองค์ จึงเริ่มปรับปรุงพระตำหนักเดิมในปี พ.ศ. 2204 ใช้เงินทั้งหมด 500,000,000 ฟรังก์ คนงาน 30,000 คน และใช้เวลาอยู่ถึง 30 ปีจึงแล้วเสร็จในพ.ศ. 2231 ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว เป็นแบบอย่างศิลปกรรมที่งดงามมาก ภาย ในแบ่งออกเป็นห้องๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ ฯลฯ ทุกห้องล้วนมีเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มีชื่อเสียง ภายในพระราชวังมีภาพวาด ภาพแกะสลักซึ่งแสดงให้เห็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสหลายสมัย สถานที่แห่งนี้เคยใช้เป็นที่เซ็นสัญญาสงบศึกกับอเมริกาในปี ค.ศ 1783 แวร์ซายส์ นับเป็นส่วนหนึ่งของแรงผลักดันที่ก่อให้เกิด
การปฏิวัติครั้งใหญ่ในฝรั่งเศส เมื่อปี ค.ศ. 1789 ต่อมาในปี ค.ศ. 1815 พระเจ้าหลุยส์-ฟิลิปป์ได้เปลี่ยนสภาพพระราชวังแห่งนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ และใช้เป็นสถานที่ลงนามในสัญญาสงบศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตรกับเยอรมัน เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 1919

นอกจากเครื่องประดับที่เก่าแก่ และสูงค่าแล้ว การจัดสวนก็เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่างดงามยิ่งนัก เพราะมีการตกแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้หลากสีสวยงามมาก โดยเฉพาะตอนฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ส่วนที่เป็นป่าสำหรับล่าสัตว์ปัจจุบันใช้เป็นที่ๆให้ผู้เข้าชมไปเดินเล่น พักผ่อน และมีม้าหินให้นั่งเล่นเป็นระยะๆ

การก่อสร้างพระราชวังแวร์ซายส์แห่งนี้ได้นำเงินมาจากค่าภาษีอากรของราษฎร ชาวฝรั่งเศส ต่อมาจึงได้มีกองทัพประชาชนบุกเข้ายึดพระราชวังและจับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กับพระนางมารี อองตัวเนต ประหารด้วย "กิโยติน" ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2332 ปัจจุบันพระราชวังแวร์ซายส์ ได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์และเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแก่ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมความสวยงาม หากนับเวลาตั้งแต่ก่อสร้างเสร็จ พระราชวังแห่งนี้ก็มีอายุยืนนานถึง 300 ปีเศษ ที่ยังคงความงามอยู่ได้โดยไม่เสื่อมคลาย

พระราชวังแวร์ซายส์ได้รับจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 3 เมื่อปี พ.ศ. 2522 ที่ประเทศอียิปต์

ขอบคุณข้อมูลพระราชวังแวร์ซายส์จาก http://www.abroad-tour.com 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
tanthainium วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 02.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณBlueHill : เป็นอย่างที่พี่ชาลี คาดเดาเอาไว้เช่นนั้นค่ะ แถมปัจจุบันก็หันกลับไปกินอาหารนรก ด้วยค่ะ

คุณAe^: คนฝรั่งเศสเขาจัดให้ เราก็ต้องถ่ายไป..แบ่งกันชื่นชมนะคะ

คุณย่าดา : หนูก็อยากอยู่ทั้งวันเช่นกันค่ะ ถ้าไม่ติดว่าจะต้องไปที่อื่นต่อ ก็คงจะนั่งเล่น นอนเล่นอยู่แถวนั้น ทั้งวันแหละค่ะ
ที่นั่นไม่ได้เปิดเป็นรอบค่ะ...เข้าไปได้ตลอดเวลาค่ะ ย่าดา

คุณchailasalle : ตะลึงพรึงเพริด ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
chailasalle วันที่ : 06/10/2011 เวลา : 22.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ว้าว สุดยอด...

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ย่าดา วันที่ : 01/10/2011 เวลา : 14.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

สวยมากค่ะ อยากมีโอกาสไปสักครั้ง ให้ย่าอยู่ในนั้นทั้งวันยังได้นะเออ ว่าแต่เขาให้ชมเป็นรอบใช่ไหมคะ ขอบคุณจริงๆสำหรับคลิปและภาพสวยๆ โหวดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Ae^ วันที่ : 30/09/2011 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

สวยอลังการมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
BlueHill วันที่ : 30/09/2011 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ฉันก็ยิ่งคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็น “ไทย” เสียเหลือเกิน

กลับมาเมืองไทยคงซัดส้มตำไปหลายชุดแน่ ๆ แท้เชียว
แล้วจะัคิดถึงอาหารนรก ขนมปังชีสแข็ง

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
tanthainium วันที่ : 30/09/2011 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณสำรวจฟ้า : ติดตามเป็นเพื่อนหนูไปก่อนนะคะ อีกไม่กี่วันเอง การเดินทางก็จะจบแล้วค่ะ..ขอบคุณค่ะ

คุณลุงต้าลี่ : ของเขาสวยจริง ๆ ค่ะคุณลุง ถ้าจะให้หนูไปยืนต่อคิวยาว ๆ เพื่อเข้าไปดูอีก หนูก็คงจะยอมเหมือนเดิม เพราะชอบมากค่ะ

คุณ lim : ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ที่เข้ามาเยี่ยมชม

คุณ อีหนูซู่ซ่า : ดีใจค่ะ ที่ชอบงานของแตนทุกอย่าง ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ

คุณเบียร์ : ภาพน่ะ เท่ห์...แต่ท่าทางตอนที่ถ่ายน่ะ ดูไม่ได้เลยค่ะ 555 ใคร ๆ ก็มอง สงสัยคงคิดว่าเราเป็นศิลปินเปิดหมวก กำลังแสดงอะไรสักอย่างหนึ่งมั้ง...แต่ก็อย่างว่า ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่าอย่าได้แคร์ฯ เหอะเหอะ...ปล.ดีใจที่ได้พบกันในหน้าโอเคฯ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
theeratatt วันที่ : 30/09/2011 เวลา : 08.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

ชอบภาพเท้าชี้ฟ้านะครับ เท่ ซะ!!!

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
อีหนูซู่ซ่า วันที่ : 29/09/2011 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/smallwife

สวยงามมากคะ เนื้อหา ภาพถ่าย สุดยอดเลยอ่ะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
lim วันที่ : 29/09/2011 เวลา : 19.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meema

ตามมาเที่ยวปารีส ภาพสวยไก้บรรยากาศดี

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 29/09/2011 เวลา : 19.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

ฝรั่งเศสเดี๋ยวนี้คนเที่ยวมากจริงๆ ขนาดเข้าคิวยาวเหยียด เพื่อเข้าชมหอไอเฟล และพระวังแวร์ซายส์ ซึ่งเคยไปนานแล้ว เห็นอีกครั้งก็ยังประทับใจในความยิ่งใหญ่อลังการ ภาพถ่ายสวยมากครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 29/09/2011 เวลา : 17.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ติดตามเรื่องราวแล้วรับรู้ถึงความรู้สึก แวร์ซายส์สวยงามจริงๆ ภาพสุดท้ายชอบครับ โหวต

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
tanthainium วันที่ : 29/09/2011 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณพิซซ่า : ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ...อย่าลืมบอกลูกสาวนะคะ ว่าอย่าพลาดไปเที่ยวแวร์ซายส์..สวยที่สุดเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พิชช่า วันที่ : 29/09/2011 เวลา : 16.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelearnlife

ช่วงปีใหม่ลูกสาวจะไปเที่ยวปารีสค่ะ ตอนนี้ส่งเรื่องหนูตั๊กแตนไปให้อ่านพลางๆก่อน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tanthainium วันที่ : 29/09/2011 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

พี่ลูกเสือ : สวยแบบอธิบายไม่ได้เป็นภาษาไทย รวมไปถึงฝรั่งเศสด้วยค่ะ...อธิบายยากจริง ๆ แต่สวยจริง ๆ ค่ะ

พี่ก่อพงษ์ : สุขใจที่ได้อ่านคอมเม้นท์ของพี่ทุกครั้งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ก่อพงษ์ วันที่ : 29/09/2011 เวลา : 16.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gorbhong

มีความสุขครับ ผมชอบเรื่องราว
ภาพที่ชอบมาก ๆ เป็นภาพเด็กน้อยกับเท้ายาวๆยื่นขึ้นไปหาหอไอเฟลครับ ส่วนภาพคนจูบกันให้ความรู้สึกธรรมดา หมายถึงคนนะครับไม่ใช่หมายถึงภาพ ภาพนั้นต้องใจทุกภาพครับ

มีความสุขทุกวันครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 29/09/2011 เวลา : 15.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ภายในแวซายส์ สวยจริงๆครับ...
ห้อง"สยาม"ก็อลังการนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน