• ทนายสิ่งแวดล้อม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thaisgwa@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-12
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 41919
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
ต่อต้านสภาวะโลกร้อน
ปัญหาโลกร้อนแก้ได้ถ้าทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจัง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thaisgwa
วันศุกร์ ที่ 4 มิถุนายน 2553
Posted by ทนายสิ่งแวดล้อม , ผู้อ่าน : 1445 , 16:19:39 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตัดถนนขึ้นเขาใหญ่...ต้องปฏิบัติตาม รธน.มาตรา 67 วรรคสอง

ปัจจุบันมีข่าวคราวที่สร้างความขุ่นข้องหมองใจนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากที่สุด คงไม่มีข่าวใดเด่นเกินข่าวการขยายถนนสาย 2090 หรือ ถนนธนะรัชต์ ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เส้นทางจากตัวอำเภอปากช่อง เข้าสู่เขาใหญ่มรดกโลก ปัญหาเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นการเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ดูเหมือนกรมทางหลวงหรือกระทรวงคมนาคมไม่ยีหระหรือให้ความสนใจที่จะหาแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาวเลย ในอดีตที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมมีบทเรียนมากมาย ที่มีความขัดแย้งกับมวลชน และกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติเกี่ยวกับการตัดถนนหรือขยายถนนใหม่ทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นถนนผ่าอ่าวไทย บริเวณแหลมผักเบี้ย การขยายถนนทางปราจีนบุรี ผ่าอุทยานทับลาน ฯลฯ ซึ่งล้วนนำมาซึ่งความขัดแย้งต่อสังคมไทยแทบทั้งสิ้น

พฤติการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าหน่วยงานนี้ กระทรวงนี้ ไม่ว่าจะมีใครขึ้นมาบริหารมักจะขาดซึ่งวิสัยทัศน์และกระบวนทัศน์ใหม่ในการบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ของตนเองและทรัพยากรอื่นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานตน ชอบยืนอยู่บนความขัดแย้ง ด้อยข้อมูลที่เกี่ยวกับคุณค่าของผืนป่า ความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ สภาพสังคมที่มีวิถีชีวิตร่วมกับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อาศัยความคิดแบบโบราณว่าเสนาบดีหรือราชการคิดจะทำอะไรก็ได้ในประเทศนี้ โดยไม่ต้องหารือประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ให้ครบถ้วนเสียก่อน ในขณะที่นโยบายของรัฐบาลชุดหลัง ๆ มานี้ หรือแม้แต่รัฐธรรมนูญฉบับหลัง ๆ มานี้ ก็บัญญัติถึงสิทธิของประชาชนมากขึ้นหลากหลายมาตราโดยเฉพาะบทบัญญัติที่ว่าด้วย “การมีส่วนร่วมของประชาชน”

ความสำคัญของถนนสายนี้ มีทั้งข้อดี และข้อเสียมากมาย ข้อดีก็คือ สามารถสร้างความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นในการรองรับปริมาณยานพาหนะของนักท่องเที่ยว ที่จะขึ้นไปปู่ยี่ปู้ยำผืนป่าเขาใหญ่และโดยรอบได้ง่ายขึ้น มากยิ่งขึ้น ทำให้นักการเมืองตั่งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งข้าราชการระดับสูงแห่แหนกันไปจับจองซื้อที่ดินรอบเขาใหญ่กันมากขึ้น ก่อให้เกิดรีสอร์ท ร้านค้า โรงแรม ขยายตัวดารดาษ ในขณะที่ปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคไม่เพียงพอ ต้องมาแย่งน้ำเกษตรกรจากเขื่อนลำตะคองมากขึ้น ข้อเสียนั้นนอกจากที่จะต้องตัดโค่นต้นไม้หวงห้ามขนาดใหญ่และเล็กมากมายตลอดแนวเส้นทางแล้ว ยิ่งจะเป็นการสร้างภาระมหึมาให้กับเขาใหญ่ เกิดมลภาวะทางเสียงรบกวนสัตว์ป่า พอกพูนขยะมูลฝอย ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการทำลายธรรมชาติมากยิ่งขึ้น แต่ขณะนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ชน กลับกำลังดำเนินการสวนกระแสของโลก ในขณะที่ทั่วโลกกำลังร่วมกันรณรงค์ในเรื่องสภาวะโลกร้อน สร้างจิตสำนึกให้ประชากรโลก เพิ่มปริมาณต้นไม้หวังให้สภาพของโลกกลับมาปกติสุขอีกครั้ง

ในประเด็นนี้สังคมโดยรวมควรต้องช่วยกันจับตามอง และให้ความสำคัญกับการติดตามตรวจสอบพฤติการณ์ของหน่วยงานรัฐทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ว่าจะจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร อย่าปล่อยให้เป็นแค่คลื่นกระทบฝั่ง ที่สำคัญการพัฒนาสถานที่ที่เป็นแหล่งอนุรักษ์ทางธรรมชาติที่เหลืออยู่น้อยนิดในปัจจุบันของประเทศ ไม่ควรคำนึงถึงความสะดวกสบายเพียงอย่างเดียว ที่สำคัญถนนสายนี้นำไปสู่ผืนป่าแห่งมรดกโลก ภาพลักษณ์ที่ออกไปสู่สายตาชาวโลกในขณะนี้นั้นอาจจะเป็นไปในด้านลบมากกว่า รัฐบาลควรคิดทบทวนให้ครอบคลุมให้รอบด้าน

เขาใหญ่ ณ วันนี้ ไม่ใช่แค่อุทยานแห่งชาติปกติธรรมดา แต่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” แล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 เป็น 1 ใน 5 แหล่งมรดกโลกของไทย ตามอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก (World Heritage Convention) ที่ไทยร่วมลงนามให้สัตยาบันไปแล้วตั้งแต่ปี 17 กันยายน พ.ศ.2530 (ค.ศ.1987) หลักสำคัญที่หลายคนอาจจะไม่รู้ก็คือ นอกจากที่จะต้องมีการบริหารจัดการภายในพื้นที่มรดกโลกแล้ว เขายังกำหนดให้ต้องมีพื้นที่กันชน (buffer zone) ไว้ด้วย เปรียบเสมือนไข่ดาวที่ต้องมีล้อมรอบปกปักรักษาไข่แดงเอาไว้ เพื่อคุ้มครองไข่แดงมรดกโลก ให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน เขาจึงต้องกำหนดว่าต้องมีการคุ้มครอง อย่างเข้มงวด โดยห้ามไม่ให้มีที่อยู่อาศัยของมนุษย์ และควบคุมการก่อสร้างเพิ่มเติมอย่างเข้มงวด ห้ามมิให้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ นอกเหนือไปจากงานด้านการอนุรักษ์เท่านั้น และมีการจัดการการเข้าเยี่ยมชมที่เหมาะสม

การที่มีการขยายถนน 2090 ดังกล่าวแม้ยังไม่ใช่อยู่ในพื้นที่มรดกโลกแต่ทว่าอยู่ใกล้พื้นที่กันชน จึงมีความเสี่ยงที่มรดกโลกจะถูกคณะกรรมการมรดกโลกหยิบยกมาทบทวน และอาจถึงขั้นถูกถอดถอนออกจากบัญชีการขึ้นทะเบียนได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงคนอย่างอธิบดีกรมทางหลวง รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม จะรับผิดชอบอย่างไร

การตอบโต้กันไปมาของอธิบดีกรมทางหลวง กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น นับวันก็ยิ่งจะทำให้เห็นลิ้นไก่ของผู้บริหารหน่วยงานรัฐมากขึ้น และจะกลายเป็นบ่วงรัดคอตัวเองในอนาคตอันใกล้ (ถ้าไม่ถูกเด้งไปเสียก่อน) สิ่งสำคัญคือ กรมทางหลวงได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และข้อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตรงไปตรงมาได้มากน้อยเพียงใด การตัดไม้หวงห้าม เกินไปกว่าที่กำหนด ใครต้องรับผิดชอบ ในขณะที่ชาวบ้านตัดต้นไม้เพื่อปลูกสร้างบ้านในที่ดินตนเองยังถูกเจ้าหน้าที่จับกุมลงโทษได้ แล้วทำไมกรมทางหลวงมีอภิสิทธิ์อะไรที่จะตัดต้นไม้ในพื้นที่ตนเองได้โดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือประเทศนี้มีสองมาตรฐานตามที่เขาเล่าลือกัน สิ่งสำคัญอีกประการคือ การขยายเส้นทางเหล่านี้ได้จัดทำประชาพิจารณ์หรือรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย และราชการหน่วยอื่นที่เกี่ยวข้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระเบียบถูกต้องหรือไม่ อย่างไร และบริษัทที่ปรึกษาของหน่วยงานนี้ได้จัดทำข้อมูลทางวิชาการถูกต้อง เป็นไปตามหลักวิชาการหรือไม่ และมีการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่ เรื่องเหล่านี้จะต้องมีการตรวจสอบอย่างโปร่งใสให้สังคมประจักษ์

ข้อเสนอที่พอจะเป็นทางออกให้กับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ณ เวลานี้ก็คือ ต้องสั่งให้ยุติการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมการขยายถนนดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวก่อน แล้วรีบกลับไปดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 มาตรา 67 วรรคสอง เพราะนอกจากที่จะต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) และเปิดโอกาสให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน นอกจากนั้นต้องให้องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินโครงการดังกล่าวตามกฎหมาย จึงจะถูกต้อง รวมทั้งต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบว่ากรมทางหลวงได้ดำเนินการขยายถนนในขณะนี้ ดำเนินการไปโดยถูกต้องตามเงื่อนไขของกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ เพียงใด

เนื่องจากโครงการนี้ ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียอื่นจำนวนมาก จึงเป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่ทำให้โครงการนี้กลายเป็น “โครงการหรือกิจกรรมประเภทรุนแรง” ขึ้นมาทันทีตามนัยะของรัฐธรรมนูญ กรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคม จึงไม่อาจปฏิเสธกระบวนการและขั้นตอนตามกฎหมายดังกล่าวได้ หากหน่วยงานดังกล่าว ได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสองครบถ้วนแล้ว และสามารถผ่านขั้นตอนทุกขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไปได้ ก็สามารถที่จะกลับไปดำเนินการขยายหรือประปรุงถนนสายดังกล่าวต่อไปได้ แต่ถ้าผลของการปฏิบัติตามมาตราดังกล่าวแล้ว ไม่สามารถผ่านไปได้ก็เป็นเหตุผลที่จะใช้อ้างต่อผู้รับเหมาก่อสร้างในการขอยุติหรือล้มเลิกโครงการนั้นเสียได้ พร้อมกับจ่ายค่าเสียหายเท่าที่เป็นจริงให้กับผู้ประกอบการไปได้ แต่ถ้ากรมทางหลวง และกระทรวงคมนาคมยังดื้อแพ่งที่จะเดินหน้าต่อไปโดยไม่สนใจเสียงท้วงติงของประชาชนแล้วไซร้ ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียคงไม่มีหนทางอื่นใดที่จะบังคับให้เป็นไปตามกฎหมายได้นอกจาก “การฟ้องร้องหาข้อยุติกันที่ศาลปกครอง” ไม่เชื่อก็ติดตามดูกันต่อไป





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน