*/
  • tanthainium
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-09-01
  • จำนวนเรื่อง : 120
  • จำนวนผู้ชม : 224548
  • จำนวนผู้โหวต : 181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 181 คน
วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม 2554
Posted by tanthainium , ผู้อ่าน : 3714 , 16:43:44 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน พิชช่า , BlueHill และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

DAY 38

เช้าวันนี้ เป็นอีกวัน ที่ฉันไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก

การพักแรมในโฮสเทลตามสไตล์คนแบกเป้ สิ่งหนึ่งที่ต้องทำใจยอมรับ คือการขาดความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะ “เสียง”ที่ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ ด้วยมีคนร่วมแชร์ห้องกับเรา “ปลั๊กอุดหู” (ears plug) จึงเป็นเหมือนเครื่องสร้างโลกส่วนตัวให้ฉันได้วิธีหนึ่ง หากแต่วิธีนี้นาฬิกาปลุกจะหมดความหมายไปในทันทีเมื่อเจ้าของอุดหูตัวเองนอน

อันที่จริง เทคโนโลยีในโลกก็กว้างไกลนัก เมื่อไหร่หนอ มนุษย์จะเริ่มประดิษฐ์นาฬิกาปลุกแบบประเภทที่สามารถสะกิดเรียกได้สักที ฉันจะได้อุดหูนอนอย่างสบายใจ

ณ ห้องอาหารของโฮลเทล ที่นี่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยววัยหนุ่มสาว โดยมี “คุณป้าหมึก” (ไม่ใช่คุณปลาหมึก) แม่บ้านผิวสีร่างใหญ่คอยดูแลความสะอาดอยู่คนหนึ่ง ฉันเห็นคุณป้าแล้วอดไม่ได้ที่จะนึกถึงนางพยาบาลตามโรงพยาบาลรัฐบาลสมัยก่อน (ย้ำ...สมัยก่อน..เพราะปัจจุบันนางพยาบาลน่ารัก แถมยังร้องเพลงคาราโอเกะให้คนไข้ฟังในขณะรอตรวจอีกด้วย)

คุณป้าหมึก คงไม่รู้จักคำว่า “ยิ้ม” หรือคำว่า “อารมณ์ดี” แต่คงจะคุ้นชินกับคำว่า “บูด บึ้ง” จนอาจเลยเถิดไปถึงเรื่อง “อารมณ์ค้าง” เลยก็เป็นได้ เพราะคุณป้าเอาแต่กระแทกถ้วย กระแทกจาน เหมือนรู้ว่าของพวกนี้มันไม่รู้สึกรู้สาอะไร

อาหารการกินที่นี่ ใช่ว่าจะดีเลิศ มีแต่เพียง เนย แยม กาแฟ และขนมปังกระบองของฝรั่งเศสแข็ง ๆ เสียบอยู่ในตะกร้า ฉันเห็นใคร ๆ ก็เดินไปตักอาหารชนิดหนึ่งที่เขียนว่า “Home Made” แล้วใส่ถ้วยกันหนัก ๆ มือ ฉันจึงถลาไปตักเสียเกือบเต็มถ้วย ค่าที่คิดว่ามันคือซุป แต่พอยัดเข้าปากจึงได้รู้ว่ามันคือแยมแอปปริคอท ที่มีรสทั้งเปรี้ยวและหวานจัด

“งานเข้าแล้วเรา” ฉันเหลือบไปมองดูป้าหมึกหน้าโหดที่เท้าสะเอวมองพฤติกรรมการกินของเด็ก ๆ จึงไม่กล้ากินเหลือให้แกเห็น กว่าจะยัดขนมปังฝืด ๆ กับแยมรสแสบทรวงลงคอแต่ละชิ้น ฉันแทบแย่เหมือนกัน...จนแล้วจนรอด หน้าโหด ๆ ของป้าหมึก ก็สามารถที่จะทำให้ฉันขย้อนอาหารเหล่านั้นลงไปในกระเพาะได้อย่างไม่เต็มใจนัก

“อืม...หน้าตาป้าแกมีพลังจริง ๆ สามารถบังคับให้ฉันกินอาหารที่ไม่อยากกินได้ด้วย” ฉันแอบชื่นชมใบหน้าของป้าหมึกอยู่ลึกมาก ๆ ในใจ

นักเดินทางที่มาเยือนฝรั่งเศสนั้น ฉันมั่นใจว่า จะต้องหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศในโลก หากแต่หาคนเอเซียที่จะฉายเดี่ยวเที่ยวแบบมุทะลุยากเสียหน่อย โดยเฉพาะผู้หญิง...แต่จนแล้วจนรอด ฉันก็พบผู้หญิงคนหนึ่งที่มีรสนิยมเดียวกัน เธอนั่งอยู่ตรงมุมห้องตามลำพัง

“Excuse me, Where do you come from?” ฉันพกความมั่นใจในคำตอบว่าเธอน่าจะเป็นคนไทยเสียให้ได้

แล้วคำตอบของเธอก็ไม่ได้ทำให้ฉันผิดหวัง เธอชื่อว่าพี่สุภัทรา มีหน้าที่การงานอยู่ในวงการเดียวกับฉัน แต่อยู่ในออฟฟิศ เราจึงไม่เคยเห็นหน้าค่าตากัน

การแลกเปลี่ยนบทสนทนากับพี่สุภัทรา แม้เพียงเล็กน้อย แต่มันมีความหมายกับฉันยิ่งนัก กับการได้พูดโดยไม่ต้องใช้ประสาทส่วน “ภาษา” มาแปลงสารให้เป็นอีกภาษาหนึ่ง แต่มันคือภาษาพ่อภาษาแม่ ที่แม้ไม่ต้องคิดก็พูดออกไปได้อย่างง่ายดาย

การที่ไม่ได้คิดแล้วพูดออกไปของฉันนั้น ไม่ใช่การพูดแล้วจึงค่อยคิด หากแต่ฉันไม่ต้องคิด แล้วแปลให้เป็นภาษาอื่นก่อนจะพูดออกไปต่างหาก

อันที่จริง...ฉันพยายามคิดก่อนพูดเสมอ แต่หลายครั้งที่ฉันคิดแต่ไม่พูด เพราะเวลาพูดออกไป แม้กับคนภาษาเดียวกัน ก็มักชอบ “แปลงสาร” กันอยู่เรื่อยนะสิ

+++++++++++++++++++++++++++++++++

กับวันที่ 38 ของการเดินทางในยุโรป ฉันอ่อยเอื่อยเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด กว่าจะเริ่มต้นวันได้ก็สายโด่งเต็มที

ฉันเปิดฉากของวัน ด้วยการเลือกไปตลาดนัดมือสอง ซึ่งก็แค่หวังว่ามันจะมีสิ่งที่น่าสนใจเหมือนอย่างเช่นตลาดนัดบ้านเรา การดูวิถีชีวิตของปุถุชนคนธรรมดา สำหรับฉัน..มันคือเรื่องน่าตื่นเต้นกว่าการเดินช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมในนครปารีสเป็นเสียไหนไหน..ฉันเชื่อว่า เรื่องแบบนี้ อาจทำให้คุณหนูคุณนาย ทั้งคุณชายเล็กคุณชายใหญ่ เซอร์ไพร้ส์กับความคิดอันผิดปกติและแตกต่าง

มาเที่ยวถึงปารีส นครแฟชั่นทั้งที ใคร ๆ ก็อยากไปเดินเฉิดโฉม ดูความศิวิไลซ์ของมนุษย์สมองเปรื่องที่สามารถหาเรื่องออกแบบสร้างสรรค์สิ่งทันสมัยให้ใคร ๆ ต้องเสียเงินทองกันได้ทุกวี่วัน....

ฉันก็รู้เรื่องเหล่านี้ เพียงแต่ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมจึงไม่ให้ความสำคัญนัก ฤาอาจคิดไปเองว่าสิ่งนั้น ๆ มัน คล้ายกับภาพลวงตาที่ฉาบไปด้วยสีสันของความระรื่น หากเบื้องหลังและที่มาที่ไปของมันอาจไม่เป็นเช่นนั้น

หลายครั้งในขณะเดินอยู่ในเมือง...ฉันถามกับตัวเองว่า

เธอคนงาม ผู้ซึ่งกำลังเดินเฉิดฉายไปมาบนท้องถนนคนนั้น เมื่อเธอกลับบ้านไป เธอแต่งตัวอย่างไรเวลาเข้านอน

ชายวัยกลางคนที่นั่งจิบกาแฟมองหอไอเฟลคนนั้น...เขามีเงินอยู่ในกระเป๋าเหลืออีกกี่ยูโรกันนะ..เขามีเงินมากจริง ๆ หรือเพียงแค่เงินค่ารถกลับบ้านเท่านั้น

เด็กวัยรุ่นคนนั้น ที่ดูสนุกสนานและทำตัวเด่นกว่าใครในกลุ่มเพื่อน เธอมีความสุขจริง ๆ หรือเพียงเธอต้องการความอบอุ่นซึ่งหาไม่ได้จากครอบครัวที่บ้านกันนะ

ฉันคงชอบความดิบและความจริงเสียมากกว่ากระมัง จึงอยากรู้ว่าอีกฝั่งตรงข้ามกับความสวยงามของเมืองนี้ มันมีหน้าตาเป็นอย่างไร

++++++++++++++++++++++++++++++++++

ฉันเดินทางไปยังจุดหมายด้วยรถไฟใต้ดินสาย4 แล้วลงที่สถานี Cligna court ซึ่งเพิ่งมารู้ตอนมาถึงที่นี่ว่ามันคือแหล่งชุมชนคนผิวสีและชาติต่าง ๆ ที่ไม่ใช่คนฝรั่งเศส ปุ่มสัญชาตญาณ “ไม่ปลอดภัย” เริ่มเตือนให้สติรับรู้เพื่อให้ระวังตัวมากขึ้น ค่าที่ฉันถูกมองด้วยสายตาแปลก ๆ แต่ฉันก็ยังคงเดินเข้าไปในตลาดดังกล่าวด้วยเห็นว่า เมื่อมาถึงแล้ว ก็ควรดูให้รู้แต่ต้องดูแลตัวเองให้ดีกว่าเดิม ก็เท่านั้น

ภาพบน : ชอบของเก่า ต้องมาเดินที่นี่ ใช่เลยค่ะ

ข้าวของต่าง ๆ ในนี้ ไม่แตกต่างไปจากบ้านเมืองเรา หากมีราคาค่างวดที่แพงกว่าก็เท่านั้น สินค้าที่วางขาย นอกจากอะไร ๆ ที่เกี่ยวกับภาษาฝรั่งเศส อาทิเช่น หนังสือหรือซีดีเพลง แล้ว อย่างอื่น ก็แทบไม่มีสิ่งใดที่หาไม่ได้ในสวนจตุจักร ถึงกระนั้น ฉันก็ต้องเสียเงินช็อปปิ้งให้กับคุณป้าชาวโมร็อคโคที่ขายสร้อยข้อมือสีสวยอยู่บนพื้นถนนริมทาง

“คุณป้าคะ..หนูไม่เคยมาเที่ยวประเทศฝรั่งเศส แต่ธรรมเนียมที่บ้านเมืองของหนู เขาสามารถต่อรองราคาสินค้าได้ คุณป้าลดให้หนูได้ไหมคะ” ฉันปล่อยมุขแบบรักตัวกลัวตาย แต่อยากได้ของถูก

สุดท้ายคุณป้าก็ยอมปล่อยของให้ ด้วยทนลูกอ้อนของฉันไม่ไหว

“ใครกันนะ จะทนได้กับยิ้มสยาม..ต่อราคาไปยิ้มไป คุยไป...แล้วใครจะโกรธ” ฉันใส่สร้อยข้อมือที่ซื้อมาใหม่ ๆ เดินแกว่งแขนเล่นสบายใจกลับเข้าเมืองอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องที่ได้ช็อปของถูกในฝรั่งเศส

ภาพบน : มารำไกลถึงฝรั่งเศสเชียวหรือนี่

ระหว่างทางบนรถไฟใต้ดิน...ฉันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก...คล้ายกับว่า เราได้มาเห็นหลายมุมของชีวิตในเมืองหลวงแห่งนี้ ปารีส...มีหอไอเฟลที่แตกต่าง แต่วิถีชีวิตหลังหอไอเฟล..ไม่ต่างอะไรไปจากบ้านเมืองของเราเลยสักนิด...ดังนั้น หอไอเฟลจึงเตือนให้ฉันมั่นใจว่า ถ้าไม่ต่างเยี่ยงนี้ สู้กลับไปจิบกาแฟดูพระอาทิตย์ตกที่ริมเจ้าพระยา หน้าวัดอรุณ คงจะดีกว่ากระมัง

“มันก็ทรงแหลม ๆ พอ ๆ กับหอไอเฟล นั่นแหละ” ฉันกล้อมแกล้มไปตามเรื่อง

++++++++++++++++++++++++++++++++++

 “มหาวิหารนอเทรอ ดาม” (Notre Dame) นับเป็นสถานที่เที่ยวแห่งสำคัญ ที่ถ้าไม่ได้ไป ก็ถือว่าขาดอะไรไปสักอย่าง

ที่นี่ เป็นมหาวิหารสมัยกอธิค ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ซึ่งคำว่า Notre Dame ในชื่อวัดนั้นแปลว่า พระเจ้าของเรา (Our Lady) ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียกพระแม่มารี  ปัจจุบันมหาวิหารก็ยังใช้เป็นวัดของนิกายโรมันคาทอลิกและเป็นที่นั่งของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส มหาวิหารนอเทรอดามถือกันว่าเป็นวัดที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอธิคแบบฝรั่งเศส 

ภาพบน : ด้านในสวยมากค่ะ

ภาพบน : กระจกสีสวยมาก ๆ

นับเป็นมหาวิหารแห่งแรกที่ก่อสร้างแบบกอธิคและยังก่อสร้างต่อเนื่องมาตลอดสมัยกอธิค ปฏิมากรรม และหน้าต่างประดับกระจกสี (stained glass) มีอิทธิพลจากศิลปะแบบแนทเชอราลลิสม์ (Naturalism) ทำให้แตกต่างจาก ศิลปะโรมาเนสก์ที่สร้างก่อนหน้านั้น

นอเทรอดามเป็นหนึ่งในบรรดาสิ่งก่อสร้างแรกที่ใช้ "กำแพงค้ำยันแบบปีกนก" (flying buttress) ตามแบบเดิมไม่ได้บ่งถึงกำแพงค้ำยันรอบมหาวิหาร "Choir" หรือ รอบทางเดินกลางของตัววัด (nave) เมื่อเริ่มสร้างกำแพงวัดสูงขึ้นกำแพงก็เริ่มร้าวเพราะน้ำหนักของสิ่งก่อ สร้าง เพราะสถาปนิกสมัยกอธิคจะเน้นการสร้างสิ่งก่อสร้างที่สูง บาง และโปร่ง เมื่อสร้างสูงขึ้นไปกำแพงก็ไม่สามารถรับน้ำหนักและความกดดันของกำแพงและ หลังคาได้ทำให้กำแพงโก่งออกไปและร้าว สถาปนิกจึงใช้วิธีแก้ด้วยการเติม "กำแพงค้ำยัน" ที่กางออกไปคล้ายปีกนกด้านนอกตัววัด เพื่อให้กำแพงค้ำยันนี้หนุนหรือค้ำกำแพงตัววัดเอาไว้ เมื่อทำไปแล้วนอกจากจะมีประโยชน์ทางการใช้สอยแล้วยังกลายเป็นเครื่องตกแต่ง ที่ทำให้สิ่งก่อสร้างความสวยงามขึ้น ฉะนั้นวิธีแก้ปัญหานี้จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ส่วนหนึ่งของวัดที่สร้างแบบกอธิคไปในตัว

ภาพบน : มีความหมาย ชอบค่ะ

ราวปี ค.ศ. 1790 ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศสวัดก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประติมากรรมและศิลปะทางศาสนาถูกทำลายไปมาก มหาวิหารได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนมีสภาพเหมือนก่อนหน้าที่ถูกทำลาย

บริเวณด้านหน้ามหาวิหาร เป็นจุดที่ตั้งของ “สะดือปารีส” โดยมีป้ายวงกลมเขียนว่า Point Zero ซึ่งนับเป็นหลักกิโลเมตรที่ 0 ของฝรั่งเศสนั่นเอง

ภาพบน : ด้านนอกก็สวย

ภาพบน : อื้อหือ...สะดือปารีส

++++++++++++++++++++++++++++++++++

ด้านหลังโบสถ์นอเทรอดาม เห็นจะเป็นสถานที่ที่ฉันโปรดปรานมากกว่าโบสถ์ชื่อดังเสียอีก ที่นั่นเป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่กลางแม่น้ำแซน ชื่อว่า “อิลแซงต์-หลุยส์” (Ile Saint-Louis) ซึ่งเป็นส่วนเก่าแก่ที่สุดของเมือง

เหมือนได้หลบลี้หนีความวุ่นวาย เมื่อข้ามมาฝั่งนี้ของเกาะ...ถนนซอกซอยเล็ก ๆ แต่คลาสสิก พาฉันสร้างจินตนาการวาดภาพนครปารีสในอดีตอย่างสงบ แม้ในปัจจุบันตึกเก่าโบราณถูกแทรกซึมไปด้วยร้านรวงต่าง ๆ แต่ความเจริญใช่ว่าจะเปลี่ยนภาพอดีตไปได้หมดจรด ถนนเก่า ๆ ยังคงปล่อยทิ้งให้คนรุ่นใหม่ผู้มาเยือนได้วาดภาพปริศนาเหล่านั้นด้วยความบันเทิงใจ

ร้านแบร์ตินยอง (Berthillon) เป็นร้านไอศครีมชื่อดัง ที่นักเดินทางมักบอกต่อ ๆ กันถึงรสชาติโอชะน่าชิม ชื่อนี้..จึงเปรียบเสมือน “อวน” ล่าปลาเล็กปลาใหญ่ที่ไม่ต้องทำอะไร ก็มีใคร ๆ เข้าไปรุมทึ้ง “Berthillon” ชื่อนี้ จึงมีวางตั้งอยู่หลายร้าน จนปลาเล็กอย่างฉัน เดาไม่ออกว่าร้านไหนคือร้านต้นตำรับกันแน่

ภาพบน : ไปไหน ๆ ก็มีแต่ร้านขายไอศครีม

ภาพบน : เอาร้านนี้ละกัน...

ฉันตัดสินใจเลือกเข้าไปต่อแถวซื้อไอศครีมที่มีคนเข้าไปซื้อมากที่สุด โดยไม่เกี่ยงงอนที่จะยอมยืนรอ แต่เกี่ยงงอนตอนจ่ายเงิน เนื่องจากราคาแพงจนยากเกินทำใจกับ 1 สคูป ในราคากว่าร้อยบาท แต่อย่างไร ก็ไม่เสียอารมณ์เท่ากับผิดหวังในรสชาติที่ไม่ได้ตื่นเต้นนักกับชื่อเสียงเรียงนามที่ใคร ๆ ก็ติดตามถามไถ่

ฉันเดินค้อนขวับแล้วอยากขยับโทรให้เจ้าของร้านไอศครีม “ไผ่ทอง” มาเปิดร้านสู้แล้วเรียกชื่อให้หรูไปเลยว่า “The Golden Bamboo Icecream by Siamese”

“ขายไปเลยพี่...จากแก้วละ 15 เป็น 50 บาท ใส่ถั่วกับข้าวเหนียวเยอะ ๆ นะ...ยังไงก็ยังถูกกว่าไอติมแบร์ตินยองนั่นอยู่แล้ว” ในยามนี้...ฉันก็คงไม่ต่างจากคนเสียพนันกระมัง เมื่อพ่ายแพ้ ก็ได้แต่ตีโพยตีพาย...น่าอายเสียจริง ๆ

ภาพบน : ลอง "ไผ่ทอง" ไม๊ลุง...มี sticky rice ใส่ด้วยนะ

++++++++++++++++++++++++++++++++++

ปารีสในวันสุดท้าย ทำหน้าที่เจ้าของบ้านอย่างน่าประทับใจ ด้วยภูมิอากาศเย็นสบาย พร้อมแสงแดดและสายลมพัดโบกให้คนกำลังเดินทางจากไปมีหัวใจแช่มชื่น...แม่น้ำแซน ถูกเกาะกรุ่นไปด้วยไอรักของหนุ่มสาวที่อาศัยธรรมชาติเหล่านี้เป็นตัวช่วยกระชับความสัมพันธ์ ฉันเห็นแล้วแอบอดดีใจในความสุขของพวกเขาไม่ได้

ภาพบน : เดินไปเรื่อย ๆ เมื่อยก็หยุดค่ะ

ฉันตัดสินใจเลือกทางเดินกลับที่พักด้วยการกีบทั้งสองของตัวเอง เนื่องจาก เหลือตั๋วรถไฟเมโทรเพียงแค่ใบเดียว ซึ่งฉันจะเก็บเอาไว้ใช้ในวันพรุ่งนี้ที่จะต้องเดินทางจากที่พักไปสถานีรถไฟเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองอัมสเตอร์ดัม

“อันที่จริง เราก็ไม่ได้ยากจนค้นแข้นอะไรนักหนา แต่เราก็แค่ไม่อยากปรนเปรอความสะดวกสบายให้กับตัวเองจนเป็นนิสัย อากาศก็เย็นสบาย เพียงแค่เดินแล้วเมื่อยบ้าง ก็ถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัวมิใช่หรือ” ฉันปลอบใจตัวเอง หรือ กำลังหลอกตัวเองกันนี่.....

ภาพบน : น้ำดื่มกินได้

ภาพบน : ตลาดนี้ขายของเกี่ยวสวน น่ารักมาก

การเดินทางกลับด้วยเท้า ทำให้ฉันได้แวะดูตลาดขายต้นไม้ ต่อด้วยการลัดเลาะชมดูแหล่งช็อปปิ้งของวัยรุ่นในเมืองนี้ที่ย่าน Les Halles ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากสยามสแควร์ในบ้านเรา

เด็กวัยรุ่นที่นี่ แต่งตัวกันเปรี้ยวเข็ดฟันชนิดไม่ต้องกินมะดันจิ้มเกลือ ส่วนคุณป้า ๆ บางคนก็กัดสีผมดูร้อนแรงได้ใจ ฉันยึดบันไดริมข้างทางเพื่อหยุดกินอาหารเย็นรสโอชะที่จัดเตรียมมาจากที่พัก (หลอกตัวเองอีกแล้วว่าอร่อย) แล้วนั่งมองดูวัยรุ่นหน้าตาหล่อ ๆ ก่อนงับขนมปังกับหมูเบคอนไปพลาง ประหนึ่งหากับแกล้มให้ดูว่ามื้อนี้มีตัวช่วยให้อาหารอร่อยมากขึ้น

ภาพบน : หนูจ๋า..อิจฉาเขาเหรอ...คิดเหมือนกับพี่เลย...

ภาพบน : สีชมพูเนี่ยนะ...

ภาพบน : ของช็อปปิ้งมีมากมาย

ภาพบน : ถ้าอิฉันใส่ชุดนี้ไปเดินหาดพัทยา คุณผู้อ่านช่วยเป็นพยานด้วยนะ ว่าเลียนแบบมาจากฝรั่งเศส

ฉันเปลี่ยนเส้นทางในการเดินกลับที่พัก ด้วยหวังว่าจะได้เห็นอะไรแปลกใหม่อีก

การลองเสี่ยงทำอะไรที่แตกต่างไปบ้าง ถือเป็นกิจกรรมท้าทาย และน่าตื่นเต้นให้กับตัวเองเสมอ ฉันมักชอบทำอะไรแบบนี้ หากแต่ไม่ลืมที่จะต้องยึดหลักให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้และมีขอบเขตของความจริงอยู่เสมอ

ภาพบน : สถานีรถไฟเมโทร ที่พรุ่งนี้จะได้ใช้ตั๋วใบสุดท้ายที่เหลืออยู่

ดังนั้น ฉันจึงยอมเดินตามป้ายบอกทางบนถนน โดยลดตรรกะของความยึดมั่นถือมั่นในความคิดตัวเอง แล้วยอมไว้ใจป้ายของบ้านเมืองนี้บ้าง สุดท้าย ฉันก็ได้มายืนแก้มป่องอยู่ตรงด้านหน้าอนุสาวรีย์ Repulique ถิ่นเดิมที่เคยชิน อันที่จริง อนุสาวรีย์นี้ ช่วยให้ฉันไม่หลงทิศทางได้เสมอ เพราะที่พักของฉันอยู่ด้านหลังของแม่หล่อน ถ้าโผล่มาจากสถานีรถไฟใต้ดินในวันใดแล้วพบว่าแม่หล่อนหันหน้าให้ ก็เป็นอันรู้ว่าฉันจะต้องเดินไปด้านหลังเพื่อกลับที่พักได้อย่างสะดวกสบายไม่ต้องสับสนทาง

ค่ำนี้แห่งนครปารีส...ฉันรู้สึกใจหายที่จะต้องเดินทางจากไปอีกครั้งหนึ่ง

อาจเป็นเพราะเมื่อเริ่มต้นที่เดินทางมาถึง ฉันรู้สึกกลัวที่นี่จนขี้ขึ้นสมอง จนมาถึงในวันนี้ที่เริ่มคุ้นเคยจนอยากตีสนิทด้วย แต่ก็มีอันต้องจากไปเสียแล้ว

มันดูไม่แตกต่างนักกับชีวิตการทำงานของมัคคุเทศก์อย่างฉันในเมืองไทย ที่ก็ได้แต่เพียงพบพานผู้คนมากหน้า ซึ่งผ่านมา แล้วเขาก็ผ่านไป

ฤามันจะคือมนต์ที่ถูกกำหนดเอาไว้ให้กับชีวิตนักเดินทางกันนะ

ไม่ว่ามันจะเป็นมนต์ดีหรือมนต์ดำ....แต่ฉันก็หลงรักหัวปักหัวปำกับการเดินทางไปเสียแล้ว

ลาก่อน...ราตรีสุดท้ายในปารีส...

ฉันควานหา “โลกส่วนตัว”มาอุดหู ก่อนปิดตาหลับไป

ผ่านมา....แล้วก็ผ่านไป............

ภาพบน : ข้ามแม่น้ำแซน แสนโรแมนติก



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
tanthainium วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 02.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณchailasalle: ไอศครีมไทย...สมควรไปเมืองนอกได้แล้วค่ะ...ยืนยันคำเดิม อิอิ..

คุณผีเสื้อพเนจร: ยิ่งไปเที่ยวคนเดียว เห็นภาพอะไรเหงา ๆ ยิ่งอยากถ่าย...เป็นอะไรนะเรา..

คุณสิงห์มือซ้าย: ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ พี่พร

คุณBlueHill : มุขนี้ไม่จดลิขสิทธิ์ค่ะ...ใช้บ่อย ๆ นะคะ

คุณchailasalle : ขอบคุณในความปรารถนาดีที่มีให้เสมอมานะคะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
chailasalle วันที่ : 02/01/2012 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle


ขอนำพรปีใหม่มาสู่ท่าน
ให้สำราญกายใจสุขสดชื่นตลอดปีมังกร ..

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
BlueHill วันที่ : 28/12/2011 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

“ใครกันนะ จะทนได้กับยิ้มสยาม

มุขนี้ว่าง ๆ ต้องขอยืมไปใช้บ้่างเสียแล้่ว

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 27/12/2011 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

การแต่งตัวให้มีสีสัน ทำให้ชีวิตมีสีสันดีเหมือนกันนะ
ไว้แต่งเวลาเบื่อๆ แล้วให้ชีวิตมีรสชาติมากขึ้นก็น่าจะดีเหมือนกัน
สุขสันต์วันเกิดจ้า ตั๊กแตนคนสวยและเก่ง

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 26/12/2011 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

ชอบภาพสุดท้าย .. เหงาดี วุ้ย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
chailasalle วันที่ : 26/12/2011 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

กุญแจประเทศไทย นางรำ เราอยู่แดนไกลรู้สึกได้เยอะเลยนะครับ ปล. ไอศครีม ไผ่ทอง โป๊ะ ข้าวเหนียวฝรั่งคง อึ่งทึ่ง มากทีเดียวครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
tanthainium วันที่ : 26/12/2011 เวลา : 07.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณย่าดา : ขอบคุณที่แวะเวียนมาอ่านมาดูมาชมงานเขียนและภาพถ่ายของหนู อยู่เสมอ ๆ เที่ยวไปถ่ายไปเขียนไป ก็เพลิดเพลินใจดีค่ะ

คุณสำรวจฟ้า : ยังไม่กลับเมืองไทยนะคะ...ยังเหลืออีก 3 วัน จึงจะกลับบ้านเฮาค่า

คุณพิชช่า : วันนี้วันสุดท้ายที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับปารีสแล้วค่ะ...วันต่อไปก็จะพูดถึงอัมสเตอร์ดัมค่ะ...แหม ลูกสาวอยู่ตูลูส..ปล่อยลูกสักพัก...แล้วตามไปอัมสเตอร์ดัมด้วยกันอีกนิดนะคะ ใกล้จบแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พิชช่า วันที่ : 25/12/2011 เวลา : 17.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelearnlife

ตามมาปารีสเพราะลูกสาวกำลังเดินทางออกจากปารีสไปอิตาลี3วัน แลัวจะกลับมาพักที่นี่อีก 3 วัน ถึงกลับตูลูสหลังปีใหม่ค่ะ
ชมภาพ อ่านเรื่องราวสนุกมากค่ะ ไม่ผิดหวังกับสาวมั่นคนนี้เลย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 25/12/2011 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ตามมาอยู่ปารีสเสียหลายวัน ถึงวัน..เดินทางกลับซะแล้ว

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ย่าดา วันที่ : 25/12/2011 เวลา : 01.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

โหวดก่อนอ่านรู้ว่ายังไงต้องสนุก ชอบภาพสายตาหนูน้อยบนรถเข็น และการบรรยายภาพค่ะ สื่อได้ดีจริงๆจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
tanthainium วันที่ : 24/12/2011 เวลา : 23.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

คุณอีหนูซู่ซ่า : ยินดีเป็นที่สุด ที่ชอบงานเขียนของแตน...ว่าแต่ว่า เม้นท์ตอนกำลังหิวหรือเปล่าคะเนี่ย...ชักจะเริ่มหิวตะหงิด ๆ แล้ว

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อีหนูซู่ซ่า วันที่ : 24/12/2011 เวลา : 23.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/smallwife

ลงชื่อแฟนคลับค่ะ รูปสวย เนื้อมันส์ หวาน อร่อย อิอิ อยากเป็นตั๊กแตนแบกเป้บ้าง... อิจฉา

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
tanthainium วันที่ : 24/12/2011 เวลา : 22.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

ni_gul : ชุดนี้ หนูทำได้นะ...แค่ไปจิ๊กผ้าขาวม้าของพ่อมาต่อกับกางเกงยีนส์ ก็ใส่ได้แล้ว...ทำได้ แต่ไม่กล้าใส่ค่ะ...555

NN1234 : ยินดีมาก ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
NN1234 วันที่ : 24/12/2011 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

มาเที่ยวแพรีสด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ni_gul วันที่ : 24/12/2011 เวลา : 21.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ไหนนะ...น้องแตนว่าจะใส่ชุดนี้นน่ะนะในพัทยา...
โอแม่เจ้า(โว้ย)!

คิดถึงจ้ะ
สุขสันต์ในช่วงเทศกาลนี้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
tanthainium วันที่ : 24/12/2011 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ ; ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มอบให้ค่ะ...แทนไทยเนียม หายไปพักใหญ่มาก...ดีใจที่ยังมีคนคอยติดตามอ่าน "อย่าได้แคร์ฯ" เช่นเคยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 24/12/2011 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

อ่านอย่างสนุก แสบๆคันๆ สไตล์แทนไทเนียม จะมีสักกี่คนที่ได้เที่ยวตามใจ ได้เขียนอย่างที่สมองคิด ส่วนจะต้องจริตใครนั้นแล้วแต่ผู้อ่าน เก็บข้อมูลก่อนที่จะมีโอกาศไปชะโงกทัวร์ ย้อนไปอ่านที่คุณเขียนแล้ว หลายตอน ข้อมูล
ภาพนี่สวยแปลก ถ้ารวมเล่นก็คงซื้อมานั่งอ่านขำๆ แน่นอน ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน