• ทนายสิ่งแวดล้อม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thaisgwa@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-12
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 41932
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
ต่อต้านสภาวะโลกร้อน
ปัญหาโลกร้อนแก้ได้ถ้าทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจัง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thaisgwa
วันพฤหัสบดี ที่ 11 มีนาคม 2553
Posted by ทนายสิ่งแวดล้อม , ผู้อ่าน : 923 , 20:03:36 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

แถลงการณ์

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน

เรื่อง       เหตุผลในการฟ้องคดีมาบตาพุด ครั้งที่ ๒

.......................................................

                ตามที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่มาบตาพุด-บ้านฉาง จังหวัดระยองรวม ๓๕ รายร่วมดำเนินการยื่นฟ้องหน่วยงานภาครัฐ ๙ หน่วยงาน ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควรอีกครั้งเป็นครั้งที่ ๒ ในวันพุธที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ นี้ก็ด้วยเหตุผลสำคัญ ๕  ประการ ดังต่อไปนี้

                ๑)ด้วยเพราะชาวบ้านในพื้นที่มาบตาพุด-บ้านฉางและใกล้เคียง ได้ร้องเรียนมายังสมาคมฯ มาอย่างต่อเนื่องว่าได้รับผลกระทบและความเดือดร้อน อันเนื่องมาจากกิจกรรมของการก่อสร้างและการประกอบการโครงการหรือกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ทั้งใหม่และเก่าในพื้นที่มาบตาพุด-บ้านฉาง และใกล้เคียงในจังหวัดระยองมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ได้รับความเหลียวแลหรือดูแลเอาใจใส่จากเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างจริงใจ ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านพยายามบอกกล่าวและร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ให้เข้ามาดูแล แก้ไขแล้วแต่ก็ยังเพิกเฉย

          ๒)ด้วยเพราะตลอดระยะเวลาแห่งการเป็นคดีในชั้นศาลปกครอง และมีการตั้งคณะกรรมการ ๔ ฝ่ายที่มี ฯพณฯอานันท์ ปันยารชุน มาเป็นประธานเพื่อไก้ไขปัญหาตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ วรรคสอง พบว่ามีเหตุการณ์อุบัติภัยก๊าซรั่วแพร่กระจายในพื้นที่มาบตาพุด-บ้านฉางมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว และไม่มีทีท่าว่าหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบจะสามารถค้นหาแหล่งกำเนิดหรือตัวการที่ก่อให้เกิดปัญหาได้ หรือกระทำการลงโทษที่สาสมกับผู้กระทำผิดได้ รวมทั้งขาดความรับผิดชอบและเยียวยา ฟื้นฟูชาวบ้าน คนงานที่ได้รับผลกระทบอย่างจริงจังได้ไม่ ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลเฉยเมยต่อการแก้ไขปัญหาที่เป็นต้นเหตุของปัญหาอย่างแท้จริงปล่อยให้โรงงานเก่าหรือเดิมในพื้นที่มาบตาพุดที่มีกว่า ๑๑๗ โรงงานดำเนินการประกอบการต่อไปได้อย่างสบายใจ โดยไม่มีมาตรการอะไรออกมารองรับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้าน หรือสร้างความยำเกรงให้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการเดิมได้เลย ทั้งไม่เคยแยแสต่อกระแสสังคมและความเดือดร้อนของชาวบ้านด้วย

                ๓)ด้วยเพราะตั้งแต่สมาคมฯและชาวบ้านในพื้นที่มาบตาพุด-บ้านฉาง ๔๓ ราย ได้ฟ้องร้อง ๘ หน่วยงานภาครัฐให้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ วรรคสอง โดยบังคับให้ ๗๖ โรงงานในพื้นที่มาบตาพุด-บ้านฉางและใกล้เคียงปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ นั้น พบว่าตั้งแต่วันที่ฟ้องร้องมาจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ยังได้ให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ได้ให้ความเห็นชอบ EIA โครงการต่าง ๆ เพิ่มเติมอีกอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนใจเลยว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญกำหนดว่าอย่างไร ยังคงให้ความเห็นชอบ EIAโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่มาบตาพุดและใกล้เคียงใหม่อีกมากมาย

                ๔)เป็นการตอบโต้รัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้วยเพราะตลอดเวลาที่ศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งให้การคุ้มครองชั่วคราวชาวบ้านในพื้นที่มาบตาพุดและใกล้เคียงตามคำขอของสมาคมฯและชาวบ้าน โดยสั่งการให้หน่วยงานผู้ถูกฟ้องคดีสั่งการให้ผู้ประกอบการทั้ง ๗๖ และหรือ ๖๕ โรงงานตามลำดับ ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ วรรคสอง ให้ครบถ้วนเสียก่อนนั้น พบว่ารัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ ได้มีความพยายามขอปลดล็อคโครงการต่าง ๆ ดังกล่าวจากศาลให้เอกชนมาอย่างต่อเนื่อง ซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยการยืมมืออัยการซึ่งเป็นทนายของแผ่นดิน มาดำเนินการแก้ต่างให้ผู้ประกอบการเอกชนอย่างไม่ละอาย ทั้ง ๆ ที่อัยการกินเงินเดือนที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ ล่าสุดสามารถทำให้ศาลเห็นใจจนปลดล็อคได้อีก ๙ โครงการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลนั้น สมาคมฯถือว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะบังคับให้เอกชนเจ้าของโรงงานปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ สมาคมฯและชาวบ้านจึงตอบโต้ด้วยการฟ้องร้องหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องอีกครั้งพร้อมเสนอให้ศาลระงับโครงการใหม่ที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนเพิ่มอีก ๙ โรงงาน 

                ๕)ด้วยเพราะผู้ประกอบการเอกชนและตัวแทนของกลุ่มนายทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะหน่วยงานองค์กรเศรษฐกิจโพ้นทะเลของญี่ปุ่นนาม “เจโทร” พยายามเดินสายพบรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีของไทย เพื่อกดดัน บีบคั้นให้รัฐบาลไทยให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการของญี่ปุ่นในประเทศไทย สมาคมฯถือว่าเป็นการแทรกแซงและก้าวล่วงอำนาจของกระบวนการยุติธรรมของประทศไทยอย่างชัดแจ้ง  เป็นการลบหลู่ไม่ให้เกียรติเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไทยและคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างเปิดเผย หากพฤติการณ์ของเจโทรยังดำเนินการเช่นนี้อีกการฟ้องร้องรอบที่ ๓ จะตามมาและจะมุ่งเน้นแต่เฉพาะโครงการของผู้ประกอบการญี่ปุ่นเป็นหลักอย่างแน่นอน

          สมาคมฯหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ประกอบการอื่นทั่วประเทศกว่า ๑๘๑ โครงการที่ได้รับความเห็นชอบ EIA ไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน จะได้ย้อนกลับมาน้อมนำเอาเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๗ วรรคสอง มาปฏิบัติใช้โดยเร็ว รวมทั้งกลับไปพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๓/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๒ เสียให้ถ้วนถี่ เพราะไม่ว่าโครงการนั้น ๆ จะได้รับการประกาศหรือไม่ประกาศจากหน่วยงานภาครัฐว่าเป็นโครงการประเภทรุนแรงหรือไม่ ถ้าโครงการนั้น ๆ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพอนามัยของชาวบ้าน ๆ ก็มีสิทธิที่จะฟ้องร้องต่อศาลที่จะบังคับให้ผู้ประกอบการโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ทั่วประเทศเหล่านั้น ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๗ วรรคสอง ได้อยู่แล้ว ดังนั้นผู้ประกอบการทั้ง ๑๘๑ โครงการข้างต้นไม่ควรชะล่าใจ ควรที่จะเร่งรีบกลับไปดำเนินการจัดทำ HIA ใน EIA เพิ่มเติม จัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียโดยรอบโครงการ และให้องค์การอิสระให้ความเห็นประกอบเสีย หากยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการใด ๆ ผู้ประกอบการทั้งหลายคงจะทราบดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น...และเมื่อถึงวันนั้นกว่าจะกลับตัวได้...ก็อาจจะสายเสียแล้ว

 

จึงประกาศและแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

นายศรีสุวรรณ  จรรยา

นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน

๑๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓

๐๘๑-๙๒๐-๕๐๖๖





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
chronomist วันที่ : 11/03/2010 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy


ต้านมลพิษ เพื่อชีวิตชาวชุมชน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ก้อยนะคะ วันที่ : 11/03/2010 เวลา : 20.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/556644
เพราะรักแท้ไม่ได้มีแค่ครั้งเดียว

คนตกงานเต็มเลยค่ะ.จริงๆนะคะ(น่าสงสารพวกเขา)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน