• moonless
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sithorn19@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2019-05-05
  • จำนวนเรื่อง : 46
  • จำนวนผู้ชม : 6844
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
เรามีเรื่องดีๆจะบอก
เรื่องราวดีๆ ก็อยากจะแชร์ให้ทุกคนได้อ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tellyouaboutIknew
วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม 2562
Posted by moonless , ผู้อ่าน : 262 , 21:14:39 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โรคไบโพลาร์ หรือไบโพล่า (Bipolar Disorder) เป็น โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้วที่ทำให้มีอารมณ์ซึมเศร้าในตอนหนึ่ง และมีอารมณ์ดีไม่ปกติในอีกตอนหนึ่งสลับกันไป โรคนี้ถือเป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่จำต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

ไบโพลาร์

ผู้ป่วยที่เป็นโรคไบโพลาร์จะมีลักษณะอารมณ์เปลี่ยนไปๆมาๆอย่างชัดเจน ระหว่างอารมณ์ซึมเศร้า (Major depressive episode) สลับกับตอนร่าเริงมากเกินธรรมดา (Mania หรือ Hypomania) โดยอาการในแต่ละช่วงบางทีอาจเป็นอยู่นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนก็ได้ อาการของโรคจะก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้ป่วยทั้งในด้านงานการ การประกอบอาชีพ ความสัมพันธ์กับผู้อื่น รวมทั้งการดูแลตัวเองอย่างยิ่ง ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ 

 

ชนิดของโรคไบโพลาร์

โรคไบโพลาร์มีหลายแบบ แบ่งตามอาการรวมทั้งความรุนแรงได้เป็นจำพวกหลักๆดังต่อไปนี้

  • Bipolar I เป็นโรคไบโพลาร์แบบที่รุนแรงที่สุด

ผู้ป่วยจะมีอาการแบบอารมณ์ดีไม่เหมือนปกติอย่างต่ำ 1 ครั้ง แล้วก็อาการของโรคซึมเศร้าขั้นต่ำ 1 ครั้ง โดยมีลักษณะอาการทุกวันอย่างต่ำ 1 สัปดาห์ โดยอาการแบบอารมณ์ดีไม่เหมือนปกติ (มาเนีย) ของผู้ป่วย Bipolar I จะร้ายแรงกว่าลักษณะของผู้ป่วย Bipolar II มาก

  • โรคไบโพลาร์แบบ Bipolar II 

โรคไบโพลาร์ชนิดนี้มักตรวจเจอภายหลังผู้ป่วยมีลักษณะของโรคซึมเศร้าแล้วขั้นต่ำ 1 ครั้ง ร่วมกับอาการมาเนียอย่างอ่อน (Hypomania) อย่างต่ำ 1 ครั้งเหมือนกัน โดยมีช่วงที่มีอารมณ์ปกติกั้นอยู่ระหว่างอาการซึมเศร้าแล้วก็อาการร่าเริงไม่เหมือนปกติ ภาวะอารมณ์ดีในโรคไบโพลาร์แบบ Bipolar II จะมีไม่มากเท่า Bipolar I จึงมักจะรับการวินิจฉัยผิดพลาดว่าเป็นโรคซึมเศร้า เพราะอาการมาเนียอย่างอ่อนของผู้ป่วยมักถูกมองข้ามไป

  • โรคไบโพลาร์แบบ Cyclothymia 

เป็นโรคไบโพลาร์แบบอ่อน เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Cyclothymic disorder ผู้ป่วยโรคนี้จะมีลักษณะมาเนียแล้วก็ซึมเศร้าที่ร้ายแรงน้อยกว่าทั้ง 2 ชนิดข้างต้น

ไบโพลาร์ชนิดอ่อน (Cyclothymia) เป็นยังไง

โรคไบโพลาร์ชนิดอ่อน (Cyclothymic disorder หรือ Cyclothymia) มีลักษณะอาการราวกับโรคไบโพลาร์ทั่วๆไป เป็น ผู้ป่วยจะมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นลงสลับกันระหว่างสภาวะที่มีอารมณ์ร่าเริงเกินธรรมดา กับภาวะอารมณ์ซึมเศร้า โดยมีช่วงสั้นๆที่มีอารมณ์ปกติบ้าง

Cyclothymia กับไบโพลาร์ ต่างกันที่ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น 

ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์จะมีลักษณะที่รุนแรงกว่า โดยในช่วงอาการแบบมาเนียนั้นจะเริ่มด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอิบ สุขสบายมากมาย กระชุ่มกระชวย รู้สึกว่าเป็นที่สุดของโลกนี้ ซึ่งจะทำให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆเช่น ขับรถเร็ว เสพยาเสพติด หรือดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ป่วยไบโพลาร์ที่มีลักษณะอาการมาเนียอาจไม่นอนติดต่อกันได้ถึง 2 วัน พูดเร็วขึ้น และเปลี่ยนแปลงหัวข้อสนทนาไปอย่างรวดเร็วและไม่เกี่ยวข้องกัน 

ในขณะที่ผู้ป่วย Cyclothymia จะมีสภาวะซึมเศร้าแล้วก็อาการมาเนียที่อ่อนกว่าไบโพลาร์ มีลักษณะน้อยกว่า และก็เกิดขึ้นในระยะที่สั้นกว่า อาการดูราวกับว่าเวลาปกติที่คุณผ่านวันที่ดีและวันที่ห่วยแตกสลับกันไป อาทิเช่น นอนลดน้อยลง พูดคุยมากเพิ่มขึ้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเพิ่มมากขึ้น เพียงแต่ว่าจะมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นๆลงๆไปตลอด แทบจะไม่มีตอนที่อารมณ์ปกติเลย

อาการของโรคไบโพลาร์ชนิด Cyclothymia

นอกเหนือจากอารมณ์แปรปรวนแล้ว ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ชนิดอ่อนยังอาจมีอาการอื่นๆในลักษณะต่อไปนี้

  • มีอารมณ์แปรปรวนขึ้นๆลงๆมานานอย่างน้อย 2 ปี
  • อาการก่อให้เกิดผลเสียต่อการทำงานหรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้างอย่างต่ำ 1 ครั้งในช่วง 2 ปี
  • ตอนที่คุณไม่มีอาการหรือมีอารมณ์ธรรมดานั้นเกิดขึ้นน้อยกว่า 3 เดือนติดต่อกัน
  • อาการไม่ร้ายแรงถึงขั้นตรงเกณฑ์โรคไบโพลาร์

 

การรักษาโรคไบโพลาร์ชนิด Cyclothymia

ผู้ป่วย Cyclothymia หลายๆคนสามารถมีชีวิตได้อย่างปกติโดยไม่ต้องรักษา แต่ว่าคนที่อยู่รอบข้างก็ควรเฝ้าสังเกตดูลักษณะของผู้ป่วยด้วย เนื่องจาก 1 ใน 3 ถึง 1 ใน 2 ของผู้ป่วย Cyclothymia สามารถมีอาการร้ายแรงขึ้นกระทั่งกลายเป็นโรคไบโพลาร์ได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีคนภายในครอบครัวเคยเป็นโรคไบโพลาร์ ซึ่งจะมีการเสี่ยงเป็นโรคไบโพลาร์มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งการป้องกันการพัฒนาจากโรค Cyclothymia ไปเป็นโรคไบโพลาร์นั้นทำได้ยาก แต่ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมั่นใจว่าการเริ่มรักษา Cyclothymia ให้เร็วที่สุดสามารถป้องกันไม่ให้โรคนี้กลายเป็นโรคไบโพลาร์ได้

แต่ ณ ปัจจุบันไม่มีการรักษาที่แน่ชัดสำหรับโรค Cyclothymia แม้แต่ยาที่ใช้รักษาโรคไบโพลาร์ เช่น กลุ่มยาคุมอารมณ์ ก็ไม่อาจจะช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้เสมอไป 

การรักษาที่นิยมใช้เป็นการพูดคุยกันบำบัดรักษากับนักจิตวิทยา (Talk therapy) โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยทำให้ตัวผู้ป่วยเรียนรู้การจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง และก็เข้าใจถึงปัจจัยที่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้อาการเกิดขึ้นอีก เช่น อารมณ์ที่แปรปรวนนั้นเกิดขึ้นได้จากการนอนหลับไม่พอ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการเดินทางผ่านโซนเวลาต่างๆนอกนั้น การบำบัดด้วยแสง (Light therapy) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้รักษาโรค Cyclothymia ได้





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]