*/
  • คมฉาน_ตะวันฉาย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kokkram@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-30
  • จำนวนเรื่อง : 90
  • จำนวนผู้ชม : 175228
  • จำนวนผู้โหวต : 99
  • ส่ง msg :
  • โหวต 99 คน
วันพุธ ที่ 5 กันยายน 2561
Posted by คมฉาน_ตะวันฉาย , ผู้อ่าน : 357 , 10:23:07 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สารพันเรื่อง...ถ้ำ

 ถ้ำในภูเขาหินปูน เป็นถ้ำที่มีเรื่องราวมากที่สุด

เมื่อปลายเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ได้ร่วมคณะไปกับกรมทรัพยากรธรณี ที่เขาจัดโครงการธรณีสัญจรให้สื่อมวลชน ไปตามที่ต่างๆ โดยเน้นในเรื่องทางธรณี คราวนี้เป็นครั้งที่ ๔ ซึ่งเขาเน้นเรื่องถ้ำ สารพัดสารพันที่เกี่ยวกับถ้ำ คงเป็นอานิสงส์ของกรณีถ้ำหลวงนั่นแหละ โดยมี ดร.ชัยพร ศิริพรไพบูลย์ อดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องถ้ำ และระบบน้ำใต้ดิน ไปเป็นวิทยากรบรรยาย โดยใช้พื้นที่ราชบุรีและ กาญจนบุรีเป็นพื้นที่ศึกษา ซึ่งเนื้อหาต่อไปนี้เป็นที่ ท่านอาจารย์ชัยพรท่านรวบรวมไว้ เป็นหัวข้อๆ ที่น่าสนใจ รวมทั้งสถานที่ที่เดินทางไปคือถ้ำละว้าและช่องเขาขาด ผมเลยขออนุญาตเอามาเผยแพร่ต่อเพื่อเป็นความรู้...

1) ถ้ำ..ไม่ใช่แค่รูในภูเขา

ถ้ำ ในมุมมองของคนทั่วไป หรือนักวิชาการต่างๆ โดยเฉพาะนักธรณีวิทยา ที่ยังไม่ได้มาศึกษาเรื่องถ้ำและภูมิประเทศเทือกเขาหินปูนอย่างละเอียด อาจคิดว่าถ้ำจะมีมิติและขอบเขตแห่งการเรียนรู้เพียงแค่เรื่องของ หิน แร่ โครงสร้างธรณีวิทยา และซากบรรพชีวินเท่านั้น แต่ถ้าหากบุคคลเหล่านั้นได้มาสัมผัส สำรวจและศึกษากันอย่างแท้จริงแล้ว จะตระหนักได้ดีว่า ถ้ำไม่ใช่เป็นเพียงแค่รูหรือโพรงในภูเขาเท่านั้น

เพราะถ้ำจะเป็นเสมือนเครื่องมือบันทึกประวิติศาสตร์ตามช่วงเวลาต่างๆที่มีความเที่ยงตรงและมีเอกลักษณ์ ถ้ำสามารถเก็บรักษาสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีตไว้ได้มากมายภายในถ้ำ เช่น ตะกอนในถ้ำจะเป็นที่เก็บและบันทึกร่องรอยของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ชนิดต่างๆในอดีต รวมทั้งร่องรอยและสิ่งที่ใช้เป็นหลักฐานด้านโบราณคดีที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของมนุษย์ในสมัยโบราณได้เป็นอย่างดี

ลำห้วยธารโบกขรณีที่กระบี่ เกิดจากน้ำบาดาลที่ไหลออกมาจากภูเขาจนเปนลำห้วยใหญ่

ยิ่งไปกว่านั้นในบางถ้ำได้มีการค้นพบหลักฐานด้านวิวัฒนาการของมนุษย์ในยุคแรกๆด้วย และสำหรับลักษณะการเกิดของสิ่งต่างๆภายในถ้ำไม่ว่าจะเป็นรูปร่างและขนาดของโถงถ้ำ ร่องรอยการเปลี่ยนแปลงที่เพดานถ้ำ ผนังถ้ำ และพื้นถ้ำ รวมทั้งตะกอนถ้ำประเภทต่างๆ สามารถบ่งบอกถึงลักษณะภูมิอากาศ สภาพอุทกวิทยา อุทกธรณีวิทยาในอดีตได้เป็นอย่างดี และยังมีหลักฐานของการเปลี่ยนแปลงทางด้านธรณีวิทยาของโลก หลายอย่าง เช่น การยกตัวของแผ่นดิน การเกิดแผ่นดินไหวในอดีต และอาจจะยังคงเกิดต่อเนื่องมาจนถึงยุคปัจจุบันได้

ในปัจจุบันได้มีการศึกษาวิจัยการเติบโตของหินงอกที่เกิดจากน้ำที่หยดลงมาจากเพดานหรือผนังถ้ำ สามารถใช้บ่งบอกถึงสภาพภูมิอากาศย้อนหลังกลับไปในอดีตได้นานนับแสนปี ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงยุคน้ำแข็งและยุคโลกร้อนในอดีตได้ นอกจากนั้นแล้ว ในพื้นที่เทือกเขาหินปูนยังเป็นพื้นที่ที่เป็นที่เก็บคาร์บอน(carbon sink) ชั้นดี เพราะเมื่อน้ำฝนที่ตกลงมาจะละลายเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศและที่ผิวดิน จนกลายเป็นกรดคาร์บอนิค เมื่อมาสัมผัสเนื้อหินปูนที่มีสารแคลเซียมคาร์บอเนตก็จะทำให้เกิดการละลายจนกลายเป็นสารแคลเซียมไปคาร์บอเนต ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถูกกักเก็บไว้ในรูปของเหลวคือน้ำที่อยู่ในระบบถ้ำได้เป็นจำนวนมากในแต่ละปี ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าระบบถ้ำในเทือกเขาหินปูนมีส่วนช่วยลดโลกร้อนได้เป็นอย่างดี

2) สิ่งที่เราที่อาจเข้าใจผิดในเรื่องถ้ำและคาสต์

เป็นการนำตัวอย่างลักษณะพิเศษที่เกิดในถ้ำ เช่น

• ตะกอนอุดตันในถ้ำ(cave fills) ซึ่งเป็นเศษหิน ดิน ทราย หรือกรวดที่ตะตะกอนในช่องว่างในถ้ำ แล้วแข็งตัวกลายเป็นหิน จนอาจทำให้เราเข้าใจผิดว่าเป็น หินดินดาน หรือหินโคลน ที่มีอายุมากๆพอๆกับหินปูน แต่แท้จริงแล้วเป็นตะกอนที่เกิดขึ้นใหม่ หรือบางแห่งทำให้ดูคล้ายหินกรวดเหลี่ยม(Breccia, fault breccia) หรือบางแห่งก็อาจเข้าใจผิดว่าเป็นหินกรวดมนฐาน(basal conglomerate)… ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นตะกอนยุคใหม่ที่เกิดในโถงถ้ำ

• หินน้ำไหล(Flowstone) ในถ้ำแห้งที่ผ่านวิวัฒนาการมานาน ในบางแห่งดูคล้าย ซากดึกดำบรรพ์(fossil) หรือดูเหมือนชั้นหินคดโค้ง(fold) หรือดูคล้ายหินที่ถูกแรงเฉือน(sheared rocks)

• รูที่ปรากฏในหินน้ำไหลเก่า อาจทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็น ซากดึกดำบรรพ์ของรูหนอน แต่แท้จริงแล้วเป็นท่อหรือรูที่เกิดจากการละลายภายหลัง

• พื้นที่หินปูนในบางแห่ง เช่นที่ช่องเขาขาด หรือด้านบนของน้ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี จะเป็นอดีตน้ำตกที่เคยมีน้ำหลากไหลมากมาก่อนในอดีต ซึ่งปัจจุบันได้แห้งไปแล้ว

....ทีนี้ มาดูตัวอย่างของสถานที่ที่ไป

1) “ถ้ำละว้า”

เป็นถ้ำหินปูนที่เกิดจากการละลาย อยู่ในบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ทย.3 (ถ้ำละว้า) อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เป็นถ้ำขนาดกลางมีความยาวประมาณ 485 เมตร.(ข้อมูลจากเวปไซต์สำนักอุทยานแห่งชาติ) สภาพถ้ำเป็นถ้ำแห้ง มีหลักฐาน ของพัฒนาการของถ้ำมานานมาก ที่ผนังถ้ำพบหลักฐานว่าเป็นโถงถ้ำที่เคยน้ำเต็มถ้ำ(phreatic cave passages)และอยู่ใต้ดินมาก่อน แต่ภายหลังระดับน้ำได้ลดลงไป ซึ่งน่าจะสัมพันธ์กับการยกตัวของแผ่นดิน

แม้ว่าจะเป็นถ้ำแห้ง แต่ภายในยังคงมีหินงอก หินย้อยและประติมากรรมถ้ำชนิดอื่นๆที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นว่าที่นี่ ในอดีตเคยมีความสมบูรณ์และความงามอย่างมาก เหมือนอดีตนางงามที่ได้ย่างเข้าสู่วัยชรา จะเห็นได้จากการที่มี หินงอก หินย้อย ม่านหินย้อย เสาหิน หินน้ำไหล และทำนบหินปูนขนาดใหญ่ที่สวยงามหลายแห่ง

ประติมากรรมถ้ำเหล่านี้ หลายส่วนได้ผุสลายไปตามกาลเวลา เพราะถ้ำนี้ได้ย่างเข้าสู่วัยชราแล้ว จะสังเกตได้หลายอย่าง เช่น พื้นถ้ำมีการทรุดตัว พบรอยแยกที่เกิดจากแรงดึงที่เสาหิน การผุพังเว้าแหว่งไป จนสามารถมองเห็นเนื้อในของหินน้ำไหล หินย้อย และ หินงอกที่แสดงให้เห็นลำดับการพอกตัวของสารหินปูนตั้งแต่เริ่มแรกเมื่อหลายหมื่น-แสนปีที่แล้ว

แต่ก็มีบางส่วนที่ถูกทำลายไปโดยฝีมือมนุษย์ เช่นการทุบหินงอก หินย้อย จนแตกหายไป การขีดเขียนบนหินน้ำไหลและหินย้อย ฯ

ไข่มุกถ้ำกำลังเริ่มก่อตัว

ถ้ำนี้มีการจัดการที่พอใช้ได้ แต่เนื่องจากขาดการบำรุงรักษามานาน จึงมีบางอย่างที่ควรปรับปรุง เช่น วัสดุที่เป็นโลหะที่สามารถเกิดสนิมได้ การประดับไฟส่องสว่างที่ในบางจุดที่ทำให้เกิดสาหร่ายและแบคทีเรียเกิดขึ้นที่ผนังถ้ำ แต่ก็มีบางส่วนที่จัดการได้ดี คือบริเวณที่มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามแต่บอบบางง่ายต่อการถูกทำลายโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำแนวรั้วกั้นไว้

สิ่งที่ควรทำและจัดการคือ ควรมีการสำรวจทำผังถ้ำในเชิงถ้ำวิทยาให้ละเอียด และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อให้มีการจัดการที่เหมาะสม เช่นการออกแบบทางเดินที่ไม่เป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวและสิ่งสวยงามภายในถ้ำ การติดป้ายสื่อความหมาย การกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยว ฯลฯ และที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งคือ การมีมัคคุเทศก์นำเที่ยวถ้ำที่ได้รับการฝึกอบรมมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ความรู้และควบคุมนักท่องเที่ยวให้อยู่ในกติกา

 

2) “ช่องเขาขาด”

อยู่ในบริเวณพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟสายมรณะ ที่จะเชื่อมต่อไปยังประเทศในพม่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และ ณ ช่องเขาขาดแห่งนี้ เราได้พบว่า มีหินน้ำไหล(flowstones) หรือ น้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ มีความยาวไม่ต่ำกว่าร้อยเมตรอยู่ในบริเวณนี้ และอยู่สูงกว่าลำแควน้อยในปัจจุบันหลายสิบเมตร

ร่องรอยของน้ำตกโบราณ ที่เคยไหยในเส้นทางนี้มานับหมื่นแสนปี แล้วเกิดการเปลี่ยนทิศทางไหนของน้ำ ทิ้งไว้แต่ร่องรอย

แต่น้ำตกเหล่านี้ได้กลายเป็นอดีตน้ำตกไปเสียแล้ว เพราะได้ถูกยกตัวขึ้นมาอยู่ในที่สูง จึงทำให้ไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยง หินน้ำไหลบางส่วนได้ผุพังจนเกิดเป็นถ้ำขนาดเล็ก และที่หินน้ำไหลบางส่วนได้ถูกน้ำในยุคหลังๆไหลซึมมาและละลายเนื้อหินน้ำไหลจนกลายเป็นท่อ(solution tube) ซึ่งภายหลังท่อเหล่านี้ก็ถูกน้ำหินปูนในยุคใหม่มาพอกด้านในจนเป็นชั้นๆ เหมือนการอุดตันของท่อประปาที่มีน้ำหินปูนไหลผ่าน

ดร.ชัยพร ศิริพรไพบูลบ์ กำลังอธิบายเรื่องธารน้ำโบราณให้สื่อมวลชนฟังอย่างสนุกสนานและได้เนื้อหาสาระ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน