• ฮ.นกฮูก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wishudavivi22@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-10-23
  • จำนวนเรื่อง : 417
  • จำนวนผู้ชม : 87052
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
อัพเดตข้อมูลข่าวสารประเทศไทย นาน่ารู้
นำเสนอข่าวต่างๆในประเทศไทยเกร็ดความรู้ เล็กๆ น้อยๆ ประเด็นที่น่าสนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandhotnews
วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน 2560
Posted by ฮ.นกฮูก , ผู้อ่าน : 175 , 15:59:34 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ประกันชีวิต อย่าเร่งรีบการเกิด ฟินเทค สำหรับธุรกิจ ประกันชีวิต เพราะไม่เหมือนกับธุรกิจอื่น

 ในภาวะที่ทุกภาคส่วนกำลังตื่นเต้นกับจับกระแส ฟินเทค (Fin Tech) หรือ นวัตกรรมทางการเงิน ที่จะมาช่วยให้การทำธุรกรรมในธุรกิจของตนง่ายขึ้น ทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ประกันภัย ขณะนี้ได้ตื่นตัวกับเรื่องนี้กันอย่างมาก โดยผู้ประกอบการหรือบริษัท ประกันภัย ค่ายต่างๆ ต่างพากันปรับทิศทางการนำเสนอขายออนไลน์ หรือแอพพลิเคชั่นกันเป็นจำนวนมาก

แต่ในมุมของนักขาย โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ประกันชีวิต กลับมีมุมมองที่แตกต่างออกไปกับกระแสอย่างมากทีเดียว ซึ่งมุมมองจะเป็นอย่างไร อดีตนายกสมาคมประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (Thaifa) ซึ่งปัจจุบันยังเป็นที่ปรึกษาสมาคมฯ และสวมหมวกอีกใบหนึ่ง โดยเป็นกรรมการบริหารสมาคมที่ปรึกษาการเงินแห่งเอเซียแปซิฟิก (APFinSA)

โดยเปิดเผยว่า ภาครัฐและภาคเอกชนในธุรกิจ ประกันชีวิต อย่าได้เร่งรีบการเกิดอินชัวร์เทค หรือ ฟินเทค สำหรับธุรกิจ ประกันชีวิต เพราะเกรงว่าจะเกิดผลเสียตามมาขึ้น ทั้งนี้ลักษณะเด่นของ ฟินเทค คือ ออกแบบมาให้คนใช้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกที่สุด แต่ธุรกิจ ประกันชีวิต ไม่เหมือนกับธุรกิจอื่น ด้วยธุรกิจอื่นเริ่มด้วยคนซื้อต้องการสินค้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงตัดสินใจไปซื้อ ทันทีที่ซื้อ สามารถใช้บริการได้ทันที หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้ตอบสนองความต้องการทันที

แต่ผลิตภัณฑ์ ประกันชีวิต จะตรงกันข้าม เป็นผลิตภัณฑ์ที่คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการในตอนต้น ต้องมี “คนกลาง” ซึ่งก็คือ ตัวแทนประกันชีวิต เป็นผู้ไปโน้มน้าวใจให้ซื้อ เมื่อซื้อแล้ว สินค้าที่ได้ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการทันที คือยังไม่เห็นผล ต้องมีการสูญเสีย หรือกรมธรรม์ครบสัญญาก่อน

ซ้ำร้ายหากซื้อแล้วเกิดเลือกผลิตภัณฑ์ผิดไป ต้องทนจ่ายเบี้ย ประกันภัย ไปอีก 10 ปี 20 ปี ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่ตรงกับเป้าหมายที่ต้องการ จะยกเลิกก็เสียดายเงินที่ส่งมาแล้ว ซึ่งตรงจุดนี้จะต่างกับสินค้าอุปโภคบริโภค ที่เมื่อซื้อแล้วไม่ถูกใจ ครั้งหน้าหรือเดือนหน้าแล้วก็สามารถเปลี่ยนยี่ห้อหรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ได้เลย ดังนั้นการตัดสินใจเลือกซื้อ ประกันชีวิต จึงเป็นห้วงเวลาที่สำคัญ ต้องได้รับข้อมูลที่รอบด้านที่สุด ณ เวลานี้ ตัวแทนประกันชีวิต ยังมีความสำคัญที่จะทำหน้าที่นี้อยู่

ถามว่าแล้ว ฟินเทค ที่คิดขึ้นมาเพื่อธุรกิจ ประกันชีวิต ไม่ดีหรือ คำตอบคือดี แต่ต้องเป็น ฟินเทค ที่ช่วยบริหารการหลังการขาย ส่วน ฟินเทค ที่ใช้ในการคลิกซื้อ ประกันชีวิต ต้องใช้เมื่อคนซื้อพร้อม หรือมีความรู้มากพอที่จะเข้าใจว่า เขาจำเป็นต้องมี ประกันชีวิต รองรับความเสี่ยง ด้วยจำนวนทุน ประกันภัย เท่าไหร่ คุ้มครองความเสี่ยงอะไรบ้าง และผลิตภัณฑ์แบบไหนที่เหมาะสมกับตน ออมทรัพย์ ตลอดชีพ หรือแบบพ่วงการลงทุน จะวัดอย่างไรว่า ประชาชนหรือผู้บริโภคพร้อมที่จะใช้บริการ “ฟินเทค” เพื่อซื้อ ประกันชีวิต แล้ว

เพราะประการที่หนึ่ง คนต่างประเทศทันทีที่เรียนจบ เริ่มทำงาน คนกว่าครึ่งตัดสินใจซื้อ ประกันชีวิต ด้วยตนเอง คือเขารู้ความจำเป็นด้วยตนเอง เพราะมันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนในสังคมนั้นแล้ว ว่าทันทีที่ได้รับเงินเดือนเดือนแรก ให้เจียดมาทำ ประกันชีวิต ซึ่งคนตะวันตกส่วนใหญ่จะมีความคิดแบบนี้ ประการที่สอง มีการบรรจุเรื่อง ประกันชีวิต ในหลักสูตรของเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมเป็นต้นไป ให้พวกเขารู้จักความจำเป็นของการทำ ประกันชีวิต การมีประกันสุขภาพ รับรองเวลาเจ็บป่วย พิการ หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต

ประการที่สาม เมื่อ Life Insurance Penetration ขึ้นแตะ 8% คำว่า Insurance Penetration หรืออัตราส่วนของเบี้ย ประกันภัย ต่อจีดีพี อาจอธิบายให้เห็นง่ายๆ ว่า หากคนเรามีรายได้ปีละ 100 บาท พวกเราได้เจียดมาซื้อ ประกันชีวิต 8 บาท ซึ่งค่ามาตรฐานในทางอุดมคติอยู่ที่ 10% แต่ที่ระดับ 8% แสดงให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่หรือสังคมโดยรวม สุกงอมพอดีที่จะซื้อ ประกันชีวิต ได้เอง โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีคนแนะนำก็ได้

โดยตอนนี้ประเทศไทยมี Life Insurance Penetration ที่ 4% ซึ่งกล่าวโดยสรุปก็คือ หากประเทศไทยสามารถมีพัฒนาการช้างต้นข้อใดข้อหนึ่ง ก็สามารถออกแบบ ฟินเทค ให้ประชาชนซื้อ ประกันชีวิต เองได้ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเขามีตัวแปรข้างต้นหลายข้อแล้ว เราจึงเลียนแบบเขาทันทีไม่ได้ ต้องรอให้มีเงื่อนไขความพร้อมใกล้เคียงกันก่อน

“การพูดแบบนี้ ก็เสี่ยงที่จะถูกโจมตีว่าดูถูกผู้บริโภค ว่าเขาไม่รู้ของค่าของ ประกันชีวิต แต่อัตราการทำ ประกันชีวิต ต่อหัวของคนไทยยืนยันเช่นนั้น ตามสถิติของสมาคมประกันชีวิตไทย ปัจจุบันคนไทยซื้อกรมธรรม์แล้ว 38% คือ เอาจำนวนกรมธรรม์ ประกันชีวิต ที่มีผลบังคับหารด้วยจำนวนประชากร แต่หากเราพิจารณาให้ลึกซึ้งจะพบว่า คนที่มีฐานะมักซื้อกรมธรรม์ซ้ำสองฉบับขึ้นไป ขณะที่คนระดับกลางถึงล่างลงมามีกรมธรรม์น้อยมาก ดังนั้นตัวเลขของคนที่มีกรมธรรม์จริงๆ อาจจะมีแค่ 25% ก็ได้ ขณะที่คนอีกสามในสี่ไม่มีกรมธรรม์ ประกันชีวิต และก็ยังไม่เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่จะมีความคิดว่า ทันทีที่เรียนจบมีเงินเดือนเดือนแรก จะหักเงินเดือนหรือหักบัตรเครดิตซื้อ ประกันชีวิต แบบรายเดือนเลย เพราะบัณฑิตจบใหม่ยังอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ขณะที่ทางตะวันตกเขาจะถูกฝึกมาให้พึ่งพาตนเอง รับผิดชอบตนเองทันทีที่เรียนจบ”

ทั้งนี้ถามว่า ฟินเทค ถูกออกแบบมาให้ซื้อง่าย ราคาถูก น่าจะทำให้คนไทยซื้อ ประกันชีวิต ได้ง่ายขึ้น มันจะไม่ดีได้อย่างไร คำตอบคืนในดีมีเสีย ในเสียมีดี เมื่อมันถูกออกแบบมาให้ซื้อง่าย จึงไม่มีรายละเอียดมากนัก ครั้นถ้าแทรกไอคอนให้คนคลิกอ่านรายละเอียดแบบ ประกันภัย ต่างๆ คนส่วนใหญ่จะอ่านไม่เกินสองหน้าทำให้ขาดความเข้าใจที่ดีพอ

ดังนั้นคนจะเลือกซื้อแบบ ประกันภัย ที่ถูกที่สุด หลังจากจ่ายเบี้ย ประกันภัย ไป 10 ปี 20 ปี เมื่อครบสัญญาจึงรู้ว่าแบบชั่วระยะเวลาไม่มีเงินคืนเลย หากเลือกที่จะแพงมาอีกนิด จ่ายจนถึงอายุ 60 ปีตั้งใจจะเวนคืนกรมธรรม์มาใช้ยามเกษียณ ถ้าเลือกแบบตลอดชีพ เงินที่ได้ก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนแบบสะสมทรัพย์ หรือแบบบำนาญ ดังนั้นราคาถูกที่สุดจึงไม่ใช่คำตอบ

ถ้าเป็นเรื่องสัญญาเพิ่มเติมอย่างโรคร้ายแรงราคาที่ถูกกว่า คุ้มครองแค่ 6 โรคร้าย แต่แบบที่แพงหน่อย อาจจะคุ้มครองถึง 40 โรคร้าย ดังนั้นคนที่จะซื้อด้วยตนเอง ต้องเข้าใจเงื่อนไขจริงๆ

จุดที่ยังไม่ได้พูดถึงระดับก้าวหน้า ที่อนุญาตให้บริษัทประกันชีวิตขาย ประกันชีวิต แบบหักค่านายหน้าออกไป แล้วให้ลูกค้าบริการตนเอง หากลูกค้าซื้อโดยไม่เข้าใจ อาจไม่ได้แถลงข้อเท็จจริงเรื่องสุขภาพที่ชัดเจนพอ ต่อมาถูกปฏิเสธการจ่ายสินไหม หรือเวลาจะเรียกร้องสินไหม เกิดความยุ่งยากในการรวบรวมเอกสาร เพื่อมาเรียกร้องสินไหม ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกไม่ดี และรู้สึกว่าบริษัทบ่ายเบี่ยง ยิ่งยุคนี้มีการใช้สื่อประเภทโซเชียลมีเดีย ทำให้อาจมีการโจมตีตามสื่อทั้งๆ ที่เกิดความเข้าใจผิดของตนเอง

สำหรับที่สิงคโปร์ ได้ทดลองให้บริษัท ประกันชีวิต เสนอขายแบบ ประกันภัย อย่างง่าย เช่นแบบชั่วระยะเวลา หรือแบบตลอดชีพที่ไม่มีสัญญาเพิ่มเติม แล้วให้ส่วนลดค่านายหน้ากับคนซื้อ แต่มีตัวอักษรเตือนให้เห็นเด่นชัดว่ากรมธรรม์แบบนี้ไม่มีตัวแทนบริการ แล้วให้เซ็นชื่อรับทราบ ปรากฏว่าหลังจากทดลองใช้ไปหนึ่งปี มีคนซื้อผ่านเว็บไซต์ไม่ถึง 400 กรมธรรม์ หรือไม่ถึง 1% แสดงว่าคนสิงคโปร์ยังเห็นความสำคัญของการบริการ

หรือหากวัดโดย Life Insurance Penetration มีกี่เปอร์เซ็นต์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เรื่องนี้ภาครัฐต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะมันจะส่งผลในระยะยาว ต้องดูว่ามันมีประโยชน์กับคนส่วนใหญ่หรือไม่ หรือมันเป็นประโยชน์เฉพาะกับคนที่เก่งเรื่องเทคโนโลยี ที่จะได้ซื้อในราคาที่ถูกลง แต่กลับผลักคนส่วนใหญ่ให้ห่างไกลจากผลิตภัณฑ์ ประกันชีวิต

ดังนั้น ในช่วงนี้จึงอยากเสนอให้ส่งเสริม ฟินเทค ที่เน้นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือกรมธรรม์ก่อน ส่วนแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการซื้อ ประกันชีวิต อาจจะให้ทอดระยะเวลาไปอีกสักระยะหนึ่ง ดูประเทศเพื่อนบ้านเขาใช้ก่อน จากนั้นค่อยมาประเมินความพร้อม ผลดีผลเสียอีกระยะหนึ่งก่อน โดยระหว่างนี้ให้กลับมาเน้นให้การให้ความรู้ เรื่องการซื้อ ประกันภัย ให้เหมาะสมกับความเสี่ยง แทนที่จะซื้อเพียงเท่าที่นำไปหักลดหย่อนภาษี

และควรเสริมแทรกเนื้อหาเรื่อง ประกันภัย เข้าไปในหลักสูตรตั้งแต่ชั้นประถมตอนปลาย เพราะเดี๋ยวนี้การทำ ประกันภัย ทั้งวินาศภัยและชีวิต กลายเป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกคนต้องมี แต่กลับกลายเป็นว่าคนไทยต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองเมื่อตอนกำลังจะซื้อ ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก พร้อมกับพัฒนากฎหมายมารองรับกรมธรรม์แบบใหม่ๆ เช่น กรมธรรม์หุ้นส่วนบริษัท หรือการจัดตั้งทรัสตี เป็นต้น





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]