*/
  • ลาดพร้าวซอยสิบสอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : athammano@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2014-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 39446
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม 2563
Posted by ลาดพร้าวซอยสิบสอง , ผู้อ่าน : 416 , 10:12:58 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน แม่หมี โหวตเรื่องนี้

เรื่องราวความเอร็ดอร่อยตามรอยตะวันของลาดพร้าวซอยสิบสองนี้ อันที่จริงเขียนมานานแล้วเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสนำเสนอให้โลกรู้เสียที มาโมเม้นท์นี้ น่าจะเหมาะ เพราะยามโควิดร้ายมาเยือน เราต้องอยู่บ้านเพื่อชาติ เพื่อนพ้องน้องพี่น่าจะพอมีเวลาอ่านอะไรๆ ที่ย้าว ยาวได้เนอะคะ ถ้าอยากอ่านน่ะค่ะ เลยขอเอามาลงไว้ในบล็อกตัวเองเสียหน่อยค่ะ แวะผ่านไปผ่านมา อ่านวันละเล็กละน้อยเป็นกำลังใจให้ลาดพร้าวฯ ได้นะคะ...

สืบเนื่องมาจากความที่ลาดพร้าวฯ เป็นคนรักการเขียนสิ่งละอันพันละน้อยที่เป็นความสุขของชีวิต เลยเกิดมีความใฝ่ฝัน (ที่ไม่รู้ว่าจะใหญ่โตเกินความสามารถไปหรือเปล่า) ว่า อยากจะเขียนเรื่องราวเหมือนกับนักเขียนเก่งๆ กับเขาสักเรื่อง แล้วก็ฝันต่อไปอีกว่า อยากให้เรื่องที่เขียนนี้เป็นเรื่องราวที่ไม่ว่าใครหยิบมาอ่านต้องน้ำลายสอไปตามๆ กัน เพราะสิ่งที่ลาดพร้าวฯ คิดว่าเป็นความสุขที่สุดอย่างหนึ่งของชีวิต   คือ  เรื่องอาหารการกินทั้งคาวและหวาน

ตั้งแต่จำความได้นั้น ทุกช่วงเวลาของชีวิตล้วนมีความสุขกับการกินของอร่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ คงเป็นด้วยทุกคนที่แวดล้อมและเลี้ยงดูมาล้วนเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการกินอาหารดีๆ

อาหารดีๆ ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นอาหารที่แพงเสมอไป   อาหารธรรมดาๆ ที่ตั้งใจปรุงให้กิน ตั้งใจซื้อมาให้กิน หรือพาไปกินด้วยกันด้วยความรัก ล้วนนับว่าเป็นอาหารดีๆ ทั้งสิ้น และน่าแปลกอยู่อย่างหนึ่งที่ลาดพร้าวฯ เป็นคนจำเรื่องการกินได้ดีมากๆ เมื่อเด็กๆ เคยได้กินอะไร ที่ไหน ยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำตลอดเวลา

สำหรับลาดพร้าวฯ แล้ว การได้กินอาหารอร่อยๆ นับเป็นความสบายใจ ความบันเทิงมาตั้งแต่เด็กๆ     ยิ่งมากไปกว่านั้น บางครั้งการได้กินอาหารอร่อยๆ ถึงกับทำให้เกิดความปิติกันเลยทีเดียว

ในอาหารหลายๆ จานมันไม่ได้มีเพียงแค่ความเอร็ดอร่อยเท่านั้น มันยังมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจซุกซ่อนอยู่ด้วย นี่เองลาดพร้าวฯ จึงอยากจะเขียนเรื่องราวที่อร่อยจริงจังสักเรื่องที่พอใครได้เริ่มอ่านก็ต้องพลอยรู้สึกเอร็ดอร่อยไปตามๆ กัน แถมยังได้รู้จักกับอาหารแต่ละอย่างตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้ายเลยทีเดียว เหมือนกับลาดพร้าวฯ ที่ตั้งแต่จำความได้จนถึงทุกวันนี้ก็ได้กินแต่ของที่มันอร่อยเสียเหลือเกินในความรู้สึก (ยกเว้นอาหารโรงเรียนบางรายการ อาทิ แตงกวาผัดไข่ หัวไชเท้าผัดไข่ที่นึกจนถึงทุกวันนี้ว่า มันไม่น่าจะอร่อยได้เลย)

ถ้าเปรียบชีวิตคือการเดินทางแล้ว ทุกคนที่มีส่วนบนเส้นทางนี้ล้วนพาแวะรื่นรมย์กับความอร่อยรายทางมาโดยตลอด เริ่มจากคุณพ่อมักพาคุณแม่และลูกๆ ไปกินอาหารอร่อย เพราะคุณพ่อบอกว่า ตอนเด็กๆ ไม่เคยมีปัญญาที่จะได้กินอาหารดี ได้แค่กินพออยู่ เมื่อมีครอบครัวมีภรรยาและลูก เริ่มมีปัญญาที่จะกิน ก็อยากพาครอบครัวไปรื่นรมย์กับอาหาร ไม่อยากจะเสียโอกาสดีๆ ในชีวิต คุณพ่อก็ถือปฏิบัติเรื่อยมาตั้งแต่ลูกๆ ยังเล็กจนถึงปัจจุบัน แต่ตัวเองได้ฟังเรื่องการกินแบบกินพออยู่สมัยคุณพ่อยังเด็กก็ยังคิดว่า น่ากินไม่ใช่น้อย

คุณพ่อเล่าว่าสมัยเมื่อคุณพ่อยังเป็นเด็ก อาหารการกินในประเทศไทยยังมีน้อยมาก ห่างไกลจากความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายอย่างในปัจจุบัน เมื่อสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ใหม่ๆ ประมาณปี พ.ศ. 2488-2489 คุณพ่อไปเยี่ยมคุณทวดซึ่งอาศัยอยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดสงขลาไปประมาณ 5 กิโลเมตร พอดีเป็นเวลาอาหารกลางวัน อาหารคาววันนั้น คุณทวดตักข้าวใส่จานสังกะสีแล้วตักแกงเหลืองปลาราดให้ (จำไม่ได้ว่าเป็นปลาทะเลหรือปลาน้ำจืด) ส่วนของหวานก็ตักข้าวใส่จานสังกะสีอีกใบหนึ่งแล้วเอาน้ำตาลโตนดที่เคี่ยวจนข้นราดลงไป เป็นอาหารกลางวันที่คุณพ่อบอกว่า อิ่มหนำสำราญมีความสุขมากสำหรับเด็กชายอายุเพิ่งสิบกว่าขวบนิดหน่อย คิดว่า เพื่อนๆ อ่านแล้วน่าจะเห็นด้วยกับลาดพร้าวฯ ว่า ฟังแล้วน่ากินไม่ใช่น้อยเลย

ตอนเด็กๆ คุณพ่อเคยพาเราแม่ลูกสี่คนไปยืนเข้าคิวรอกินเป็ดย่างหมูแดงที่ร้านดาวน์ทาวน์ ราชดำริอาเขต จากนั้นก็จะได้กินสายไหมสีสวยๆ ฟูๆ เป็นขนมหวาน ในความรู้สึกตอนนั้นเจ้าเครื่องทำสายไหมที่ตั้งอยู่กลางลานที่ราชดำริอาเขตมันช่างแสนวิเศษเสียนี่กระไร แค่คุณคนขายเอาไม้ลงไปม้วนๆ พันๆ ก็ได้สายไหมอร่อยสวยหวานขึ้นมาแล้ว บางครั้งก็ได้ไปกินซาลาเปาญี่ปุ่นลูกสีน้ำตาลไส้ถั่วแดงที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างไดมารู จำได้ว่าเป็นซาลาเปาที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา พอคุณคนขายเปิดฝาลังถึง ควันร้อนๆ หอมๆ ก็กรุ่นไปทั่วบริเวณ แล้วเราก็ได้ซาลาเปานุ่มๆ หอมๆ ไส้ถั่วแดงเพียบมากิน ทุกวันนี้พยายามหาซาลาเปาเช่นนี้กินอีกก็หาไม่เจอเลย

นอกจากนี้คุณพ่อยังชอบพาเราแม่ลูกสี่คนไปกินเอสคาร์โกท์หรือหอยทากฝรั่งเศสนอนมาในเนยและกระเทียมที่อร่อยที่สุดที่ร้านอาหารฝรั่งเศส ลา คาฟ โรงแรมเอราวัณ  ไปกินบุฟเฟ่ท์มื้อกลางวันแบบอลังการน่าตื่นเต้นบนห้องเทียร่า ชั้นบนสุดของโรงแรมดุสิตธานี ไปกินที่ห้องอาหารแบบนั่งสบายๆ เสริฟอาหารฝรั่งง่ายๆ แต่อร่อย คือ ที่โรงแรมฟลอริดา ก่อนอาหารมีดินเนอร์โรลหรือขนมปังก้อนกลมๆ นุ่มๆ     เสริฟมากับเนยชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ส่วนอาหารจะเป็นซุปข้นและพอร์คชอพ

มีร้านอาหารอีกหลายร้านที่ไปทีไรเราจะสั่งรายการที่คิดว่าอร่อยที่สุดกินทุกครั้งไป เช่น ร้านเมโทรโปลิแตนที่จะต้องกินซุปหัวหอมแบบฝรั่งเศสที่ชีสยืด น้ำซุปกลมกล่อม ที่จนถึงทุกวันนี้คุณแม่ยังบอกว่าไม่มีซุปหอมที่ไหนอร่อยเท่าที่นี่อีกแล้ว ร้านอาหารมืดๆ มีนามบัตรติดเต็มข้างฝาไปหมดชื่อนิคนัมเบอร์วันจะต้องสั่งซุปมิเนสโตรเน่ (Minestrone) หรือแกงส้มฝรั่งมากินกัน แต่ถ้าเป็นร้านทูไวกิ้งส์ก็จะต้องสั่งไก่ทอดในตะกร้า เขาทอดไก่แบบข้างนอกเหลืองทองกรอบ เนื้อข้างในขาวนุ่ม แม้ว่าปัจจุบันร้านที่เอ่ยมาเหล่านี้ ยกเว้นห้องอาหารของโรงแรมฟลอริดา จะปิดบริการไปหมดแล้วทั้งสิ้น แต่ทุกความอร่อยยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ 

ส่วนคุณยายและคุณแม่เป็นคนที่ทำอาหารได้อร่อยมาก อันที่จริงคุณย่าก็ทำอาหารอร่อย แต่ทว่าเราอยู่ไกลกัน  คุณย่าอยู่ถึงสงขลาโน่น  ทำให้จะได้กินฝีมือคุณย่าเฉพาะปิดเทอมเท่านั้น คุณย่าจะนั่งรถไฟ หิ้วหม้อสีน้ำเงินใบใหญ่    ข้างในมีกุ้งหวานที่คุณย่าทำด้วยสูตรของคุณย่าเองอยู่เต็มหม้อ    คุณย่าใช้กุ้งแชบ๊วยตัวกำลังเหมาะที่จะกินได้ทั้งตัวไม่ต้องปอกเปลือก ใส่ในหม้อแล้วใส่น้ำตาล ใส่เกลือลงไปด้วยไม่อย่างนั้นรสชาติจะไม่เข้มข้น ใส่น้ำลงไปนิดหนึ่งด้วย นิดเดียวเท่านั้นเพราะเดี๋ยวก็จะมีน้ำจากกุ้งออกมา แล้วต้มอย่านานมากนัก เท่านี้เองคุณย่าก็ได้กุ้งหวานที่อร่อยที่สุดในโลก หวานกำลังดี มีเค็มเล็กๆ เคี้ยวหนึบๆ ได้ทั้งตัวใส่หม้อสีน้ำเงินมาฝากหลานๆ ที่กรุงเทพฯ แล้ว อาหารอีกอย่างที่เราชอบกินกันเวลาคุณย่ามาที่บ้านคือข้าวโปะด้วยไข่ดาวที่ทอดจนกรอบราดด้วยน้ำตาลปี๊บกับน้ำปลาที่คุณย่าเอามาละลายในกระทะจนเดือดปุดๆ   คุณพ่อบอกว่า  อาหารเมนูนี้เพิ่งมาได้ลิ้มรสที่กรุงเทพฯ เพราะสมัยเด็กๆ อยู่สงขลา ไข่แพงและที่บ้านไม่ค่อยมีเงิน คุณย่าเลยไม่เคยทำให้กิน

หันมาที่อาหารอร่อยฝีมือคุณยายกันบ้าง ไม่ใช่อะไรที่วิจิตรพิสดารอีกเช่นกัน เป็น ผัดถั่วฝักยาว ที่คุณยายก็ผัดเหมือนทั่วไป คือ ใส่กระเทียมลงไปเจียวพอเหลือง ใส่หมู ใส่ถั่วฝักยาว ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล แต่ออกมาเป็นผัดถั่วฝักยาวที่อร่อยจนหากินอีกเท่าไรก็หาไม่เจอ ถั่วฝักยาวของคุณยายจะสุกกำลังเหมาะมาก ไม่กรอบไป ไม่นุ่มไป รสชาติก็กลมกล่อม อาจเป็นเพราะคุณยายแอบใส่ความรักลงไปเวลาผัด อาหารฝีมือคุณยายอีกอย่างที่หลานทั้งสามคนชอบกินมากและยังชอบกินติดมาถึงทุกวันนี้ คือ ถั่วเขียวต้มน้ำตาล เป็นถั่วเขียวที่ต้มได้นุ่มลิ้น เม็ดถั่วจะบานนิดหน่อยแบบที่บ้านเราชอบ แต่ไม่ได้บานจนเกินงาม บ้านเราชอบกินเป็นของหวานหลังอาหารเย็นมาตั้งแต่ยังไม่มีการวิจัยว่า ถั่วเขียวมีประโยชน์มากมาย มีโปรตีนสูงเมื่อเทียบกับถั่วเมล็ดแห้งอื่นๆ มีวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามินบี 1 ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี 2 ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก แคลเซียมและฟอสฟอรัสที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก และธาตุเหล็กซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดง มากไปกว่านั้นยังมีใยอาหารช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดและลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่อีกด้วย แถมถั่วเขียวยังมีฤทธิ์เย็นช่วยแก้ร้อนในได้อีก โอ้โฮ! เรากินกันมาตั้งนานนม เพิ่งทราบว่ามีประโยชน์มากจริงๆ ยังมีพี่สาวที่สนิทกันเคยบอกไว้ว่า เวลากินห่านพะโล้แล้ว อย่าลืมกินถั่วเขียวต้มน้ำตาลด้วย เพราะสามารถช่วยล้างพิษห่านได้อีกด้วย แต่อันที่จริงห่านเป็นอะไรที่ไม่ชอบกินเท่าใดนัก     อาจเป็นเพราะเนื้อมันหยาบๆ สาบๆ     อีกอย่างสมัยเด็กๆ ดูหนังกำลังภายในของจีน เวลาขุนนางคนไหนทำผิดหรือทำอะไรขัดใจฮ่องเต้ พระองค์มักจะประทานห่านพิษมาให้ กินเข้าไปปุ๊บ ตายทันที(แต่นี่เป็นเรื่องของบู๊ลิ้ม ไม่น่าเป็นความจริงแต่ประการใด)

สำหรับคุณแม่นั้น (พูดแล้วจะหาว่าคุย) เป็นสุภาพสตรีที่ทำอาหารอร่อยทุกอย่างทั้งคาวและหวาน ขอเล่าถึงฝีมือของหวานก่อนเนื่องจากลูกๆ ทั้งสามคน    จนถึงทุกวันนี้    วัยปาเข้ามาป่านนี้    ยังละห้อยและโหยหาเค้กชอคโกแลตแข็งที่คุณแม่สมัยหนึ่งเมื่อพวกเรายังเด็กอยู่ชอบทำมาก เพราะคุณแม่ไปเรียนทำขนมกับคุณหญิงเล็กเจ้าของร้านอาหารกัลปพฤกษ์ (ในตอนนั้น ปัจจุบันท่านเป็นท่านผู้หญิง) สมัยนั้นเค้กที่เรากินกันทั่วไปมักมีหน้าเป็นครีมๆ แต่เค้กชอคโกแลตแข็งที่คุณแม่ทำตามที่ไปเรียนมานั้น เค้กชอคโกแลตก้อนกลมถูกห่อหุ้มไว้ด้วยชอคโกแลตแข็งที่เป็นส่วนผสมระหว่างโกโก้ นมคาร์เนชั่น น้ำตาล และเนย     ใช้มีดตัดทีดังกร๊อบ เคี้ยวทีเข้มข้นหวานมัน เหมือนกับเราได้กินเค้กชอคโกแลตนุ่มๆ คู่กับชอคโกแลตแท่งหวานมัน แถมเวลาทำพวกเรายังมีหน้าที่จัดการกับชอคโกแลตที่ติดอยู่ในหม้อและบนไม้พาย ซึ่งเป็นหน้าที่ที่เราเต็มใจและตั้งใจทำกันอย่างมาก เค้กที่คุณแม่ไปเรียนมาและชอบทำให้ลูกๆ กินเช่นกันอีกสองชนิด คือ เค้กราชปะแตน หรือ คอฟฟี่ เรซิ่น เค้ก ที่เวลาเคี้ยวเนื้อเค้กไปจะมีลูกเกดนุ่มๆ แซม ด้านหน้าเค้กจะหนึบๆ หวานๆ เป็นพิเศษด้วยน้ำตาลทรายแดง หอมกาแฟ  และเค้กอัพไซด์ดาวน์ เวลาทำเค้กชนิดนี้ ก่อนจะเทส่วนผสมของเค้กลงไปในพิมพ์ทรงกลม จะต้องเรียงสับปะรดและลูกเชอรี่ไว้ก้นพิมพ์ที่ทาเนยและโรยน้ำตาลไว้พร้อมก่อน พออบเค้กจนสุกแล้วคว่ำพิมพ์ลง ก้นเค้กที่เป็นผลไม้นั้นจะกลายเป็นหน้าเค้กสวยงามและอร่อย  ส่วนอาหารคาวฝีมือคุณแม่ที่ว่าอร่อยมากนั้น จะขอนำมาเล่าถึงในตอนต่อๆ ไป ตอนนี้อยากจะขอเล่าถึงอีกแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากกินของอร่อยๆ อยากเขียนเรื่องอร่อยๆ ก่อน

จำได้ว่าตอนเด็กชอบอ่านหนังสือไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้น นิยาย และพออ่านไปถึงส่วนที่เป็นอาหารการกิน จะต้องอ่านซ้ำเพราะมันน่ากิน อย่างเรื่อง สี่แผ่นดิน ของท่าน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ในตอนที่แม่แช่มแม่ของพลอยหอบหิ้วพลอยจากบ้านคลองบางหลวงเข้ามาอาศัยอยู่ในวังกับเสด็จและคุณสายวันแรก อาหารที่มีในห้องคุณสายนั้นชวนน้ำลายไหลตามแม่พลอยไปจริงๆ สิ่งที่เตือนให้พลอยรู้ตัวว่ายังไม่ได้กินข้าว ก็คือ ชั้นเตี้ยๆ ที่วางอยู่ชิดฝาด้านข้างประตู บนชั้นนั้นมีขวดโหลวางเรียงรายอยู่เป็นแถว ในขวดโหลนั้นใส่ข้าวตังกะทิบ้าง น้ำพริกเผาบ้าง หมูหยอง มะขามฉาบ ปลาแห้งผัดพริกกะเกลือ ฝอยทองกรอบ ขนมอะลัว และของอื่นๆ ที่น่าสนใจสำหรับเด็กอายุ 10 ขวบขนาดพลอยเป็นอันมาก...หรือจะเป็นตอนต่อมาที่ว่า พลอยมองดูของกินที่อยู่ในชามฝาสองชามนั้น แล้วก็ตกตะลึง ด้วยไม่เคยเห็นมาแต่ก่อนและไม่นึกว่าจะเป็นไปได้ ชามใบหนี่งนั้น ใส่ไข่แมงดาทะเล ซึ่งพลอยเคยเห็นแต่เขาแกงคั่วกับสับปะรด และชามอีกใบหนึ่งนั้น ใส่กุ้งตะเข็บซึ่งพลอยเคยเห็นเขาทำกุ้งเค็มหรือใช้ผัดใช้แกง แต่ไข่แมงดาทะเลและกุ้งที่เห็นในวังนี้ กลายเป็นของใหม่สำหรับพลอย เพราะทั้งสองอย่างนั้นเชื่อมน้ำตาล มีน้ำตาลจับจนแข็ง...ไข่แมงดาทะเลเชื่อมนั้นแน่นอนว่าไม่เคยได้ลิ้มรส แต่กุ้งเชื่อมน่าจะประมาณกุ้งเชื่อมในหม้อสีน้ำเงินของคุณย่า แม้นคุณย่าจะไม่ได้เชื่อมจนน้ำตาลจับจนแข็งก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีเรื่องสั้นชุด เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก ของคุณทิพย์วาณี สนิทวงศ์ฯ ที่ได้อ่านในนิตยสาร สตรีสาร ทุกเย็นวันจันทร์ หลังเลิกเรียน มีตอนหนึ่งชื่อว่า เจริญอาหาร ซึ่งเล่าถึงว่าคนสมัยก่อนไม่มีภัตตาคารให้ไปนั่งกินเปลี่ยนบรรยากาศจากการกินในบ้าน จึงมีการคิดเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้ซ้ำซากจำเจ อ่านไปก็เจริญอาหารตามไปจริงๆ บางครั้งลงเรือจ้างว่าให้แจวไปเรื่อยๆ ไปตามคลองต่างๆ ดูเรือผ่านไปมา เตรียมข้าวสวยร้อนๆ กับเครื่องจิ้มไป มีกระทงใบตองไปด้วย พบเรือคัดช้อนมา มีกุ้งก้ามกรามบ้างกุ้งนางบ้างอยู่ในกระชังที่พ่วงข้างเรือ ซื้อแล้วก็ให้ชาวเรือนั้นเผาให้จนตัวแดงสวย เด็กๆ ชอบกินก้ามกุ้งค่อยๆ แกะเนื้อออกกินได้นานดี จิ้มน้ำปลากินกับข้าว มีมันกุ้งด้วยยิ่งอร่อยมากขึ้น...

อันที่จริงยังมีอีกหลายเรื่องอยู่เหมือนกันที่บรรยายมื้ออาหารได้น่ากินจับใจ แต่จะยกไปเรื่อยๆ คงยาวโดยใช่เหตุ ขอยกเรื่องสุดท้ายที่ชอบที่สุด ประทับใจที่สุด และเป็นแรงบันดาลใจอย่างที่สุด คือ เรื่อง ฆาตกรรมจากก้นครัว ของท่าน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เพราะอ่านเรื่องนี้ทีไรต้องกลืนน้ำลายไปกับคำให้การของคุณนายองุ่นที่ให้ต่อนายพันตำรวจโทหลวงกำจัดโจรภัยทุกครั้งไป เช่น เช้าขึ้นมาก็ใช้อาหารเบาแต่มีประโยชน์ ไข่ลวกแต่พอดีบ้าง ไข่ดาวทอดให้เต็มจานน่ารับประทาน ไม่สุกไม่ดิบเกินไป บางทีก็ไข่เจียวแบบฝรั่งใส่ไส้เซี่ยงจี๊บ้าง เป็ดบ้าง ไก่บ้าง แล้วก็ต้องมีนมสด มีขนมปัง กาแฟพร้อม ถ้าเห็นจะเบื่อ ดิฉันก็พลิกแพลงไปเป็นไข่ไก่ผิงไฟแบบไทยๆ พอเป็นยางมะตูมก็ใส่น้ำปลา ซอยหอมใส่โรยพริกไทยมากๆ ทานกับข้าวตุ๋นร้อนๆ เอากำลัง...เห็นไหมว่า เรื่องอาหารอร่อยนั้น แค่ได้อ่าน ก็มีความสุขแบบน้ำลายสอเสียจนยากจะบรรยายแล้ว

ทั้งหมดทั้งปวงที่เกริ่นมาแบบยาวข้างต้นนี่เอง เป็นที่มาของเรื่องราวความเอร็ดอร่อยตามรอยตะวันที่อยากจะชวนเพื่อนพ้องน้องพี่อ่านไปอร่อยตามกันไปตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย ตั้งแต่มื้อเช้าไปถึงมื้อสาย มื้อบ่าย และมื้อเย็น แล้วยังตามรอยตะวันหมุนข้ามไปอร่อยตามแต่ละมุมของโลกอีกด้วย ไปกันค่ะ...


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 01/04/2020 เวลา : 18.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

@แม่หมี​ ขอบคุณมากมากค่ะ​ ❤️❤️

ความคิดเห็นที่ 3 ลาดพร้าวซอยสิบสอง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 01/04/2020 เวลา : 15.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเพลินเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 31/03/2020 เวลา : 17.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

@จิตราภรณ์​ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ❤️❤️

ความคิดเห็นที่ 1 ลาดพร้าวซอยสิบสอง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
จิตราภรณ์ วันที่ : 31/03/2020 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jitrapon
ครั้นว่าได้ฮัก.....ฮักแล้วบ่ขืน....ครั้นว่าได้ลืน....บ่คืนออกได้....หมายถึง....รักแล้วรักเลย...ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด

อ่านไปยิ้มไปค่ะ
อ่านด้วยหิวด้วย
จะว่าไปแล้วกับข้าวของแม่อร่อยที่สุดในโลกจริง ๆ เลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน