*/
  • memorandum
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nathapong_PARK_@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-06-07
  • จำนวนเรื่อง : 6
  • จำนวนผู้ชม : 21857
  • จำนวนผู้โหวต : 12
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
วันอังคาร ที่ 9 สิงหาคม 2554
Posted by memorandum , ผู้อ่าน : 2325 , 15:54:15 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


ราคาของสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกน้อยลง!!!

      กระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศเดือนกรกฎาคม 2554 เท่ากับ 112.74 โดยสูงขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2553 ร้อยละ 4.08 เป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ โดยเทียบกับเดือนมิถุนายน 2554 สูงขึ้นร้อยละ 0.18 และเทียบเฉลี่ยระยะ 7 เดือน ( มกราคม - กรกฎาคม 2554 กับช่วงระยะเดียวกัน ปี 2553 ) สูงขึ้นร้อยละ 3.64
การเปลี่ยนแปลงดัชนีราคาผู้บริโภคสะท้อนให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจของไทยยังคงมีเสถียรภาพ ตามการบริหารนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญๆ ของภาครัฐฯ ได้แก่ มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐบาล และการดูแลราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์เงินเฟ้อปี 2554 เท่ากับร้อยละ 3.2 - 3.7 โดยมีปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานานและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งมีผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้า



ทำไมหมูถึงแพง ? แล้วแพงเพราะอะไร ? ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ?




คำถาม ? มีความคิดเห็นอย่างไร เกี่ยวกับการขึ้นราคาหมู

       มันเกิดขึ้นก่อน ในขณะที่ว่าราคาตลาดเปลี่ยนแปลงไป ทีนี้ในกรณีของไทยจากอดีตเราก็พบว่าราคาสินค้าหรือบริการทั่วไปมันแพงขึ้น เช่น เนื้อหมู ราคาน้ำมัน ค่าจ้างของแรงงาน ค่าจ้างของปริญญาตรี เราก็บอกว่ารัฐบาลจะเข้าไปแทรกแซงและตอนนี้ราคาหมูแพงขึ้น เราก็เข้าไปแทรกแซงมันว่าเราไม่ปล่อยไปตามกลไกตลาดทำงาน เช่นว่า ในกรณีเนื้อหมู ผมคิดว่า เราจะกำหนดให้เขียงหมูไม่สามารถขายได้ เกินราคาที่กำหนดรู้สึกจะ 152 บาท ถ้าเรามีความรู้หรือเรียนเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นจะพบว่า การแทรกแซงกับการที่ปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน เมื่อคิดออกมาแล้วการปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน ท้ายที่สุดแล้วประโยชน์มันจะมากกว่า กล่าวได้ว่าต้นทุนที่เกิดจากการแทรกแซงสินค้าและ บริการยังมีอยู่และคำถามที่ตามมาก็คือมันคุ้มหรือไม่ที่จะแทรกแซง

คำถาม ? ปัจจัยอะไรที่ทำให้ราคาหมูขึ้น

      คือราคาสินค้าและบริกาารอย่างที่ผมพูดไป ในกรณราคาเนื้อหมู อาหาร ผมว่าในช่วงนี้มันมาจากคาดการณ์ว่านโยบายต่างๆที่รัฐบาลใหม่ที่เคยหา เสียงเรื่องนโยบายต่างๆไว้ ซึ่งผลในทางที่เป็นไปได้น่าจะมีผลทำให้ราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไป โดยเฉพาะเนื้อหมูจะมีแนวโน้มสูงขึ้น ยกตัว อย่างเช่น ถ้าเราเป็นแม่ค้าขายหมูเวลาเราคาดการณ์ ต่อไปนี้แรงงงานบางกลุ่มจะได้ค่าจ้าง 300บาทต่อวัน เด็กปริญญาตรีที่จบใหม่ก็จะได้ 15000 บาท ต่อเดือนทุกๆคน ทำให้กลุ่มนี้มีกำลังในการซื้อและก็ขึ้นราคาอาหารได้ รวมทั้งอาจจะเกี่ยวข้องกับปัจจัยต้นทุนอาหารสัตว์



     เมื่อพูดถึงปัญหาข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันมีราคาแพง อย่างผิดสังเกตในระยะนี้ ก็ขอยกกรณีเนื้อหมูสดมีราคาแพงมาเป็นประเด็นชวนคิดชวนคุยในวันนี้ หลายคนที่ติดตามการเคลื่อนไหว ด้านการค้าการขายเนื้อหมูในตลาดสดทั่วประเทศคงไม่ปฏิเสธ ว่าเนื้อหมูในยุคนี้มีราคาแพงจริงๆ แพงเสียจนสำนักข่าวบางแห่ง พาดหัวข่าวว่า "ราคาหมูแพง ลองของยิ่งลักษณ์" จากข้อเท็จจริงที่ผู้เขียนออกไปสำรวจราคาขายหมูสด ในตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ดอนเมือง เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2554 พบว่าหมูสามชั้นราคากิโลกรัมละ 140 บาท เนื้อหมูแดงล้วน ราคากิโลกรัมละ 145 บาท เนื้อหมูสันนอก ราคากิโลกรัมละ 145-150 บาท ซี่โครงหมูอ่อน ราคากิโลกรัมละ 150 บาท เป็นต้น ทั้งนี้บรรดาผู้ค้าเนื้อหมูต่างบอกตรงกันว่า ระยะนี้ราคาหมูสดแพงมาก ทำให้ ผู้ซื้อหลายคนต่างต่อว่าที่ราคาของแพง และลดจำนวนการซื้อลงอย่างเห็นได้ชัด

ตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่




ราคาเนื้อหมู ของตลาดยิ่งเจริญ




ผลกระทบที่เกิดกับผู้ประกอบการ แม่ค้าขายหมูปิ้ง

ไม่ใช่แค่มีผลกระทบแค่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล เท่านั้น แต่ราคาหมูที่ขึ้นนั้นมีผลกระทบไปทั้งประเทศ ตัวอย่างเช่น

 

ที่ตลาดสดพลาซ่า 3 เทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งป็นตลาดที่มีจำนวนแผงขายเนื้อหมูชำแหละมากที่สุดของหาดใหญ่ มีกว่า 40 แผง โดยเหล่าพ่อค้าแม่ค้าเขียงหมูได้รวมตัวกันหยุดขายเนื้อหมูชำแหละรวมระยะเวลา 5 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.เป็นวันแรก ไปจนถึงวันที่ 7 ส.ค.นี้ โดยให้เหตุผลว่า ราคาเนื้อหมูแพง และทางฟาร์มหมูได้ขยับขึ้นราคาเนื้อหมูอย่างต่อเนื่องเกือบทุกสัปดาห์ เดิมราคาอยู่ที่ 130 กว่าบาทต่อกิโลกรัม ปรับเพิ่มขึ้นมาเรื่อยจนราคาสูงขึ้นเป็น 150 - 160 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลกระทบต่อแผงขายหมูและผู้บริโภคเนื้อหมูเป็นอย่างมาก พ่อค้าแผงขายหมูชำแหละรายหนึ่งที่จำหน่ายอยู่ในตลาดดังกล่าว ระบุว่า เดิมราคาหมูจากฟาร์ม ซึ่งราคาหมูเป็นที่ยังไม่ได้ชำแหละอยู่ที่ กิโลกรัมละ 60 บาท และราคาเนื้อหมูอยู่ที่กิโลกรัมละ 130 บาท แต่ในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาราคาหมูจากฟาร์มปรับขึ้นทุกสัปดาห์ จนล่าสุดราคาหมูเป็นที่ยังไม่ได้ชำแหละสูงขึ้นมาถึง กิโลกรัมละ 86 บาท ส่วนราคาเนื้อหมู ขึ้นมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 150 -160 บาท ทำให้ลูกค้าประจำที่มาซื้อหมูเริ่มมีเสียงสะท้อนกันออกมาถึงราคาเนื้อหมูที่สูงขึ้น


VOX POP คำถาม ? ความคิดเห็นของประชาชน ต่อการขึ้นราคาของหมู

รายงานพิเศษ : แนวทางการแก้ปัญหาหมูมีราคาแพง

จากปัญหาหมูในประเทศมีราคาแพงและขาดแคลน ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร.จึงได้มีมติประกาศราคาควบคุมหมูทั้งระบบ พร้อมกำหนดเงื่อนไขการส่งออก และแจ้งปริมาณ สถานที่จัดเก็บ รวมทั้งให้ติดป้ายแสดงราคาขายหมูเป็นหน้าฟาร์ม


ล่าสุดคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและ บริการ หรือ กกร.ได้มีมติประกาศราคาควบคุมหมูทั้งระบบ โดยราคาหมูเป็นภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกให้จำหน่ายไม่เกินกิโลกรัมละ 81 บาท ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่เกินกิโลกรัมละ 85 บาท และภาคใต้ ไม่เกินกิโลกรัมละ 87 บาท ส่วนราคาหมูเนื้อแดง ภาคกลาง ภาคตะวันออกและตะวันตก ให้จำหน่ายไม่เกินกิโลกรัมละ 152 บาท ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่เกินกิโลกรัมละ 157 บาท และภาคใต้ ไม่เกินกิโลกรัมละ 162 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขการส่งออก โดยผู้ส่งออกหมูจะต้องดำเนินการขออนุญาตที่กรมการค้าภายในก่อนการส่งออก และปรับปริมาณการขออนุญาตเพื่อเคลื่อนย้ายเป็น 10 ตัวไม่จำกัดน้ำหนักต้องขอนุญาตก่อนเคลื่อนย้าย และผู้ที่ครอบครองหมูเป็นเกินกว่า 500 ตัว และหมูชำแหละเกินกว่า 5 ตัน ต้องแจ้งปริมาณและสถานที่จัดเก็บทุก 15 วัน พร้อมให้ติดป้ายแสดงราคาขายหมูเป็นหน้าฟาร์มด้วย


ข่าวดี !!!!
 อีกทางเลือกหนึ่งของประชาชน ที่บริโภคเนื้อหมู ภายในงานธงฟ้า ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดี เนื้อหมู (กก.)
ปกติ 150 ราคาพิเศษ 120 ลดลง 30

บทสรุปของราคาหมู ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นไปอีก ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคสามารถที่จะหันไปบริโภคอย่างอื่น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับตนเอง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
memorandum วันที่ : 11/08/2011 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teenstory

ฝากไุด้ครับ ยินดี เพราะตอุนนี้ เรื่องปากท้องของประชาชน เป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งเป็นหมูด้วยแล้ว ยิ่งมีผลกระทบมาก ถ้าค่าครองชีพสูงขึ้น แต่รายได้ ท่าเดิม ผู็้บริโภค ก็คงแย่ ตอนนี้ก็หันไปกินไก่ ปลา ไปพรางๆๆก่อนได้คับ ถ้ามีข้อติชม ยินดีรับฟังครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนขายปุ๋ย วันที่ : 11/08/2011 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpm

มุมมองส่วนตัวยังมองว่า ยิ่งกระทรวงพาณิชย์เข้าไปแทรกแทรงราคา ยิ่งเพิ่มปัญหา เพราะจะยังไปส่งผลให้หมูแพงยิ่งขึ้นอีก

ขออนุญาตฝากเรื่องเกี่ยวกับหมู

ตามติดเรื่องหมูๆ ปัญหาที่ไม่หมู กับการแก้แบบมักง่าย พาณิชย์คิดว่าหมู คิดอะไรไม่ออกก็คุมราคา ท่องตำรามาตรการกฎหมาย แก้ปัญหา หรือซ้ำเติมสถานการณ์???
http://www.oknation.net/blog/kpm/2011/08/09/entry-1
หมูแพง เพราะเกิดโรคระบาด อุทกภัย ใครว่าเรื่องสนุก?
http://www.oknation.net/blog/kpm/2011/08/06/entry-1

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 11/08/2011 เวลา : 09.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ถ้าอาหารปรับตัวขึ้นทุกอย่าง จะเลือกกินอะไรดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน