• ศรีโพธิ์พันธุ์กุล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lord2904@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-09
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 638598
  • ส่ง msg :
  • โหวต 40 คน
ไทยรัฐ โพธิ์พันธุ์
สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่ความรู้เกี่ยวกับภาษาไทย และเรื่องน่ารู้น่าสนใจ(นะครับ)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thai-lord
วันเสาร์ ที่ 21 เมษายน 2550
Posted by ศรีโพธิ์พันธุ์กุล , ผู้อ่าน : 323397 , 09:17:44 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ni_gul , wullopp โหวตเรื่องนี้

  จุดประสงค์ของการเรียน คำสมาส คำสนธิ 


1. เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักคำบาลี คำสันสกฤตมากขึ้น
2. เพื่อให้นักเรียนรู้จักการนำ คำบาลี คำสันสกฤต มาประสมกัน

    ทำให้เกิดคำใหม่ขึ้น
3. เพื่อให้นักเรียนเข้าใจความหมายของ คำสมาส คำสนธิ ได้ดีขึ้น
4. เพื่อให้นักเรียนรู้จักเลือก คำสมาส คำสนธิ มาใช้ในการแต่งประโยค
5. เพื่อให้นักเรียนเห็นความหลากหลายของภาษาที่ใช้ในภาษาไทย
6. เพื่อศึกษาให้รู้ถึงความเป็นมาของภาษาไทย
7. เพื่อศึกษาให้รู้ถึงรากภาษาของคำ
8. เพื่อศึกษาถึงกฎในการรวมคำของ คำสนธิ และ คำสมาส
9. เพื่อศึกษาถึงความแตกค่างของ คำสนธิ กับ คำสมาส
10. เพื่อแสดงถึงความแตกค่างระหว่าง คำสนธิ คำสมาส กับ คำซ้อนและ คำซ้ำ

      ที่ผู้คนส่วนใหญ่อาจจะเข้าใจผิด
11. เพื่อแสดงถึงความแตกต่างของ คำสนธิ คำสมาส กับ คำเขมร ซึ่งบางคำมี

      ความคล้ายคลึงกัน
12. เพื่อเป็นความรู้ในการแยกคำภาษาบาลีออกจากคำภาษาอื่นๆ

คำสมาส คำสนธิ

คำสมาส คือ คำที่เกิดจากการนำคำในภาษาบาลีและสันสกฤตมารวมเข้าด้วยกัน เพื่อทำให้เกิดคำใหม่ ที่มีความหมายใหม่ โดยยังมีเค้าของความหมายเดิมอยู่

       
หลักสังเกตคำสมาสในภาษาไทย 
1. เกิดจากคำมูลตั้งแต่สองคำขึ้นไป
2. เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตเท่านั้น เช่น กาฬพักตร์ ภูมิศาสตร์ ราชธรรม บุตรทาน อักษรศาสตร์ อรรถคดี ฯลฯ
3. พยางค์สุดท้ายของคำหน้า หากมีสระ อะ หรือมีตัวการันต์อยู่ ให้ยุบตัวนั้นออก (ยกเว้นคำบางคำ เช่น กิจจะลักษณะ เป็นต้น)
4. แปลความจากหลังมาหน้า เช่น ราชบุตร แปลว่า บุตรของพระราชา, เทวบัญชา แปลว่า คำสั่งของเทวดา, ราชการ แปลว่า งานของพระเจ้าแผ่นดิน
5. ส่วนมากออกเสียงพยางค์ท้ายของคำหน้า แม้จะไม่มีรูปสระกำกับอยู่ โดยจะใช้เสียง อะ อิ และ อุ (เช่น เทพบุตร) แต่บางคำก็ไม่ออกเสียง (เช่น สมัยนิยม สมุทรปราการ)
6. คำบาลีสันสกฤตที่มีคำว่า พระ ซึ่งกลายเสียงมาจากบาลีสันสกฤต ก็ถือว่าเป็นคำสมาส (เช่น พระกร พระจันทร์)
7. ส่วนใหญ่จะลงท้ายว่า ศาสตร์ กรรม ภาพ ภัย ศึกษา ศิลป์ วิทยา (เช่น ศึกษาศาสตร์ ทุกขภาพ จิตวิทยา)
8. อ่านออกเสียงระหว่างคำ เช่น

ประวัติศาสตร์

อ่านว่า

ประ – หวัด – ติ – ศาสตร์

นิจศีล

อ่านว่า

นิจ – จะ – สีน

ไทยธรรม

อ่านว่า

ไทย – ยะ – ทำ

อุทกศาสตร์

อ่านว่า

อุ – ทก – กะ – สาด

อรรถรส

อ่านว่า

อัด – ถะ – รด

จุลสาร

อ่านว่า

จุน – ละ – สาน

9. คำที่มีคำเหล่านี้อยู่ด้วย มักจะเป็นคำสมาส คือ การ กร กรรม คดี ธรรม บดี ภัย ภัณฑ์ ภาพ ลักษณ์ วิทยา ศาสตร์

       
ข้อสังเกต
1. ไม่ใช่คำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตทั้งหมด เช่น

เทพเจ้า

(เจ้า เป็นคำไทย)

พระโทรน

(ไม้ เป็นคำไทย)

พระโทรน

(โทรน เป็นคำอังกฤษ)

บายศรี

(บาย เป็นคำเขมร)

2.คำที่ไม่สามารถแปลความจากหลังมาหน้าได้ไม่ใช่คำสมาส เช่น

ประวัติวรรณคดี

แปลว่า

ประวัติของวรรณคดี

นายกสมาคม

แปลว่า

นายกของสมาคม

วิพากษ์วิจารณ์

แปลว่า

การวิพากษ์และการวิจารณ์

3. คำสมาสบางคำไม่ออกเสียงสระตรงพยางค์ของคำหน้า เช่น

ปรากฏ

อ่านว่า

ปรา – กด – กาน

สุภาพบุรุษ

อ่านว่า

สุ – พาบ – บุ – หรุด

สุพรรณบุรี

อ่านว่า

สุ – พรรณ – บุ – รี

สามัญศึกษา

อ่านว่า

สา – มัน – สึก – สา

 

ตัวอย่างคำสมาส

 

ธุรกิจ

กิจกรรม

กรรมกร

ขัณฑสีมา

คหกรรม

เอกภพ

กาฬทวีป

สุนทรพจน์

จีรกาล

บุปผชาติ

ประถมศึกษา

ราชทัณฑ์

มหาราช

ฉันทลักษณ์

พุทธธรรม

วรรณคดี

อิทธิพล

มาฆบูชา

มัจจุราช

วิทยฐานะ

วรรณกรรม

สัมมาอาชีพ

หัตถศึกษา

ยุทธวิธี

วาตภัย

อุตสาหกรรม

สังฆราช

รัตติกาล

วสันตฤดู

สุขภาพ

อธิการบดี

ดาราศาสตร์

พุพภิกขภัย

สุคนธรส

วิสาขบูชา

บุตรทาน

สมณพราหมณ์

สังฆเภท

อินทรธนู

ฤทธิเดช

แพทย์ศาสตร์

ปัญญาชน

วัตถุธรรม

มหานิกาย

มนุษยสัมพันธ์

วิทยาธร

วัฏสงสาร

สารัตถศึกษา

พัสดุภัณฑ์

เวชกรรม

เวทมนตร์

มรรคนายก

อัคคีภัย

อุดมคติ

เอกชน

ทวิบาท

ไตรทวาร

ศิลปกรรม

ภูมิศาสตร์

รัฐศาสตร์

กาฬพักตร์

ราชโอรส

ราชอุบาย

บุตรทารก

ทาสกรรมกร

พระหัตถ์

พระชงฆ์

พระพุทธ

พระปฤษฏางค์

วิทยาศาสตร์

กายภาพ

กายกรรม

อุทกภัย

วรพงศ์

เกษตรกรรม

ครุศาสตร์

ชีววิทยา

มหกรรม

อัฏฐางคิกมรรค

มหาภัย

อุบัติเหตุ

กรรมกร

สันติภาพ

มหานคร

จตุปัจจัย

 

 

คำสนธิ คือการสมาสโดยการเชื่อมคำเข้าระหว่างพยางค์หลังของคำหน้ากับพยางค์หน้าของคำหลัง เป็นการย่ออักขระให้น้อยลงเวลาอ่านจะเกิดเสียงกลมกลืนเป็นคำเดียวกัน

       หลักสังเกตคำสนธิในภาษาไทย 
การสนธิแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1. สระสนธิ 2. พยัญชนะสนธิ 3. นฤคหิตสนธิ
       1. สระสนธิ คือการนำคำที่ลงท้ายด้วยสระไปสนธิกับคำที่ขึ้นค้นด้วยสระ ซึ่งเมื่อสนธิแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปสระตามกฏเกณฑ์
       - ตัดสระพยางค์ท้ายคำหน้า แล้วใช้สระพยางค์หน้าคำหลัง เช่น

ราช + อานุภาพ

=

ราชานุภาพ

สาธารณ + อุปโภค

=

สาธารณูปโภค

นิล + อุบล

=

นิลุบล

       - ตัดสระพยางค์ท้านคำหน้า และใช้สระพยางค์ต้นของคำหลัง โดยเปลี่ยนสระพยางค์ต้นของคำหลัง

อะ

เป็น

อา

อิ

เป็น

เอ

อุ

เป็น

อู

อุ, อู

เป็น

โอ

      เช่น

พงศ + อวตาร

=

พงศาวตาร

ปรม + อินทร์

=

ปรเมนทร์

มหา + อิสี

=

มเหสี

     - เปลี่ยนสระพยางค์ท้ายของคำหน้าเป็นพยัญชนะ คือ

อิ อี

เป็น

อุ อู

เป็น

      ใช้สระพยางค์ต้นของคำหลังซึ่งอาจเปลี่ยนรูปหรือไม่เปลี่ยนรูปก็ได้ ในกรณีที่สระพยางค์ต้นของคำหลังไม่ใช่ อิ อี อุ อู อย่างสระตรงพยางค์ท้ายของคำหน้า เช่น

กิตติ + อากร

=

กิตยากร

สามัคคี + อาจารย์

=

สามัคยาจารย์

ธนู + อาคม

=

ธันวาคม

      คำสนธิบางคำไม่เปลี่ยนสระ อิ อี เป็น ย แต่ตัดทิ้ง ทั้ง สระพยางค์หน้าคำหลังจะไม่มี อิ อี ด้วยกัน เช่น

ศักคิ + อานุภาพ

=

ศักดานุภาพ

ราชินี + อุปถัมภ์

=

ราชินูปถัมภ์

หัสดี + อาภรณ์

=

หัสดาภรณ์

      2. พยัญชนะสนธิ คือการเชื่อมคำด้วยพยัญชนะเป็นการเชื่อมเสียง พยัญชนะในพยางค์ท้ายของคำแรกกับเสียงพยัญชนะหรือสระในพยางค์แรก ของคำหลัง เช่น
      -สนธิเข้าด้วยวิธี โลโป คือลบพยางค์สุดท้ายของคำหน้าทิ้ง เช่น

นิรส + ภัย

=

นิรภัย

ทุรส + พล

=

ทุรพล

อายุรส + แพทย์

=

อายุรแพทย์

      -สนธิเข้าด้วยวิธี อาเสโท คือแปลงพยัญชนะท้ายของคำหน้า เป็นสระ โอ แล้วสนธิตามปกติ เช่น

มนส + ภาพ

=

มโนภาพ

ยสส + ธร

=

ยโสธร

รหส + ฐาน

=

รโหฐาน

      3. นฤคหิตสนธิ คือ การเชื่อมคำด้วยนฤคหิต เป็นการเชื่อมเมื่อพยางค์หลังของคำแรกเป็นนฤคหิตกับเสียงสระในพยางค์แรกของคำหลัง มี 3 วิธี คือ
      1. นฤคหิตสนธิกับสระ ให้เปลี่ยนนฤคหิตเป็น ม แล้วสนธิกัน
           เช่น สํ + อาคม = สม + อาคม = สมาคม
                  สํ + อุทัย = สม + อุทัย = สมุทัย
      2. นฤคหิตสนธิกับพยัญชนะของวรรค ให้เปลี่ยนนฤคหิตเป็นพยัญชนะตัวสุดท้ายของพยัญชนะในแต่ละวรรค ได้แก่
                  วรรคกะ เป็น ง
                  วรรคจะ เป็น ญ
                  วรรคตะ เป็น น
                  วรรคฏะ เป็น ณ
                  วรรคปะ เป็น ม
           เช่น สํ + จร = สญ + จร = สัญจร
    

 

 

              สํ + นิบาต = สน + นิบาต = สันนิบาต
      3. วรรคกะ เป็นสนธิกับพยัญชนะเศษวรรค ให้เปลี่ยนนฤคหิต เป็น ง
          เช่น สํ + สาร = สงสาร
                  สํ + หรณ์ = สังหรณ์

 

 

ตัวอย่างคำสนธิ

 

นครินทร์

ราโชวาท

ราชานุสรณ์

คมนาคม

ผลานิสงส์

ศิษยานุศิษย์

ราชินยานุสรณ์

สมาคม

จุลินทรีย์

ธนคาร

มหิทธิ

นภาลัย

ธนาณัติ

สินธวานนท์

หิมาลัย

ราชานุสรณ์

จุฬาลงกรณ์

มโนภาพ

รโหฐาน

สงสาร

หัสดาภรณ์

จักขวาพาธ

หัตถาจารย์

วัลยาภรณ์

นโยบาย

อินทรธิบดี

มหัศจรรย์

มหรรณพ

มหานิสงส์

ดรุโณทยาน

ภยาคติ

บรรณารักษ์

เทพารักษ์

ทันตานามัย

วโรดม

สินธวาณัติ

ศิลปาชีพ

ปรเมนทร์

ทุตานุทูต

นเรศวร

กุศโลบาย

ราโชบาย

ชลาลัย

สุโขทัย

สังคม

สมาทาน

สุริโยทัย

ขีปนาวุธ

บดินทร์

พนาลัย

อนามัย

สังหรณ์

กินนรี

สโมสร

กาญจนามัย

พลานามัย

นิรภัย

คณาจารย์

มีนาคม

มกราคม

กุมภาพันธ์

เมษายน

พฤษภาคม

มิถุนายน

กรกฎาคม

สิงหาคม

กันยายน

ตุลาคม

พฤศจิกายน

ธันวาคม

ทุรชาติ

ยโสธร

อมรินทร์

หัสดินทร์

มนินทร์

มหินทร์

อายุรเวช

อุปรากร

ทรัพยากร

วราภรณ์

จุฬาภรณ์

ราชูปโภค

ราชินทร์เคหาภิบาล

สุรางค์

คงคาลัย

จินตนาการ

วิทยาการ

หัสดินทร์

มัคยาจารย์

หัตถาจารย์

รังสิโยภาส

นีโลตบล

โภไคศวรรย์

บดินทร์

นิราพาธ

สมณาจารย์

ราชินูปถัมภ์

วิเทโศบาย

กตัญชลี

สัมปทาน

 

. ข้อใดเป็นคำสมาส

1. จันทร์เพ็ญ
2.
กรมหลวง
3.
วิทยาธร
4.
พระขนง 

2. ข้อใดเป็นสระสนธิ

1. ชลนัยน์
2.
ราโชวาท
3.
สงสาร
4.
ยโสธร 

3. ข้อใดเป็นพยัญชนะสนธิ 

1. มหรรณพ
2. วัลยาภรณ์
3. กินนร
4. รโหฐาน

4. ข้อใดเป็นคำสมาสที่เกิดจากบาลี และ สันสกฤต ตามลำดับ 

1. ราชทัณฑ์
2.
สัมมาอาชีพ
3.
พลเมือง
4.
วัฒนธรรม 

5. ข้อใดเป็นคำสมาสและคำสนธิในรูปเดียวกัน 

1. พระบรมวงศานุวงศ์
2. พระบรมราชโองการ
3. พระบรมมหาราชวัง
4. พระราชอุบาย

6. ข้อใดเป็นนฤคหิตสนธิ 

1. อนุศาสนาจารย์
2.
บุตรทาน
3.
สโมสร
4.
มโนภาพ 

 

7. ข้อใดเป็นคำประเภทเดียวกับ ภูมิศาสตร์ 

1. ประวัติวรรณคดี
2.
นายกสมาคม
3.
เคมีภัณฑ์
4.
อุดมศึกษา 

8. ข้อใดเป็นคำสนธิ 

1. ราโชบาย
2.
ราชวัลลภ
3.
ราชวงศ์
4.
ราชการ 

9. ข้อใดผิดหลักนิคหิตสนธิ 

1. สํ + อาคม = สังคม
2.
สํ + กร = สังกร
3.
สํ + ฐาน = สัณฐาน
4.
สํ + สรรค์ = สังสรรค์ 

10. หัตถาจารย์ แยกสนธิได้อย่างไร 

1. หัตถ + อาจารย์
2.
หัตถา + อาจารย์
3.
หัตถี + อาจารย์
4.
หัตย + อาจารย์ 

11. ข้อใดมีการเปลี่ยนแปลงรูปสระก่อนการเข้าสนธิ 

1. ราชินยานุสรณ์
2.
วัลยาภรณ์
3.
สามัคยาจารย์
4.
ถูกทุกข้อ 

12. ข้อใดแยกสนธิได้ถูกต้อง 

1. หัสดี + อาภรณ์ = หัสดาภรณ์
2.
มาลี + อาภรณ์ = มาลียาภรณ์

3.
จักขุ + อาพาธ = จักขุอาพาธ

4.
นิล + อุบล = นิโลตบล 

 

13. "วิเทโศบาย" แยกสนธิได้อย่างไร

1. วิเทศ + อุบาย
2.
วิเทศ + อบาย

3.
วิเทโศ + บาย

4.
วิเทศ + โอบาย 

14. ข้อใดอธิบายลักษณะของคำสนธิได้ถูกต้อง 

1. การนำคำมูลมาเชื่อมกัน
2.
การนำคำภาษาต่างประเทศมาเชื่อมกัน

3.
การนำคำไทยมาเชื่อมคำบาลีและสันสกฤต

4.
การนำคำบาลีและสันสกฤตมาเชื่อมกัน 

15. สระในข้อใด ไม่ใช้ ในการสนธิ 

1. อะ อา
2.
อิ อี

3.
อึ อื
4.
อุ อู 

16. ข้อใดไม่เป็นข้อแตกต่างระหว่างคำประสมและคำสมาส

1. ความหมาย
2.
ที่มาขอคำ

3.
จำนวนคำที่มาประสมกัน

4.
การแปลความหมายของคำ 

17. ข้อใดเป็นลักษณะของคำสมาส

1. คำไทยประสมกันตั้งแต่ 2 คำขึ้นไป
2.
คำประสมที่มาจากภาษาบาลีและคำไทย

3.
คำที่ประสมคำบาลีกับคำอื่น

4.
คำที่ประสมคำบาลีหรือสันสกฤต 

18. ข้อใด ไม่ใช่ คำสมาสทุกคำ 

1. พระเขนย พระอู่ พระพุทธเจ้า
2.
พระหัตถ์ พระบาท พระชงฆ์
3.
ครุศาสตร์ วิทยาศาสตร์ จริยศาสตร์

4.
อุทกภัย วาตภัย ทุพภกขภัย 

 

19. ข้อใด ไม่ได้ อ่านอย่างคำสมาส 

1. สวัสดิการ
2.
สารคดี
3.
บรรษัท

4.
ทศนิยม 

20. คำสมาสข้อใดแปลความจากหน้าไปหลังหรือหลังไปหน้าก็ได้

1. ทาสกรรม ศีลธรรม สมณพราหมณ์
2.
วิสาขบูชา ทันตกรรม พระพุทธ

3.
สุภาพบุรุษ สุภาพชน สุขภาพจิต

4.
ธุรการ ธุรกิจ กิจกรรม 

แบบทดสอบคำสมาส สนธิ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ni_gul วันที่ : 22/08/2017 เวลา : 19.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
แยกแยะยินยล เพื่อปรับปรุงตน และเพื่อประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน

เพลงของติ๊นา ตอนแรกก็ถูกติติงเรื่อง ประวัติศาสตร์ ไม่ออกเสียงอย่างคำสมาสค่ะ ... แต่ ครูบางคนบอกว่า อ่านได้ ๒ แบบ (หยวนให้ - ซึ่งไทยเรามีคำหยวนๆ แบบนี้หลายคำ)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
wullopp วันที่ : 01/07/2017 เวลา : 09.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

มีประโยชน์มากๆ ครับ

อ่านเรื่องนี้แล้ว
ขอกราบระลึกถึงพระคุณ
ของคุณครู ภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ มาด้วยความเคารพครับ...

ความคิดเห็นที่ 2 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สายน้ำที่หวังดี วันที่ : 03/11/2011 เวลา : 08.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ssp

ขอบคุณมากค่ะคุณครู ได้ประโยชน์มากๆเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaiyon วันที่ : 21/04/2007 เวลา : 10.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Akemongkol

มาเรียนภาษาไทยครับ ดีครับหลายคำผมก็ยังจำผิดจำถูกอยู่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน