*/
  • คมฉาน_ตะวันฉาย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kokkram@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-30
  • จำนวนเรื่อง : 90
  • จำนวนผู้ชม : 175465
  • จำนวนผู้โหวต : 99
  • ส่ง msg :
  • โหวต 99 คน
วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม 2562
Posted by คมฉาน_ตะวันฉาย , ผู้อ่าน : 388 , 11:34:14 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สำรวจฟ้า , สันติธาตุ และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ป่าฟื้นชีพ

สภาพป่าปลูก จากพื้นที่ทุ่งหญ้าคาและเป็นดินดาน ผ่านมา ๒๐ ปี จึงเป็นเช่นนี้

 

ผมนี่เป็นพวกเดินป่า...น่าจะเป็นคนเที่ยวป่ารุ่นกลางๆ (ที่เดี๋ยวนี้ก็ถือว่าค่อนไปทางรุ่นเก่า) เที่ยวป่ามาตั้งแต่ปี ๒๙-๓๐ เพิ่งจะมาซาเอาจริงๆ ก็ตอนปี ๒๕๕๐ นี่เอง ก็ถือว่าเดินป่ามาเยอะ แต่เดินมาหมดไหม ?...ไม่หมดหรอกครับ ป่ามันกว้างใหญ่ สองขาคนไม่มีทางไปทั่ว แต่ก็ถือว่า

ได้ไปเดินทุกจังหวัด ที่มีป่า ที่ที่ถือว่าเป็นครูแห่งหนึ่งสำหรับชีวิตการเที่ยวป่าของผมก็คือที่เขาใหญ่นี่เอง เป็นที่หนึ่งที่จะเรียกว่าเดินจนปรุก็ว่าได้ เขาใหญ่นั้นที่เราเห็นเป็นทุ่งหญ้าต่างๆ นั้น ส่วนใหญ่ไม่ใช่ทุ่งหญ้าธรรมชาติ แต่เป็นทุ่งหญ้าที่เกิดจากการหักร้างถางพงขึ้นมาทำกินของชาวบ้านเมื่อก่อน พ.ศ. ๒๕๐๕ (ปีที่ประกาศให้เขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติ) ผมได้คุยกับคนเก่าๆที่ไปบุกเบิกเขาใหญ่อย่าง หน.บุญเรือง สายศร ท่านเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนบนเขาใหญ่ มีแต่หย่อมบ้านคนที่ขึ้นไปถางป่าทำไร่ทั้งนั้น ส่วนใหญ่อยู่บริเวณหนองขิง (สนามกอล์ฟเดิม) หลักฐานยืนยันคือต้นมะม่วง ที่อยู่ข้างลานเฮลิคอปเตอร์ทหารอากาศ นั่นแหละคือพืชไร่หนึ่งที่หลงเหลือมาแต่ครั้งนั้น

สภาพของป่าเขาใหญ่ฝั่งทางด้านประจันตคาม

 เวลาไปเดินป่า   ก็ต้องดินผ่านทุ่งหญ้าคาแบบนี้เป็นกิโลๆ กว่าจะพ้นเขตทุ่งหญ้าคาที่เคยถูกถาง

แล้วชาวบ้านไม่ได้หักร้างถางพงเฉพาะบนเขาใหญ่ แต่มีตามขอบป่าทั่วไป สมัยก่อนทางวังน้ำเขียวนี่ป่ายังลามออกไปมาก รีสอร์ทอะไรไม่มี แต่มีคนไปถางป่าทำไร่แล้ว ฝั่งทางด้านประจันตคามนี่คนเข้ามาถางป่าเป็นพันๆไร่ เพราะทางด้านนี้ภูเขาไม่สูงมากนัก ขึ้นมาก็ปลูกบ้านเป็นกระต๊อบๆ กระจายกันอยู่ พอเขาประกาศอุทยานแห่งชาติ ก็อพยพคนลงจากเขา พื้นที่ที่เคยเป็นไร่ที่ถูกถางไป พอไม่มีการทำกินหญ้าคาก็เริ่มขึ้น ต้นสาปเสือ ต่อมาก็หญ้าคอมมิวนิสต์ที่หนาแน่นมาก ทุ่งหญ้าพวกนี้กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เดินกันเป็นชั่วโมงยังไม่พ้นทุ่งหญ้า หญ้าคามันหนาจนเดินไปต้องเอามือสองข้างเทินบนหัว ไม่อย่างนั้นใบหญ้าคาบาดหลังมือ ส่วนคนที่ใส่เสื้อแขนสั้นนี่ดูไม่จืด พอเป็นหน้าแล้ง มันจะแห้งกรัง บางปีมีไฟป่า ต้องวิ่งหนีไฟป่าหญ้าคาที่โหมจนน่ากลัว

ตรงบริเวณที่เขาปลูกกระต๊อบอยู่ เขาจะเว้นให้มีต้นไม้เดิมๆไว้ ส่วนใหญ่จะมีลำธารเล็กๆ ใกล้ๆ ที่พวกนี้แหละจะไม่มีหญ้าคาขึ้น เราก็อาศัยหย่อมป่าพวกนี้แหละหลบไฟป่า ตอนผมไปใหม่ๆ มีรอยเสาถูกไฟไหม้ มีเศษหม้อ เศษถ้วยชาม อยู่ตามหย่อมบ้านเยอะแยะ

แล้วดินด้านนี้ พอหน้าดินมันเปิดนานๆ ดินมันจะเริ่มดาน แข็งโป๊ก เอาจอบขุดนี่จอบเด้งเลย เวลาหน้าฝน น้ำมันจะไหลมาตามร่องทางเดินเป็นทาง ไม่มีซึมลงดิน เพราะไม่มีรากไม้ใหญ่ชอนไชดิน เดินป่าหน้าฝนต้องระวังลื่นตะไคร่น้ำตามทางน้ำนี่แหละ คิดดูว่าดินมันหมดสภาพ แข็งขนาดไหน

ในวโรกาสที่ รัชกาลที่ ๙ ครองราชย์ครบ ๕๐ ปี  พ.ศ. ๒๕๓๙ จึงเริ่มการปลูกป่าขนานใหญ่ทั่วประเทศ อย่างเช่นเขาแผงม้า ภูลมโล เป็นต้น

ชาวบ้านจะเอาควายมาเลี้ยงบนป่าแบบเลี้ยงปล่อย คือนานๆเจ้าของขึ้นมาดูทีหนึ่ง ควายมันก็หากินในทุ่งหญ้าคา นอนปลักบนนั้น ผมไปเดินป่า ฝ่าฝูงควาย บางทียังระแวงมันจะวิ่งไล่ เพราะควายป่าพออยู่นอกคอกนานๆ สัญชาติญานสัตว์ป่าจะกลับมา

เรียกว่าป่าเขาใหญ่ทางด้านประจันตคามนี่หมดสภาพก็ว่าได้ คนที่เดินป่าเขาใหญ่ร่วมสมัยกับผม คงยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริง จนปีมหามงคล พ.ศ.๒๕๓๙ ปีที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี รัฐบาลตอนนั้นรัฐบาลทำโครงการปลูกป่าทั่วประเทศหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แล้วมาปลูกทางด้านประจันตคามที่ผมว่าอยู่พอดี ต่อมาก็ปลูกเสริมมาเรื่อยๆ ความที่มันแล้งมากในหน้าแล้ง พวกปลูกป่าถึงกับไปสร้างแทงค์น้ำไว้เป็นระยะๆ เพื่อใช้รดกล้าและดับไฟ ผมเดินป่ามายังได้อาศัยน้ำในแทงค์ลูบเนื้อลูบตัว เรียกว่าครั้งนั้นปลูกแบบเอาจริง มีคนงานไปนอนเฝ้าแปลงปลูกเลย

ต้นไม้สูงจนผูกเปลนอนได้ บินโดรนแทบไม่รู้ว่าเคยเป็นทุ่งหญ้ามาก่อน

ตรงไหนที่ปลูกแล้วมัยตายลง ก็ปลูกเสริม ซ่อมใหม่  เพราชาวบ้านยังเอาวัวควายขึ้นไปเลี้ยง แม้จะเป็นพื้นที่อุทยานก็ตามฯ

 

ผ่านมา ๒๓ ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ผมขึ้นไปที่น้ำตกเหวอีอ่ำและป่าย่านประจันตคามอีกครั้ง ผมยอมรับว่า...หลงทาง เพราะไม่เหลือสภาพทุ่งหญ้าให้เห็นเลย จำทางแบก จำต้นไม้ใหญ่เพื่อจับทิศทางไม่ได้ ต้นไม้บังหมด ต้นสูง ๕-๑๐ เมตร กลายเป็นผืนป่าไม้รุ่นหนุ่มที่ขึ้นปะปนจนไม่มีสภาพเป็นแปลงปลูก ไม้ในระดับล่างก็มีลูกไม้ เถาวัลย์ หวาย ขึ้นปะปนจะดูเป็นป่าธรรมชาติ พื้นดินที่เคยแข็งกระด้างถูกรากไม้ชอนไช ใบไม้บดบังแสงแดดทำให้หน้าดินไม่ถูกเผา เห็ด มอส ไลเคน ล้วนทำหน้าที่ ดินกลายเป็นดินป่าอีกครั้ง ชาวบ้านขึ้นมาเก็บเห็ดได้เป็นตะกร้า น้ำตกเหวอีอ่ำที่เมื่อก่อนพอปลายเดือนตุลาคม น้ำก็หมดแล้ว เดี๋ยวนี้ เห็นชาวบ้านที่เก็บเห็ดว่าน้ำมีไปจนถึงมกราคม-กุมภาพันธ์

ชาวบ้านเข้ามาเก็บเห็ดที่มาจากป่าที่ฟื้นมา จะสังเกคุว่า ในหลักการปฎิบัติ จนท.อุทยานฯเขาอะลุ่มอล่วยชาวบ้านในการหาอยู่หากิน

 

ถ้าปล่อยไม่ไปยุ่งกับมันป่าจะขึ้นไหม คงจะได้แต่น่าจะช้ามาก ก็ผมเห็นตั้งแต่ปี ๒๙ มาจนปี ๓๙ ทุ่งเคยเป็นยังไงก็ยังงั้น ลูกไม้พอจะลงรากได้บ้างก็ไฟป่ามาบ้าง ไม่ทันพ้นแล้งก็ตายบ้าง รากอ่อนๆแทงไม่เข้าดินดาน แต่พอกรมอุทยานแห่งชาติฯ เขาเอาจริง(น่าจะเป็นหน่วยฟื้นฟูต้นน้ำหรือออะไรนี่แหละที่ดูแลป่าปลูกที่เขาใหญ่) ป่ามันก็กลับมาอย่างที่เห็น ผมเอาภาพสมัยก่อนที่ไปเดินป่าที่นี่ กับภาพปัจจุบันมาให้ดู เป็นช่วงฤดูฝนเหมือนกัน จะได้เปรียบเทียบกันได้ แต่ออกตัวว่าเดี๋ยวนี้ถ่ายภาพไปมันไม่โล่งแล้วครับ เพราะต้นไม้มันบังหมด

   ป่า...ถ้าไม่ไปยุ่งกับมันก็ดีมันก็ซ่อมแซมตัวเองได้ แต่เมื่อไปยุ่งกับมันแล้วก็ควรช่วยมัน บ้านเรามีการปลูกป่าจนฟื้นมาหลายที่ที่นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมประจักษ์กับตัวเองแต่ต้น ผมเห็นกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ ในโครงการเขาหัวโล้นทางภาคเหนือโดยเฉพาะที่น่าน ที่เขาจะทำให้เป็นพื้นที่ตัวอย่างในการฟื้นฟูเขาหัวโล้นให้กลับมาเป็นป่าต้นน้ำให้ได้ พอผมมาเห็นตัวอย่างที่เขาใหญ่ ผมว่าเขาทำได้แน่ๆ แต่ต้องเอาจริง แบบที่ทำกับเขาใหญ่ ๒๐ ปี ผมว่าเห็นความเปลี่ยนแปลงแน่

เมื่อป่ากลับมา น้ำก็กลับมา

 

น้ำตกเหวอีอ่ำ ยืดอายุที่น้ำหมดยาวขึ้น

 

สัตว์ป่าก็กลับมา (เขาแผงม้า)

 

 

๒๐ ปี ไม่นานหรอกครับ ทันชั่วอายุเราแน่ที่จะได้เห็นป่ากลับมา แต่ต้องช่วยกันทุกส่วนและต้องเอาจริง ผมเห็นตัวอย่างดีๆ ก็อยากให้กำลังใจครับ ไม่ใช่ด่ากันตะพึดตะพือ คนทำงานเขาเสียกำลังใจหมด

ตอนนี้กฎหมายปลดล๊อคให้แล้ว โดยการที่เราสามารถปลูกต้นไม้ในที่ดินเอกสารสิทธิ์ แล้วตัดโค่นขายได้เลยไม่ต้องแจ้งใครอีก ไม้แดง ไม้มะค่า พะยูง สัก ได้หมด เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศ ดังนั้น มาปลูกต้นไม้กันดีกว่า

เอาป่ากลับคืนมาไม่ใช่ความฝัน มันคือเรื่องจริงที่เป็นไปได้ครับ....

.....................................



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คมฉาน_ตะวันฉาย วันที่ : 14/08/2019 เวลา : 04.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanyimchang

เป็นพระมหากรุณาธิคุณจริงๆครับ ที่ทำให้พลิกฟื้นป่าให้กลับมาได้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 18/07/2019 เวลา : 10.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ช่วงสี่ห้าปีมานี้ไม่ค่อยมีการรณรงค์โครงการปลูกป่า

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Chaoying วันที่ : 17/07/2019 เวลา : 16.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่รักษาป่า และขอให้มีการปลูกป่าเพิ่มขึ้นอีกเยอะๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/07/2019 เวลา : 13.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดไปครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน