• ประภาพรรณ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : brainasia@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 169
  • จำนวนผู้ชม : 41489
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
OK Thailand 4.0
สาระน่ารู้...ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandok
วันศุกร์ ที่ 6 กันยายน 2562
Posted by ประภาพรรณ , ผู้อ่าน : 472 , 21:07:35 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน นายยั้งคิด , wullopp โหวตเรื่องนี้

            หนุนพัฒนาเฮลท์เทคไทยก้าวสู่เมดิคัลฮับ (Medical Hub) มหาวิทยาลัยมหิดล ลงนาม MOA ความร่วมมือกับสนง.พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)โดย เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ผนึกกำลังขับเคลื่อนแผนแม่บท EECi ด้านอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของประเทศไทย  มหิดลเผยแนวคิดพัฒนาโครงการ ศาลายา สตาร์ทอัพ ทาวน์ ให้เป็นเมืองแห่งสตาร์ทอัพเฮลท์เทคและเฮลท์แคร์ เชื่อมโยง EECi ทั้งรองรับระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนช่วงตลิ่งชัน - ศาลายา และการขยายตัวของศาลายา

ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการ สนง.พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ผู้อำนวยการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก กล่าวว่า EECi มุ่งสร้างนวัตกรรมและเป็นพื้นที่ต้นแบบในการนำนวัตกรรมเข้าไปผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (New S-Curve) สู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0  สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลมุ่งส่งเสริม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต รองรับสังคมสูงวัยที่กำลังมาถึง และสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ประเทศ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพกว้างไกล มูลค่าHealth Tech ในตลาดโลก ปี 2020 คาดว่าจะสูงถึง 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่าส่งออกและนำเข้า ปีละกว่า 1.6 แสนล้านบาท ตลอดจน ธุรกิจ HealthCare ในประเทศไทยสำหรับขาวต่างชาติ มีมูลค่า ประมาณ 1 แสนล้านบาท ดังนั้น สวทช. จึงได้ลงนามความร่วมมือบันทึกข้อตกลงการพัฒนาและขับเคลื่อนแผนแม่บท EECi ด้านอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย เนื่องจากเห็นว่ามหาวิทยาลัยมหิดล มีศักยภาพองค์ความรู้ด้านการแพทย์ สุขภาพและสาธารณสุข ผลิตบุคคลากร ผู้เชี่ยวชาญและมีความพร้อมที่จะเป็น Lead Partner ผู้นำหลักเสริมทัพความแข็งแกร่งของเครือข่ายอุตสาหกรรมและซัพพลายเชน Health Tech และ HealthCare ของไทยให้เติบโตก้าวหน้า เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาคนและสตาร์ทอัพในสายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการแพทย์และสุขภาพ การวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ

 

ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยมหิดล มุ่งสู่การเป็น World-Class University ส่งเสริมการศึกษายุคใหม่ด้วยทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เตรียมความพร้อมของคนรุ่นใหม่และบุคคลากรในอุตสาหกรรมการแพทย์-สุขภาพ สู่สังคมฐานนวัตกรรม โดยทำงานร่วมกับคณะแพทยศาสตร์หลายแห่งและเครือข่ายอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด ในขอบเขตข้อตกลง MOA ระยะเวลา 5 ปี ทั้งสองฝ่าย จะจัดทำโรดแมพการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย ระยะ 10 ปี  คาดว่าจะเสร็จใน 6-8 เดือน โดยครอบคลุมรูปแบบการพัฒนาความสามารถทางเทคโนโลยี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนากำลังคนทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ทั้งของ EECi และที่เกี่ยวเนื่อง สนับสนุนการพัฒนาโดยเชื่อมโยงผู้ผลิตนวัตกรรมและผู้ใช้นวัตกรรมทั้งในและข้ามห่วงโซ่อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ทั้งจากภายในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยจัดกิจกรรมเชื่อมต่อและสร้างกลไกกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและนำเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์ ตลอดจนขยายผลต่อยอดไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดล มี 17 คณะ 6 วิทยาลัย 8 สถาบัน 5 โรงพยาบาล 2 โรงพยาบาลทันตกรรม และ 2 โรงพยาบาลสัตว์ รวมทั้งห้องปฏิบัติการที่ก้าวล้ำทันสมัยของคณะต่างๆ พร้อมด้วยโครงการ ศาลายา สตาร์ทอัพ ทาวน์ (Salaya Startup Town) เมืองแห่งสตาร์ทอัพเฮลท์เทคและเฮลท์แคร์ ที่เชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าทันสมัยในอนาคต

 

ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน - ศาลายา มีระยะทาง 14.8 ก.ม. ในวงเงินลงทุนกว่า 19,000 ล้านบาท กำหนดจะแล้วเสร็จ ในปี พ.ศ. 2565 นั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มอบหมายให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการศึกษาแนวทางการพัฒนาใช้ประโยชน์ที่ดินพื้นที่โดยรอบของสถานีศาลายา คาดว่าจะมีผู้ใช้สถานีศาลายาวันละ 35,000 คน ในด้านโครงการศาลายา สตาร์ทอัพ ทาวน์ (Salaya Startup Town) มหาวิทยาลัยมหิดล มีแนวคิดเมืองสตาร์ทอัพแห่งเฮลท์เทคและเฮลท์แคร์ ประกอบด้วยระบบนิเวศน์และบริการแก่นักวิจัยและธุรกิจอุตสาหกรรม เช่น  1.Innogineer Studio เวิร์คช็อปที่ครบครันเครื่องมือไฮเทคสำหรับเอสเอ็มอีและเมคเกอร์เข้ามาทำโปรเจคต่าง ๆ สร้างชิ้นงานและต้นแบบจากความคิดสร้างสรรค์ 2. Innogineer BAY ศูนย์ฝึกหัดด้านหุ่นยนต์และระบบ AI ที่ทันสมัยระดับโลก 3. Innovation Service Center ศูนย์บริการนวัตกรรมแก่ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม กำหนดเปิดในเดือน กันยายน 2562  4.ศูนย์นวัตกรรมสังคมสูงวัยและ Smart Home 5. ห้องปฏิบัติการและศูนย์วิจัยที่ชำนาญด้านต่าง ๆ ของม.มหิดล 6. ศูนย์ LogHealth บริการระบบโลจิสติกส์โรงพยาบาล และจัดทำแผนแม่บท HealthCare Logistics Big Data ของประเทศอีกด้วย

7.ศูนย์ทดสอบเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ กำหนดเปิดปลายปี 2562 จะช่วยปลดล๊อคการผลิตนวัตกรรมได้มากขึ้น โดยประหยัดเวลาและประหยัดต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายในการยื่นขอรับการรับรองในต่างประเทศซึ่งสูงมาก 8.ศูนย์หุ่นยนต์การแพทย์ระดับสูง มูลค่าลงทุนรวม 1,200 ล้านบาท กำหนดเปิดเฟสแรกในปี 2563 และเฟสสองในปี 2564 และ 9. UNTIL Thailand ศูนย์ปฏิบัติการนวัตกรรมโดยสหประชาชาติจะเปิดเป็นแห่งที่ 5 ของโลก ในปลายปี 2562

 

 

 

รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า แนวโน้มการวิจัยพัฒนาและเทคโนโลยีด้านสุขภาพและชีวการแพทย์ก้าวไปอย่างรวดเร็ว AI  Deep Tech จะเข้ามามีบทบาทอย่างสำคัญในการใช้งานด้านการตรวจวินิจฉัย ฟื้นฟูและบำบัดรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องแม่นยำ รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ เช่น หุ่นยนต์ผ่าตัด เทคโนโลยีที่ใช้คลื่นสมอง สตาร์ทอัพในหลายประเทศต่างคิดค้นนวัตกรรมสุขภาพไร้สาย (Wireless Health) และอุปกรณ์สุขภาพเคลื่อนที่ (Mobile Health) ในยุคที่การสื่อสาร 5G ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงด้วยประสิทธิภาพใหม่ จะทำให้เกิดการเชื่อมต่อการแพทย์กับโลกอินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น IoMT (Internet of Medical Things) ที่เห็นได้ชัดคือ อุปกรณ์สวมใส่ (Wearable Devices) ซึ่งมีแนวโน้มได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง 

 

____________________

 

PR AGENCY    :  บ.เบรนเอเซีย คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (BrainAsia Communication)

TEL :  ประภาพรรณ 081-899-3599, สุวพัชร 086-341-6567 ,  E-mail :   brainasiapr@gmail.com      

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 07/09/2019 เวลา : 08.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอให้
มหดิล-สทวช.
ประสบความสำเร็จในด้านดีทุกๆ ด้าน

โดยเฉพาะ
การวิจัย-พัฒนา
แบบ

ไม่ขึ้นหิ้ง
นำไปใช้ได้จริง ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน