• ทนายสิ่งแวดล้อม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thaisgwa@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-12
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 41933
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
ต่อต้านสภาวะโลกร้อน
ปัญหาโลกร้อนแก้ได้ถ้าทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจัง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thaisgwa
วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤษภาคม 2553
Posted by ทนายสิ่งแวดล้อม , ผู้อ่าน : 871 , 08:45:26 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กฎหมายการชุมนุมสาธารณะ...รัฐต้องทำประชามติ

จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบผ่าน "ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ...." เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ โดยอาศัยช่วงที่สังคมกำลังวิตกกังวลและเบื่อหน่ายการชุมนุมของคนเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อน้ำเงิน เสื้อขาว และเสื้อหลากสี โดยการฉกฉวยโอกาสภาวะเช่นนั้นมาดำเนินการผลักดันกฎหมายดังกล่าว เพื่อหวังใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมการใช้สิทธิการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างน่าละอาย

ประเทศไทยของเรามีกฎหมายหลายฉบับที่ใช้ควบคุม ดูแล การใช้สิทธิการชุมนุมของประชาชนเพื่อไม่ให้ละเมิดสิทธิบุคคลอื่น เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการจราจรทางบก กฎหมายเกี่ยวกับการใช้เครื่องขยายเสียง กฎหมายเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง รวมทั้งประมวลกฎหมายอาญาและแพ่ง ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุม ดูแล และบังคับลงโทษเอาได้กับผู้ที่ฝ่าฝืนหรือละเมิดสิทธิสาธารณะของบุคคลอื่นได้ แต่ที่ผ่านมากลับไม่มีการบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ ข้างต้นอย่างจริงจัง เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนเพิกเฉย หรือมีข้ออ้างต่าง ๆ นานา หรือแสร้งนิ่งเฉยต่อการบังคับใช้กฎหมาย กลายเป็นแตงโม กลายเป็นมะเขือเทศกันไปหมด โดยพยายามอ้างข้าง ๆ คู ๆ หลอกชาวบ้านที่ไม่ค่อยรู้ข้อกฎหมายว่า ไม่มีกฎหมายมาบังคับหรือจัดการผู้ชุมนุมได้ แท้ที่จริงแล้วกฎหมายมีอยู่แล้ว และมีอยู่อย่างครบถ้วนด้วยซ้ำไป แต่ขาดความตั้งใจที่จะบังคับใช้เท่านั้นเอง

การผลักดันให้มี “กฎหมายติดหนวด” เพื่อจัดการการชุมนุมในที่สาธารณะจึงเป็นเครื่องมือของรัฐบาลเผด็จการทั่วโลกที่เขานิยมใช้กัน เพราะหน่วยงานของรัฐที่ไม่ต้องการระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของประชาชน เพราะที่ผ่านมาสังคมมักเห็นพฤติกรรมงุบงิบ ไม่โปร่งใสของผู้บริหารภาครัฐ การอนุมัติอนุญาตโครงการหรือกิจกรรมใด ๆ อันส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รัฐบาลและหน่วยงานผู้อนุมัติอนุญาต ไม่ประสงค์หรือไม่เต็มใจที่จะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการสักเท่าใดนัก หรือละเว้นที่จะปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความเห็นของประชาชน  จนกลายเป็นคดีฟ้องร้องต่อศาลปกครองทั่วประเทศอยู่ในขณะนี้ แม้แต่กรณีล่าสุดคดีมาบตาพุด ก็มีสาเหตุประการหนึ่งของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ คือ การละเว้นเพิกเฉยที่จะปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง จนศาลปกครองสูงสุดต้องมีคำสั่งให้ 8 หน่วยงานภาครัฐไปสั่งระงับให้ 65 โครงการต้องกลับไปปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญก่อน กลายเป็นปัญหาส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่อย่างต่อเนื่อง

หลายคนอาจจะดีใจที่รัฐบาลคิดผลักดันออกกฎหมายประเภทนี้ แม้แต่คนที่เคยได้ประโยชน์ต่อการชุมนุมสาธารณะมาก่อน แต่หารู้ไม่ว่า ได้ทำความเข้าใจกฎหมายดังกล่าวได้ชัดเจนเพียงใด เพราะโดยสาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้การชุมนุมสาธารณะต้องได้รับการอนุญาตจากทางราชการก่อน ถ้าราชการไม่อนุญาตก็ชุมนุมไม่ได้ หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษทางอาญา รวมทั้งการยึดทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการชุมนุม และการชุมนุมต้องไม่กีดขวางทางเข้า-ออกสถานที่ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ พระราชินีและพระรัชทายาท และสถานที่พำนักของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล ศาลและ “หน่วยงานของรัฐ” ท่าอากาศยาน ท่าเรือ สถานีรถไฟหรือสถานีขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาล สถานศึกษาและศาสนสถาน ตลอดจนสถานทูตหรือสถานกงสุลของรัฐต่างประเทศ

การชุมนุมต่อไปนี้ถ้าจะทำได้ก็ต้องไปชุมนุมที่ทุ่งกุลาร้องไห้ หรือในป่าในภูเขาในทะเลเท่านั้น เพราะสถานที่ที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีกระจายอยู่ทั่วทุกอณูของประเทศทั้งหน่วยราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นถึง อบต. ที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชนมีอยู่ทั่วประเทศนั้นไม่สามารถชุมนุมแสดงออกได้อีกต่อไป ถ้าการออกกฎหมายห้ามไปชุมนุมในพื้นที่เหล่านั้นได้ ผู้บริหารหน่วยงานรัฐผู้มีอำนาจอนุมัติอนุญาตก็คงไม่ต้องไปเกรงกลัวต่อการตรวจสอบของภาคประชาชนอีกต่อไป เพราะอำนาจการสั่งอนุญาตให้ชุมนุมได้หรือไม่อยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด หรือผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในกรุงเทพฯ ที่จะใช้ “ดุลยพินิจ” อย่างไรก็ได้ และต้องทำหนังสือขอก่อนล่วงหน้า 72 ชั่วโมง และถ้าผู้ว่ารู้ว่าชาวบ้านจะจัดชุมนุม แสร้งไม่อยู่ ติดราชการต่างจังหวัดหรือต้องไปเดินตามก้นนักการเมืองที่อื่นจะทำอย่างไร ปัญหาความทุกข์ร้อนของชาวบ้านที่จะต้องแสดงออกโดยการชุมนุมก็คงทำไม่ได้ จะหวังพึ่ง สส. หรือ สว. ก็มัวแต่ทะเลาะกันอยู่แต่ในสภาฯ แล้วชาวบ้านจะหันหน้าไปพึ่งใคร

ในสังคมประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้นการชุมนุมสาธารณะหรือการเดินขบวนถือเป็นวิธีการสำคัญอย่างหนึ่งในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ การออกกฎหมายมาลิดรอนสิทธิประชาชนจึงเป็นการขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (The UN International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR) ข้อที่ 21 ซึ่งประเทศไทยก็ได้เป็นสมาชิกของภาคีนี้ด้วย และที่สำคัญกฎหมายดังกล่าวอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ที่กำหนดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชนไว้เต็มที่ แต่การชุมนุมนั้นจะต้องกระทำโดยสงบและปราศจากอาวุธ

กฎหมายดังกล่าวอาจมีเป้าหมายหลักเป็นการห้ามการชุมนุมเพื่อหวังปิดกั้นเสรีภาพการชุมนุมของฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ที่ทำลายเสถียรภาพความมั่นคงทางการเมืองของรัฐบาล หรือต้องการกดหัวประชาชนไม่ให้มีปากมีเสียงหรือออกมาโต้แย้งกับความต้องการของรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐ การออกกฎหมายคุมการชุมนุมเช่นนี้จึงเป็นการปิดกั้นสิทธิ เสรีภาพของประชาชนโดยชัดแจ้ง และจะไม่สามารถสร้างความเป็นธรรมทางสังคมได้ รัฐบาลที่ดีต้องสร้างการมีส่วนร่วมและเปิดการรับฟังความคิดเห็นกับประชาชนในวงกว้างให้เข้าไปมีส่วนร่วมต่อการออกกฎหมายการชุมนุมสาธารณะดังกล่าว

ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับทั่วประเทศโดยการดำเนินงานตามแนวนโยบายที่เคยแถลงไว้ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมาว่าจะให้ความสำคัญกับกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นที่ตั้งโดยเฉพาะการออกกฎหมายที่อาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของประชาชนหรือของประเทศชาติ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ควรเร่งปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภา เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการออกเสียงประชามติในกฎหมายดังกล่าวเสียก่อน ก่อนที่จะส่งเรื่องเข้าสู่วาระการประชุมและพิจารณาของรัฐสภา

ในการเปิดโอกาสให้มีการลงประชามติเพื่อออกกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ เพื่อป้องกันการชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนให้กับประชาชนส่วนใหญ่นั้น สามารถดำเนินการได้ภายใน 90 วันและหลังจากทำประชามติแล้วหากเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบการเสนอกฎหมายดังกล่าว รัฐบาลก็จะมีความชอบธรรมตามเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ รัฐบาลก็สามารถผลักดันการออกฎหมายดังกล่าวได้แบบเร่งด่วนโดยออกเป็นในรูปของพระราชกำหนด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 29, 63, 165, 184 และ 185 แต่ถ้าผลของการลงประชามติถูกประชาชนปฏิเสธ ก็จะได้เป็นข้อยุติว่าประชาชนไม่เห็นด้วย เพราะการเปิดโอกาสให้มีการลงประชามติถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นต่อสิทธิของตัวเอง โดยการมีส่วนร่วมแบบประชาธิปไตยทางตรงอย่างทั่วถึง

รัฐบาลที่ดีต้องสร้างความจริงใจในการสร้างความปรองดองและลดช่องว่างทางอำนาจของภาครัฐลงเพื่อเป็นการสร้างโอกาสของกลุ่มผู้ที่เข้าไม่ถึงการใช้ทรัพยากรให้มีสิทธิ มีเสียงบนพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยและยึดมั่นการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ ถ้าทำได้ จึงจะเรียกได้ว่าเป็นรัฐบาลของประชาชนได้อย่างแท้จริง...มิใช่รัฐบาลที่มาจากอำนาจของปลายกระบอกปืนที่เขานินทากัน...





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จิวแป๊ะทง วันที่ : 30/05/2010 เวลา : 10.53 น.

ดีครับ ทำประชามติออกมาซิแล้วมาให้ถึงผมด้วยเพราะพวกมันเกือบจะเผาบ้านผมอยู่รอมร่อแล้วคราวนี้ ผมพอรู้ด้วยว่าเป็นพวกไหน และเชื่อว่ารัฐบาลก็รู้ไม่งั้นยัยประทีปจะเผ่นอ้าวไม่เห็นหัวอยู่จนบัดนี้เหรอ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
backpacker4x4 วันที่ : 30/05/2010 เวลา : 09.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisawang
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

กฎหมายควบคุมการชุมนุม เป็นกฎหมายติดหนวด ที่รัฐบาลเผด็จการใช้...???

งั้น สหรัฐฯ อังกฤษ และเกือบทุกประเทศในยุโรป ก็เป็นเผด็จการงั้นซิครับ?

ผมว่าเราเอาแต่ใจกันมากเกินไป...เลือกตัวแทนไปในสภาแล้ว แต่ไม่เคยไว้วางใจให้เขาทำงานได้ จะทำอะไร ก็ต้องกลับมาถามประชาชนก่อนทุกเรื่อง มันไม่ไหวนะ เอาแค่บางเรื่องก็พอ...

ถ้าทุกเรื่องต้องถามประชาชน แล้วจะมี สส. ทำไม ไม่ต้องมีก็ได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน