*/
  • yuanyuan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2014-02-02
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 153476
  • จำนวนผู้โหวต : 30
  • ส่ง msg :
  • โหวต 30 คน
วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน 2557
Posted by yuanyuan , ผู้อ่าน : 3283 , 07:53:04 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

สังเกต"อาการเจ็บปวด" ตามหลักการแพทย์แผนจีน

 

แพทย์จีนณัฐธิดา สิริโยธิน

 

                                               ภาพจาก http://www.taopic.com/tuku/201305/346328.html

   ในชีวิตของคนเรานั้น ไม่มีใครหลีกหนี"เกิด แก่ เจ็บ ตาย"พ้น สิ่งนี้เป็นหลักสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้เพื่อให้เราได้ตระหนักถึงความไม่แน่นอนของชีวิต ดำรงชีวิตอยู่ในความไม่ประมาท และสามารถปล่อยวางละซึ่งสิ่งต่างๆลงได้  เมื่อนับสิ่งสำคัญที่ส่งผลให้ชีวิตเรามีความสุข แน่นอนว่านอกเหนือจากการมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้ว ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ"การที่ไม่มีโรคภัยต่างๆมาเบียดเบียน"  แต่ในความจริงแล้ว คนทุกคนย่อมเคยผ่านการเจ็บป่วยมาแล้วทั้งนั้น ตั้งแต่เด็กจนโต บางโรคก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ บางโรคก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง และบางโรคก็เพราะไม่ยอมหลีกเลี่ยงนั่นเอง

    ความเจ็บปวด เป็นอาการหนึ่งซึ่งสามารถประสบได้ในชีวิตประจำวัน บางคนก็ปวดมาก บางคนก็ปวดน้อย สาเหตุการเกิดมีหลายสาเหตุ ทั้งจากปัจจัยภายในร่างกายและภายนอกร่างกาย ซึ่งถ้าเรารู้ถึงสาเหตุการเกิดโรคแล้ว ก็ย่อมทำให้สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆเหล่านั้นได้ หรือสามารถไปพบแพทย์เพื่อรักษาได้ทันเวลา

    การวินิจฉัยอาการเจ็บปวดทางการแพทย์แผนจีนนั้น แบ่งได้เป็น2หลักใหญ่ๆ คือ ลักษณะของการเจ็บปวด และ บริเวณที่เกิดการเจ็บปวด

 

๑.ลักษณะของการเจ็บปวด แบ่งได้ดังนี้

 

๑)ปวดแบบตึง,แน่น  ตำแหน่งที่ปวดมักจะเป็นที่ทรวงอก,ชายโครง,กระเพาะอาหารและบริเวณท้อง ลักษณะเด่นของประเภทนี้คือ เป็นการปวดที่มีตำแหน่งไม่แน่นอน ไม่สามารถระบุตำแหน่งได้ชัดเจน และการปวดสามารถย้ายไปยังตำแหน่งต่างๆได้ การปวดเช่นนี้มีสาเหตุมาจาก"ลมปราณติดขัด" ถ้าหากปวดแน่นตึงที่ศีรษะและเบ้าตา จะมีสาเหตุจาก"ไฟตับหรือหยางตับ"ลอยขึ้นมากระทบ(ทางแพทย์จีน"ตา"คือทวารของตับ)

 

๒)ปวดเหมือนมีเข็มแทง  ตำแหน่งแน่นอนไม่เคลื่อนที่  มีสาเหตุมาจาก"เลือดคั่ง" สามารถพบได้ที่ตำแหน่งทรวงอก,ชายโครง,กระเพาะอาหาร,ท้อง,แขนขาและศีรษะ(สมอง)

 

๓)ปวดแบบถูกบิด(ปวดเค้น)  การปวดลักษณะนี้ถ้าปวดในระดับกลางๆขึ้นไปจะมีอันตรายมากที่สุด สาเหตุมาจากมีปัจจัยก่อโรคอุดกั้นอยู่ภายในส่งผลให้ลมปราณไหลเวียนไม่คล่อง เช่น นิ่วในถุงน้ำดี หรือมีความเย็นอุดกั้นที่หลอดเลือดหัวใจ ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดและลมปราณติดขัด ทำให้เจ็บหน้าอกเกิดโรคหัวใจขาดเลือด(真心痛,angina pectoris) ขึ้น

 

๔)ปวดเย็น เป็นลักษณะของการเจ็บปวดที่มีความรู้สึกเย็นบริเวณที่ปวดร่วมด้วย เมื่อประคบร้อนจะรู้สึกดีขึ้น มักเกิดที่บั้นเอว กลางหลัง ข้อต่อบริเวณแขนขาเช่น ข้อศอก หัวเข่า ข้อเท้าเป็นต้น สาเหตุมาจากมีความเย็นติดขัดคั่งค้างอยู่ในเส้นชีพจรหรืออาจมีสาเหตุจากหยางของอวัยวะต่างๆนั้น พร่องจนไม่สามารถหล่อเลี้ยงเส้นชีพจรหรืออวัยวะนั้นๆได้

 

๕)ปวดแบบหนัก  เป็นลักษณะที่มีความเจ็บปวดร่วมกับความรู้สึกหนักๆร่วมกัน มักพบว่าเกิดที่บริเวณศีรษะ,เอว,แขนขา เช่น ปวดหนัก ศีรษะ สาเหตุเกิดจากมีความชื้นเข้าไปอุดกั้นการไหลเวียนของลมปราณ (ความชื้นทำให้รู้สึกหนัก บางครั้งที่มีความรู้สึกว่าหนักตามแขนขา หนักศีรษะ แสดงว่าภายในร่างกายมีความชื้นสะสมอยู่ )

 

๖)ปวดเมื่อย  สาเหตุจากมีความชื้นสะสมอยู่ตามกล้ามเนื้อ,ข้อต่อต่างๆ หรือ มีสาเหตุมาจากไตพร่องทำให้เกิดการปวดเมื่อย(บริเวณเอว)ขึ้น

 

๗)ปวดเล็กน้อยในระดับที่ทนได้ เป็นลักษณะการปวดที่ไม่รุนแรงแต่ปวดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ อยู่ในกลุ่มปวดแบบพร่อง มักมีสาเหตุมาจาก หยาง,ลมปราณ,เลือดหรือสารจำเป็น(จิง)พร่อง เส้นลมปราณและอวัยวะต่างๆได้รับการหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอจึงเกิดการเจ็บปวดขึ้น มักพบที่ตำแหน่ง ทรวงอก ท้อง และศีรษะ

 

  ในการจำแนกการปวดแบบแกร่งและแบบพร่องนั้น ถ้าหาก ปวดแบบฉับพลันในระยะเวลาสั้นๆจะเป็นประเภทปวดแบบแกร่ง ส่วน การปวดแบบช้าๆระยะเวลานานจะเป็นการปวดแบบพร่อง

                                             ภาพจากhttp://cache.baiducontent.com

 

๒.ตำแหน่งของการเจ็บปวด

 

   การดูตำแหน่งของการเจ็บปวดสามารถคาดเดาอวัยวะหรือเส้นลมปราณที่เป็นสาเหตุได้ และเมื่อนำมาประกอบกับลักษณะของการเจ็บปวด ระยะเวลาที่ปวด ระดับความเจ็บปวด รวมถึงอาการร่วมต่างๆที่เกิดขึ้น ก็จะสามารถวินิจฉัยโรคได้

 

๑)ปวดศีรษะ  การปวดศีรษะที่ตำแหน่งต่างๆ สามารถบอกเส้นชีพจรที่เป็นต้นเหตุได้ดังนี้ ปวดบริเวณหน้าผากจนถึงโหนกคิ้ว คือเส้นลมปราณหยางหมิง ; ปวดด้านหลังศีรษะถึงคอ คือเส้นลมปราณไท่หยาง ; ปวดด้านข้างศีรษะถึงขมับคือตำแหน่งเส้าหยาง ; ปวดบริเวณยอดศีรษะคือเส้นลมปราณเจวี๋ยอิน

 

๒)ปวดบริเวณทรวงอก มักจะมีความสัมพันธ์กับปอดและหัวใจ ถ้าปวดแน่นบริเวณหน้าอกด้านซ้าย เป็นๆหายๆ มักมีสาเหตุมาจากมีเสมหะ ความเย็น มีความคั่งค้างอยู่ภายในเส้นเลือดเส้นลมปราณ ทำให้เกิดการเจ็บหน้าอกเกิดขึ้น ; ถ้าปวดอย่างรุนแรง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ มือเท้าเย็น แสดงว่าหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน(真心痛,angina pectoris) ; ถ้าเจ็บหน้าอกพร้อมกับ บริเวณแก้มเปลี่ยนเป็นสีแดง มีไข้หลังเที่ยง เหงื่อออกขณะนอนหลับตอนกลางคืนเป็นต้น มีสาเหตุมาจากอินปอดพร่องมักพบในพบในโรคที่ปอดร้อนต่างๆ(มีการอักเสบเกิดขึ้น) ; ถ้าเจ็บหน้าอกพบกับมีอาการไข้สูง ไอมีเสมหะเป็นหนองหรือปนเลือด มีกลิ่นเหม็น สาเหตุจากเสมหะร้อนอุดกั้นในปอด พบในโรคฝีในปอด

 

๓)ปวดกระเพาะอาหาร ปวดกระเพาะอาหารอย่างเฉียบพลัน การเกิดโรคเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแต่เป็นระยะเวลาไม่นาน ปวดเพิ่มมากขึ้นหลังรับประทานอาหาร จัดอยู่ในภาวะแกร่ง สาเหตุมาจากความเย็น ความร้อน ลมปราณติดขัด อาหารคั่งค้าง ; ถ้าปวดเล็กน้อยในระดับที่ทนได้ โดยที่ปวดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ร่างกายผ่ายผอมอย่างเห็นได้ชัด ควรจะตั้งข้อสงสัยว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ; ถ้าปวดกระเพาะอาหารและอาการปวดท้องรุนแรงอย่างเฉียบพลัน พบการกดเจ็บ กระทั่งกดปล่อยแล้วเจ็บ อาจจะมีสาเหตุมาจากอวัยวะภายในช่องท้องมีแผลทะลุเป็นต้น

๔)ปวดเอว หากมักปวดเมื่อยเอวอยู่บ่อยๆ มีสาเหตุมาจากไตพร่อง ถ้าปวดเย็นที่เอวพร้อมทั้งรู้สึกหนักๆ โดยเฉพาะเมื่อฝนตก อาการปวดจะเพิ่มมากขึ้น แสดงว่ามีความเย็นและความชื้นสะสมอยู่ภายใน ร่างกาย ; ถ้าปวดเอวเหมือนกับถูกเข็มแทงและมีการปวดร้าวลงขา จะมีสาเหตุมาจากมีเลือดคั่งอยู่ภายในหรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังระดับเอว ; ถ้าเกิดอาการปวดเอวอย่างรุนแรงและฉับพลัน อีกทั้งยังปวดร้าวไปยังท้องน้อย ปัสสาวะเป็นเลือด มักจะมีสาเหตุจากมีก้อนนิ่ว(ในระบบทางเดินปัสสาวะ)

 

๕)ปวดบริเวณข้อต่อตามแขนและขา โดยที่บริเวณที่ปวดระบุตำแหน่งแน่นอนไม่ได้ สาเหตุจากปัจจัยก่อโรคลมเข้าไปจับเกาะอยู่ตามข้อต่อนั้นๆ แต่ถ้าหากปวดหนักๆรวมถึงปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีสาเหตุจากความชื้นเข้าไปรุกรานบริเวณข้อต่อนั้นๆ

   หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับอาการปวดบ่อยๆ อาการปวดเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยนะคะ โรคสมัยนี้มักจะมาเงียบๆ โดยที่เราไม่ได้สังเกต รู้เนิ่นๆจะได้รักษาได้ทันค่ะ 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 nonespresso ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เด็กนนทบุรีจ้า วันที่ : 23/04/2015 เวลา : 21.53 น.


ลองน้ำมันนวดของช้อนทองมงคลสิครับ
ผมลองมาละ ส่วนตัวชอบนะ มันคลายเส้นดี และก็หอมมาก สุดยอด

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เบดูอิน วันที่ : 20/04/2014 เวลา : 14.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somdej


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน