• ประภาพรรณ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : brainasia@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 264
  • จำนวนผู้ชม : 95400
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
OK Thailand 4.0
สาระน่ารู้...ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandok
วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน 2564
Posted by ประภาพรรณ , ผู้อ่าน : 285 , 18:00:43 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อีกนวัตกรรมสุดล้ำจากฝีมือคนรุ่นใหม่ของไทยร่วมขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางสุขภาพและการแพทย์ทางไกล ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ จากการประกวด INNO for Change 2021 by NIDA โดย ทีมไบโอเมด14 (Biomed14) นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนานวัตกรรมเมคก้า (MECA) ระบบเก็บข้อมูลผู้ป่วยผ่านทางกระจกเงาเพื่อช่วยวินิจฉัยโรค (Edge Computing Mirror System) เพียงส่องกระจก ระบบจะทำการเก็บข้อมูลสัญญาณชีพ และประมวลผลวินิจฉัย ลดการเดินทางและความเสี่ยงติดเชื้อในโรงพยาบาล ประหยัดเวลา ช่วยให้แพทย์ติดตามผลและช่วยเหลือรักษาคนไข้ได้ดียิ่งขึ้นยกระดับสุขภาพของไทยในวิถีใหม่

 

ทีมไบโอเมด14 (Biomed14) ประกอบด้วยคนรุ่นใหม่  นายวิทวัส สุดทวี นายกรวิชญ์ สุวรรณ และ นางสาวนภัสรา อัศวเลิศศักดิ์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี ผศ.ดร.จำรัส พร้อมมาศ รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ รศ.ดร.พญ.อัญชลี ตั้งตรงจิตร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

 

วิทวัส สุดทวี ทีมไบโอเมด (Biomed14) หนุ่มน้อยนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึง แนวคิดของนวัตกรรมเมคก้า (MECA) ระบบเก็บข้อมูลผู้ป่วยผ่านทางกระจกเงาเพื่อช่วยวินิจฉัยโรค (Edge Computing Mirror System)ว่า ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) มาใช้ เชื่อมต่อระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย ผ่านการสื่อสารแบบ Video Conference โดยใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน สามารถคุยกันได้แม้อยู่ห่างไกล แต่การสื่อสารผ่านทางสมาร์ทโฟนนั้น ทำได้เพียงพูดคุยถามไถ่อาการเท่านั้น ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสามารถตรวจสอบอาการของผู้ป่วยได้อย่างชัดเจน อีกทั้งความลำบากในการใช้งานเทคโนโลยีของผู้สูงอายุ ทางทีมไบโอเมด14 จึงได้พัฒนานวัตกรรม MECA ระบบเก็บข้อมูลผู้ป่วยผ่านทางกระจกเงาเพื่อช่วยวินิจฉัยโรค (Edge Computing Mirror System)ขึ้นมา

 

วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นบริการเสริมของโรงพยาบาลที่ช่วยให้ผู้ป่วยที่บ้านในพื้นที่ต่างๆ สามารถทราบถึงอาการของตัวเองได้โดยไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล ออกแบบทางวิศวกรรมให้วิธีการใช้งานที่ง่ายเหมาะกับทุกเพศทุกวัย แม้ผู้สูงวัยจะไม่มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ก็สามารถใช้งานได้เพียงส่องกระจก การที่เราเลือกนำกระจกมาใช้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย สามารถประมวลผลและวินิจฉัยโรคออกมาได้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการวิจัยพัฒนา

                       

กรวิชญ์ สุวรรณ หนึ่งในทีมไบโอเมด14 (Biomed14) หนุ่มนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงส่วนประกอบของนวัตกรรม MECA ว่า  ระบบเก็บข้อมูลผู้ป่วยผ่านทางกระจกเงาเพื่อช่วยวินิจฉัยโรค (Edge Computing Mirror System)มีลักษณะเป็นกระจกเงา ซึ่งภายนอกจะดูเป็นกระจกเงาธรรมดา แต่ภายใน ประกอบด้วย 1. Hardware 2. Software 3. Mirror 4. Camera Module 5. Single Board Computer and SSD วิธีการใช้งาน ค่อนข้างง่ายและไม่ซับซ้อน เพียงเปิดสวิตช์ที่อยู่ด้านหลังกระจก และส่องกระจกในอิริยาบถนั่งหรือยืนก็ได้ จากนั้นระบบจะเริ่มเก็บข้อมูลสัญญาณชีพของคนไข้ในทุกๆครั้งที่คนไข้ส่องกระจก ได้แก่ ข้อมูลอุณหภูมิ ความดัน ชีพจร อัตราการเต้นของหัวใจ และภาพถ่ายใบหน้า ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญเบื้องต้นในการประมวลโรค พร้อมทำการประมวลผลวินิจฉัยและแจ้งกลุ่มโรคที่มีความเสี่ยงขึ้นมา โดยหน้าจอกระจกจะแสดงขึ้นข้อมูลที่วินิจฉัยได้ ทำให้คนไข้สามารถทราบเบื้องต้นได้ว่าปัจจุบันตนเองมีอาการเป็นอย่างไร หรือมีความเสี่ยงเป็นโรคอะไร พร้อมทั้งแจ้งเตือนไปยังแพทย์เจ้าของไข้

 

ทั้งนี้ หากคนไข้ที่รับการรักษากับโรงพยาบาลอยู่แล้ว ระบบจะทำการเชื่อมต่อข้อมูลการรักษาระหว่างคนไข้และแพทย์ โดยเก็บข้อมูลจากการส่องกระจกในแต่ละครั้งของคนไข้ และจะส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยังเซิร์ฟเวอร์กลางที่ทางทีมได้ออกแบบไว้ ซึ่งแพทย์เจ้าของไข้จะสามารถเข้าไปดูข้อมูลเหล่านี้ได้ โดยจะมีระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือAI ที่ช่วยประมวลผลความผิดปกติเบื้องต้น หากพบอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ความดันสูงผิดปกติ หรือ ชีพจรเต้นผิดปกติ แพทย์เจ้าของไข้จะได้รับการแจ้งเตือนทันที จากนั้นแพทย์จะทำการโทรนัดคนไข้ให้มาตรวจดูอาการที่โรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที

นภัสรา อัศวเลิศศักดิ์ สาวน้อยนักศึกษาผู้พัฒนาระบบ ทีมไบโอเมด (Biomed14) คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ข้อดีของนวัตกรรมเมคก้า เป็นการนำเทคโนโลยีและวิศวกรรมมาเสริมสร้างสุขภาพและการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เพื่อคุณภาพชีวิตของคนไทยช่วยให้คนไข้สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันเวลา โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงกับตนเมื่อใด โดยเฉพาะคนไข้ที่พักอาศัยอยู่ต่างจังหวัด หรือในชุมชนห่างไกล หากนำนวัตกรรมนี้ไปใช้จะช่วยอำนวยความสะดวกได้ดียิ่งขึ้น เป็นการประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโรงพยาบาล รวมถึงช่วยลดปัญหาความแออัดในโรงพยาบาล และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในสถานะการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ ในอนาคตทางทีมจะพัฒนาให้ระบบสามารถประมวลผลด้าน Image Processing ได้แก่ สีหน้า ท่าทาง ซึ่งหลายโรคจะแสดงอาการออกมาได้อีกด้วย

 

พลังสร้างสรรค์นวัตกรรมของคนรุ่นใหม่...ร่วมขับเคลื่อนความก้าวหน้าของวงการสุขภาพและการแพทย์ของไทยอย่างไม่หยุดนิ่ง

 

 

 

________________

PR AGENCY:  บ.เบรนเอเซีย คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (BrainAsia Communication)

TEL :  ประภาพรรณ 081-899-3599, สุวพัชร 086-341-6567,  E-mail: Brainasia@hotmail.com , www.brainasia.co.th

 

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน