*/
  • คมฉาน_ตะวันฉาย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kokkram@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-30
  • จำนวนเรื่อง : 95
  • จำนวนผู้ชม : 184706
  • จำนวนผู้โหวต : 99
  • ส่ง msg :
  • โหวต 99 คน
วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by คมฉาน_ตะวันฉาย , ผู้อ่าน : 4278 , 14:58:45 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน ต้นหญ้าในป่าใหญ่ , อังศนา และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

มหัศจรรย์ธรรมชาติ

คมฉาน  ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ

kokkram@hotmail.com

                                   

คุณรังสิมา  ตัณฑเลขา และคุณพลอยพรรณ  จันทร์เรือง ทั้งสองท่านเรียบเรียงความหมายของคำว่า

 “พุ” และ “พรุ” จากข้อมูลของ ศ.ดร.ทวีศักดิ์ บุญเกิด  ผศ.ดร.รสริน  พลวัฒน์ และ อ.ปริยญานุช กลิ่นรัตน์

ไว้ในหนังสือ BRT ถึงความแตกต่างของ “ป่าพุ” และ “ป่าพรุ” ไว้แตกต่างกันคือ

.

พุ  นั้นเป็นอาการของน้ำ หรือแก๊ส ที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ( spring water area )  เมื่อไปเกิดขึ้นในป่าที่มีตาน้ำผุดขึ้นมา  ทำให้เกิดมีน้ำขังในระดับตื้น ๆ 

จนเกิดสภาพแวดล้อมที่พืช และสัตว์บางชนิดสามารถปรับตัวในระบบนิเวศแบบนี้ได้ กลายเป็นลักษณะของ ป่าพุ ขึ้นมา 

น้ำในป่าพุจะใสแจ๋ว  

.

ส่วนป่าพรุ  หรือ  Peat Swamp Forest นั้น จะเป็นลักษณะของระบบนิเวศของพื้นที่ลุ่มต่ำ ชื้นแฉะ

มีการสะสม ถมทับของซากพืช มีน้ำท่วมขังอยู่เกือบตลอดเวลาโดยที่ไม่มีตาน้ำมาเพิ่มจำนวน น้ำคล้ายสีน้ำชา            

คุณค่าของป่าทั้งสองแบบนั้น ในแง่ของชีวภาพ  ป่าทั้งสองแบบจะมีเอกลักษณ์และลักษณะพิเศษที่ค่อนข้างแปลกจากป่าทั่วไป 

ที่ครูบาอาจารย์ด้านนี้เห็นแล้วรู้ถึงคุณค่าของมัน แต่สำหรับ เราๆ ท่านๆ คงได้แต่เก็บลักษณะทางกายภาพเท่าที่มองเห็นมาบอกเล่า

.

.               

ในชีวิตการท่องไพร ผมเคยเห็นลักษณะของป่าพุและพรุมาหลายที่  บางที่เป็นป่าพุน้ำร้อน

คือ แทนที่น้ำที่พุออกมาจะเป็นน้ำใสไหลเย็นกลับเป็นน้ำร้อนที่พุผุดขึ้นมาจากใต้ดิน แต่ไม่ถึงกับพุ่งแบบที่ฝางหรือโป่งเดือด  

มีน้ำอุ่นๆท่วมขังเจิ่งนองชั่วนาตาปีเป็นเนื้อที่กว้างอยู่   พืชก็แปลกไปอีก (ที่อุทยานฯคลองวังเจ้า )  หรือลักษณะของน้ำพุที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน

แล้วทำให้พื้นที่รายรอบกลายเป็นบ่อดินดูด ชนิดที่ไปยืนเฉยๆ เราก็จะจมลงไปในดินไม่ยาก 

เล่นเอาใจหายใจคว่ำ   (ป่าในสุราษฎร์ธานี)

.

.               

แต่สำหรับป่าพรุที่หน่วยพิทักษ์ป่านาน้อย ของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ตะวันออกที่มีเนื้อที่การเป็นพรุถึง 3,000 ไร่  

แม้ไม่กว้างนับล้านไร่แบบพรุโต๊ะแดงที่สุไหงโกลก

ที่เป็นพรุกึ่งกร่อย กึ่งจืด แต่สำหรับที่นาน้อยน่าจะเป็นป่าพรุน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดที่ผมรู้จัก 

การดั้นด้นไปดูพรุนาน้อยจึงเกิดขึ้นกลางเดือนเมษายน ปี 2553 ในขณะที่กรุงเทพมีอูณหภูมิ 43 องศาเซลเซียส 

แต่อูณหภูมิในป่าทุ่งใหญ่ตะวันออกที่ผมไปสัมผัสมาหนาวจนนอนไม่หลับ ชนิดที่ต้องออกมานั่งผิงไฟตั้งแต่ตีห้า    

สามคืนในป่าเล่นเอาปากแตกร่อนเพราะความหนาวเย็น  เป็นความหนาวกลางหน้าร้อนที่เหลือเชื่อ

.

.

               

พื้นที่นับล้านไร่ของทุ่งใหญ่ตะวันออก มีพื้นที่ที่เป็นป่าพรุเพียง 0.3 % 

ที่หน่วยนาน้อย ซึ่งในอดีต เคยเป็นชุมชนของชาวเขาเผ่าม้งที่เข้ามาหักร้างถางพงทำไร่ในป่า

พอประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์จึงมีการอพยพชาวเขาลงไปอยู่ที่พบพระ

การอพยพใช้เวลายาวนาน ตั้งแต่ปี 2532-2537  

พื้นที่ป่าที่ถูกถางทำไร่ ผ่านมา 20 ปี เพิ่งฟื้นได้เพียงหญ้าคาและลูกไม้เล็กๆที่เริ่มตั้งลำต้นกันประปรายในทุ่ง

อาจต้องใช้เวลาอีกเป็นร้อยปีกว่าจะฟื้นสภาพป่าให้คืนมา 

.

.               

ป่าพรุนาน้อย 3,000 ไร่ อยู่ในหุบแอ่งที่มีภูเขาสูงขนาบทั้งสองข้าง

กลางป่าพรุมีลำห้วยบี้ไหลผ่าน และปลายทางก็ไปสมทบกับห้วยแม่กลองเฉกเช่นลำห้วยอื่นๆย่านนี้ 

ป่าพรุนาน้อยอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าราว 2 กม. เดินผ่านป่าดิบแล้งแล้วลงสู่หุบเขา พอเข้าสู่อาณาจักรของป่าพรุ

ก็เห็นพูพอนของต้นไคร้น้ำ ชมพู่น้ำ  เตยหนาม ทองหลาง ผักหนาม ไม้ยืนต้นแทบทุกชนิด มีรากพูพอนใหญ่โตและเหยียดยาว

บนลำต้นมีไม้เกาะอาศัยทั้งกล้วยไม้ชนิดต่างๆ  เตยใหญ่มีรากค้ำยันที่ดูแปลกตา

แอ่งน้ำนิ่งที่อยู่เบื้องล่างตื้นเขินแต่เต็มไปด้วยเศษซากใบไม้ ที่เผลอย่ำลงไปก็จะจมหายไปครึ่งค่อนแข้ง 

น้ำสีชา ในส่วนนี้น่าจะเป็นส่วนที่เรียกว่าเป็นป่าพรุ รอยเท้าของสัตว์ป่าโดยเฉพาะพวกกวาง  ช้าง จะปรากฏรอบๆ

ไม่ได้ย่ำลงไปในกลางแอ่งน้ำที่อาจจะจมลึกไปเพียงใดก็ได้ ในป่าพรุแบบนี้มีสัตว์มากินพืชอาหารบางอย่างเหมือนกัน

.

.               

พื้นที่ป่าพรุนาน้อย วกวนเต็มไปด้วยพูพอนใหญ่น้อย เวลาเดินไปในป่าพรุนี้ต้องไปตามลำต้นไม้หรือกิ่งไม้ที่หักหล่น

อย่าได้เผลอลงไปย่ำบนดินโดยตรงอาจจะจมลงไปไม่รู้ตัว เส้นทางลัดเลาะไปจนเจอลำห้วยบี้

ลำน้ำสายใหญ่ มีน้ำสีคราม ใสแจ๋ว กระทั่งเห็นกิ่งไม้ที่จมไปใต้น้ำ  ไหลผ่านป่าพุ แห่งนาน้อย 

สองฝั่งธารน้ำแทบไม่ต่างจากป่า พรุ ที่ยังคงมีใบไม้ทับถม เศษซากใบไม้ที่ซ้อนทับ   ลองกำขึ้นมาแล้วบีบคั้นจะเห็นน้ำหยดไหลออกมาจนชุ่มมือ

พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนาน้อย จึงมีทั้งป่าพรุ  และป่าพุ  ในพื้นที่ที่เชื่อมต่อกัน  ป่าทุ่งใหญ่นอกจากใต้ดินจะมีความชื้นจากต้นไม้ที่ปกคลุม

ดักจับน้ำค้างและป้องแสงแดด ทำให้ดินชื้นอยู่ตลอดเวลาแล้ว ยังมีฟองน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่กว้างถึง 3,000 ไร่ 

คอยซับน้ำไว้เป็นด่านแรก แล้วทยอยปล่อยออกมาเมื่อฝนไม่ตก

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในป่าที่นี่จึงยังมีน้ำในลำธารมาก  ในขณะที่มีข่าวว่ามีหลายพื้นที่ประสบภัยแห้งแล้ง

               

คุณค่าทางระบบนิเวศการเป็นแหล่งทรัพยากรชีวภาพที่สำคัญนั่น

ก็ให้ครูบาอาจารย์นักวิจัยทั้งหลายว่ากันไป

แต่สำหรับเรา แค่เป็นฟองน้ำธรรมชาตินี่ก็มีคุณค่าเหลือคณานับแล้ว

.

.

               

แล้วนี่ผู้คนยังไม่ประจักษ์อีกหรือว่าป่านั้นมีประโยชน์มากมายเพียงใด 

เรามีป่า รับรองไม่อดน้ำแม้จะเป็นหน้าแล้ง   เรามีป่าก็จะได้ใส่เสื้อกันหนาวตลอดทั้งปี

ไม่ต้องไปซื้อเครื่องปรับอากาศ เปลืองค่าไฟฟ้า

ป่ามีคุณอนันต์มากมายเกินคณานับ ต้องให้พร่ำบอกกันกี่ครั้งจึงจะเข้าใจและช่วยกันรักษาป่ากันจริงจัง 

และถ้าไม่เอาคนออกจากป่าตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ป่านนี้ที่นี่จะเป็นอย่างไรยังนึกภาพไม่ออก

.

               

พรุ หรือ พุ ที่นาน้อย ไม่ได้เป็นพื้นที่สวยงามถ้าจะให้เป็นที่ท่องเที่ยว  

แต่พื้นที่ที่เละ แฉะๆน้ำแห่งนี้มีคุณค่ามากมายกับการเป็นแหล่งให้น้ำ ให้ชีวิต  

หรือต้องให้ฆ่ากันเพื่อแย่งน้ำดื่มกิน ถึงจะรู้จักคุณค่าของป่า

               

ถามจริงๆ ว่าอยากให้มีวันนั้นหรือ...

                                                                .............................................................................

                                                   * จาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ (เสาร์สวัสดี) 8 พ.ค.2553*


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ธรรมพยนต์ วันที่ : 13/02/2011 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/speechthai

รับรู้แล้วรักป่าขึ้นอีกเยอะเลยครับ... ธรรมพยนต์.

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 12/02/2011 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

โหวตครับ ภาพสวยเด็ด เนื้อหาดี มีวาทะศิลป์ โหวตเลยครับ.
อยากให้ได้อ่านหนังสือเทอดพระเกียรติพระราชินีเรื่องรวมภาพป่าประเภทต่างๆในไทย-สุดๆครับ ขอบอก.

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
คนบ้านใหม่ วันที่ : 12/02/2011 เวลา : 07.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krunoppol
ครูบ้านทุ่งชายทะเล

ป่าต้นน้ำลำธาร..คือหัวใจของระบบนิเวศไทยครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
wansuk วันที่ : 12/02/2011 เวลา : 00.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

ชอบพันธุ์ไม้ในป่าพรุค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ChaiManU วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    



ความคิดเห็นที่ 8 (0)
มะอึก วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

อูย...คนอ่านเยอะเยะเลย....................

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
khunphai วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 18.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

เรื่องราวดีจังเลยคะ
ขอโหวตให้กับเรื่องนี้คะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พี่ป๋อง วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teetatfarm
อาชีพอิสระ.. ทุกคนสามารถทำได้        

Like

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อังศนา วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angsana
เฉลียงหลัง : http://www.oknation.net/blog/uam

..อ่านไป ก็ฮัมเพลงไป
'ป่านั้นคือมณี มีค่าอนันต์..'

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
tengpong วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ยังไม่เคยได้เข้าไปเดินป่าแบบนี้จริงๆซักทีครับ


ป.ล. การเผาพื้นที่บนเขาใหญ่ กลายเป็น(อ้างว่า)ไฟป่าจริงๆแล้วนะครับพี่ เห็นเอาต้องเอา ฮ.ไปบินดับไฟกันเลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 15.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

และถ้าไม่เอาคนออกจากป่าตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ป่านนี้ที่นี่จะเป็นอย่างไรยังนึกภาพไม่ออก

ตอนนี้เริ่มมีคนอยากให้คนกลับเข้าไปอยู่ในป่าอีกแล้วครับ
อยู่กลางป่าไม่ได้ อยู่ริมป่าก็ยังดี

จะมีใครแจกสปก.ให้สัตว์ป่า บ้างไหมหนอ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนปางยาว วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonpangyao
พเนจร ส.สะพานขาว 

สวัสดีครับ..ตามมาเที่ยว..ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มะอึก วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

โหวตจ้า....

เมื่อก่อนผมไม่ค่อยเข้าใจคำว่า "พุ" และ "ป่าพรุ"
แต่เมื่อเที่ยวป่านาน ๆ เข้า
ตอนนี้เข้าใจแล้วครับ
.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน