*/
  • คมฉาน_ตะวันฉาย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kokkram@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-30
  • จำนวนเรื่อง : 90
  • จำนวนผู้ชม : 175466
  • จำนวนผู้โหวต : 99
  • ส่ง msg :
  • โหวต 99 คน
วันพุธ ที่ 14 สิงหาคม 2562
Posted by คมฉาน_ตะวันฉาย , ผู้อ่าน : 155 , 04:50:12 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

รู้จักกับ SMART PATROL การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ

คงเป็นที่คุ้นหูกันบ้างแล้วกับคำว่า SMART PATROL หรือที่เขาให้เป็นนิยามโดยย่อว่า การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำมาใช้ในการเดินลาดตระเวนตรวจป่า ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วไป โดยเริ่มตั้งแต่ ๑ ก.ค. ๒๕๖๐ เป็นต้นมา ทำให้คำว่า SMART PATROL ถูกพูดถึงเรื่อยมา แล้วจริงๆ SMART PATROL คืออะไร?

เดิมการลาดตระเวนตรวจป่าของชุดสายตรวจของป่าอนุรักษ์ต่างๆ(อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า วนอุทยาน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าฯลฯ) เป็นระบบที่ต่างคนต่างทำ โดยไม่มีแบบแผน เป็นแต่เพียงการออกไปลาดตระเวนป่าเชิงป้องปราม หากเจอผู้กระทำความผิดก็ทำการจับกุมดำเนินคดี ความถี่ในการออกลาดตระเวนก็ขึ้นกับการเอาใจใส่ของหัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์ว่ามีมากน้อยเพียงใด ข้อมูลของการลาดตระเวน เช่น พบการตัดไม้ที่ไหน มีการบุกรุกแผ้วถามตรงไหนหรือมีการลักลอบล่าสัตว์เมื่อใดที่ไหน ข้อมูลเหล่านี้ก็จะอยู่กับตัวของหัวหน้าหน่วยงาน เมื่อหัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์ ย้ายหรือ เกษียณอายุราชการไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ข้อมูลต่างๆ ก็เหมือนจะตามตัวหัวหน้าหน่วยงานไปด้วย ครั้นมีคนใหม่มารับหน้าที่ต่อ ก็เหมือนต้องมาเริ่มกันใหม่ ทำให้การวางแผนดำเนินการไม่ต่อเนื่องและขาดการบูรณาการระหว่างพื้นที่อนุรักษ์ที่อยู่ติดกัน ทำให้การป้องกันดูแลรักษาป่าไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่

มีการจดบันทึกอย่างละเอียด

แต่ระบบลาดตระเวนแบบ Smart Patrol นี้ เป็นระบบลาดตระเวนที่เน้นการใช้ฐานข้อมูลที่ได้มาจากการลาดตระเวนและมีการเก็บข้อมูลไม่ว่าจะพบเจออะไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกทั้งหมด แม้กระทั่งคนที่ไม่ได้เดินลาดตระเวนด้วยจริงๆ ก็จะพลอยรู้ข้อมูลเหล่านั้นไปด้วย แล้วข้อมูลเหล่านี้ก็จะถูกนำมาวิเคราะห์ เพื่อใช้ในการวางแผนการป้องกันรักษาป่าต่อไป โดยระบบ SMART PATROL เป็นระบบที่รับได้รับการยอมรับใช้กันในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วโลก เป็นการลาดตระเวนที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่เข้ามาใช้อย่างเต็มระบบ

โดยความสำคัญเริ่มแรกจะอยู่ที่เจ้าหน้าที่ที่ทำการลาดตระเวนให้เข้าใจถึงการลาดตระเวนในระบบนี้ โดยนอกจากจะฝึกอบรมทบทวนการเดินลาดตระเวน ระเบียบวินัย การใช้อาวุธ ตามปกติแล้ว ยังเพิ่มการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนต่างๆให้เข้าใจถึงการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยี่ต่างๆ เช่น เข้าใจระบบการรับสัญญานดาวเทียมระบุตำแหน่ง GPS การใช้แผนที่ภูมิประเทศ เข็มทิศ กล้องดิจิตอล และการเก็บข้อมูลในหลากหลายมิติจากการเดินลาดตระเวน เช่น การตัดไม้ล่าสัตว์ แผ้วถางป่า การเก็บหาของป่า การกระจายของสัตว์ป่า ข้อมูลของแหล่งนิเวศ เช่น โป่งสัตว์ ต้นไม้อะไรอยู่ตรงไหน ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกมาเก็บรวบรวมเป็นข้อมูลพื้นฐานของแต่ละพื้นที่อย่างละเอียด แล้วจะถูกนำมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนป้องกัน เช่น เส้นทางที่เดินลาดตระเวนจะปรากฏในแผนที่ตามเส้นทางที่เดินลาดตระเวน ทำให้สามารถวางแผนการลาดตระเวนได้ว่า พื้นที่ตรงไหนไปมาหรือยัง หรือเส้นทางตรงไหนไปถี่มากน้อยเพียงใด ทั้งการเก็บข้อมูลพืชพันธุ์ไม้จะทำให้รู้ว่ามีพืชพันธุ์สำคัญตรงไหน อย่างไร สัตว์ป่าที่พบร่องรอยมีการกระจายไปในทิศทางใดหรือเพิ่มจำนวนขึ้นมากน้อยอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยี่ต่างๆ ยิ่งเมื่อถูกนำมาเสนอประกอบภาพและแผนที่ดาวเทียม จะยิ่งทำให้แม้แต่คนที่ไม่ได้ไปเดินลาดตระเวนจริงๆ สามารถรู้ข้อมูลเหล่านี้ ทั้งการบันทึกและภาพเสียงจริง ทำให้หัวหน้าหน่วยงาน สามารถวางแผนการลาดตระเวนเพื่อปิดจุดอ่อนหรือต้องการเน้นไปเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษได้ และฐานข้อมูลเหล่านี้ เมื่อถูกส่งเข้ามายังศูนย์ข้อมูลส่วนกลาง ทำให้ผู้บริหารระดับกรม สามารถวางแผนทิศทางการป้องกัน รักษาป่าในภาพรวมได้มากยิ่งขึ้น และต่อไปเทคโนโลยี่จะขึ้นไปถึงการดูภาพถ่ายทางอากาศจากดาวเทียม ผู้บริหารในกรมอยากดูข้อมูล ภาพ-เสียงจากตรงไหน สามารถเรียกดูได้จากในกรมได้

 

การลาดตระเวนแบบนี้จึงเป็นการลาดตระเวนที่ไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคลที่เข้ามาบริหาร แต่เป็นฐานข้อมูลที่เป็นระบบ ใครเข้ามาทำหน้าที่บริหารก็จะได้เห็นข้อมูลแบบเดียวกัน จึงเป็นระบบการลาดตระเวนที่ใช้ทั้งเทคโนโลยี่และแนวทางทางวิทยาศาสตร์มาช่วย ซึ่งระบบนี้ได้มีการทดลองทำมาล่วงหน้าแล้วนับสิบปี ในพื้นที่ป่าตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เช่น การยับยั้งป้องกันการบุกรุกแผ้วถางได้อย่างทรงประสิทธิภาพ มีการกระจายของสัตว์ป่าที่เคยหาได้ยาก เช่นเสือโคร่ง ซึ่งเป็นส่วนยอดของระบบนิเวศของสัตว์ป่า มีการกระจายไปยังพื้นที่ป่าอื่นและพบได้บ่อยมากขึ้น สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าธรรมชาติในประเทศไทย

 

ดังนั้นเมื่อมั่นใจในระบบนี้ว่าจะเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพแล้ว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชจึงจะได้นำระบบนี้ไปใช้ในอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าและป่าอนุรักษ์อื่นๆภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยเริ่มใช้พร้อมกันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา หลังจากนั้นจะมีการประเมินผลสำเร็จใน ๓ เดือนหลังจากนั้น เพื่อแก้ไขจุดขัดข้องของพื้นที่ต่าง ให้ใช้ระบบนี้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่คาดหวัง

เพื่อมุ่งหวังให้พื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์นั้นยังคงอยู่คู่กับประเทศไทยต่อไป เป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ การป้องกันดูแลป่าที่จริงจังจึงเป็นสิ่งสำคัญ และระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพนี้ จะเป็นทางออกหนึ่งที่สามารถฝากความหวังไว้ได้ในการดูแลรักษาป่าให้อยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป.....

......................................................................

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน