*/
  • ลาดพร้าวซอยสิบสอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : athammano@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2014-09-23
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 39469
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
<< เมษายน 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2563
Posted by ลาดพร้าวซอยสิบสอง , ผู้อ่าน : 410 , 10:33:01 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ของว่างที่กรอบๆ กินคู่กับของออกหวานๆ ที่ชอบกินกันทั้งบ้านอีกอย่างหนึ่ง คือ ข้าวตังเมี่ยงลาว เมี่ยงลาวที่ว่านี้จะมีลักษณะเป็นลูกกลมๆ เล็กๆ สีดำจากใบที่ใช้ห่อที่ว่ากันว่าเมื่อก่อนโน้นใช้ใบพลูหรือใบชาที่หมักและดองไว้จนมีรสเปรี้ยวมาห่อไส้ แต่ปัจจุบันใช้ใบผักกาดดองแทน วิธีทำนั้นคุณแม่ได้ช่วยสอบถามจากเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมศึกษาของคุณแม่ที่มีฝีมือในเรื่องการทำของว่างไทยโบราณหลายอย่าง คือ คุณสุมาลี อั๋นวงษ์ ได้ความว่า ส่วนผสมของไส้ที่นำมาห่อด้วยผักกาดดอง ประกอบด้วยหมูสับละเอียด กุ้งแห้งทอดสับหยาบ ถั่วลิสงคั่วบุบพอแตก กระเทียมเจียว หอมแดงซอยบางๆ ทอดพอเหลือง กากหมูเจียวใหม่ๆ สับหยาบๆ แต่ถ้าใครไม่นิยมกากหมูจะใช้เต้าหู้ทอดกรอบๆ แทนก็ได้ ขิงสับ น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำส้มมะขามเปียก เริ่มแรกให้นำน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำส้มมะขามเคี่ยวให้เหนียว จากนั้นใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงกวนจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียวและเหนียวพอจะปั้นเป็นก้อนได้ (ถ้าไม่เหนียวเติมแป้งมันนิดหน่อย) นำใบผักกาดดองไปล้างให้สะอาด เอาไปนาบกับกระทะ กลับไปกลับมา พรมน้ำกระเทียมดองนิดหน่อย (จะทำให้ใบผักกาดดองมีรสอร่อยขึ้น) แล้วนำมาห่อไส้ที่ทำเตรียมไว้ รสชาติจะออกคล้ายไส้ของสาคูไส้หมูแต่มีเปรี้ยวของใบผักกาดดองและน้ำส้มมะขามเปียกมาเสริม เวลากินกับข้าวตังที่ทอดจนฟูกรอบจะเข้ากันเป็นอย่างมาก ข้าวตังนี้นอกจากอร่อยเมื่อกินกับเมี่ยงลาวแล้ว กินกับหน้าตั้งที่เป็นส่วนผสมของเนื้อหมูบด เนื้อกุ้งสับ หัวกะทิ หอมแดง ถั่วลิสงป่น น้ำตาลปี๊บยังอร่อยมากอีกด้วย ถ้าเมื่อใดอยากจัดของว่างรับแขก เลี้ยงเพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งนั่งกินเองกับน้ำมะตูมเย็นๆ ยามบ่ายที่สนามหญ้าหน้าบ้าน วางข้าวตังไว้ในจาน แล้วมีเมี่ยงลาวข้างหนึ่ง หน้าตั้งในถ้วยอีกข้างหนึ่ง แค่นี้ก็น่าจะเป็นบ่ายที่มีความสุขมากมายแล้ว

เมื่อสักครู่บอกว่าคุณสุมาลีฯ เพื่อนคุณแม่ท่านนี้มีความสามารถในการทำของว่างไทยโบราณ อยากจะเล่าถึงของว่างอร่อยๆ  ฝีมือคุณสุมาลีฯ  อีกอย่าง คือ ข้าวเม่าหมี่ ข้าวเม่าหมี่นั้นสมัยนี้จะหากินที่อร่อยถึงเครื่องค่อนข้างหายาก เลยอยากจะเล่าถึงกรรมวิธีการทำอันค่อนข้างจะยุ่งยากไว้ ณ ที่นี้       โดยข้าวเม่าที่ใช้ต้องเป็นข้าวเม่าข้าวเหนียวและต้องเป็นข้าวเม่าออกใหม่จะหอม   คั่วไฟอ่อนๆ จนกรอบ   แล้วต้องมีกุ้งแห้งตัวเล็กๆ บางๆ ทอดแล้วบุบเสียหน่อยพอนิ่ม  ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดให้เหลือง หั่นเป็นชิ้นบางๆ ถั่วเขียวแช่น้ำแล้วนำไปนึ่งพอสุก ผึ่งให้แห้ง นำไปทอด ส่วนกระเทียมเจียวให้เหลืองแล้วช้อนขึ้นมาเฉพาะส่วนของกระเทียมเจียว พริกไทย รากผักชี และเต้าหู้แข็งหั่นชิ้นเล็กๆ ทอดกรอบ วิธีทำนำพริกไทย รากผักชี กระเทียมตำให้ละเอียด ผัดให้หอม แล้วเอากุ้งแห้งทอดลงมาคลุกให้เข้ากันดีแล้วตักขึ้นก่อน เอาน้ำมันใส่กระทะเล็กน้อย ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในกระทะ คลุกให้เข้ากัน ใส่ส่วนผสมของพริกไทย รากผักชี กระเทียมและกุ้งแห้งลงไป ใส่เกลือเล็กน้อย ใส่น้ำตาลทรายมากหน่อย คลุกเคล้าจนเข้ากันดีถึงจะได้ข้าวเม่าหมี่ที่อร่อย กินเพลิน

ของว่างที่ชอบกินไม่ได้จำกัดอยู่ที่กรุงเทพฯ เท่านั้น ยังชอบไปถึงที่จังหวัดสงขลา อันเป็นจังหวัดที่คุณพ่อเติบโตมาแล้วปัจจุบันก็ยังมีคุณอาอยู่ที่นั่น บนถนนนางงาม (ถนนสายวัฒนธรรมที่เทศบาลนครสงขลาปรับปรุงให้เป็นถนนน่าเดินที่เชิดหน้าชูตาของสงขลา เดิมชื่อถนนเก้าห้อง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2478 ที่มีการประกวดนางงามสงขลา ผู้ที่ได้รับตำแหน่งอยู่ที่นี่ เลยเปลี่ยนชื่อเป็นถนนนางงาม) มีขนมประจำถิ่นที่หากินได้ยากในกรุงเทพฯ ขายหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น ขนมขี้มอดที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าคั่วกับมะพร้าวขูด พอคั่วจนเหลืองกรอบแล้วเอาขึ้นมาเคล้าน้ำตาลทรายและเกลือนิดหน่อย สมัยก่อนจะใส่ไว้ในกรวยกระดาษ แต่ปัจจุบันใส่ถุงพลาสติคยาวๆ  เวลาจะทานตัดปลายถุง แล้วกรอกใส่ปาก หวาน มันอร่อยดี

และยังมีรถเข็นขายขนมค้างคาวหน้าโรงงิ้ว ขนมค้างคาวเป็นขนมโบราณของจังหวัดสงขลา ชิ้นสามเหลี่ยม ข้างนอกเป็นข้าวเหนียวนวดกับกะทิ ข้างในมีไส้กุ้งปรุงรสด้วยเกลือพริกไทย คุณแม่ค้าทอดได้แบบกรอบนอกนุ่มใน ถ้ากินกับกาแฟยามเช้าน่าจะสำราญมิใช่น้อย ว่ากันว่าขนมค้างคาวนี่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เลยทีเดียวเพราะมีการขนานนามขนมค้างคาวที่อร่อยมากๆ จนเหล่าชาววังพากันติดใจว่าต้องเป็นขนมค้างคาวเจ้าครอกทองอยู่ พระชายากรมพระราชวังบวรสถานพิมุขวังหลัง ข้าหลวงเจ้าฟ้าจันทวดีซึ่งเป็นพระราชธิดาสมเด็จพระบรมราชาธิราสที่ 3

กลับจากสงขลามาต่อกันที่ของว่างแบบจีนๆ ที่ชอบกินบ้าง จุ๋ยก้วย ขนมถ้วยจีนโบราณ ที่เป็นแป้งลักษณะเป็นถ้วยเล็กๆ สีขาว นึ่งมานุ่มๆ เวลาจะกินนำไส้ที่เป็นหัวไชโป๊วผัดกับกระเทียม น้ำตาลปี๊บมาวางบนตัวถ้วย ตักซีอิ้วหวานที่ผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อยให้มีรสเปรี้ยวคู่เหยาะลงไปด้านบนไส้ เท่านี้เอง อร่อยแล้ว ไม่แน่ใจว่าจุ๋ยก้วยจะมีขายที่ใดบ้าง แถวเยาวราชซึ่งเป็นย่านของคนจีนน่าจะมีขายอยู่เยอะ แต่ตัวเองส่วนใหญ่แล้วจะซื้อกินที่ร้านกัลปพฤกษ์ ถนนประมวล เพราะไปซื้อได้สะดวกหน่อย 

มีของว่างแบบจีนที่ชอบแล้ว ขอบอกว่ายังมีของว่างแบบแขกที่ชอบเหมือนกัน ขอเล่าต่อตรงนี้เลย บาเยีย เป็นของกินเล่นลูกกลมๆ พอดีคำ กรอบนอกนุ่มใน หอมเครื่องเทศที่ตัวเองมีความหลังอันน่ารักแทรกอยู่ในนี้ สมัยทำงานอยู่บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) นายคนแรกเป็นมุสลิมที่น่ารักมากๆ เวลามีเหตุให้ต้องทะเลาะกันเพราะตัวเองทำงานไม่ถูกแล้วนายดุ อาศัยความเป็นหญิงต้องมีน้ำตานิดหนึ่ง นายซึ่งเป็นชายที่น่ารักและขี้ตกใจคือเห็นน้ำตาหญิงไม่ได้ จะมีบาเยียมาให้กินในเช้าวันรุ่งขึ้นเสมอ และก็เป็นบาเยียที่อร่อยเสียจนอยากจะร้องไห้วันเว้นวันทีเดียว บาเยียนี่เป็นของว่างของมุสลิมที่ทำจากถั่วเขียวเลาะเปลือกบดหยาบ ยี่หร่าป่น เมล็ดผักชีป่น พริกไทยป่น ต้นหอมซอย แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า นอกจากนั้นยังมีน้ำ เกลือ น้ำตาลและผงขมิ้น เวลากินจิ้มน้ำจิ้มที่ทำจากน้ำมะขามเปียก น้ำตาลทราย พริกป่น และเกลือ ข้นๆ เหนียวๆ เปรี้ยวอมหวาน กินกับชานมแบบชาชักจะอร่อยและเข้ากันที่สุด  

ขอปิดท้ายความอร่อยยามตะวันบ่ายคล้อยด้วยของว่างยามบ่ายที่เรียกได้ว่าคลาสสิคที่สุดในโลกก็ว่าได้ นั่นคือ มื้อน้ำชายามบ่ายนั่นเอง มื้อน้ำชายามบ่ายเริ่มต้นขึ้นที่ประเทศอังกฤษ โดยคุณแอนนา รัสเซล ดัชเชสแห่งเบ๊ดฟอร์ด เป็นผู้คิดค้นการดื่มน้ำชายามบ่ายขึ้นมา เล่ากันว่า ในอังกฤษเมื่อต้น ค.ศ. 1800 ผู้คนกินอาหารกันวันละ 2 มื้อเท่านั้นเอง คือ มื้อเช้า และ มื้อค่ำ เกิดมีคุณดัชเชสท่านที่ว่ามานี้หิวระหว่างมื้ออาหาร (ก็มันห่างกันนานขนาดนั้น) เลยสั่งแม่บ้านว่า ช่วยเอาเค้กและชามาเสริฟให้ฉันตอนห้าโมงเย็นทีเถิด หิวท้องกิ่วแล้ว ปรากฎว่าพอได้กินเค้กกับชาตอนห้าโมงเย็นเท่านั้น ดัชเชสติดใจ สั่งมากินทุกวันนับจากนั้น แล้วยังชวนเพื่อนๆ มากินด้วย และกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติยอดนิยมสืบต่อกันมา

สำหรับขนมน้ำชานั้น ปัจจุบันมีหลากหลายแล้วแต่ร้านน้ำชาจะสร้างสรรค์  แต่อย่างไรก็ตาม ในความรู้สึกของผู้เขียนนั้นขนมน้ำชาที่ไม่ควรขาดเลย คือ สโคน (Scone) กับคล็อตเต็ดครีม (Clotted Cream) และแยมที่เวลากินต้องผ่าครึ่งกลางสโคนแล้วโปะด้วยคล็อตเต็ดครีมก่อนทาแยมทับ (บางสำนักว่าต้องเอาแยมลงก่อนแล้วค่อยโปะคล็อตเต็ดครีม) จากนั้นเอาสโคนอีกส่วนมาปิดทับ  คราวนี้ก็บรรจงหั่นส่งเข้าปาก  พร้อมจิบชา  อร่อยจนเข้าใจถึงจิตใจดัชเชส แอนนากันเลย นอกจากสโคนมักจะมีแซนด์วิชไส้ต่างๆ เสริฟมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นแซนด์วิชแตงกวา แซนด์วิชแฮมชีส แซนด์วิชทูน่า และอื่นๆ รวมไปถึงเค้กชิ้นเล็กๆ ทาร์ต และพาย

Maids of Honour เป็นขนมน้ำชาอีกอย่างที่เพิ่งมีโอกาสได้ลิ้มลองเมื่อไม่นานมานี้ ครั้งไปเที่ยวลอนดอน ประเทศอังกฤษ อร่อยสมที่มีตำนานเล่าขานมาว่า ขนมนี้อร่อยเหลือเกินอร่อยจนพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 เมื่อมาได้ชิมขนมชนิดนี้ครั้งมาหาคุณแอน โบลีนที่กำลังเอร็ดอร่อยกับขนมนี้อยู่ ทรงประทับใจขนาดที่ว่าให้คว้าสูตรมาจดแล้วเก็บล็อคไว้ในตู้เหล็ก ขนมมีลักษณะเหมือนทาร์ตไข่ แต่อร่อยกว่าด้วยแป้งพายบางกรอบที่หุ้มด้านนอก แล้วเนื้อขนมด้านในนุ่ม หวาน มัน กำลังเหมาะ และหอมมากๆ

ขนมกินกับน้ำชายามบ่ายที่ผู้เขียนชอบมากๆ อีกอย่าง คือ คีช (Quiche) บางคนกินเป็นอาหารกลางวันหรืออาหารเย็นเบาๆ กับสลัดผักสดก็มี ตัวเองว่ากินตอนบ่ายแก่ๆ แก้หิวได้ดีที่สุด แถมยังอร่อยอีกด้วย คีชเป็นพายเปิดหน้าที่มีไข่ นม เนยแข็งเป็นส่วนผสมยืนพื้น ส่วนส่วนผสมอื่นจะต่างกันไปตามแต่จะเป็นคีชอะไร อบออกมาแต่ละทีหอมฟุ้งจรุงจิตไปทั่วบ้านทั่วครัว  เป็นอาหารสุดคลาสสิคของฝรั่งเศส แต่ทว่ามีต้นกำเนิดที่เยอรมัน คำว่า คีช แปลว่า เค้ก มาจากภาษาเยอรมันว่า Kuchen ถึงได้ทำออกมาเป็นก้อนกลมเหมือนเค้กแล้วมาตัดทานเป็นชิ้นสามเหลี่ยมเหมือนเค้ก

ขอเล่าถึงคีชชนิดต่างๆ ไว้ ณ ที่นี้สัก 3 ชนิดหลักๆ คือ Quiche Lorraine ซึ่งจะใส่แฮมหรือเบคอน Quiche Florentine ใส่แฮมหรือเบคอนแล้วใส่ผักโขมหรือสปีแนชด้วย และ Quiche Provencal ใส่มะเขือเทศ หอมใหญ่ และมะกอก ถ้าสำหรับตัวเองแล้ว Quiche Lorraine จะเป็นคีชที่ชอบที่สุดทั้งมัน ทั้งหอม อันที่จริงยามบ่ายแก่ๆ การกินคีชกับโรเซ่เย็นๆ (Rose หรือ ไวน์สีชมพู เป็นไวน์ที่หมักโดยแช่เปลือกไว้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง เพราะถ้าทิ้งไว้นานกินนี้จะเป็นไวน์แดง ว่ากันว่าสมัยนี้มีวิธีทำที่ง่ายกว่านั้นคือเอาไวน์แดง ไวน์ขาวมาผสมกันอย่างละครึ่ง หรือเท่าไรก็ได้ตามแต่สีที่ต้องการ แต่ทว่าในฝรั่งเศสไม่ยอมให้ทำเช่นนี้)) สักแก้วหรือ สปาร์คกลิ้งไวน์เย็นๆ ซ่าๆ สักแก้ว (ไวน์ที่มีก๊าซ CO2 อยู่) น่าจะเป็นความรื่นรมย์อย่างยิ่งทีเดียว

เชื่อเหลือเกินว่า ผู้อ่านอ่านมาถึงตรงนี้คงจะคิดว่า ถ้าได้กินของว่างยามบ่ายหนักแน่นเช่นนี้ แทบจะลืมมื้อค่ำไปได้เลย แต่ไม่ได้นะคะ เพราะมื้อค่ำเป็นมื้อสำคัญที่ทั้งครอบครัวได้กินกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะฉะนั้น พักท้องนิดแล้วไปกินมื้อค่ำอันเอร็ดอร่อยกันค่ะ...


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน