• sdcenter
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dominicsvo@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 1120
  • จำนวนผู้ชม : 834965
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2607 คน
นิตยสารดอนบอสโก (thaidbm..)
All about Salesian's Stories : DonBosco Magazine Online, News, Article, Message, etc...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thaidbmag
วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม 2555
Posted by sdcenter , ผู้อ่าน : 969 , 09:12:24 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน sdcenter โหวตเรื่องนี้



“นักฝันรุ่นเยาว์.. ผู้เป็นลูกๆ ของบิดาที่เป็นนักฝันตลอดกาล”

สารอัคราธิการซาเลเซียนสำหรับเยาวชน ประจำปี 2012 (ในนามของคุณพ่อบอสโก)
โดย.. กระเจี๊ยบแดง

ลูกๆ เยาวชนที่รักทุกคน                                             

            พ่อเขียนสารฉบับนี้ ในฐานะบิดาและเพื่อนของพวกเธอ โดยผ่านทางผู้สืบตำแหน่งคนที่ 9 ของพ่อ (พ่อปัสกวัล ชาเวซ)
            การพบปะกับพวกเธอ ที่กรุงมาดริด เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม (2011) ที่ผ่านมา ณ ลานกว้างใหญ่ไพศาลของสถาบันซาเลเซียนในเมืองอาโตชา (Atocha) ยังคงสดใสอยู่ในความทรงจำ และตราตรึงในหัวใจของพ่ออย่างแนบแน่น  ถ้าจะพูดถึงความรู้สึกแล้ว ต้องถือว่า..เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน และมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในมุมมองแบบซาเลเซียน
            พ่อเฝ้ามองพวกเธอแสดงความรับผิดชอบและความภูมิใจ ในฐานะที่เป็นเยาวชนผู้เจริญชีวิตในความเชื่อ ด้วยความทุ่มเทอย่างเป็นปลื้ม พ่อขอชื่นชมในความปรารถนาของพวกเธอ ที่อยากจะเป็นอาภรณ์ ในแผนการของพระเจ้าที่มีต่อพวกเธอ และในความใฝ่ฝันที่จะหล่อเลี้ยงในหัวใจของพวกเธอ
            พ่อประทับใจมาก ที่เห็นพวกเธออธิษฐานภาวนา เปิดใจรับพระวาจาด้วยความยินดี เป็นภาพที่น่าทึ่งมาก ที่เห็นพวกเธอนั่งอยู่ต่อหน้าศีลมหาสนิทด้วยความสำรวม ยิ่งทำให้ดูเหมือนว่า..ความร่าเริงเบิกบานของพวกเธอช่างสวยงาม บริสุทธิ์ และฟุ้งกระจายออกไปสู่ผู้อื่น



            พ่อเฝ้ามองดูสมาชิกซาเลเซียน และสมาชิกธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ที่อยู่ท่ามกลางพวกเธอ พร้อมกับบรรดาผู้นำเยาวชน มีเจ้าคณะแขวงฯ และผู้รับผิดชอบงานอภิบาลเยาวชน “อยู่” ท่ามกลางพวกเธอด้วย นี่แหละคือ ที่ที่พวกเขาอยู่ พร้อมเสมอที่จะเอาใจใส่ในชีวิต ความปรารถนาของพวกเธอ ในขณะเดียวกันก็พร้อมเสมอที่จะประคับประคองพัฒนาการแห่งการเดินทางฝ่ายจิตของพวกเธอไปด้วยกัน

            ตอนนี้พ่อมีความสุข ที่ได้เห็นพวกเธอกำลังเตรียมฉลองให้พ่อ (บอสโก) ในปี 2015 กันอย่างขะมักเขม้น  จากบนสวรรค์ชั้นฟ้าแห่งนี้ พ่อสามารถมองเห็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นบนโลก โดยการจ้องมองดูพระพักตร์ของพระเยซูเจ้า และต้องขอบอกว่า..เป็นเรื่องราวที่สวยงาม เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรอดพ้น แม้ว่าบางทีพวกเธออาจจะมองเป็นนวนิยายก็ตาม แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเธอคิดนะ คือว่า..ไม่มีระยะห่างระหว่างพ่อกับพวกเธอสักนิด เพราะพ่อคิดว่า..พวกเธอรู้ดีแล้วว่า..จากวินาทีที่พระเยซูเจ้าเข้าสู่ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ โดยการประสูติของพระองค์นั้น ไม่มีมนุษย์คนใดที่เกิดมาแล้ว..ไม่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีทารกคนใดที่ไม่มีประกายแห่งแสงสว่างของพระผู้ไถ่..ในดวงตาของพวกเขา ความใกล้ชิดนี้เอง ที่ทำให้พ่อยังอยู่ท่ามกลางพวกเธอจริงๆ เหมือนเมื่อครั้งที่ศูนย์เยาวชนวัลด็อกโกในกรุงตุริน ด้วยข้อได้เปรียบอย่างหนึ่ง นั่นคือ พ่อสามารถเจริญชีวิตในทุกกิจการซาเลเซียนทุกแห่งกว่า 130 ประเทศทั่วโลก



            ดังนั้น พ่อกำลังพูดกับพวกเธอ..เหมือนกับที่พ่อเคยทำ แต่คราวนี้ด้วยภาษาของหัวใจที่อบอุ่นกว่า มากกว่าภาษาที่เป็นนามธรรม แม้ตระหนักถึงความสำคัญของความคิดที่ชัดเจน และความเชื่อที่มั่นคง ท่ามกลางความปั่นป่วนวุ่นวาย ที่เราประสบอยู่ในขณะนี้ พวกเธอได้บทเรียนและสารต่างๆ มากมาย แต่พ่อก็ประสงค์ให้พวกเธอ..เปิดใจรับช่องทางการสื่อสารกับพ่ออีกทางหนึ่ง ชนิดที่ต่อติดระยะยาว เป็นเพื่อนที่แยกกันไม่ออก นั่นก็คือ การสื่อสารและเสวนาที่เราแบ่งปันซึ่งกันและกัน
            พ่ออยากจะหาคำพูดที่ดีที่สุด เพื่อเจาะทะลุหัวใจที่เร้นลับซับซ้อนของพวกเธอ หัวใจที่เจ็บปวดเพราะการเมินเฉยของผู้ใหญ่ และความรักที่ถูกหักหลัง แค่มองดูเยาวชนที่ไร้วิญญาณ ทำตัวเบื่อหน่ายในโรงเรียนทุกวันนี้ หรือบรรดาแก๊งซิ่ง เด็กแว้น เด็กสก๊อย ตามท้องถนนที่ไร้จุดหมาย ยิ่งทำให้พ่อเกิดความคิดว่า.. นี่คือการดิ้นรนของชีวิตในปัจจุบัน ในเชิงเปรียบเทียบ พ่อหวนระลึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในความฝันเมื่ออายุ 9 ขวบ นั่นคือ พ่อมองเห็นเยาวชนจำนวนมาก ที่ต้องการความช่วยเหลือ ความเข้าใจ ต้องการโอกาส และความรัก
            พ่อได้รับเลือก..เพื่อพวกเธอและเยาวชนทุกคน พระเจ้าทรงส่งพ่อมาหาพวกเธอ ทั้งๆ ที่พ่อไม่เข้าใจธรรมชาติและความสำคัญของการเรียกนี้ตั้งแต่แรก “นี่เป็นสนามงานของเธอ จงทำตนให้อ่อนโยน เข้มแข็ง และกระชุ่มกระชวย แล้วเธอจะเห็น..สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์ต่างๆ ในไม่ช้า ซึ่งเธอจะต้องกระทำกับลูกๆ ของเราในอนาคตเช่นเดียวกัน” 



            ในสถานการณ์ปัจจุบัน พ่อรู้สึกว่าเยาวชนเป็นจำนวนมาก ขาดอากาศหายใจอยู่บ่อยๆ พ่อคิดและกล้าฟันธงว่า..พวกเขาเสี่ยงต่อการตาย เพราะขาดอากาศฝ่ายจิต ซึ่งได้แก่ คอร์รัพชั่นที่แพร่กระจายไปทั่ว การที่ไม่มีใครสนใจพวกเขา อนาคตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ศาสนาที่ลดระดับลงเป็นเพียงสถาบัน..ที่เย็นชา ทำให้การภาวนาเป็นความว่างเปล่า ไร้จิตวิญญาณ สังคมหรือกลุ่มครอบครัวที่ความสัมพันธ์เป็นหมัน การสนทนาแลกเปลี่ยนกัน แต่ไร้ความหมายและความอบอุ่น เป็นต้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ดับแสงแห่งชีวิตและทำลายบ่อเกิดที่นำไปสู่การแก้ปัญหาที่ดีโดยสิ้นเชิง
            ในสถานการณ์ที่ค่านิยมต่างๆ ล้มเหลว และวัฒนธรรมตกต่ำสุดๆ นี้ พ่อจึงอยากขอร้องพวกเธอ..เยาวชนให้ยกระดับตนเองให้มีคุณภาพ เผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ ด้วยความเข้มแข็ง มีท่าทีของประกาศก และประกาศแผนชีวิตที่กล้าหาญที่ออกมา จากอุดมการณ์ของความเป็นมนุษย์ และทางด้านศาสนาอย่างลึกซึ้ง จงทำดังนี้เพื่อมิตรสหายของพวกเธอ รวมทั้งเพื่อนพี่น้องที่หมดอาลัยตายอยากกับชีวิต และครอบครัวที่อยู่ในวังวนของปัญหานานัปการ        
            นอกเสียจากว่า..พวกเธอจะให้ความสำคัญและพลัง เพื่อเดินตามความฝัน มิฉะนั้นก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากโคลนตมที่พวกเธอจมอยู่ได้เลย หรือไม่อาจลิ้มรสเสี้ยวหนึ่งของอิสรภาพ ที่อยู่เหนือพันธนาการของประวัติศาสตร์ ที่โหดร้ายนั้นได้ วิสัยทัศน์ได้เปลี่ยนแปลงบรรพบุรุษของเรา..ให้กลับเป็นประกาศก ที่สามารถประทับตราลงไปในชีวิตของเยาวชนในสมัยของท่าน..ได้อย่างมีประสิทธิภาพ



“ฝันของพ่อ.. ฝันของเธอ.. ฝันของพระองค์”         
            ความฝันที่เกิดขึ้นกับพ่อ เมื่ออายุ 9 ขวบ นับเป็นเหตุการณ์หนึ่งซึ่งถือได้ว่า..เป็นจุดพลิกผันในชีวิตของพ่อ ซึ่งในขณะนั้นได้สร้างแรงบันดาลใจในการเลือกสนามงาน ทำให้พ่อได้ค้นพบระบบที่ชาญฉลาดในการอบรม เพื่อเอาชนะใจของเยาวชน และนำความอดทนให้พ่อ..สู้ต่อไป จนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ และโลกของพวกเธอ
            เนื่องจากพวกเธอเป็น “ความหวังที่มีเนื้อหนัง” พ่อจึงขอเชื้อเชิญพวกเธอ..ให้ตามล่าหาฝัน ที่ทำให้เธอมีความคิดสร้างสรรค์ ท่ามกลางสิ่งเร้าและการนำเสนอ ที่หลอกลวง ที่ถาโถมเข้าใส่พวกเธอ กระตุ้นให้เกิดพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน และก่อให้เกิดกำลังในการเผชิญหน้า และเอาชนะความยากลำบากของการเจริญเติบโต ขออวยพรให้พวกเธอค้นพบความฝันที่ทำให้พวกเธอมั่นคง ในขณะที่ก้าวไปสู่ความสำเร็จ โดยไม่มีการเสแสร้งว่า..สิ่งที่ฝันนั้น..มีอยู่แล้ว

            การฝันด้วยหัวใจที่โน้มเอียงเข้าหาพระเจ้า โดยที่เท้าปักแน่นอยู่บนพื้น ไม่ได้เป็นการปัดสวะให้พ้นตัวแต่อย่างใด แต่เป็นการเปิดใจไปสู่สิ่งใหม่ๆ เพราะเธอยังรู้จักโลกไม่ทั้งหมด แต่ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญอยู่ดี นั่นหมายความว่า..พวกเธอกำลังพุ่งเป้า..ไปยังสิ่งที่พวกเธอยังไม่ได้ครอบครอง แต่เป็นการหวนคิดถึงตนเอง เป็นการค้นพบการประทับอยู่ของ “พระเจ้าผู้ทรงร่วมเดินทางพร้อมกับเรา” ขณะที่วันเวลาผ่านเลยไปอย่างชาญฉลาด คงไม่มีโครงการใด (ไม่ว่าจะธรรมดาที่สุด หรือซับซ้อน โอ่อ่าที่สุด) ที่ให้ความหมายแก่ชีวิต ที่ปราศจากการหล่อเลี้ยงด้วยความฝัน การตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางสังคมที่แปรปรวน ไร้จิตวิญญาณ และเสื่อมโทรมทางด้านจริยธรรมและค่านิยม ด้วยเหตุนี้เราจำเป็นจะต้องเติมพลังแห่งวิสัยทัศน์ของการถอนรากถอนโคนมนุษย์ จากท่าทีของการทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ และนำพวกเขาให้ก้าวเข้าสู่สวรรค์ใหม่และแผ่นดินใหม่



            เมื่อตอนที่พ่อมีอายุครบ 58 ปี พ่อได้เขียนอัตชีวประวัติของตนเองในช่วง 40 ปีแรกของชีวิต และพ่อได้ตั้งชื่อหนังสือเล่มนั้นว่า “บันทึกศูนย์เยาวชนนักบุญฟรังซิส เดอ ซาลส์” ที่พ่อทำเช่นนี้ ก็เพราะเป็นคำสั่งของพระสันตะปาปาปีโอ ที่ 9  อันที่จริงพ่อไม่ได้ตั้งใจจะเขียน เพื่อสนองความต้องการให้ชื่อเสียงอยู่ยงคงกะพัน หรือเพื่อความยิ่งใหญ่ให้ตนเอง เนื่องจากว่า..เราเป็นอมตะอยู่แล้ว เพราะเราอยู่ในพระทัยของพระเจ้า เป็นที่รัก และได้รับการไถ่กู้จากพระเยซูเจ้า พระบุตรของพระองค์ ทั้งนี้พ่อทำไปเพราะความรักแท้ๆ ที่เป็นพยานทางจิตวิญญาณ ในการช่วยพวกเธอทั้งในเวลานี้และในอนาคต
            พ่อขอเชิญชวนพวกเธอให้อ่าน
“เรื่องราวของชีวิต” ฉบับนี้ ไม่ใช่ในมิติของความกระหายอยากรู้เชิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับอดีตของพ่อเท่านั้น แต่อยากจะให้อ่านระหว่างบรรทัดที่โชกไปด้วยหยดเลือดและหยาดเหงื่อ แล้วพวกเธอจะเห็นว่า..เป้าหมายของทุกสิ่งทุกอย่าง คือ ชีวิตที่สมบูรณ์ พวกเธอจะเข้าใจว่า..ผู้ที่รับผิดชอบในการศึกษาอบรม..จะต้องมีชีวิต ที่เต็มไปด้วยการให้บริการ รับใช้ด้วยความรัก พวกเขาต้องมองยุคสมัยของเขาว่า..เป็นโอกาสในการเปิดรับ และต้องแสวงหาความรู้ ไม่ใช่เพื่อวางอำนาจหรือข่มผู้อื่น แต่ต้องทำเพื่อ “ขัดเกลา” จิตใจเข้าหาพระคริสตเจ้า การศึกษาอบรมทำให้เรายืดอก ด้วยความภูมิใจว่า..เราเป็นประชากรที่รักของพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ เรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือ เป็นบทเรียนภาคปฏิบัติของความรักเมตตา

            ดังนั้น ในฐานะที่เป็นซาเลเซียน เราอบรมสั่งสอนตามธรรมเนียมประเพณี ด้วยการรับฟัง และให้ความเคารพ..มากกว่าการเทศน์สอน หรือตวัดลิ้นไป-มา ด้วยความเงียบที่ทรมาน แฝงด้วยความรักและความหวังดี..มากกว่าการดุด่าว่ากล่าวที่รุนแรง ด้วยบารมีที่มาจากชีวิต ที่เป็นแบบอย่างที่ดี ไม่มีที่ติ..มากกว่าอำนาจที่มาพร้อมกับตำแหน่ง และบทบาทหน้าที่



            เราอบรมด้วยความรัก ถ้าความรักที่บริสุทธิ์ ที่เป็นภาพสะท้อนของความรักเมตตาของพระเยซูเจ้า..อันตรธานหายไป เยาวชนก็จะล้มตายด้วยความหนาวเย็น เพราะพวกเขาไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้..ท่ามกลางรัตติกาลของความรัก..มากกว่าภายใต้แสงเงาแห่งเหตุผล

            เมื่อพ่อสวมกอดพวกเธอ..ด้วยความรัก พ่อต้องการเผยแสดงจากก้นบึ้งในหัวใจของพ่อให้พวกเธอทราบว่า.. พ่อมีความเชื่อตลอดมาว่า..พันธกิจของพ่อมีลักษณะพิเศษ นั่นคือ เยาวชนช่วยกอบกู้เยาวชนด้วยกันเอง พ่อต้องการให้ความรักของพ่อ..เป็นพันธกิจที่มีพวกเธอร่วมแบ่งปัน เพื่อว่าพวกเธอจะได้เป็นสาวกของเยาวชน เรามีความคาดหวังหรืออุดมการณ์สูง แต่ถ้าเราไม่มี “วิธีการ” ที่ถูกต้องแล้วไซร้ ความสามารถและความอดทนของเรา..ก็จะค่อยๆ หมดไป เหตุว่าสิ่งที่ไม่สามารถชักจูงใจให้เชื่อมั่นได้ฉันใด สิ่งนั้นก็ไม่อาจเป็นเป้าหมายที่ถาวรในชีวิตได้ฉันนั้น เหมือนในสมัยของอิซาอักที่เราต้องขุดบ่อใหม่ สร้างวัฒนธรรมใหม่ สร้างวิถีการดำเนินชีวิตร่วมกันแบบใหม่ขึ้น พ่อเชื่อมั่นในตัวพวกเธอ วางเดิมพันชีวิตของพ่อในมือของพวกเธอว่า..พวกเธอต้องทำได้ เริ่มจากการเชื่อมั่นในชีวิต และจินตนาการ ในการวางแผนการในอนาคต ที่จะสร้างเอกภาพ ความปึกแผ่น และสันติภาพเพื่อพวกเธอเอง

             ในการรวบรวมสมาชิกเพื่อก่อตั้งคณะซาเลเซียน พ่อได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับเยาวชน แล้วพ่อก็เห็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ พวกเธอเยาวชนมีศักยภาพในการเปลี่ยนองค์ความรู้..ให้กลายเป็นปรีชาญาณ และนำปรีชาญาณกลับมาใช้เพื่อดำเนินชีวิต
            จงอย่าหมดกำลังใจ..เหมือนคนเดินเท้าที่หมดแรงและสิ้นหวัง แต่มองสถานการณ์แบบมนุษย์..ให้เหมือน
“การผจญภัยแบบพระเจ้า” พยายามให้ทุกคนมีส่วนร่วม ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ในฐานะที่เป็นลูกของพระเจ้า ที่กระจัดกระจายไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์แห่งความรอดที่ยิ่งใหญ่
            จงเป็น ประกาศกแบบใหม่ ที่ชี้นำหนทางให้ผู้อื่น..ในภาวะของจิตใจที่สับสนวุ่นวาย หรือใน สถานการณ์ใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน ที่พระเจ้าทรงเพาะปลูกในหัวใจ และในประวัติศาสตร์ ความหมายของชีวิต..ก็เหมือนกับ การพยากรณ์และพันธกิจ กลับกลายเป็นขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่สำหรับสังคม



            ไม่มีเวลาหรือที่ว่างเหลือ..สำหรับผู้ที่ไม่เอาจริงเอาจังอีกแล้ว เนื่องจากว่าความนิ่งเฉยและเฉื่อยชาทางจิตวิญญาณ..จะเป็นพลังผลักดันให้การดำรงชีวิตในยุคสมัยของเรา..เกิดตะกอนทางวัฒนธรรม เยาวชนที่รักทั้งหลาย  อย่าสูญเสียวันเวลาของวัยหนุ่มสาวไป ด้วยการดำเนินชีวิตที่ผิวเผิน ไร้ทิศทาง และไร้กำลังวังชา จงฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง!
             ชีวิตจะกลายเป็นประจักษ์พยานที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ เพราะมีผู้คนรู้เห็น ชีวิตสามารถเอาชนะความกลัวที่ขู่กรรโชกได้ตลอดเวลา ชีวิตสามารถกู่ก้องร้องตะโกน..เป็นคำพูดที่เข้มแข็ง และเที่ยงตรงได้ทุกเวลา การเป็นพยานจะต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยง ไม่ใช่เพราะพวกเธอไว้ใจในพละกำลังของตนเอง ทว่าพวกเธอสามารถใช้ความอ่อนแอตามประสามนุษย์..ให้เป็นเครื่องมือ จนกว่าบทบาทอันทรงพลังและเฉียบขาดของพระเจ้า..จะปรากฏมา จงก้าวเดินไปในหนทางของชีวิตประจำวัน และวิ่งบนถนนชีวิตที่ธรรมดาพร้อมๆ กับเพื่อนๆ ที่ร่วมเดินทาง แสวงหาความสุขเช่นเดียวกับเธอ จงตะโกนบอกพวกเขาดังๆ ว่า..พวกเธอต้องการเปลี่ยนโลก!

            จงเฝ้าระวังให้พร้อม..ในการเป็นเครื่องหมายของความรัก ที่กระตุ้นให้เกิดความหวัง และความเข้มแข็งในการเจริญชีวิต จงเป็นผู้ตีเจตนารมณ์ของพระวรสาร..ด้วยความอิสระอย่างชัดเจนแจ้ง จงเป็นประชากรที่แบ่งปันเสี้ยวหนึ่งของชีวิต เพื่อความดีของส่วนรวม ในจิตตารมณ์ของจิตสาธารณะ และเกาะติดกับสถานการณ์รอบตัวอย่างสม่ำเสมอและมั่นคง
            การถูกปล่อยปละละเลยจากสังคม..ก่อให้เกิดการเก็บกดและเมินเฉย การขาดบิดาซึ่งเปรียบเหมือนประภาคารที่คอยช่วยเหลือในค่ำคืนที่มีพายุ..ทำให้ชีวิตของเธอ..ขาดดาวนำทาง พวกเธอให้ผ่านพ้นความอับปางของความรู้สึกที่บริสุทธิ์สูงสุด เปียกชุ่มไปด้วยการแข่งขันที่มุ่งสู่ความสำเร็จ ผลประโยชน์ส่วนตนและความสุขชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น สิ่งเหล่านี้เป็นการท้าทายที่กระทบความรู้สึก..ถึงความหมายแห่งชีวิตอยู่ตลอดเวลา

            จงฝันถึงคุณค่าที่จะช่วยขับเคลื่อนพวกเธอไปข้างหน้า และเสริมพลังในการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ พวกเธอไม่ได้เดินตามลำพัง แต่มีเพื่อนร่วมทาง..ที่เธอสามารถจุดประกายความรู้สึกรับผิดชอบระหว่างพวกเธอ รวมทั้งผู้อื่นที่อยู่รอบข้างอีกด้วย พวกเธอสามารถพัฒนาท่าทีของความเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่ทำลายความโดดเดี่ยวและเสริมสร้างพลังในการค้นหาความหมายของชีวิต..มากกว่าความสำเร็จให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น



            จงส่งเสริมวัฒนธรรมของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จงหล่อเลี้ยงจิตตารมณ์ของการรับใช้ โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง จงเสริมสร้างจิตสำนึกที่จะเอาชนะความเห็นแก่ตัว ที่ถาโถมเข้าสู่สังคมของเรามากมายก่ายกอง โครงการหรือขบวนการจิตอาสา..ต้องเป็นดั่ง “สถาบันฝึกหัดชีวิต หรือปัจจัยสำคัญในการสร้างมนุษย์” ซึ่งเปิดประตูไปสู่คุณค่าต่างๆ ในสังคมปัจจุบัน
             บรรดาเยาวชนที่รัก พวกเธอรู้ดีว่า..พวกเธออยู่ในใจของพ่อตลอดเวลา พ่อคิดถึงพวกเธอเสมอ คิดถึงพวกเธอในฐานะที่เป็นครอบครัวใหญ่ นั่นคือ พระศาสนจักร ด้วยเหตุนี้พ่อจึงอยากจะลงท้ายสารของพ่อ ด้วยพระโอวาทของพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ที่ทรงประทานในโอกาสฉลองคริสต์มาสครั้งหนึ่ง ข้อคิดนี้เปรียบเสมือนการวางแนวทางและการวางแผนสำหรับชีวิตของเราทุกคน
 
            พระสันตะปาปาทรงตรัสกับสมาชิกสภาที่ปรึกษาของวาติกัน โดยอ้างอิงเหตุการณ์ชุมนุมเยาวชนโลก ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน ในปี ค.ศ.2011 ว่า..เป็น “หนทางใหม่ที่สดใสแบบเยาวชนในการเป็นคริสตชน” และพระองค์ทรงใช้การชุมนุมครั้งนี้ เพื่อเน้นถึงแง่คิดที่สำคัญ 5 ประการที่ทำให้การชุมนุมครั้งนี้..ยังอยู่ในความทรงจำของทุกคน นี่เป็นแนวทางในการประกาศ และเป็นพยานยืนยันถึงพระคริสตเจ้าในโลกปัจจุบัน ที่ดูเหมือนเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่บรรดาคริสตชนกำลังนำเสนออยู่ในขณะนี้
            ประการแรก : ความจริงที่ว่า..เยาวชนจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมชุมนุมกัน มีหลากหลายเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ภาษาและวัฒนธรรม และนี่คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึง “ประสบการณ์ใหม่ของความเป็นสากลของพระศาสนจักร”  ซึ่งทำให้เราพบว่า..เราเป็นพี่เป็นน้องกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน มีพระเยซูเป็นพระเจ้า และมีส่วนร่วมในพิธีกรรมเดียวกัน นี่ไม่ใช่เป็นแค่ปรัชญา หรือแนวความคิดเท่านั้น แต่มันเป็นประสบการณ์จริง
            ประการที่สอง : การมีส่วนร่วมของอาสาสมัครหลายพันคน..แสดงให้เห็นนิมิตหมายที่ดีของการเป็นมนุษย์คนใหม่ เป็นคริสตชนแบบใหม่  “การอยู่เพื่อผู้อื่นเป็นสิ่งที่สวยงาม” การให้เวลาและชีวิตโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน..เป็นคุณค่าที่แท้จริง เพราะไม่ได้เก็บไว้เพื่อตนเองอย่างเดียว



            ประการที่สาม : การนั่งสงบอยู่หน้าศีลมหาสนิทเป็นเวลายาวนาน ในท่าทีของการนมัสการ นี่คือการแสดงออกทางความเชื่อ..ในรูปแบบของท่าทีชีวิตฝ่ายจิต ที่ทำให้เกิดพลังในการอุทิศตนเพื่อผู้อื่น เหตุเพราะว่า พระเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ..ทรงประทับอยู่ทุกหนแห่ง โดยเฉพาะในศีลมหาสนิท
            ประการที่สี่ : ผู้มารับศีลอภัยบาปมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน แสดงให้เห็นควมจริงที่ว่า..ขณะที่พระเจ้าทรงสร้างเรามา และชะตากรรมของเรา..ถูกกำหนดให้เดินไปสู่ความไพบูลย์ของชีวิต ที่เกิดจากความรักนั้น เรายังประสบกับอำนาจของสิ่งชั่วร้ายในตัวเรา ที่โน้มนำเรา..ให้เห็นแก่ตัวในหลายรูปแบบและหลายวิธีการ สิ่งนี้ทำให้เราตระหนักว่า เราอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการการอภัย และสิ่งนี้เป็นเครื่องหมายของความรับผิดชอบด้วย
            ประการสุดท้าย : ความสุขความยินดีที่มาจากความเชื่อ ความจริงที่แน่นอนว่า..เราเป็นที่ต้องการ เป็นที่ยอมรับ เป็นที่คิดถึง เป็นที่รักของพระเจ้า และเป็นที่รักของบางคน ที่บอกเราว่า “ดีนะ..ที่เธอเป็นตัวของเธอ” โดยที่บุคคลนั้นคิดถึงเรา และเตรียมแผนการที่ดีไว้เพื่อเราอีกด้วย

            กล่าวโดยสรุป “การประกาศข่าวดีแบบใหม่” เป็นการเรียกร้องให้อยู่ร่วมกัน เดินทางไปด้วยกัน และมีชีวิตอยู่เพื่อผู้อื่น เพื่อสรรเสริญพระเจ้า และวิงวอนขอการอภัยจากพระองค์ เป็นการมอบตัวเราไว้ในความรักของพระองค์ นี่คือเคล็ดลับไปสู่ความสุขความยินดีอย่างแท้จริง
            พ่อขอส่งความปรารถนาดี..มายังพวกเธอ ผู้เป็นสหายที่รักยิ่งของพ่อ ขณะที่พวกเธอกำลังคิดถึงพ่อ ขอให้รู้ไว้ด้วยว่า..พ่อก็กำลังคิดถึงพวกเธออยู่เหมือนกัน พ่อโอบอุ้มพวกเธอไว้ในดวงใจของพ่อ ที่เต็มไปด้วยบุคคลที่พ่อรัก พ่อจะระลึกถึงพวกเธอเสมอ และจะให้การสนับสนุนพวกเธอด้วยคำภาวนา เนื่องจากพ่อ “อยู่” กับพระเยซูเจ้า เพื่อว่าพวกเธอจะได้เป็นดังภาพลักษณ์ของพระองค์ ที่ปรุงแต่งชีวิตของเธอ..ให้เป็นของขวัญอันประเสริฐ นี่เป็นหนทางเดียวที่ทำให้พวกเธอค้นพบความสุขความยินดี อันเนื่องมาจากความฝัน..ที่เปิดประตูไปสู่พระธรรมล้ำลึกของพระเจ้า ไปสู่แหล่งน้ำใสที่ไหลเย็นและล้ำลึก และนำเราไปสู่ความไพบูลย์ ในศักยภาพที่พระเจ้าได้หว่านไว้ในดวงใจของเราแต่ละคน...

            ด้วยความรักเยี่ยงบิดา
            คุณพ่อปัสกวัล ชาเวซ วิลลานูเอวา ซดบ.
            ให้ไว้ ณ กรุงโรม เมื่อวันที่ 31 มกราคม ค.ศ.2012

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Silence of Love

บางทีคุณอาจจะไม่มีพ่อ..ที่ดีที่สุด แต่มีพ่อ..ที่รักคุณมากที่สุด จงดูแลคนที่ดูแลคุณ ก่อนที่จะไม่มีเค้าให้ดูแล..

View All
<< มีนาคม 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่า..Blog Thaidbm เป็นอย่างไร? How do you think about this blog?
ดีมาก / very good
841 คน
ดี / good
1522 คน
พอใช้ / satisfy
24 คน
ปรับปรุง / unsatisfy
18 คน

  โหวต 2405 คน