• ทิวสน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tewson7@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-07
  • จำนวนเรื่อง : 460
  • จำนวนผู้ชม : 2835363
  • ส่ง msg :
  • โหวต 733 คน
ทิวสน ชลนรา
หลากเรื่องราว...หลายเรื่องสั้น สร้างสรรค์-บันดาลใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/tewson
วันอังคาร ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by ทิวสน , ผู้อ่าน : 4042 , 15:07:13 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน

 

.

รีเอนทรี่เรื่องสั้น: "ความหมายในตะกร้า"

  .

.

แดดบ่ายปลายร้อนแผดกล้าท้าคลื่นลม ระยับแดดโลดเต้นเหนือท้องทะเลอันดามัน ที่ระบายด้วยสีเขียวใส...โค้งฟ้าสีครามตัดกับผิวน้ำไกลออกไปลิบตาแลดูงดงาม สบายตา ยังความอลังการซ่อนไว้...ลมทะเลหอบไอเค็มบางมาพร้อมกับเกลียวคลื่นขนาดย่อม ที่ม้วนตัวทยอยซัดสู่ฝั่งทักทายทรายขาวอยู่เป็นระลอก...

.
ชาตรียืนชื่นชมความงามแห่งธรรมชาติอยู่ริมหาด เนื้อหนุ่มพราวด้วยน้ำที่เพิ่งขึ้นจากการว่ายเล่นเมื่อครู่ เขายืนทอดสายตาผ่านเลนส์สีเขียวเข้มออกไปสุดปลายฟ้า แล้วหันสำรวจรอบกายคล้ายกำลังดื่มด่ำผลงานของจิตกรผู้ยิ่งใหญ่ ที่บรรจงสร้างสรรค์ทิวทัศน์ เพื่อกำนัลแด่ทุกลมหายใจ...
.
เขาสูดลมหายใจลึกเต็มปอด และอยากจะกักเก็บมันไว้เช่นนั้น…นานนักแล้วที่เขาไม่ได้รับอากาศบริสุทธิ์เช่นนี้ ที่ผ่านมาเขาเหมือนถูกพันธนาการไว้ในกล่องใบใหญ่ มีละอองควัน สีหม่นห่มคลุมตลอดเวลา ในทุกอณูที่ก้าวย่าง ซึ่งใครต่อใครต่างเรียกขานกล่องใบนี้ว่า "เมืองหลวง"
.
ไม่ง่ายนัก ที่เขาจะสามารถปลีกตัวจากภาระหน้าที่มายืนตากอากาศเช่นนี้เพราะตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด ของบริษัทชั้นนำด้านการสื่อสาร กอปรกับ ความที่ยังหนุ่มแน่น มีไฟ ทำให้ทุกเวลานาทีของเขาทุ่มเทให้กับงานจนแทบจะลืมไปว่าที่บ้านยังมีภรรยาและลูกรออยู่
.
การมองเกมอย่างเฉียบคมและชาญฉลาด ทำให้เขาเป็นที่รักและไว้วางใจของประธานบริษัท แต่ผลที่ตามมากลับวิ่งสวนทางกัน ระหว่างความสำเร็จในหน้าที่การงาน กับชีวิตครอบครัว ที่พร้อมจะพังครืนลงได้ทุกขณะ หากเขาไม่คิดทำอะไรเพื่อประสานสัมพันธ์ไว้ ซึ่งได้แต่หวังว่าสักวันคงจะผ่อนคลายลงบ้าง หากสามารถจัดสรรการงานให้คนภายใต้มาช่วยแบ่งเบาภาระ เมื่อนั้นคงไม่ต้องห่วงกังวลอะไร..คงมีเวลาพาครอบครัวมาพักผ่อนตากอากาศบ้าง...
.
นั่นคือความตั้งใจ กระทั่งผ่านพ้นมาเกือบ 3 ปี จึงมีโอกาสได้มายืนอยู่ตรงนี้

.

.

ย้อนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เขาพาครอบครัวเหินฟ้าจากเมืองหลวงลงมาพักผ่อน ที่ชายทะเลทางภาคใต้ แม้จะใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเศษในการเดินทาง แต่มันทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าหลุดออกมาอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว...

ชายหนุ่มหันกลับ แล้วเดินไปยังเปลผ้าใบ 2 ตัว ซึ่งมีร่มขนาดใหญ่วางแทรกระหว่างกลาง...หย่อนกายลงนั่ง พลางหันมองภรรยาซึ่งนอนอยู่อีกด้าน หมายจะชวนคุย ทว่าคงเพราะความเหนื่อยล้าจากการเล่นน้ำเมื่อครู่ จึงได้ยินเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ...พริ้มตาใต้แว่นสีชา

เสียงสนทนาเจื้อยแจ้วประสาเด็กแว่ว อยู่ไม่ไกล เขาหันมองเด็กน้อยวัยไล่เลี่ยสองคนกำลังหารือและช่วยกันก่อกองทรายอย่าง เพลิดเพลิน...ชายหนุ่มระบายยิ้มชื่น...รู้สึกเป็นสุขที่เห็นลูกสนุกและ รื่นเริงเช่นนี้

.

.

ถัดจากลูกทั้งสอง เด็กผมทองสองคนกำลังยืนมองหญิงชราคนหนึ่งอย่างสนใจ
จากการแต่งกายคงเป็นชาวบ้านละแวกนี้ เขาเริ่มเกิดความรู้สึกแปลกใจ มองเผินๆ เธอก็ค่อนข้างชรามากแล้ว ก้าวเดินเชื่องช้า หลังเริ่มคุ้มงอ ยามที่ก้มลงเก็บบางสิ่งบนผืนทรายใส่ตะกร้าหวายเล็กๆ ก็ดูแสนจะลำยาก เด็กผมทองเดินตามดูพฤติกรรมของเธออยู่ห่างๆ อย่างสนใจใคร่รู้ ขณะหนึ่งเธอหันมองเด็กๆ แล้วเดินเข้าหา ทว่าเด็กน้อยกลับหันหลังวิ่งหนี ประหนึ่งหน้าตาของเธอน่าเกลียดน่ากลัวกระนั้น

เธอมองตามเด็กครู่หนึ่งจึงบ่ายหน้า เดินตรวจตราผืนทรายต่อไป นานๆ ครั้งจะเห็นก้มลงเก็บบางสิ่งหย่อนลงในตะกร้า...เขาเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมา แล้วสิ ว่าสิ่งนั้นคืออะไร และอีกครั้งเมื่อเธอก้มลงเก็บ เขาก็เห็นว่าวัสดุในมือนั้นต้องแสงแดดวาบส่งประกาย ชายหนุ่มยิ่งทวีความสงสัยมากขึ้น...มันคืออะไรกันแน่ หรือว่า...มันคือโลหะ...หรือ ของมีคม !...

นึกขึ้นได้ดังนั้นเขาใจหายวูบ ขณะหนึ่งเขาเห็นว่าเธอกำลังเดินเข้าไปใกล้ลูกๆ ซึ่งเล่นก่อกองทรายอยู่ห่างเธอไปเพียงไม่กี่ก้าว หญิงชราเดินเข้าไปใกล้ลูกของเขา...ใกล้เข้าไป...


ในมือนั้นมีวัสดุบางอย่าง สะท้อนเป็นประกายจนแสบตา เขาใจเต้นถี่ รีบยันกายลุกขึ้นยืนเพ่งมองพฤติกรรมของเธอ...

เด็กๆ ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง นอกจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขาไม่อาจจะคาดเดาได้ว่า เธอประสงค์ดีหรือร้าย และเหตุใดเธอจึงให้ความสนใจมองจ้องลูกๆ ของเขานานเช่นนั้น เธอสืบเท้าเข้าไปใกล้ในระยะพอจะเอื้อมมือเข้าไปหาลูกคนเล็ก เขาจึงตัดสินใจตะโกนเรียก...

"ปิ๊ก-ป๊อก..มาหาพ่อเร็วลูก!!!"

เด็กทั้ง 2 ชะงักมือที่โกยทราย หันมองซ้ายขวา ครั้นแหงนมองเห็นหน้าหญิงชราก็ร้อง กรี๊ด!! แล้ววิ่งเข้ามากอดขาเขาไว้แน่น

ชายหนุ่มถอดแว่น แล้วจ้องหญิงชราเขม็ง ทว่า เธอช้อนตามองกลับด้มาด้วยแววตาที่แตกต่าง คล้ายว่ามีคำอธิบาย แต่แล้วก็หันหลังทำภารกิจของเธอต่อไป

ฝ่ายภรรยาสะดุ้งตื่น ด้วยเพราะเสียงตะโกนของสามี หันมองเห็นลูกทั้งสองกำลังกอดขาพ่อเนื้อตัวสั่น

"เกิดอะไรขึ้นที่รัก" เธอถาม แต่เขานิ่ง...หายใจแรง ก่อนจะสั่งเธอเสียงสะบัด

"ไม่ต้องถาม! เก็บของกลับห้อง"

ว่าแล้วเขาก็อุ้มลูกคนเล็กก้าวฉับๆ นำหน้าไป ปล่อยให้ลูกคนโตวิ่งตาม ส่วนภรรยารีบเก็บของเดินตามไปอย่าง งุน-งง...

.

.

"ตกลงมันเรื่องอะไรกันคะ...ทำไมถึงได้ฉุนเฉียวแบบนี้"
ภรรยา ซักทันทีเมื่อตามมาถึงห้องพัก ชะเง้อมองลูกๆ ที่กำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ แล้ววางเสื้อคลุมพาดที่เก้าอี้ นั่งรอฟังคำอธิบาย สามีถอนหายใจ ก่อนหันมาตอบ

"ขอโทษทีที่อารมณ์เสียใส่คุณ ผมโมโหพวกคิดไม่ดีกับลูกเรา...คุณคงไม่เห็น...มียายแก่ที่ชายหาด กำลังจะเดินเข้ามาจับลูกเราไป"

"หา ! จริงเหรอคะที่รัก...เอ่อ-แล้วอะไรที่ทำให้คุณมั่นใจว่าคุณยายคนนั้น จะทำอย่างที่คุณว่าล่ะคะ"

ภรรยาตกใจ แต่ก็ช่วยสะกิดให้คิด ชาตรีนิ่ง-ทบทวนถึงลักษณะพฤติกรรมและวัสดุที่สะท้อนกับแสงแดดนั้น

"อือม์...ไม่รู้สิ ก็ผมเห็นยายคนนั้นเหมือนถือมีดหรืออะไรซักอย่าง คงเป็นของที่มีคม...เดินเข้ามาใกล้ พอจะเอื้อมจับลูกของเรา ผมเลยรีบเรียกเตือนลูก" เขาอธิบายเหตุการณ์

"ถ้าคุณว่า ยายคนนั้น ซึ่งก็น่าจะอายุมากแล้ว...แกจะเอาเรี่ยวแรงจากไหนมาจับเด็กกำลังซนอย่างลูก เราล่ะคะ แกอาจจะเอ็นดูลูกๆ ของเรา ก็ได้...แต่นี่คือความเห็นนะคะ เพราะหากไม่ใช่อย่างที่คุณคิดก็น่าสงสารแกนะคะที่รัก ที่เหมือนเราไปปรักปรำแก...

...ก้อยว่า ช่วงนี้ดูคุณเครียดๆ นะคะ สัปดาห์ก่อนก็เกือบจะไล่พนักงานออก ก็เพราะคุณรีบด่วนสรุปไม่ใช่เหรอคะ...ก้อยอยากให้คุณใจเย็นๆ ค่อยๆ คิดน่ะค่ะ"

ภรรยาเตือนสติด้วยความห่วงใย พลางเอื้อมบีบมือสามีเบาๆ...ชายหนุ่มนั่งนิ่ง เม้มปากแน่น... พลางคิด หากกิริยาที่เขาแสดงออกไป มาจากการที่เขาด่วนสรุป หญิงชราก็คงเจ็บปวดไม่น้อย

.

.

ผืนฟ้ากว้างถูกคลี่คลุมด้วยกำมะหยี่สีดำไปพักใหญ่แล้ว ลมกรรโชกแรงจนต้นมะพร้าวสูงเสียดยอดโอนเอนตาม บางต้นที่ผลแก่คาต้น ก็ปลิดขั้วหล่นสู่พื้นทราย ดังตุ๊ บตั๊บเป็นระยะ ขณะที่เมฆทมึนเริ่มคล้อยต่ำอยู่เหนือหมู่บ้านอันเป็นชุมชนเล็กๆ ริมหาดแห่งนี้ ซึ่งปลูกสร้างแบบง่ายๆ ราว 20 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงน้ำตื้นออกเรือหาปลาใกล้ชายฝั่ง

เว้นแต่กระต๊อบกะทัดรัดหลัง นั้น ที่ชาวบ้านคุ้นเคยกับเธอมานับสิบปี แต่รู้เพียงว่าเธอเป็นหญิงชราตัวคนเดียวที่มาจากกรุงเทพฯ นานๆ ครั้งจะมีคนแต่งตัวดีมาพบ โดยครั้งหลังเหมือนพยายามจะนำเธอกลับไปด้วยให้ได้ ทว่าชาวบ้านก็ยังคงพบเธออยู่ที่นี่เหมือนเดิม

เธอมีความเป็นอยู่อย่าง สมถะ เด็กๆ แถวนี้ชอบไปที่บ้านของเธอ เพราะเธอมักทำขนมไว้แจกเด็กๆ เสมอ และนี่คือความสุขที่ได้ทำ นอกเหนือจากกิจวัตรประจำวันในการเดินเลาะริมหาดทรายพร้อมตะกร้าหวายเพื่อ เก็บบางสิ่งใส่ตะกร้า

ความสว่างปลายไส้ ตะเกียงวูบไหวตามแรงลมหลายหน เพียงครู่ฝนก็เทจากฟ้าอย่างหนัก ดุจใครคว่ำชามอ่างยักษ์เทน้ำลงสู่พื้นดิน พร้อมๆ แสงไฟปลายตะเกียงดับวูบ

.

.

ความสว่างจากฟ้าแลบ ที่ส่องลอดมาทางขื่อกระต๊อบ สะท้อนกับน้ำใสๆ ที่ไหลผ่านแก้มเหี่ยวๆ ของหญิงชราผู้โดดเดี่ยว...ไม่บ่อยนักที่จะต้องเสียน้ำตา...ใครๆ ที่รู้จัก ย่อมรู้ดีว่าเธอเด็ดเดี่ยวเสมอ ยอมแม้ต้องละทิ้งทุกอย่างจากเมืองหลวง มาใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างเรียบง่ายที่ชุมชนแห่งนี้ อยู่กับสิ่งแวดล้อมที่ไม่เคยมีอะไรแฝงเร้นในแววตา สีหน้า และคำพูดของผู้คน

แต่ครั้นนึกถึงกริยา และแววตาอันดุดันหมิ่นแคลนของชายหนุ่มเมื่อตอนบ่ายแล้ว มันช่างกรีดใจเธอให้เจ็บปวดยิ่งนัก

* * * * *

สองยามเศษ...หลายหลังคาเรือนในหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ต่างหลับใหลกันหมดแล้ว ทว่าชาตรีเพิ่งกลับถึงบ้าน...นับแต่วันที่กลับจากพักร้อน เขาก็เข้าสู่ภาวะปกติที่ต้องทำงานหนัก ตื่นเช้า เข้านอนหลังสองยามเสมอ

หลังจากอาบน้ำจนสบายตัวแล้ว เขารู้สึกสดชื่นขึ้นมาเล็กน้อย จึงชงน้ำขิง แล้วออกมานั่งจิบที่ระเบียง พร้อมหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับรายสัปดาห์

เขาเอนตัวลงบนเก้าอี้โยก ค่อยๆ เปิดดูเนื้อหาคร่าวๆ ในหนังสือพิมพ์ ก่อนจะดึงส่วนแทรกที่ออกมา มันคือเรื่องราวไลฟ์สไตล์ของนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงในมุมที่คนทั่วไปไม่ ทราบ...

คำโปรยหัวเรื่องฉบับนี้สะกดสายตาเขาโดยไม่รู้ตัว...

"วันนี้ของหญิงแกร่ง....ดร.พิมลพร รัตนหิรัญสกุล จากไฮโซฯสู่สามัญ"

ชาตรี ค่อยๆ อ่านเนื้อหาอย่างใคร่รู้...ชีวิตของนักธุรกิจหญิงด้านอสังหาริมทรัพย์ มีมูลค่าทรัพย์สินนับหมื่นล้าน ส่งบุตร-ธิดาศึกษาจบในระดับสูงสุดทุกคน จนถึงเวลาหนึ่ง เธอเหนื่อยล้าและอยากหันหลังให้กับงานที่ทำเพื่อพักผ่อน จึงโอนกรรมสิทธิ์ให้บุตรธิดาหมดสิ้น แล้วอพยพตัวเอง ทิ้งสังคมชั้นสูง เลือกที่จะมาใช้ชีวิตอย่างสมถะ อาศัยที่กระต๊อบหลังเล็กๆในหมู่บ้าชาวประมงน้ำตื้น ริมชายหาด แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต

กิจวัตรในแต่ละวัน...เธอมีความสุขกับการได้พูดคุย ทำขนมแจกเด็กๆ ลูกหลานชาวบ้านละแวกนั้น และเดินตรวจตราริมชายหาด...

อ่านมาถึงตอนนี้ชาตรียิ่งจดจ่อมาก ยิ่งขึ้น เพราะสถานที่ที่ว่านี้คือ ชายหาดที่เขาและครอบครัวเพิ่งจะกลับมาจากการพักร้อนเมื่อสัปดาห์ก่อน...

และแล้วความร้อนผ่าวก็วูบแล่นทั่วใบของเขา เมื่ออ่านพบประโยคที่ว่า

...กิจวัตรของเธอคือ เดิน ตรวจตราชายหาด...เก็บเศษแก้วและของมีคมบนผืนทราย ใส่ตะกร้าหวายใบเล็กๆ แล้วนำไปทิ้ง เพียงเพื่อจะไม่เป็นอันตรายต่อเด็กๆ และนักท่องเที่ยว...!!!


ชาตรีเพ่งอ่านข้อความ แล้วหัวใจยิ่งเต้นแรงขึ้น เมื่อเลื่อนสายตามองภาพใบหน้าของ ดร.พิมลพร...ชายหนุ่มถึงกับอึ้ง...เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอหอย

เพราะภาพใบหน้าของเธอ...กับภาพใบหน้าของหญิงชราที่เขาเคยตราหน้าว่าเป็นมิจฉาชีพที่คิดจะทำร้ายลูกของเขา...คือ คนเดียวกัน...!!!

 * * * * * * * * * *

"อย่าตัดสินตามที่เห็นภายนอก แต่จงตัดสินอย่างยุติธรรมเถิด"

(ยอห์นฺ 7:24)

  * * * * * * * * * *

 หมายเหตุ : วาระการตีพิมพ์ครั้งแรก ปี 2003 ในนิตยสารมหาสนุก / วาระที่ 2 จัดพิมพ์รวมเล่มร่วมกับ 60 นักเขียน และนักอยากเขียน ในหนังสือชุด "เขียนความดีที่หัวใจ" โดย สสส. ร่วมกับ เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี, ตุลาคม ปี 2006

.

.

* * * * * * * * * *

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทิวสน วันที่ : 27/02/2013 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ พี่ชาลี

ความคิดเห็นที่ 1 ทิวสน ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 27/02/2013 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เป็นเรื่องสั้นที่ดีมากเลยครับ
อ่านจบแล้วต้องรีบทบทวนตัวเองเหมือกันว่าตัดสินใจคนจากเปลือกนอกหรือไำม่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]