• คีตพจน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_siripot@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 81
  • จำนวนผู้ชม : 458763
  • ส่ง msg :
  • โหวต 282 คน
สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้อง ในครานี้อยากจะฝากพ่อแม่พี่น้องช่วยกันเชียร์ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ Blog ของคีตพจน์หน่อยครับ ช่วยกันเผยแพร่วัฒนธรรมไทยครับ
ท่านสามารถอ่านเรื่องเก่า ๆ จากรายการที่ผมรวบรวมไว้ให้ ที่นี่ครับ http://www.oknation.net/blog/tcmc/2007/08/23/entry-1
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tcmc
วันอังคาร ที่ 7 สิงหาคม 2550
Posted by คีตพจน์ , ผู้อ่าน : 8135 , 12:34:25 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หุ่นกระบอก : ดนตรีและการขับร้อง

ที่มา : "หุ่นไทย" โดย อาจารย์ จักรพันธุ์ โปษยกฤต

        วงดนตรีหรือวงปี่พาทย์ ที่ใช้ประกอบการแสดงหุ่นกระบอก โดยมากนิยมปี่พาทย์เครื่องห้าเช่นเดียวกับการแสดงโขน ละคร
        ปี่พาทย์เครื่องห้า ประกอบด้วยเครื่องบรรเลงดังนี้ 


                ปี่ (ใน)
                ระนาด (เอก)
                ฆ้องวง (ใหญ่)
                ตะโพน -  กลองแขก
                กลองทัด
 

        ต่อมาในสมัยหลังได้เพิ่มระนาดทุ้มเข้าไปอีก เพื่อเป็นคู่ล้อคู่ขัดกับระนาดเอกในบางกรณีส่วนของพวกเครื่องหนังก็อาจจะเพิ่มเปิงมางเข้าไปเพื่อเป็นคู่เล่นกับตะโพน ส่วนเครื่องกำกับจังหวะ เช่น ฉิ่ง กรับ (อาจจะเป็นกรับพวง หรือกรับไม้ไผ่) จะต้องมีอยู่แล้วเป็นปรกติ ส่วนเครื่องดนตรีที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของการแสดงหุ่นกระบอกที่จะขาดไม่ได้ก็คือ
        ๑. ซออู้ เป็นซอสองสาย กะโหลกซอทำด้วยกะลามะพร้าวขนาดใหญ่ที่ต้องพิถีพิถันเลือกกะลาตาเดียว ถ้าจะให้รูปกะโหลกสวยงามต้องดัดแต่งมาตั้งแต่มะพร้าวยังไม่แก่ด้านหลังกะโหลกซอมักเป็นลายฉลุโปร่ง เพื่อให้เสียงซอดังกังวานไม่อับ คันชักทำด้วยไม้เนื้อแข็งเหนียว เช่น ไม้ขิงชัน ไม้แดง สายคันชักทำด้วยหางม้าเหมือนเช่นซอทั่วไป ซออู้นี้มีเสียงทุ้มค่อนข้างเศร้าเหมาะแก่การสีเคล้าไปกับการร้องเพลงหุ่นเป็นอย่างยิ่ง


        ๒. กลองต๊อก เป็นกลองจีนขนาดเล็กมีสองหน้า หน้าใหญ่กว้างประมาณ ๘ นิ้ว หน้าเล็กกว้างประมาณ ๓ นิ้ว ใช้ไม้ตี ๒ อันมีขนาดเล็กยาวประมาณ ๑๐ นิ้ว ใช้ตีประกอบจังหวะไปพร้อมกับซออู้และการขับร้อง

 


        ๓. แต๋ว ทำด้วยทองบุหรือทองม้าก่อ มีลักษณะกลมแบนยกขอบเล็กน้อยเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔ นิ้ว ใช้ถือตีด้วยไม้เล็กยาวประมาณ ๖-๗ นิ้ว ใช้ตีล้อตีขัดไปกับกลองต๊อก
 
        นอกจากนี้ยังมี ม้าล่อ ล่อโก๊ะ หรือผ่าง ทำด้วยโลหะผสมพิเศษ มีลักษณะกลมแบนยกขอบ ประมาณหนึ่งนิ้ว มีขนาดเล็กสุดตั้งแต่ ๑๐ นิ้วขึ้นไป ตรงขอบเจาะรูสองรูร้อยเชือกสำหรับถือหรือแขวน ตีด้วยไม้หัวหุ้มนวมหรือไม้หัวแข็ง ใช้ตียืนจังหวะหรือเล่นสลับกับกลองจีน ในกรณีที่มีการรบพุ่ง หรือเล่นสนุกสนาน ทั้งม้าล่อและกลองจีนนี้ไม่ใช่เครื่องดนตรีหลัก แต่อาจจะเพิ่มพิเศษขึ้นเฉพาะโอกาสหรือเรื่องราวทื่ออกทางภาษาจีน เช่น เรื่องพระอภัยมณีตอน ศึกเก้าทัพ เป็นต้น

 


  
        ในการบรรเลงและขับร้องประกอบการแสดงหุ่นกระบอก ก็เหมือนกับการแสดงละครทุกอย่าง กล่าวคือมีเพลงร้องสองชั้น ชั้นเดียว และเพลงร่าย และเพลงหน้าพาทย์ที่ใช้บรรเลงประกอบกิริยาอาการ และบทบาทต่าง ๆ ของตัวหุ่น เช่น
        - เพลงเข้าม่าน  ประกอบการเดินเข้าฉากในระยะใกล้ๆ ของหุ่นตัวเอก
        - เพลงเสมอ  ประกอบการไปมาในระยะใกล้ๆ
        - เพลงเชิด  ประกอบการไป มาในระยะไกล ๆ และใช้ในการต่อสู้
        - เพลงตระนิมิตร   ประกอบการแปลงกายของตัวหุ่นที่เป็นตัวเอก ๆ
        - เพลงชุบ  ประกอบการเดินของนางกำนัล เช่น เมื่อนางยี่สูนใช้นางกำนัลให้ไปตามพราหมณ์ ปี่พาทย์ก็จะทำเพลงชุบ
        - เพลงโลม  ประกอบการโลมเล้าเกี้ยวพาระหว่างตัวหุ่นที่เป็นตัวเอก มักต่อด้วยเพลงตระนอน
        - เพลงตระนอน  ใช้สำหรับหุ่นตัวเอกเมื่อจะเข้านอน โดยมาบรรเลงต่อจากเพลงโลม
        - เพลงโอด  ประกอบการเศร้าโศกเสียใจ
        - เพลงโล้  ประกอบการเดินทางทางน้ำ เช่น พระอภัยมณีโดยสารเรือสำเภาหรือเกาะหลังเงือกว่ายน้ำหนีผีเสื้อ
        - เชิดฉิ่ง  ประกอบการเดินทาง การเหาะ เช่น เบญจกายเหาะมายังเขาเหมติรันเพื่อแปลงเป็นสีดาลอยน้ำไปลวงพระราม หรือการติดตาม เช่น พระลอตามไก่ รามสูรตามนางเมขลา
        - เชิดกลอง  บรรเลงต่อจากเพลงเชิดฉิ่ง
        - เพลงรัวต่าง ๆ  ประกอบการแผลงอิทธิฤทธิ์ หรือแปลงตัวอย่างรวบรัด
        - เพลงกราวนอก  ประกอบการยกทัพตรวจพลของกระบวนทัพฝ่ายมนุษย์
        - เพลงกราวใน  ประกอบการยกทัพตรวจพลของกระบวนทัพฝ่ายยักษ์
        - เพลงแผละ  ประกอบการเดินทางทางอากาศ เช่น การบินมาของพญาครุฑ

เพลงที่มีลักษณะเป็นเพลงละครอย่างแท้จริง
        ๑. เพลงช้าปี่ ใช้บรรยายบทบาทหรืออากัปกิริยาของตัวละครตัวเอก เมื่อออกนั่งเมือง หรือสถานที่ใดที่หนึ่งในโอกาสที่ต้องการความสง่าผ่าเผย
                          "เมื่อนั้น                            พระลักษณวงศ์ผู้ทรงศรี
                ตั้งแต่ได้โฉมงามเจ้าพราหมณ์ชี       ภูมีตรึกตรองเรื่องน้องยา ฯ"
        ๒. เพลงโอ้ปี่ โอ้ร่าย ใช้แสดงอาการคร่ำครวญเศร้าโศกของตัวละครตัวเอก เช่น พระไวยคร่ำครวญเมื่อพบเปรตนางวันทองในเพลงโอ้ปี่ที่ว่า
                          "ทั้งรักทั้งสงสารรำคาญอก         น้ำตาตกพร่างพรายทั้งซ้ายขวา
                โอ้แม่วันทองของลูกยา                       เคยทำเวรมาไว้มากมาย ฯ"
        ๓. เพลงโอ้โลม เพลงโอ้ชาตรี เพลงโอ้ เพลงฉิ่งสิงโตตัด เพลงโลมนอก เพลงโอ้โลม เพลงฉิ่ง เพลงเหล่านี้ใช้แสดงอาการเล้าโลมเกี้ยวพาราสีของตัวละครตัวเอก เช่น เมื่อเจ้าเงาะเกี้ยวนางรจนาในเพลงโอ้ชาตรีที่ว่า
                         "น้องเอยน้องรัก                     ผิวพักตร์เพียงจันทร์อันทรงกลด
                โฉมนางแน่งน้อยช้อยชด                  อย่ากำสรดเศร้าหมองไม่ต้องการ ฯ"
        ๔. เพลงชมตลาด ใช้บรรยายความงดงามของตัวละคร เช่น ร้องชมร่างแปลงของนางวันทองเมื่อจะไปห้ามทัพพระไวย ดังนี้
                        "นวลละอองผ่องศรีฉวีขาว                          เมื่อแรกรุ่นรูปราวกับนางห้าม
               มวยกระหมวดกวดเกล้าเหมือนเจ้าพราหมณ์            ใส่สังวาลประจำยามอร่ามพราย ฯ"
        ๕. เพลงฉุยฉาย ใช้แสดงท่าทีเดินเยื้องย่างกรีดกรายด้วยความโอ่อวดของตัวละครเมื่อแปลงหรือแต่งกายได้สะสวยงดงาม เช่น เมื่อนางเบญจกายแปลงเป็นนางสีดาจะไปเข้าเฝ้าทศกัณฐ์ดังบทร้องที่ว่า
                      "ฉุยฉายเอย                         จะไปไหนนิดเจ้าก็กรีดกราย
               เยื้องย่างเจ้าช่างแปลงกาย             ให้ละเมียดละม้ายสีดานงลักษณ์
               ถึงพระรามเห็นทรามวัย                  จะฉงนพระทัยให้อะเหลื่ออะหลัก ฯ"
 
        หลังจากไหว้ครูแล้ว เมื่อจะเริ่มเรื่องราวในการแสดงหุ่นกระบอกมักจะเริ่มด้วย "เพลงหุ่น" เคล้าซออู้เสมอเพื่อให้หุ่นออกมาร้องรำบรรยายเรื่องราวความเป็นมาเช่น เพลงหุ่นในเรื่องพระอภัยมณีตอนหนีนางผีเสื้อ ที่ว่า
  

                         "จะกล่าวกลับจับความไปตามเรื่อง                ถึงบาทเบื้องปรเมศพระเชษฐา
             องค์อภัยมณีศรีโสภา                                              ตกยากอยู่คูหามาช้านาน
             กับด้วยนางอสุรีนีรมิต                                             เป็นบ่ชิดเชยชมสมสมาน
            ต้องรักใคร่กันไปตามยามกันดาร                               จนนางมารเกิดบุตรบุรุษชาย ฯ"

        เมื่อซออู้นำ และผู้ขับร้องเอื้อนก่อนจะเอ่ยกลอนแรกนั้นเรียกกันว่า "ร้องท้าว"การร้องท้าวนี้มีแตกแยกทางออกไปบ้างแล้วแต่ละสกุลช่าง แต่ก็จะอยู่ในครรลองเดียวกันเพื่อจะทอดไปสู่เนื้อความที่จะเริ่มกล่าวต่อไปทำนองเพลงร้องหุ่นกระบอกนี้ มีอยู่หลายทาง ทั้งในระหว่างบทกลอนที่เป็นเนื้อร้องก็ล้วนแต่มีจังหวะและช่องทางที่จะให้ผู้ร้องใส่ลูกเล่นเอื้อนเอ่ยไปได้ต่าง ๆ สุดแต่ความสามารถและไหวพริบปฏิภาณของผู้ร้องที่จะดูว่าบทบาทตอนนี้ควรจะร้องเอื้อนเอ่ยให้ไปในทางใด โกรธเกรี้ยว เศร้าสร้อย หรือว่าฮึกเหิมสนุกสนาน หากกำลังตกระกำลำเค็ญถึงที่สุด เช่นเมื่อพราหมณ์เกสรกำลังจะถูกนำไปฆ่า ก็จะมีการร้องเพลงหุ่นอีกทางหนึ่งเรียกว่า "ร้องครวญ" 
 

         ครั้นถึงกลอนคำสุดท้าย อันเรียกว่า "ลง" เพลงหุ่นก็มี "ทางลง" อีกหลายทาง เช่น ลงโอด ลงเชิด ลงเจรจา ลงตลก ซึ่งเมื่อต้นเสียงทอดจะลงใกล้ท้ายคำอยู่แล้ว พวกลูกคู่ก็จะต้องคอยรับให้แน่นหนาพร้อมเพรียงทันท่วงทีจึงจะไพเราะหากลูกคู่รับบ้างไม่รับบ้างหรือความรู้ความสามารถไม่ทัดเทียมกัน รับกันไปคนละทางสองทางกระพร่องกระแพร่ง เพลงหุ่นนั้นๆก็จะไม่เป็นรสชาติอันใดเลย ในการร้องเพลงหุ่น เครื่องดนตรีจำเพาะก็มี ซออู้สีเคล้าไปตลอด ประกอบจังหวะด้วยกลอง ต๊อก แต๋ว ฉิ่ง กรับ เท่านั้น เครื่องดนตรีอื่นหยุดบรรเลงหมด ต่อเมื่อจะลง เช่น ลงโอด หรือลงเชิด ปี่พาทย์ก็จะคอยทำเพลงโอด หรือเพลงเชิดต่อท้ายไปตามเพลง แต่ก่อนผู้เชิดหุ่นที่เป็นสตรี มักจะร้องเพลงหุ่นไปด้วยพร้อม ๆ กันกับการเชิด เช่น แม่ครูเคลือบ แม่มิ่ง (ภรรยาของนายเปียก ประเสริฐกุล) และคุณครูชื้น สกุลแก้ว (บุตรีนายเปียก) โดยมีลูกคู่คอยรับ แต่เข้าใจว่าผู้เชิดคงจะร้องแต่เพลงที่เป็นเพลงหุ่นส่วนเพลงละคร เช่นเพลงช้าปี่ หรือเพลงร่ายจะมีต้นเสียงสตรีอีกต่างหากเป็นคนร้องและมีลูกคู่คอยรับไม่ปรากฏว่าในการเล่นหุ่นกระบอกแต่ก่อนจะมีผู้ขับร้องชายเป็นต้นเสียง ทั้งเพลงหุ่นและเพลงละครใช้ผู้หญิงร้องทั้งนั้น ลูกคู่ก็ใช้ผู้หญิง และตีกรับไปด้วยในตัวเสร็จหากเล่นกันสนุกสนานถึงอกถึงใจ ก็จะช่วยกันร้องรับลูกคู่ทั้งหญิงชายได้ทั้งโรงด้วยความสามัคคีปรองดอง มิใช่ต้นเสียงร้องเองรับเองอยู่คนเดียว 

          ในเรื่องเพลงหุ่นนี้ มีข้อที่ยังไม่อาจยืนยันได้เป็นข้อยุติด้วยคนทั่วไปมักเข้าใจว่า "เพลงหุ่น" และ "เพลงสังขารา" เป็นเพลงเพลงเดียวกัน แต่นักดนตรีและผู้ขับร้องอาวุโสหลายท่านต่างอธิบายว่า "เพลงหุ่นกับเพลงลังขาราเป็นคนละเพลงกัน ถึงแม้จะเป็นเพลงที่เคล้าซออู้ และใช้ประกอบในการแสดงหุ่นกระบอก (หรือบางครั้งละคร) เหมือน ๆ กัน แต่เพลงสังขารามีทำนองแตกต่างออกไปจากเพลงหุ่นอีกทางหนึ่งเป็นคนละเพลง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ขับร้องและนักดนตรี การพากย์หุ่นนอกจากผู้เชิดจะร้องเพลงหุ่นเองแล้วยังจะพูดบทเจรจาต่าง ๆ แทนตัวหุ่นที่ตนกำลังเชิดอยู่อีกด้วยโดยไม่ต้องมีคนคอยพากย์แทน หากหุ่นตัวพระที่คนเชิดเป็นผู้หญิงก็จะพูดด้วยเสียงตนเชิดที่เป็นผู้หญิงนั้นเองดุจเดียวกับละครรำแต่ก่อน ที่ใช้ผู้หญิงแสดงเป็นตัวพระเอก จึงไม่ขัดหูขัดตาแต่ประการใด เว้นแต่ผู้เชิดที่เป็นผู้ชายมาจับเชิดหุ่นตัวนางพอถึงบทเจรจา ก็จะใช้ผู้หญิงพูดแทนเป็นตอน ๆ ไป ยกเว้น "นายเผื่อน" ผู้เป็นหลานนายเปียก ประเสริฐกุล และเป็นผู้เชิดหุ่นในคณะนายเปียกในสมัยแรก ๆ เล่ากันว่าสามารถเชิดตัวนาง และตัวพราหมณ์เกสรได้ชดช้อยงดงามมาก และยังสามารถดัดเสียงพูดบทเจรจาให้เป็นเสียงของตัวนางได้อีกด้วยในสมัยปัจจุบัน ก็มีหุ่นคณะชูเชิดชำนาญศิลป แห่งอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามของคุณครูวงษ์ รวมสุข ซึ่งเชิดและพากย์ตัวนางผีเสื้อสมุทรด้วยตัวเอง นางผีเสื้อคณะชูเชิดชำนาญศิลป จึงมีเสียงเป็นผู้ชายเช่นเดียวกับหุ่นคณะรอดศิริ นิลศิลป ของนายบุญรอด ประกอบนิล ที่เจ้าของคณะคือนายบุญรอด เชิดและพากย์หุ่นตัวนางผีเสื้อสมุทรด้วยตนเอง นางผีเสื้อคณะรอดศิริฯจึงมีเสียงเป็นผู้ชายเช่นเดียวกัน
ตลกหุ่น

               

          ตลกหุ่นดูเหมือนจะเป็นหัวใจของการแสดงหุ่นกระบอกที่ขาดไม่ได้ เพราะการแสดงตลกเป็นการแสดงที่จะต้องมีอยู่ในนาฏกรรมของไทยแทบทุกชนิด เช่น โขน หนังใหญ่ ละคร และลิเก เนื่องด้วยเป็นอุปนิสัยของคนไทยโดยทั่วไปที่ชอบตลกโปกฮา อุดมด้วยอารมณ์ขันอยู่แล้วเป็นปกติ การเล่นตลกของหุ่นกระบอก มักยึดแนวของการเล่นของพวกจำอวดและสวดคฤหัสถ์เป็นครู เพราะนักสวดและจำอวดได้จัดวางแนวทางเอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว คือการจัดวางตำแหน่งของตัวบุคคลไว้ ตำแหน่ง ตามความจัดเจนของแต่ละบุคคล ทั้งนี้เพื่อมิให้เกิดการ"ปีนเกลียว"กัน หรือเล่น"ลอยดอก"จนออกนอกลู่นอกทางและนอกเรื่องจนเกินควร จนหาทางวกลงไม่ได้ อย่างที่เรียกว่า "พาช้า" คือพาให้เรื่องช้าไปอย่างไม่เข้าเรื่องตำแหน่งบุคคลทั้ง มีดังนี้
        ๑. ตัวตุ๊ย คือหน้าที่เล่นตลกโดยตรง ต้องมีปฏิภาณฉับไวในการตอบการแก้ที่หลักแหลมมีมุขตลกที่ทันเหตุการณ์ไม่ฝืดเฝือ ตัวตุ๊ยนี้ ถือเป็นตัวหลัก ขาดไม่ได้และมีมากไม่เกิน ๑ ตัว
        ๒. ตัวภาษา ทำหน้าที่เล่นตลกชิงไหวชิงพริบคู่กันไปกับตัวตุ๊ย โดยมากนิยมออกเป็นตัวนาง
        ๓. ตัวแม่คู่ ในการเล่นหุ่นกระบอก ก็มักได้แก่หุ่นตัวเอกหรือเจ้านาย เช่น นางยี่สุ่น นางผีเสื้อสมุทร หรือตาฤาษี ต้องฉลาดที่จะใช้มุขปูทางตลอด เพื่อให้ตัวตุ๊ย และตัวภาษาออกดอกออกก้านกลเม็ดตลกต่างๆได้ และทำหน้าที่คอยดึงให้เข้าเรื่องเพื่อไม่ให้เล่นตลกออกไปนอกทาง นางผีเสื้อสมุทร หรือตาฤาษี ต้องฉลาดที่จะตั้งมุขปูทางตลอดจนซักไซ้เพื่อให้ตัวตุ๊ยและตัวภาษาออกดอกออกก้านกลเม็ดตลกต่างๆ ได้ และทำหน้าที่คอยดึงให้เข้าเรื่องเพื่อไม่ให้เล่นตลกออกไปนอกทาง
        ๔. คอสอง ทำหน้าที่คอยช่วยแม่คู่ หรือคอยประสานคอยซักหรือยกสุภาษิตต่าง ๆ ตัวคอสองนี้ช่วยให้การเล่นตลกมีชีวิตชีวาขึ้น สำหรับการเล่นตลกนี้บางคณะก็เล่นสอดแทรกไปเกือบทุกตอนของเรื่อง แต่ที่ควรแล้วควรจัดให้อยู่ในตอนใดตอนหนึ่งของเรื่องที่มีจังหวะเหมาะสมจะเล่นได้ เพราะการเล่นตลกพร่ำเพรื่อทำให้อรรถรสอื่น ๆ เสียไปดูจุ้นจ้านน่ารำคาญ
จังหวะการเล่นตลกของหุ่นกระบอก ที่มักเล่นกันถ้าเป็นเรื่องลักษณวงศ์ก็จะเล่นตอนนางยี่สุ่นปรึกษาหารือกับนางกำนัลจะทำอุบายกำจัดพราหมณ์เกสร หรือถ้าเป็นเรื่องพระอภัยมณีตอนหนีนางผีเสื้อก็มักเล่นตอนผีเสื้อเล่นกับผีพรายใช้ไห้ไปตามหาพระอภัย หรือตอนผีเสื้อทะเลาะกับพระฤาษีและพวกลูกศิษย์บนเกาะแก้ว การเล่นตลกมักจะมีบทเจรจายกสุภาษิตที่ไม่เป็นโล้เป็นพาย เช่น


                        "ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน          พออยู่ไปนานนานน้ำล้างหัวล้านก็ว่าขม"
        หรือ  
                       
"แม้นแผ่นดินสิ้นชายที่พึงเชย       มีผัวเป็นกะเทยจะดีกว่า"


        หรือใช้บทเจรจาสัปดนสองง่ามสองแง่ หรือบางครั้งก็ว่ากันหยาบโลนตรงๆสุดแต่กลุ่มชนที่ดู สถานที่ และโอกาส แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อสร้างความขบขันให้ถึงใจพระเดชพระคุณ มิได้มีเจตนาส่อในทางลามกอนาจารแต่อย่างใด

 เพลงหุ่นกระบอก บรรเลงโดย คุณครูเบญจรงค์ ธนโกเศศ
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พ.ศ.2541

และอีกหนึ่งฉบับ  ครูเบญจรงค์ บรรเลง  ครูสุรางค์ ดุริยพันธุ์





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


ได้รับความรู้เพิ่มขึ้นอีกมากมายเลยครับ...

ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 15.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

น่าสนใจค่ะ ขอบคุณในความรู้ที่แบ่งปัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลง แขกบรเทศ

-

View All
ดนตรีไทยแบบไหนที่คุณชอบฟัง
วงเครื่องสาย
673 คน
วงปีพาทย์
530 คน
วงมโหรี
209 คน
เดี่ยวเครื่องมือ
126 คน
ซิมโฟนี่ออเคสตร้า
101 คน
แบบประยุกต์
127 คน

  โหวต 1766 คน