• moonless
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sithorn19@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2019-05-05
  • จำนวนเรื่อง : 47
  • จำนวนผู้ชม : 6992
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
เรามีเรื่องดีๆจะบอก
เรื่องราวดีๆ ก็อยากจะแชร์ให้ทุกคนได้อ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tellyouaboutIknew
วันเสาร์ ที่ 20 กรกฎาคม 2562
Posted by moonless , ผู้อ่าน : 276 , 22:46:18 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน นายยั้งคิด , wullopp และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

“จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา เป็นผื่นแดง คัน ฯลฯ” อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าคุณกำลังแพ้อะไรสักอย่างซึ่งวิธีรักษาและป้องกันโรคภูมิแพ้ที่ยอดเยี่ยม ทำได้ด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ แม้กระนั้น...สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ หลายคนไม่รู้ดีว่าอาการแพ้ที่ตนเองเป็นบ่อยๆนั้นมีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ ซึ่งถ้าเกิดต้องการทราบปัจจัยที่เด่นชัด ก็ควรจะเข้ารับการ ตรวจภูมิแพ้ เพื่อป้องกันได้ถูกจุด

ตรวจภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้เกิดจากอะไร?

โรคภูมิแพ้มีหลายแบบ ได้แก่ แพ้ยา แพ้อาหาร แพ้อากาศ แพ้ฝุ่น แพ้การสัมผัสสารต่างๆฯลฯ ซึ่งล้วนเกิดขึ้นจากกลไกเดียวกันทั้งนั้น เป็นระบบภูมิต้านทานของร่างกายเข้าใจผิดว่าสารก่อภูมิแพ้นั้นๆเกิดอันตราย จึงปลดปล่อยสารฮีสตามีนออกมาเพื่อต้าน รวมทั้งก่อให้เกิดอาการแพ้ตามมานั่นเอง

 

สารก่อภูมิแพ้แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

 

  • สารก่อภูมิแพ้ที่เข้าสู่ร่างกายโดยการสูดดม ได้แก่ เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น รังแคสัตว์ มักทำให้มีลักษณะอาการคัดจมูก คันจมูก น้ำมูกไหลเป็นสีใส จามบ่อยมาก คันตา และมีเสมหะไหลลงคอ มักมีอาการแบบเป็นๆหายๆ
  • สารก่อภูมิแพ้จากอาหารที่กิน ยกตัวอย่างเช่น อาหารทะเล ถั่ว นม ไข่ สังเกตได้จากอาการชาหรือคันที่ปาก หู คอหรือดวงตา มีผื่นคล้ายลมพิษ บวมตามใบหน้า ปาก ลิ้น คอ กลืนของกินตรากตรำ หายใจไม่สะดวก เวียนหัวคลื่นไส้ ถ้าแพ้รุนแรงบางทีอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ แต่บางบุคคลก็มีอาการภูมิแพ้อาหารซ่อนเร้น (Food Intolerance) ซึ่งเป็นสภาวะที่ร่างกายไม่อาจจะย่อยอาหารอะไรบางอย่างได้ตามเดิม ทำให้ชอบมีลักษณะอาการเจ็บท้อง อาการท้องอืด ท้องเสียตามมา ซึ่งบางทีอาจงงงวยกับการแพ้สารก่อภูมิแพ้จากของกิน (Food allergy) จริงๆได้
  • สารก่อภูมิแพ้ที่สัมผัสผิวหนัง ยกตัวอย่างเช่น สินค้าสำหรับผิว ยางจากผักผลไม้หรือต้นไม้ คนป่วยจะมีลักษณะคัน เกิดตุ่มนูนลมพิษหรือมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่สัมผัสสารก่อภูมิแพ้

 

ทำไมต้องตรวจภูมิแพ้

ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผู้คนจำนวนมากสามารถปรับตัวและทำความเข้าใจการใช้ชีวิตร่วมกับอาการแพ้ที่เกิดขึ้นได้บางบุคคลก็ต้องกินยาแก้แพ้บ่อยๆ แต่การตรวจภูมิแพ้นั้นก็สำคัญ เพราะคุณจะได้รับรู้ว่าสารก่อภูมิแพ้เป็นอย่างไรกันแน่แล้วก็หลบหลีกได้นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ยังสามารถให้คำปรึกษาแก่คุณโดยยิ่งไปกว่านั้น ซึ่งบางทีอาจช่วยให้คุณดำเนินชีวิตได้ปกติเกือบเท่ากันคนที่ไม่เป็นโรคภูมิแพ้อย่างยิ่งจริงๆ

 

การจัดเตรียมก่อนตรวจภูมิแพ้

  • แจ้งให้แพทย์รู้ถึงยา อาหารเสริม วิตามิน และก็สมุนไพรประเภทอะไรก็ตามที่กำลังใช้อยู่ก่อนเข้ารับการตรวจ เนื่องจากยาบางตัวอาจก่อให้ผลของการทดลองคลาดเคลื่อนได้ โดยยิ่งไปกว่านั้นคนไข้ที่มีโรคประจำตัวได้แก่ โรคหัวใจ รวมทั้งโรคความดันเลือดสูง ที่กำลังให้ยารักษาโรคดังกล่าวข้างต้นอยู่
  • งดรับประทานยาแก้แพ้และยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ อีกทั้งยาที่หมอสั่งและยาที่หาซื้อมาใช้เอง ตรงเวลาอย่างต่ำ 1 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการทดลอง แม้กระนั้นหากควรต้องใช้ยา ควรจะขอคำแนะนำหมอก่อนว่าจะสามารถใช้ได้ไหม
  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อตระเตรียมร่างกายก่อนเข้ารับการตรวจ ไม่ควรเจ็บไข้หรือมีไข้

 

วิธีการตรวจภูมิแพ้

ในตอนแรกแพทย์จะไต่ถามถึงอาการที่เข้าข่ายภูมิแพ้ แล้วหลังจากนั้นก็เลยซักประวัติความเป็นมาสุขภาพแล้วก็ความประพฤติปฏิบัติการใช้ชีวิตของคุณ เพื่อประเมินว่าอาการภูมิแพ้คงจะเป็นผลมาจากอะไร รวมทั้งความเป็นมาสุขภาพของคนในครอบครัว เนื่องจากว่าโรคภูมิแพ้นั้นสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ รวมทั้งภูมิแพ้บางจำพวกยังมีความเกี่ยวพันกับโรคอื่นๆเช่น โรคหอบหืด ฯลฯ

 

หลังจากซักประวัติความเป็นมา ขั้นตอนต่อไปก็คือการตรวจเพิ่มเติมอีกเพื่อหาสารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ มีวิธีดังนี้

 

  1. การทดลองภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Allergy skin test) เป็นการนำน้ำยาที่สกัดจากสารก่อภูมิแพ้ต่างๆในอากาศ เช่นฝุ่นผงบ้าน ไรฝุ่นผง แมลงสาบ รังแคสัตว์เลี้ยง เกสร หญ้า พืช เรื้อรา และสารก่อภูมิแพ้จากอาหาร ได้แก่ นม ไข่ ถั่ว อาหารทะเล มาทดลองกับผิวหนังของผู้ป่วย วิธีแบบนี้ทำเป็นง่าย ราคาไม่แพง แล้วก็รู้ผลได้ทันที การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังทำได้ 2 วิธี ตัวอย่างเช่น
  2. การตรวจเลือดหาจำนวนสารก่อภูมิคุ้มกัน (Serum Specific IgE) ทำได้ด้วยการเจาะเลือดเพียงแค่ 1 ครั้ง ก็สามารถระบุสารก่อภูมิแพ้ได้หลายอย่าง ไม่ต้องเสียเวลาเข้ารับการทดสอบนานไม่ต้องงดยาแก้แพ้ก่อนตรวจ และไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ทั่วร่างกาย แต่ว่าราคาแพงแพง แล้วก็จะต้องใช้เวลานานกว่าจะทราบผลตรวจ
  3. การลองเลี่ยงของกินที่สงสัยว่าแพ้ ถ้าหากเป็นอาการภูมิแพ้ที่คาดว่าจะมีต้นเหตุมาจากการทานอาหารแพทย์จะให้ท่านทดลองหยุดกินอาหารประเภทนั้นๆสลับกับการกลับมารับประทานอีกรอบ เพื่อสังเกตว่าระหว่างรับประทานและหยุดกินมีอาการแตกต่างยังไงถ้าเกิดระหว่างกินแล้วมีลักษณะแพ้ หมายความว่าคุณแพ้อาหารชนิดนั้น

 

  • วิธีสะกิด (Skin prick test) จะใช้น้ำยาสกัดสารก่อภูมิแพ้หยดลงบนผิวหนังรอบๆแขน แล้วต่อจากนั้นใช้เข็มสะกิดเบาๆที่กึ่งกลางหยดน้ำยาเพื่อให้สารก่อภูมิแพ้เข้าไปสัมผัสในชั้นผิวหนัง แม้คุณมีภูมิแพ้ต่อสารนั้นๆก็จะเกิดปฏิกิริยาแพ้ ตามมาด้วยรอยนูนและผื่นแดง สามารถรู้ผลประโยชน์ใน 20 นาทีข้างหลังการทดลอง แนวทางแบบนี้นิยมใช้กันมากมาย เพราะทำง่าย สบายเร็ว ไม่เจ็บ รวมทั้งเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ทั่วร่างกายได้น้อย
  • วิธีฉีดเข้าไปในผิวหนัง (Intradermal test) คล้ายๆกับวิธีสะกิด แม้กระนั้นจะใช้เข็มฉีดยาฉีดน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในชั้นผิวหนังแทน ถ้าหากมีลักษณะแพ้ก็จะกำเนิดเป็นรอยนูนจุดเล็กๆอ่านผลประโยชน์ข้างใน 20 นาทีข้างหลังฉีดเช่นเดียวกัน แม้กระนั้นแนวทางนี้ทำยาก เสียเวลา ใช้อุปกรณ์มากมาย เจ็บ แล้วก็เสี่ยงเกิดอาการแพ้ทั่วร่างกายได้มากกว่ากรรมวิธีการสะกิด




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]