• taoja
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : suwasrit@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-30
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 71293
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
เรื่อยเรื่อย
ทดลองหัดใช้บล็อก จะได้ไม่ตกโลก
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/taoja1
วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม 2551
Posted by taoja , ผู้อ่าน : 1757 , 17:18:20 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จากหนังสือเรื่องประหารกิเลส ๑, ๒ สู่โสดาบันก่อนตาย (Entering the Stream I, II) โดย ภิกขุโย
เมื่อแรกเห็นชื่อหนังสือและอ่านแล้ว ไม่ได้คิดจะนำมาเขียนถึง เพราะดูจะเข้มข้นเกินไป (ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจยิ่ง เป็นเรื่องที่อยู่ในชีวิตประจำวัน และเป็นเรื่องที่เป็นสาเหตุให้เกิดอะไรๆ อีกมากมาย) แต่พอได้อ่านส่วนคำนำในเล่มที่ ๒ แล้วเลยเปลี่ยนใจ นำมาถ่ายทอดให้คนอื่นมีโอกาสรับรู้บ้างตามความเข้าใจของตนเอง ในคำนำนั้นบอกว่าอย่างนี้ค่ะ
“หนังสือที่อ่านแล้วพาให้ยึดมั่นถือมั่น (เขียนเชิงยุยงให้ผู้อ่านนั้นวนเวียนไปกับกิเลสตัณหา) มากขึ้นนั้นมีอยู่เป็นแสนๆ เล่ม จะมีหนังสือสักเล่ม สองเล่ม ที่พาให้ไถ่ถอนความยึดมั่นถือมั่นนั้นไม่ได้เลยหรือ.. 
ก็คงเช่นเดียวกันกับเรื่องราวบนโลกอิเล็กทรอนิกส์หรือเว็บไซต์ที่สามารถเผยแพร่ไปได้กว้างไกลกว่าด้วยซ้ำ
  

ไม่เคยมีใครเคยตายจากการปฏิบัติธรรมะ ไม่เคยมีพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์
“โยคีใจเด็ด สู้ยับ ดับคาห้องกรรมฐาน”
นอกจากนี้ พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่เคยตรัสว่า
“เธอจะบรรลุอรหันต์ ก็จงรอเสียจิ้งจกทักเสียก่อน” หรือ “จะสำเร็จประโยชน์อันใด ต้องทำนายไพ่ก่อน”

การทำบุญหรือทำความดีไม่ใช่การลงทุนทำธุรกิจ อย่าทำบุญไปพร้อมกับการไม่ละบาป ทำบุญไปก็โลภก็หลงจับเข้าไปเต็มเปา อย่าทำความดีด้วยความโลภ ละโมบ ไม่ละความอยาก ถึงจะได้ดีกลับมาแต่กิเลสก็เติบโตขนานไปพร้อมกันด้วยจนเคยตัว การทำบุญด้วยจิตใจที่ปารถนาดีมันก็ดีทั้งนั้น แต่ถ้าทำไปแล้วหวังผลว่าจะได้อะไรกลับมา มันจะกลุ้มใจเอาเมื่อไม่ได้อะไรอย่างที่หวัง ให้ทำความดีเหมือนทำความสะอาดห้อง สิ่งที่ได้จากการทำความสะอาดห้องคือความสะอาดของห้อง ไม่ใช่คำชมว่า”ห้องสะอาด” จากคนอื่น

การศึกษาทางโลก เป็นการศึกษาสิ่งสมมติ ทำให้ยึดมั่นถือมั่นมากขึ้น ดังนั้นจงศึกษาให้พอดี อย่าให้เกินกว่าการพอเพียงกับการแค่ดำรงชีวิต อย่าให้มันพาออกห่างความรู้ที่ถูกต้อง ต้องพัฒนาปัญญาขนานกันไป ระวังติดในสมมติ ติดแนบแน่นจนแยกแยะไม่ออกว่า การยึดติดนั่นนะคือการทำให้ตัวเราทุกข์ การศึกษาทางธรรมเสมือนหางเสือบังคับให้ตรงทาง ให้ไปถึงจุดหมายถูกต้อง ศึกษาให้รู้ถึงต้นเหตุแห่งทุกข์และปฏิบัติตามแนวทางให้คลายความยึดมั่นถือมั่นซึ่งเป็นเหตุแห่งทุกข์ ให้มีความรู้ ความคิดเห็นที่ถูกต้อง หากการศึกษาใดไม่เป็นเพื่อการนี้ ก็มักยึดมั่นถือมั่นอย่างแน่นหนาในสิ่งที่ตนเองก็ตอบไม่ได้ ได้แต่อาศัยทำตามๆ กันมา หรือตามที่ตนชอบ หรือตามที่ตนคิดว่า”ใช่” หรือตามอุปนิสัยเดิมๆ ของตน จนกว่าจะมีปัญญามาสลัดยกสิ่งต่างๆ เหล่านี้ออกไป

จงตั้งสติมองดูจิตตนเองให้มาก ให้ปัญญานำหน้าประหารความหลงออกไป ถอนสิ่งที่กำลังยึดนี้เสีย พยายามฝืนและฝึกฝนให้มีความเข้มแข็งเพื่อต่อกรกิเลส สร้างบารมเพื่อทำลายกิเลส หาใช่เพื่อพอกพูนกิเลส เพิ่มความยึดมั่น ให้มากขึ้นไม่ ถ้ายังทำสิ่งต่างๆ ด้วยความเชื่อและยึดมั่นที่มีพื้นฐานจาก “ความไม่รู้” มันก็ยัง “หลง” อยู่นั่นเอง จำไว้ไม่ต้องมองคนอื่น ไม่ต้องวิจารณ์คนอื่น แต่จงมองตนเอง วิจารณ์ตนเอง การเอาแต่มองคนอื่นแล้วทำให้กิเลสลดลงมั้ยล่ะ บางครั้งบุคคลยังไม่ได้พัฒนาสติให้มีความสมบูรณ์ ยังไม่มีความคิดเห็นที่ถูกต้อง อาจต้องพึ่งการเชื่อหรือยึดถือสิ่งต่างๆ ทั้งที่รู้ว่าสิ่งที่เชื่อนี้ไม่เที่ยง รู้แก่ใจแบบนี้ ยังไม่พร้อมจะสลัดออก ต้องใช้เวลาฝึกฝนอบรมจิตใจจนเกิดปัญญา การปล่อยวางต้องปล่อยวางด้วยปัญญา ไม่ใช่ฟังความใครมาแล้วปล่อย บางทีก็ปล่อยแล้วไปยึดที่ตัวครูอาจารย์ผู้สอนแทน แบบนี้แสดงว่าไม่ได้ปล่อยวางด้วยความคิดเห็นที่เปลี่ยนไปเนื่องจากนำไปคิดไตร่ตรอง พิจารณาอย่างหนัก ไตร่ตรองอย่างดี แล้วปล่อยวาง พิจารณาจนเกิดปัญญาความเข้าใจว่า แท้จริงมันแค่คือธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป การกระทบกันของอายตนะ ก่อเกิดความรู้สึก เกิดโน่นนี่ คือจะเกิดอะไรก็เกิดไป พยายามรักษาใจอย่าให้จิตเข้าไปยึดกับอะไร มันจะอะไรๆ ก็เออ รู้แล้ว แล้วก็ปล่อยให้มันเกิดไป แต่อย่าเข้าไปเอา อย่าเข้าไปยึด ตามความเคยชินของจิตคนที่คุ้นกับการยึด จับฉวยอะไรๆ ไว้จึงถอนไม่ได้ เพราะถ้าถอน ถ้าปล่อยแล้ว ไม่รู้จะเอาอะไรมายึดดี



การปฏิบัติธรรมไม่ใช่ต้องอยู่แต่ในสถานที่เงียบๆ สงัดๆ เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเข้าวัดถึงจะปฏิบัติได้ ลองให้ชีวิตเสมือนห้องห้องกรรมฐาน ทุกๆ ก้าวเดิน ทุกๆ แห่ง ทุกๆ วัน คือห้องกรรมฐานทั้งนั้น เพราะถึงจะเข้าไปอยู่ในตู้เงียบๆ กิเลสก็ออกมาได้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ของเรานั่นเอง ดังนั้นทำให้โลกที่เกิดทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นที่ปฏิบัติธรรม ใจถ้าหยุดปรุงแต่งได้ก็สงบได้ ถ้ามีสติสำรวมกาย วาจา ใจ เสมอก็พร้อมที่จะสงบได้ เมื่อมีอะไรกระทบก็สอนให้จิตให้มีปัญญา มองเห็นว่ามันไม่เที่ยง ไม่ควรเข้ายึด ทำบ่อยๆถี่ๆ จนตายกันไปข้างหนึ่ง ฝ่อไปทีละตัวสองตัว ให้มีสติเข้าไว้ไม่ว่าจะทำอะไรเพื่อรักษาจิตใจ จิตคือตัวรู้ การปฏิบัติธรรมเป็นการฝึกตัวรู้นี้ นอกจากทำให้นิ่งโดยการเดินจงกรม-นั่งสมาธิแล้ว ต้องลองนำจิตชน/สัมผัสสิ่งที่เข้ามาชนหรืออารมณ์ที่กระทบ แล้วดูสิว่าความกรีดแทงลดลงบ้างมั้ย อย่าทะนงตนจนหลง ทดสอบซิว่าความคิดเห็นที่เคยมีต่ออารมณ์ที่เข้ามากระทบ หรือต่อความอยากได้ อยากมี อยากเป็น หรือทิฐิต่างๆ ยังมีอยู่หรือลดลงบ้างหรือไม่ เวลานั่งสมาธิเมื่อปวดขาให้พิจารณาความปวดนั้น ไม่ใช่ให้หายปวด แต่ให้เห็นความรู้สึก เห็นใจที่อยากไม่ปวด มองลึกเข้าไปจะเจอ “ตัวกู” เจอ “อุปทาน ยึดมั่นถือมั่น” ที่กลายเป็นความเจ็บกายเจ็บใจ เมื่อเจอความปวดครั้งหนึ่ง ท่านเลือกได้ “สู้” หรือ “ยอมแพ้” ถ้า”ยอมแพ้”ก็คือ “สะสมความแพ้” ไว้ในตัวท่านเอง ถ้า “สู้” จนครบเวลา ก็คือ “สะสมความชนะอุปสรรค สะสมความอดทน” ไว้ในจิตของท่านเอง ท่านจะเลือกสะสมสิ่งใดกันล่ะ จงอาศัยความศรัทธาในครูอาจารย์กรรมฐานที่ท่านผ่านการต่อสู้เช่นนี้มาแล้ว ให้เป็นพลังและเสริมความมั่นใจ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]