*/
  • ลาดพร้าวซอยสิบสอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : athammano@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2014-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 44032
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
<< เมษายน 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2563
Posted by ลาดพร้าวซอยสิบสอง , ผู้อ่าน : 558 , 09:40:58 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน wullopp , Chaoying และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

อาหารเช้า อาหารมื้อสำคัญที่สุดของวัน ถึงกับมีคำพูดที่ว่า ควรกินอาหารเช้าอย่างพระราชา เนื่องจากร่างกายไม่ได้รับอาหารมาทั้งคืน เมื่อตื่นขึ้นมาและต้องออกไปทำงาน ก็ควรได้รับการบำรุงเต็มที่ก่อนจะได้มีแรง บ้านลาดพร้าวฯ ก็เป็นบ้านหนึ่งที่รักการกินอาหารเช้า (พูดราวกับไม่รักการกินมื้ออื่นๆ) เป็นอย่างยิ่ง แค่ได้ยินคำว่า อาหารเช้า ก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ความสดชื่น แต่ไม่ชอบการกินอาหารเช้าแบบไทยนิยมเท่าใดนัก อาหารเช้าแบบไทยนิยมที่ว่านี้ อาทิ ข้าวต้มเครื่อง โจ๊ก หรือต้มเลือดหมู ซึ่งเป็นของที่กินไม่เป็น ทั้งๆ ที่เวลาเห็นยกมาร้อนๆ หอมๆ ก็น่ากินดีอยู่ แต่ทำไมเวลากินไม่รู้สึกว่าอร่อยไม่ทราบ แต่ถ้าเป็นอาหารเช้าแบบไทยนิยมอีกประเภท คือ ปาท่องโก๋ทอดมาร้อนๆ ข้างนอกกรอบ ข้างในหนึบ ไม่อมน้ำมันนัก จิ้มนมข้นเยอะๆ อย่างนั้นชอบ ขนมครกหวาน มัน กรอบโรยหน้าด้วยต้นหอมซอย อย่างนั้นก็ชอบ แต่ถ้าชอบที่สุดล่ะก็ชอบอาหารเช้าแบบอเมริกันมันอลังการดี และอร่อยมากๆ ด้วย

มื้ออาหารเช้าที่บ้านเราไปกินกันมาและลงความเห็นว่าตื่นตาตื่นใจที่สุด คือ เมื่อครั้งเดินทางไปลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ครั้งนั้นเรามีโอกาสไปกินอาหารเช้าที่ห้องอาหารซิ้ลค์โร้ดของโรงแรม Vdara เราได้พบอาหารเช้าที่ไม่ใช่แค่อร่อยด้วยลิ้น อิ่มด้วยพุงอย่างเดียว แต่ยังอร่อยได้ด้วยการแค่มองเห็นอีกด้วย 

อาหารเช้าที่เราแต่ละคนเลือกกินประกอบไปด้วยเอ้ก เอ้ก เอ้ก อาหารเช้าจานเด็ดของซิ้ลค์โร้ด (Eggs, Eggs, Eggs Silk Road’s Signature Breakfast Dish) เป็นไข่ที่ปรุงมาในสามรูปแบบ คือ ไข่คน (Scrambled Eggs ไข่ใส่นมลงไปหน่อย ตีๆ แล้วเทลงไปในกระทะที่ใส่เนยไว้แล้ว คนๆ จนเหลืองสวย) บรรจุมาในเปลือกไข่สีขาว ปิดทับด้วยโฟมสีขาวฟูฟ่อง ไข่นกกระทาดาว (Fried Egg) ไข่ฟองเล็กๆ ทอดแบบไข่ดาว และไข่ดาวน้ำ (Poached Egg ทำโดยการเอาน้ำใส่หม้อ ต้มให้เดือด คนน้ำให้หมุนๆ หย่อนไข่ลงไป ไข่จะหมุนตามน้ำทำให้ไข่ขาวมาห่อไข่แดงเอาไว้ แล้วค่อยๆ ใช้ทัพพีมีรูเล็กๆ ช้อนขึ้นมา) ได้ไข่นุ่มๆ มาราดด้วยซอสครีม แล้วนำไข่ที่ปรุงทั้งสามรูปแบบนี้มาวางบนชิ้นเบคอนที่วางอยู่บนมันฝรั่งอีกที 

อาหารเช้าจานต่อไป เอ้ก เบเนดิกท์ (Eggs Benedict) ไข่ดาวน้ำสองฟองวางบนแคนาเดียนเบคอน ผักโขม และเค้กมันฝรั่ง ราดทับด้วยซอสฮอลันเดซที่ข้นมัน ตรงกลางระหว่างไข่สองฟองมีสลัดผักสดไว้ให้กินตัดความเลี่ยน เป็นอีกสไตล์หนึ่งของเอ้ก เบเนดิคท์ที่ทางร้านนี้ทำขึ้น หากเป็นเอ้ก เบเนดิคท์ตามปรกติจะวางบนแฮมหรือเบคอนที่วางอยู่บนอิงลิชมัฟฟินแล้วราดด้วยซอสฮอลันเดซ (Hollandaise sauce ซอสที่ทำจากไข่แดงตีกับเนยละลายปรุงรสด้วยน้ำมะนาว เกลือ พริกไทยนิดหน่อย

อาหารเช้าจานไข่ที่เอร็ดอร่อยจานต่อไป   คือ   กรูแยร์ชีสออมเลต  (Gruyere Cheese Omelette)  เป็นไข่เจียวฝรั่งที่ผสมไข่กับชีสกรูแยร์ (ชีสนมวัวของสวิสเซอร์แลนด์ เป็นชีสแข็ง สีเหลือง เวลาเก็บจนได้ที่แล้วจะมีรอยแตกเล็กๆ บนเนื้อชีส) แล้วทอดจนเหลืองอร่าม วางมากับสลัดผักสดและหอมใหญ่อบ

ยังมีอาหารเช้าที่ดูเป็นอาหารเช้าแบบพระราชามากไปกว่าที่เล่ามานี้อีก คือ สเต๊กเนื้อเทนเดอร์ลอยน์ (Morning Sliders Grilled Tenderloin) มาในรูปของแฮมเบอร์เกอร์เล็กๆ 3 ชิ้นวางเรียงกัน แฮมเบอร์เกอร์ชิ้นซ้ายสุดและขวาสุดสอดไส้ไว้ด้วยสเต๊กเนื้อเทนเดอร์ลอยน์ (เนื้อสันใน) ส่วนแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นกลางสอดไส้เบคอน เชดดาร์ชีส (ชีสนมวัวของอังกฤษ เป็นชีสแบบแข็ง สีเหลืองอ่อนจนเกือบขาว แต่บางครั้งมีสีเหลืองไปทางส้มถ้ามีการใส่เครื่องเทศลงไป) และไข่ดาวฟองเล็กๆ 

นอกจากนี้ มีอาหารเช้าที่เบาลงไปหน่อย คือ ไม่มีไข่และเนื้อสัตว์แต่อร่อยไม่น้อยหน้าจานไข่และเนื้อที่กล่าวมาแล้ว จานแรก คือ เฟรนช์โทสต์ (Crispy French Toast Caramelized Apples, Cinnamon, Custard & Cider Reduction) เป็นเฟรนช์โทสต์ที่เสริฟมาได้สวยงามที่สุดเท่าที่เคยพบมา   เฟรนช์โทสต์ชิ้นกลม 4 ชิ้นเรียงซ้อนชิ้นกันเป็นแถวยาวบนจาน ราดด้วยครีมที่ทำจากไซเดอร์และคัสตาร์ด โรยผงซินนามอน จากนั้นวางแอปเปิ้ลเชื่อมด้านบน ที่สำคัญเป็นเฟรนช์โทสต์ที่ทอดได้ด้านนอกกรอบมากและด้านในยังนุ่มนวล หวานมัน เฟรนช์โทสต์นั้นคล้ายขนมปังชุบไข่ทอดบ้านเรา แต่ของเขาในไข่ที่นำมาชุบขนมปังมีส่วนผสมของครีมหรือนมเพิ่มลงไปด้วย 

อาหารเช้าจานสุดท้ายที่ร้านอันน่าตื่นตาตื่นใจแห่งนี้ที่อยากจะเล่าถึง คือ แพนเค้ก (Blueburry & Ricotta Pancakes) แพนเค้กชิ้นกลมโตฟูนุ่มวางมาพร้อมบลูเบอรี่สดสีน้ำเงินเข้มวางรายรอบ โรยหน้าด้วยไอซิ่งพร้อมกับมีเนยผสมน้ำผึ้ง รังผึ้งกับครีม และไซรัปรสออเร้นจ์บลอสซั่มเสริฟมาให้เลือกกินกับแพนเค้ก 

ที่เล่ามานี้เป็นอาหารเช้าแบบอเมริกันที่อเมริกาก็จริงแต่ก็ยังไม่ใช่อาหารเช้าแบบอเมริกันแท้ๆ ที่อเมริกันชนนิยมกินกัน ซึ่งเราจะหากินได้ตามร้านทั่วไป อย่างแครกเกอร์ แอนด์ บาร์เรล (Cracker and Barrel) เดนนี่ส์ (Denny’s) หรืออีกหลายๆ ร้านสไตล์นี้   ถ้าเป็นอาหารเช้าแบบอเมริกันแท้ๆ ที่ว่า   มักจะมีบัทเทอร์มิ้ลค์บิสกิตราดน้ำเกรวี่ขาวๆ ข้นๆ ที่มีส่วนผสมของไส้กรอกสับหยาบๆ ผสมอยู่ เสริฟมาคู่ด้วย โดยบัทเทอร์มิ้ลค์ (Buttermilk) ก็คือนมเปรี้ยวนั่นเอง เป็นของเหลวส่วนที่เหลืออยู่หลังการปั่นนมทำเป็นเนย เขาจะนำบัทเทอร์มิ้ลค์นี่มาผสมกับแป้ง เบคกิ้งพาวเดอร์ เบคกิ้งโซดา เกลือและเนยแล้วนำไปอบออกมาเป็นบิสกิตชิ้นกลมฟู เรียกว่า บัทเทอร์มิ้ลค์บิสกิตกินกับน้ำเกรวี่สีขาวข้น รสชาติเค็มๆ มันๆ ถือว่าเป็นอาหารเช้าสุดคลาสสิคเลยทีเดียว เด็กหอที่อเมริกาทุกคนน่าจะเคยกินอาหารเช้าเช่นนี้กันทั้งนั้น

ขอยกตัวอย่างว่าที่ร้านแครกเกอร์แอนด์บาร์เรลเสริฟบัทเทอร์มิ้ลค์บิสกิตราดน้ำเกรวี่กับอะไรบ้างเพื่อให้เห็นภาพว่ากินอาหารเช้าแบบอเมริกันจริงๆ นั้นอลังการเพียงใด           Old Timer’s Breakfast เสริฟบัทเทอร์มิ้ลค์บิสกิตราดน้ำเกรวี่กับไข่สองฟองปรุงตามสั่ง แอ๊ปเปิ้ลทอดหรือมันฝรั่งและไส้กรอกแบบแผ่นรมควัน เบคอน ไส้กรอกไก่งวง Grandpa’s Country Fried Breakfast เสริฟบัทเทอร์มิ้ลค์บิสกิตราดน้ำเกรวี่กับไข่สองฟองปรุงตามสั่ง แอ๊ปเปิ้ลทอดหรือมันฝรั่ง และไก่ทอดหรือสเต๊กเนื้อทอดแบบคันทรี่ The Craker Barrel Country Boy Breakfast เสริฟอลังการขึ้นไปกว่านั้น นอกจากบัทเทอร์มิ้ลค์บิสกิตราดน้ำเกรวี่แล้วยังมีไข่สามฟองปรุงตามสั่ง แฮมหรือพอร์คชอพหรือสเต๊ก แอ๊ปเปิ้ลทอดหรือมันฝรั่ง คาดว่าถ้ากินอาหารเช้าเช่นนี้ คงจะไม่ต้องไปทำอะไรต่ออีกแล้ว คงจะจุกจนเดินไม่ไหว 

แต่การกินอาหารเช้าที่สมาชิกของบ้านเราคิดว่ารื่นรมย์ที่สุดนั้น ควรต้องเป็นการกินอาหารเช้าอร่อยๆ ในบรรยากาศแบบสบายๆ กินกับคนที่เรารัก กินไปคุยไป แบบผ่อนคลาย ไม่ต้องเร่งรีบ มื้อเช้าในแบบที่ว่านี้ที่ผู้เขียนคิดว่าสมบูรณ์แบบที่สุด คือ มื้อเช้าบนเรือสำราญคริสตัล ซีรีนิตี้ (Crystal Serenity Cruise) ลองคิดภาพยามลืมตาขึ้นมาในเรือสำราญที่แล่นเอื่อยๆ อยู่กลางทะเลสีน้ำเงินเข้ม แสงแดดใสส่องประกายกับผืนน้ำ อาบน้ำ แต่งตัวสบายๆ แล้วมานั่งรวมกันในครอบครัวที่โต๊ะอาหาร จิบกาแฟหอมๆ บ้าง ชอคโกแลตร้อนบ้าง หรือจะเป็นนมหรือน้ำผลไม้คั้นสดๆ ตามอัธยาศัย ระหว่างรออาหารเช้ามาเสริฟ 

อาหารเช้านั้นจะมีตั้งแต่แพนเค้กราดซอสราสพ์เบอรี่มีครีมสดวางมาด้านบนเสริฟพร้อมกับลูก เบอร์รี่สีแดง น้ำเงิน ดำสวยงาม เฟรนช์โทสต์ราดน้ำผึ้งพร้อมลูกเบอร์รี่หลากสี อาหารจานไข่ที่มีให้เลือกกินทุกรูปแบบทั้งไข่ดาว (Fried egg) ไข่คน (scrambled eggs) ไข่เจียวฝรั่ง (omelette) ไข่ทอดในน้ำ (poached egg) หรือแม้กระทั่งไข่ต้ม (boiled egg) เสริฟมากับไส้กรอก เบคอน แฮมชิ้นหนาๆ หรือว่าคอร์นบีฟ (เนื้อแช่เกลือ) ได้ค้นพบว่า คอร์นบีฟนี้นำมาผัดกับมันฝรั่งชิ้นเล็กๆ จิ๋วๆ พอหอมแล้วเอาไข่ดาวที่ทอดแบบเป็นยางมะตูมวางข้างบน เวลากินตัดให้ยางมะตูมผสมกับคอร์นบีฟ อร่อยมาก เค็มๆ มันๆ หนึ่งในมื้อเช้าที่ไม่ควรพลาดเลยคือลูกมะเดื่อคอมโพท การคอมโพท (compote) คือ การเชื่อมแต่ไม่เชื่อมให้หวานมากนัก  หวานปะแล่มๆ เท่านั้น ยังคงรสชาติของผลไม้นั้นอย่างเต็มที่ ที่ว่าไม่ควรพลาดลูกมะเดื่อคอมโพทยามกินมื้อเช้าบนเรือลำนี้เพราะลูกมะเดื่อลูกอวบอ้วน เชื่อมมาได้แบบกำลังพอดี เนื้อลูกมะเดื่อนุ่มนวลแต่ไม่เละ มีเม็ดกรุบๆ ด้านใน หากินไม่ค่อยได้ในบ้านเรา

ก่อนจบเรื่องอาหารเช้าบนเรือสำราญขอเล่าถึงอาหารเช้าสองอย่างที่เป็นอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพทั้งคู่และวิธีการปรุงใกล้เคียงกันมาก แต่รสสัมผัสแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในความรู้สึกของตัวเอง คือโอ๊ตมีล(Oatmeal) และวีทเจิร์ม (Wheat Germ) โอ๊ตมีลคือข้าวโอ๊ตที่เอาไปต้มกับนม คนจนข้าวโอ๊ตสุก จะได้ข้าวโอ๊ตที่นุ่ม มัน หนึบๆ มีประโยชน์มากมาย เช่น มีโปรตีน ไฟเบอร์ และวิตามินสูง มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่สำคัญอร่อย  ส่วนวีทเจิร์มหรือจมูกข้าวสาลีที่ว่ากันว่าเป็นยอดอาหารเพื่อสุขภาพ มีทั้งโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ เวลาปรุงน่าจะทำเหมือนข้าวโอ๊ตคือนำไปกวนกับนม แต่ไม่อร่อยเหมือนข้าวโอ๊ตเพราะจมูกข้าวสาลีจะเอามากินได้ต้องบดจนละเอียดไม่สามารถกินเป็นเม็ดแบบข้าวโอ๊ต ทำให้เวลากินรู้สึกว่าเหมือนกินโจ๊กที่ตัวเองไม่ชอบทุกครั้งไป

เล่าต่อถึงอาหารเช้าอีกรูปแบบที่ค่อนข้างจะเป็นอาหารเช้าแบบคึกคัก คือ ติ่มซำ ครั้งไปเที่ยว   กวางเจา  ประเทศจีน  คุณหัวหน้าทัวร์เล่าให้ฟังว่า  คนสูงอายุที่กวางเจา กินติ่มซำยามเช้ากันตั้งแต่หกโมงเช้าแล้วนั่งไปเรื่อยๆ ถึงสิบเอ็ดโมง โดยมีอุปกรณ์คือขนมจีบ 2 ลูก ชา 1 กา และหนังสือพิมพ์ 1 ฉบับ คุยกันไป อ่านเจอข่าวอะไรในหนังสือพิมพ์ก็คุยกันโหวกเหวกทีเดียว ไม่ใช่แค่ที่เมืองจีนเท่านั้นที่นิยมของนึ่งชิ้นพอดีคำในเข่งเป็นอาหารเช้า แถวทางใต้ของเราไม่ว่าจะเป็นตรัง พัทลุง สงขลา ก็นิยมกินเป็นอาหารเช้าเช่นกัน โดยจะเรียกว่า แต่เตี๊ยม ที่เรียกเช่นนี้ไม่เรียกว่า ติ่มซำ เพราะร้านแต่เตี๊ยมจะขายแต่ของนึ่งเรียงรายกันควันฉุยอย่างเดียว ใครมากินในร้านนี้ก็สั่งได้แต่แต่เตี๊ยมกินกันไปจนอิ่มเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นร้านติ่มซำ จะมีรายการอาหารอื่นๆ ขายด้วย ติ่มซำเป็นของกินเล่นเท่านั้น ไม่ได้กินจนอิ่ม ของในเข่งประเภทใดที่ติ่มซำมี แต่เตี๊ยมก็มีด้วย ไม่ว่าจะเป็นซาลาเปา ฮะเก๋า ขนมจีบ แต่แต่เตี๊ยมจะเป็นของนึ่งทั้งหมด ไม่เคยมีของทอดอย่างเปาะเปี๊ยะทอด เผือกทอด ขนมผักกาดทอดในแต่เตี๊ยม ซึ่งแต่เตี๊ยมในความคิดของผู้เขียนเป็นเสน่ห์การกินอาหารเช้าของคนทางภาคใต้เลยทีเดียว

แต่อาหารเช้าเหล่านี้ไม่ใช่อาหารเช้าที่กินในชีวิตประจำวันปรกติ เป็นอาหารเช้าพิเศษๆ ในยามเดินทางท่องเที่ยวเท่านั้น ถ้าในวันทำงานหรือวันอยู่บ้าน แค่ขนมครก ขนมปังปิ้ง ปาท่องโก๋ ก็สุดยอดแล้ว เมื่อครั้งยังทำงานประจำอยู่ หน้าตึกที่ทำงานมีรถกระบะเปิดท้ายขายอาหารสองเจ้าที่ยึดเป็นเจ้าประจำในการกินอาหารเช้ากับน้องที่ทำงานที่สนิทกัน โดยเรายึดหลักการกินอาหารเช้าแบบพระราชาโดยเคร่งครัด เริ่มที่ข้าวหมูแดงพิเศษ ใส่หมูกรอบ กุนเชียง ไข่เต็มฟองที่รถกระบะคันหนึ่งก่อน แล้วต่อด้วยเส้นหมี่แห้งไก่ชามโตที่รถกระบะอีกคันหนึ่ง มานั่งคิดถึงในวันนี้ยังทึ่งตัวเองว่ากินเข้าไปได้อย่างไร ไม่รู้จักจุกบ้างหรือไร แต่ก็เป็นความทรงจำที่ดีดีที่ครั้งหนึ่งในชีวิตมีความสามารถในการกินได้มากเพียงนั้น

เรื่องราวความเอร็ดอร่อยของมื้อเช้าคงจะไม่สมบูรณ์เป็นแน่ถ้ายังไม่ได้เอ่ยถึงของอร่อยยามเช้าอีกอย่างที่เวลาพูดถึงจะคิดถึงคุณยาย เพราะเป็นของโปรดของยายที่ต้องกินกับกาแฟทุกเช้านั่นคือ ขนมปังปิ้ง ซึ่งก็เป็นขนมปังแผ่นธรรมดาปิ้งแล้วเอามาจุ่มกาแฟกิน ส่งผลให้ตัวเองเป็นคนชอบกินขนมปังตามคุณยายไปด้วย แค่ขนมปังแผ่นธรรมดาปิ้งจุ่มกาแฟแบบนี้ก็มีความสุขแล้ว หรือจะเป็นทาเนยทาแยม หรือว่าทาน้ำพริกเผาก็อร่อยขึ้นไปอีก แต่พอเวลาผ่านไปก็ชักเพิ่มความชอบขนมปังจากแค่ขนมปังแผ่นธรรมดาไปจนกระทั่งถึงขนมปังแบบต่างๆ ที่มีหลากหลายมากๆ

เริ่มจาก บริออช (Brioche) ที่เลือกกินขนมปังชนิดนี้ครั้งแรกก็ด้วยรูปร่างที่แปลกดีของมัน มีจุกกลมๆ บนหัวขนมปัง เมื่อมาค้นคว้าดูถึงได้รู้ว่านี่เป็นบริออชชนิดหนึ่งเรียกว่า Brioche a tete (tete เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า หัว) จะอบขนมปังที่มีส่วนผสมของยีสต์ เนย ไข่ นมและน้ำตาลนิดหน่อย แต่เนยมากหน่อยประมาณแป้งครึ่งเนยครึ่งกันเลยทีเดียว เป็นผลให้ขนมปังชนิดนี้มันมาก เนื้อขนมปังนุ่มแต่ไม่เนียน เป็นเนื้อร่วนนิดๆ

ขนมปังที่ชอบชนิดต่อไป คือ ครัวซองท์ (Croissant) ที่เริ่มชอบครั้งแรกครั้งไปเรียนที่สมาคมฝรั่งเศส ถนนสาทรใต้ ที่นี่เมื่อครั้งโน้นมีครัวซองท์ไส้ชอคโกแลตอร่อยมากๆ แต่มีคนบอกว่าครัวซองท์ไส้คลาสสิคที่สุดคือครัวซองท์อัลมอนด์ อันที่จริงครัวซองท์เปล่าๆ ไม่ใส่ไส้อะไรเลย ขอแค่หอมและมันเนย ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่ม อบร้อนๆ กินกับกาแฟก็อร่อยมากแล้ว ครัวซองท์นี่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1906 แล้วแต่มาเป็นที่นิยมกันมากในศตวรรษที่ 20

เบเกิล (Bagel) ก็เป็นขนมปังเนื้อหนึบเหนียวอีกอย่างที่ชอบมาก เป็นขนมปังของยิวที่มีต้นกำเนิดมาจากทวีปยุโรปตอนกลาง และชาวยิวที่อาศัยอยู่แถบยุโรปตะวันออกที่อพยพไปยังอเมริกาและแคนาดาเป็นผู้นำเบเกิลเข้าไปเผยแพร่ และด้วยความที่นิวยอร์คและมอนทรีอัลเป็นที่ที่มีชาวยิวอาศัยอยู่จำนวนมากเลยทำให้สองเมืองนี้เป็นเมืองหลวงของเบเกิล วิธีกินเบเกิลที่ตัวเองชอบที่สุดคือทาด้วยครีมชีสมันๆ วางด้านบนด้วยสโมคแซลมอน บีบมะนาวลงไปบนแซลมอนนิดหนึ่ง ให้รสเปรี้ยวนิดๆ แทรกความเค็มของสโมคแซลมอนและความมันของครีมชีส

ขนมปังที่ชอบมากอย่างสุดท้ายที่ขอเล่าในที่นี้เสียด้วยเลย แม้นจะไม่ใช่ขนมปังที่นิยมกินเป็นอาหารเช้าก็ตาม คือ ฟอคคาเซีย (Focaccia) ขนมปังอิตาเลียนที่แรกเริ่มเดิมทีเป็นขนมปังแบนๆ มีส่วนผสมคือแป้ง น้ำ และเกลือ ด้วยส่วนผสมง่ายๆ ขนาดนี้ทำให้มันสามารถทำให้สุกด้วยที่ที่มีความร้อนชนิดใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเตาอบ แต่ในปัจจุบันมีการเพิ่มยีสต์เข้าไปในส่วนผสม รวมทั้งน้ำมันมะกอก สมุนไพร เบคอน ชีส มะเขือเทศแห้ง ลูกมะกอกทำให้ฟอคคาเซียเป็นขนมปังที่มีรสกลมกล่อมในตัว ไม่ต้องอาศัยเครื่องชูรสอื่นช่วยอีก บิกิน จิบไวน์ อร่อยแล้ว

เห็นด้วยไหมคะว่า ถ้าคนเราได้เริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าอร่อยๆ เช่นนี้ วันที่ตามมาทั้งวันน่าจะเป็นวันที่มีความสุขและเต็มไปด้วยพลังที่จะสามารถทำกิจการงานใดๆ ก็ตามให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี...     


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน