• ทนายสิ่งแวดล้อม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thaisgwa@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-12
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 41918
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
ต่อต้านสภาวะโลกร้อน
ปัญหาโลกร้อนแก้ได้ถ้าทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจัง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thaisgwa
วันจันทร์ ที่ 4 มกราคม 2553
Posted by ทนายสิ่งแวดล้อม , ผู้อ่าน : 1891 , 08:30:09 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ปลดล็อคมาตรา 67 ที่มาบตาพุด...อย่าหวังง่ายแค่ทำ HIA

ศรีสุวรรณ  จรรยา

นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน

                ความสำเร็จของภาคประชาสังคมและภาคประชาชนในการใช้มาตรการทางกฎหมายบังคับให้รัฐบาลและผู้ประกอบการเอกชนหันมาให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพอนามัยของประชาชนตามเจตนารมณ์ของมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 โดยมีวิกฤตมาบตาพุดเป็นต้นแบบนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยังคงมีปัญหาอุปสรรคขวากหนามและแรงเสียดทานอีกมากมายที่ยังคงท้าทายและเผชิญกับแรงกดดันจากทุกภาคส่วน

วิกฤตครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสทองของสังคมที่จะนำไปสู่กระบวนการการยกระดับมาตรฐานการจัดกระบวนทรรศ์อุตสาหกรรมใหม่ของประเทศให้สามารถพัฒนาไปในทิศทางที่เหมาะสมและอยู่ร่วมกับชุมชนได้ในระยะยาว

แต่โอกาสทองอาจจะหลุดหายไปได้โดยง่ายเพราะรัฐบาลโดยหน่วยงานของรัฐร่วมกับผู้ประกอบการกำลังทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในห่วงปัจจุบัน หรืออีกนัยยะหนึ่งคือ การมีพฤติกรรมกวนน้ำให้ขุ่น

นั่นคือ ความพยายามแทรกแซงอำนาจศาลหรือกระบวนการยุติธรรม อย่างไม่เหมาะสม ด้วยการกดดันศาล ด้วยการนำเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อสารมวลชนอันเป็นเท็จ เช่น คำสั่งศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุดก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้เม็ดเงินการลงทุนหายไปกว่าหกแสนล้านบาท คนงานตกงานนับหมื่นคน ก๊าซหุงต้มจะแพงขึ้น ฯลฯ ทั้งที่ข้อมูลดังกล่าวเป็นการปั่นกระแส สร้างตัวเลข หาใช่ข้อเท็จจริงไม่ เพราะขัดหรือแย้งต่อข้อมูลที่ปรากฎในชั้นการไต่สวนของศาลก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

ปัดความรับผิดชอบกันง่าย ๆ แต่ให้ไปตกอยู่กับคำสั่งศาล ขณะที่รัฐบาลลอยตัวอยู่เหนือปัญหา

ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายผิด เหตุเพราะปล่อยให้ราชการเกียร์ว่างมีการละเว้นเพิกเฉยของหน่วยงานภาครัฐโดยเฉไฉไม่ยอมปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่กลับใช้อำนาจทางปกครอง คิดเองเออเองโดยมีคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นฉากบังหน้า โดยไม่แยแสต่อนโยบายของตนเองที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2551 ที่ส่วนใหญ่ระบุถึงกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียเป็นหลัก ในการตัดสินใจทางนโยบายและการกำหนดกฎเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ทางสังคม

ในขณะเดียวกันก็มีความพยายามที่จะช่วยผู้ประกอบการจนออกหน้าออกตา โดยละทิ้งความเสียหายของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งความเดือดร้อนของชาวบ้านที่เจ็บป่วยกันทั้งมาบตาพุดและบ้านฉางเอาไว้ด้านหลัง แต่กลับมากระตื้อรือล้นในการช่วยผู้ประกอบการทุกวิถีทางเพื่อทำคำร้องขอศาลอีกครั้งเพื่อให้ศาลแก้ไขคำสั่งหรือปลดล็อคโครงการอีกกว่า  19 หรือ 42 โครงการที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งระงับไว้จาก 64 โครงการ โดยสมอ้างว่าเป็นโครงการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับ 11 โครงการที่ศาลเคยอนุญาตให้ประกอบกิจกรรมต่อไปได้ เพราะเป็นโครงการที่ช่วยลดมลพิษ และขอให้ก่อสร้างไปก่อน เพราะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ฟังดูแล้วช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เพราะขัดแย้งกับความจริงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่มาบตาพุดมากที่สุด เพราะที่นั่นการก่อสร้างล้วนก่อให้เกิดปัญหามลพิษแทบทุกโครงการทั้งฝุ่นละออง เสียงดัง ชุมชนแออัดของแรงงานอพยพ เกิดขยะน้ำเสียโดยไม่มีมาตรการหรือแผนการรองรับ ข้อเท็จจริงเหล่านี้คิดว่าศาลปกครองไม่มีข้อมูลหรือมาตรฐานการพิจารณาหรือออกคำสั่งหรือเช่นไร

ขนาดมีเหตุแก๊สพิษรั่วซ้ำซ้อน ต้องหามชาวบ้านและคนงานเข้าโรงพยาบาลเป็นทิวแถว หน่วยงานของรัฐและผู้ประกอบการยังควาญหาต้นเหตุที่แพร่กระจายมลพิษยังไม่เจอเลย ยังคิดจะมาหลอกศาลว่าเป็นโครงการที่ไม่ก่อมลพิษอีกหรือ

ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าศาลปกครองสูงสุดได้ไต่สวนข้อมูลจากคู่กรณีและผู้ร้องสอดจนครบถ้วนกระบวนความแล้ว โดยได้ออกคำสั่งอันถือเป็นที่สุดในการคุ้มครองชั่วคราวแล้ว ด้วยการสั่งระงับโครงการหรือกิจกรรมดังกล่าวทั้งหมด เว้นแต่เป็นโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานอนุญาตก่อนวันที่รัฐธรรมนูญ 2550 ประกาศบังคับใช้ หรือจนกว่าจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสองให้ครบถ้วนเสียก่อน

คำสั่งระบุไว้อย่างชัดแจ้งเป็นมาตรการเชิงป้องกัน (Precautionary Approach) มากกว่าการไปแก้ไข เยียวยา หรือฟื้นฟู เพราะหากปล่อยให้ดำเนินการไปก่อนเมื่อเกิดปัญหาแล้วค่อยตามไปแก้ทีหลัง จะไม่สามารถจัดการปัญหาได้ตามระบบราชการไทยที่นิยมเช้าชามเย็นชาม

วันนี้ประตูทางออกทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตครั้งนี้ได้ คือ ต้องเร่งให้ผู้ประกอบการทั้งหมดปฏิบัติตามเงื่อนไขในมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ 2550 แล้วเท่านั้น โดยใช้เครื่องมือที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายที่มีฯพณฯอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานได้ร่วมกันหาข้อยุติและเสนอให้รัฐบาลนำไปประกาศบังคับใช้ เท่านั้น

แต่ขณะเดียวกันกลับมีความพยายามของผู้ประกอบการบางกลุ่มใช้กลเล่ห์เพทุบาย หรือการให้อามิสสินจ้างรางวัลเพื่อหลอกล่อให้ชาวบ้านผู้ฟ้องคดีผิดหลงจนลงชื่อถอนฟ้อง จึงเป็นความคิดที่ผิดพลาดทั้งที่รู้หรือแสร้งไม่รู้ว่าคดีนี้เป็นคดีเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่สามารถถอนฟ้องได้

คิดหรือว่าจ่ายเงินเพียง 1,200 บาทต่อคนจะสามารถพลิกกลับคดีนี้ได้ โดยที่ชาวบ้านส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าใครเป็นผู้สนับสนุนหรือตัวการที่แท้จริง เพราะอีกไม่นานความจริงก็จะปรากฎเอง เพราะคนที่ถอนฟ้องคดีและเครือญาติจะได้มีโอกาสไปสมัครงานทำงานอยู่กับกลุ่มบริษัทหรือผู้รับเหมาที่อยู่เบื้องหลังตามข้อตกลงหรือข้อสัญญาใจในที่สุด

ที่สำคัญขณะนี้เหตุดังกล่าวกลายเป็นชนวนนำไปสู่การตั้งกำแพงกั้นของชาวชุมชนบางส่วนที่เห็นพฤติกรรมความไม่ซื่อของผู้ประกอบการและทุนอุตสาหกรรมบางกลุ่มแล้ว และในที่สุดก็จะนำไปสู่การก่อหวอดคัดค้านการก่อสร้างหรือขยายโรงงานทั้งหมด โดยใช้มาตรการไม่ให้ฝ่าด่านการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) และกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียออกมาได้ รัฐบาลและผู้ประกอบการคิดว่าโรงงานทั้ง 64 โครงการจะผ่านด่านเหล่านั้นได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ

ในเมื่อรัฐบาลและผู้ประกอบการบางส่วนไม่มีความจริงใจในการที่จะปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ คิดแต่จะใช้เล่ห์กลแบบเก่า ๆ กับมือที่มองไม่เห็นทำลายความรู้สึกของชาวบ้าน ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าหลักเกณฑ์การจัดทำ HIA ที่มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมาซึ่งต้องบูรณาการร่วมกับการจัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ต้องผ่านขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชนถึง 3 ครั้ง คือ ครั้งแรกขั้นวางกรอบการจัดทำการประเมิน ครั้งที่สอง ขั้นการพิจารณารายงานที่จัดทำเสร็จแล้ว และครั้งที่สาม คือ ขั้นที่หน่วยงานอนุญาตต้องให้คณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นไปเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียอีกครั้ง

ทั้งนี้ไม่รวมเวทีขององค์การอิสระตามรัฐธรรมนูญ (คณะกรรมการ 4 ฝ่ายกำลังหาข้อยุติรูปแบบ) ที่จะสามารถไปดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนได้อีกไม่จำกัดจำนวนและเวลาอีกหลายครั้งเพื่อให้ตกผลึกทางความคิดในการจัดทำความเห็นเสนอหน่วยงานอนุมัติ/อนุญาต

ถึงวันนั้นอีก 10 เดือนข้างหน้า รัฐบาลและผู้ประกอบการคิดว่า 64 โรงงานจะผ่านได้สักกี่โรง และไม่ได้ผุดได้เกิดอีกกี่โรง โดยเฉพาะโรงงานที่ชาวบ้านรับรู้มานานแล้วว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่สะอาด เป็นโรงงานที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุด มีอัตราการแพร่กระจายสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และปล่อยสารพิษมากที่สุด โดยเฉพาะบริษัทหรือโรงงานที่มีแต่เล่ห์เหลี่ยมคิดไม่ซื่อกับชาวชุมชน ไม่เคยคิดปันผลกำไรเพื่อดูแลชุมชนสังคม

เชื่อได้เลยว่าอย่างน้อยต้องมีไม่ต่ำกว่า 20 โรงงานใน 64 โรงงานที่ต้องพับเสื่อกลับบ้าน เพราะ HIA ไม่ผ่าน ชาวบ้านและผู้มีส่วนได้เสียส่วนใหญ่คัดค้าน รวมทั้งองค์การอิสระอาจให้ความเห็นว่าไม่ควรอนุญาตให้ก่อสร้างหรือขยายได้อีกแล้วในพื้นที่มาบตาพุด-บ้านฉาง เพราะเป็นโรงงานก่อมลพิษ ขืนอนุญาตไปจะเติมให้มลพิษเต็มมากขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่ศักยภาพของพื้นที่ไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไปแล้ว (Over Carrying Capacity)

หากรัฐบาลและหน่วยงานอนุญาต ยังคิดดื้อดึงเข็ญใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการได้ ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านและผู้มีส่วนได้เสียส่วนใหญ่คัดค้าน เชื่อได้เลยว่า มหากาพย์ของความขัดแย้ง โดยการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน จะเกิดขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังมีอีกกว่า 181 โครงการทั่วประเทศที่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง

ถึงวันนั้น กว่าที่รัฐบาลและผู้ประกอบการจะคิดได้ ก็สายไปเสียแล้ว...

 

.....................................................................

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
กลุ่มพิทักษ์อากาศสดชื่น วันที่ : 26/01/2010 เวลา : 23.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/airfresh-society

ถามเฉยๆครับ ถ้ามี ผู้ป่วยอีกจำนวนมาก ต้องการจะเสนอฟ้องเพิ่ม !!!

หรือมีข้อมูลอื่นๆ ที่มีนัยสำคัญ จะเป็นข้อมูลใหม่เพิ่มเติมให้ศาล ได้หรือไม่ครับ เพราะทำไม โรงงานทำได้ ในการขอปลดล็อคต่างๆ ทั้งๆที่ยังไม่มีการทำให้ถูกต้องก่อน แต่อ้างแค่ว่ามีข้อมูลใหม่

กรณีอ้างว่า กม.ลูก ประกอบ รัฐธรรมนูญ ยังไม่เสร็จ เพราะนักการเมือง ยังไม่เลิกกัด กัน มาเป็นเวลา หลายปี แล้วขอให้ผ่านไปก่อน เห็นอย่างไร?

ขอความเห็นด้วย ครับ ผมอยู่มาบตาพุด !!!

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ทนายสิ่งแวดล้อม วันที่ : 09/01/2010 เวลา : 21.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaisgwa

ยินดีให้คำปรึกษา และช่วยเหลือทุกที่ทั่วประเทศครับ
โทร.๐๘๑-๙๒๐-๕๐๖๖

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

เรียนเชิญ..บล็อกเกอร์ทนายสิ่งแวดล้อม
"ร่วมเคลื่อน"และให้คำปรึกษา
..กรณีโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ(เขื่อน)แม่สอย
.
.
แม่สอย..อย่าร้องให้ฯ..โดยไทบ้าน
http://www.oknation.net/blog/thaibaan/2009/12/01/entry-1

ประตูระบายน้ำแม่สอย..สถานการณ์จากพื้นที่
โดยเดือนเต็มดวง
http://www.oknation.net/blog/dearntemdoung/2009/12/21/entry-1

จดหมายจากแม่สอยหมู่บ้านที่กำลังจะหายไป
โดยแพรจารุ
http://www.oknation.net/blog/parjaru/2009/11/30/entry-1

รายงาน : หรือ ‘แม่สอย’ กำลังถูกรัฐบาลอภิสิทธิ์-ไทยเข้มแข็งสอยสร้างประตูระบายน้ำ (1)ข่าวจากเว็บประชาไท
http://www.prachatai.com/journal/2009/11/26780

รายงาน : หรือ ‘แม่สอย’ กำลังถูกรัฐบาลอภิสิทธิ์-ไทยเข้มแข็งสอยสร้างประตูระบายน้ำ (จบ)
http://www.prachatai.com/journal/2009/12/26840

จดหมายเมืองหลวงถึงบ้านแม่สอยหมูบ้านที่กำลังจะหายไป ..โดยแพร จารุ
http://www.oknation.net/blog/parjaru/2009/12/02/entry-1

แม่สอย...อย่าร้องให้..ตอน2
http://www.oknation.net/blog/thaibaan/2009/12/03/entry-1

แม่สอยจมน้ำ โศกนาฎกรรมที่ยังไงก็ต้องเกิด (แล้วไงหละ) โดยปรัตยา
http://www.oknation.net/blog/chief-dan/2009/12/03/entry-1

รวมถึง ประมวลผลเหตุการณ์กรรมการสิทธิ์ลงพื้นที่สืบเนื่องจากโครงการประตูระบายน้ำแม่สอย1โดย Mrforever
http://www.oknation.net/blog/mrforever/2009/12/21/entry-1

และความคิดความเห็นอื่นๆความคืบหน้า
การยื่นหนังสือให้หน่วยงานต่างๆ
อีกมากครับจากตัวแทนผู้คัดค้านโครงการฯ
.
.

สวัสดีปีใหม่..กำลังใจเต็มเปี่ยม..
"พร้อมสู้"ปีเสือครับ
หวังว่าท่านคงร่วม"เดินทาง
ทั้งชี้แนะและปรึกษานะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พิราบเงา วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 08.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kenrama8

คำว่าสุดท้ายก็บัวแล้งน้ำนั้นใช้ได้เสมอครับ กับประเทศชาติของเราที่มีนักการเมืองที่คอยแต่ผลประโยชน์และคอรัปชั่นจนไม่ลืมหูลืมตาว่าโลกของเราประเทศชาติของเรา ประชาชนของเราจะเป็นอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 04/01/2010 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

การมีส่วนร่วม แต่ไม่ได้ร่วมครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน