*/
  • คมฉาน_ตะวันฉาย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kokkram@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-30
  • จำนวนเรื่อง : 98
  • จำนวนผู้ชม : 194489
  • จำนวนผู้โหวต : 99
  • ส่ง msg :
  • โหวต 99 คน
วันเสาร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2563
Posted by คมฉาน_ตะวันฉาย , ผู้อ่าน : 348 , 14:13:46 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , สำรวจฟ้า และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

              เวลาที่เราเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติ หรือวนอุทยานทั้งหลาย คงเคยเห็นป้ายสื่อความหมาย ที่มักจะติดไปตามเส้นทางที่มีจุดเด่นต่างๆ แล้วก็จะอธิบายความไว้ ซึ่งนี่เป็นกระบวนการหนึ่งในการสื่อความหมายให้กับคนที่มาใช้เส้นทางได้รู้จักเนื้อหาของเส้นทางมากกว่าการมองเห็นด้วยสายตา

เส้นทางศึกษาธรรมชาติวนอุทยานปรานบุรี

            จริงๆ ระบบป้ายสื่อความหมายนี้มีมานานแล้วโดยเฉพาะตามสถานที่ต่างๆ อย่างโบราณสถานหรือพิพิธภัณฑ์ ติดไว้เพื่ออธิบายความ บอกเล่าถึงสถานที่ ถ้าเป็นในพิพิธภัณฑ์ที่มีหลังคา ก็จะเป็นแบบที่มีหูฟังให้ พอเราไปถึงก็กดเปิดดู จะมีคำอธิบายมา มีกี่ภาษาก็ว่ากันไป บางที่ก็ล้ำมากเป็นตัวเซ็นเซอร์ เราไปยืนตรงตำแหน่งที่เซ็นเซอร์จับ ก็จะมีคำอธิบาย มีการฉายภาพอะไรก็ว่าไป ยิ่งบางที่ล้ำมากยิ่งขึ้นใช้QR code ไปถึงก็เอาโทรศัพท์สแกน QR code ก็จะมีเสียงอธิบาย ก็ฟังเอาจากโทรศัพท์ตัวเองได้เลย

ครอบครัวมาใช้ป้ายศึกษาธรรมชาติด้วยกัน

              แต่ในพื้นที่ธรรมชาติที่มีความชื้นสูง มีฝน มีแดด อยู่กลางแจ้ง บางทีกิ่งไม้ล้มทับสัตว์ป่ามาทำลาย จึงจะมีเครื่องมือแบบล้ำๆอย่างนั้นไม่ได้ ป้ายสื่อความหมายกลางแจ้งจึงเป็นอะไรที่ง่าย และแข็งแรงทนทาน

              ป้ายสื่อความหมายเหล่านี้มันทำหน้าที่เป็นไกด์ เป็นผู้อธิบายความให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องพึ่งพากันในส่วนต่างๆของธรรมชาติ โดยยกสถานีนั้นๆ มาเป็นตัวแทน แทนที่จะให้เขาเดินผ่านไปเปล่าๆ ก็ให้เขาหยุดดูตรงที่เราชี้ชวน แล้วอธิบายความ แล้วมันจะได้ประโยชน์มากในผู้ปกครองที่พาลูกๆ เด็กๆ ไปใช้เส้นทาง ป้ายสื่อความหมายเหล่านี้จะตอบตำถามในใจของคนที่เห็นและสงสัยในธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งชี้ชวนให้ดูตามที่อธิบาย ทั้งยังให้เขาใช้เส้นทางอย่างมีคุณค่าไม่ได้เร่งย่ำเดิน โดยที่ละเลยธรรมชาติไป การสื่อความหมายธรรมชาติทำให้คนได้พิศ พิเคราะห์ และมองธรรมชาติอย่างเข้าใจ

                ผมเคยมีประสบการณ์ร่วมทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งจะต้องมีป้ายสื่อความหมายด้วยที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งปีหนึ่ง ๆ มีนักท่องเที่ยวไปใช้บริการกันมาก ซึ่งในการเลือกว่าเส้นทางใดควรจะมีป้ายสื่อความหมายเรื่องอะไร ก็ต้องไปดูพื้นที่ ไปดูว่าพื้นที่นั้น มีอะไรที่โดดเด่น หรือ Theme ของเส้นทางนั้นควรจะเป็นอะไร เน้นเรื่อง พืชพรรณต่างๆ หิน ปรากฏการณ์ทางธรณีต่างๆ แม่น้ำลำธาร หลังจากนั้น ก็มานั่งเลือกเอาว่าควรจะมีกี่สถานี ถ้าอย่างดาดๆ ที่เห็นกันบ่อยก็อย่างเช่น ไทร นักบุญแห่งป่านักฆ่าแห่งพงไพร จอมปลวกอะไรพวกนี้เห็นแทบทุกเส้นทาง แต่บางพื้นที่ก็จะมีอะไรเด่นๆมาให้ เช่นกองหิน ยิ่งมีลักษณะโดดเด่น ยิ่งน่าอธิบายน่าสนใจ

              ถ้าเป็นการจ้างให้บริษัททำป้ายสื่อความหมาย เขามักจะเลือกสถานีที่ไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลง คงที่ เช่น ภูเขา น้ำตกชั้นหิน โป่งสัตว์ ต้นไม้ใหญ่อะไรแบบนี้ แต่ถ้าเป็นเส้นทางที่ทางอุทยานแห่งชาติหรือเจ้าของสถานที่สามารถทำเองได้ ปรับปรุง แก้ไขเองได้ ควรจะทำสถานีในจุดที่มันมีความเปลี่ยนแปลง เช่น

ป้ายสื่อความหมายก็จะหยิบยกจุดเด่นมาอธิบาย เช่นเส้นทางเลีบบป่าชายเลน ก็พูดเรื่องน้ำขึ้นน้ำลง

             ในจุดที่ต้นพิศวงมันออกดอก บัวผุด กระโถนฤาษีมันบาน กำแพงดินริมลำธารน้ำที่นกจาบคามาทำรัง หรือนกเงือกมาป้อนเหยื่อ เห็ดหิ้งขนาดใหญ่ที่ยังไม่ตาย ที่ในช่วงเวลาที่เขาแก่เต็มที่เขาจะพ่นสปอร์ออกมามากมายมหาศาล เรื่องเหล่านี้มีเวลาที่จัดแสดงหรือชี้ชมธรรมชาติสั้น แต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ไม่ซ้ำซาก จำเจ ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนหลายแห่ง จะอธิบายปรากฏการณ์ชายเลย รากอากาศ พูพอนของต้นไม้ชายเลย สัตว์ชายเลน เสียงปู หอย ตามเส้นทาง ยิ่งถ้ามีคำอธิบายสนุกๆ ที่อ่านแล้วยิ้มตาม ไม่เป็นวิชาการจะยิ่งสนุกมาก อย่างป้ายศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนวนอุทยานปราณบุรี อ่านแล้วเพลิดเพลิน

                ป้ายศึกษาธรรมชาติบางแห่งที่ติดไว้ในสถานที่ที่มันสวยอยู่แล้ว ยิ่งได้เนื้อความที่สวยงาม คำก็สวย อธิบายธรรมชาติได้อย่างละเมียดละไม ยืนอ่านนี่เคลิ้มไปเชียว อย่างในเส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยอินทนนท์ตรงอ่างกาหลวง ทั้งบรรยากาศ ทั้งการสื่อความหมายมันเข้ากันได้ดี

               เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ดี นอกจากความน่าในใจในสถานีต่างๆแล้ว เส้นทางไม่ควรลำบาก ไม่ไกลจนเกินไป มีร่มเงาด้วยยิ่งดี ไม่มีแมลงหรือสัตว์อันตรายมารบกวนสมาธิ ระยะทางไม่ไกลจนเกินไป ยิ่งมีจุดชมวิว น้ำตก น้ำพุธรรมชาติที่อยู่ในส้นทางด้วย ก็จะได้รับความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกล้วยไม้ อช.เขาพระวิหาร

              ในเมื่ออุทยานแห่งชาติ วนอุยานเขามีเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้ให้ไปใช้บริการ ก็อยากจะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้ไปใช้บริการกันจะได้เข้าใจธรรมชาติ เข้าใจป่ามากขึ้น เข้าใจป่ามากขึ้นก็จะรักธรรมชาติมากขึ้นเช่นกัน ธรรมชาติต้องการความรักและความเข้าใจ จะได้ช่วยกันหวงแหนป่าและธรรมชาติ....

                                                              ......................................


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สำรวจฟ้า from mobile วันที่ : 08/11/2020 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

นักท่องเที่ยวพลาดโอกาสในการศึกษาหาความรู้ในสถานที่นั้นๆมากเลย เพราะไม่ค่อยสนใจ แต่บางสถานที่ก็ไม่ค่อยดูแลปล่อยให้ทรุดโทรม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Chaoying วันที่ : 07/11/2020 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ชอบเดิน..ชอบเดินป่า ชอบเดินเส้นทางธรรมชาติทุกแห่ง ที่มีโอกาสไปเดินค่ะ จะอ่านป้ายบอกทางและคำอธิบายเสมอ ..ตอนเด็กๆ จะมีพ่อที่รู้จักต้นไม้แทบทุกชนิดในป่า พ่อจะสอนให้รู้จัก แต่พ่อไม่อยู่แล้ว ก็ต้องศึกษาเองจากป้ายนี่แหละ
ขอบคุณมากค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน