• Kibangkok
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : 9kibangkok@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 631
  • จำนวนผู้ชม : 2053691
  • ส่ง msg :
  • โหวต 817 คน
อาหารและสีน้ำ บ่นไป วาดไป ถ่ายภาพไป Calligraphy
บันทึกความรู้สึก ที่ไร้สาระของกิ๊ ผ่านสีน้ำโดยมือสมัครเล่นครับ..จุ๊บ จุ๊บ....
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2552
Posted by Kibangkok , ผู้อ่าน : 2645 , 11:41:51 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วันนี้นั่งรถมาทำงานในตอนเช้า วันนี้ฟังรายงานวิทยุในรายการลูกทุ่งมหานคร ในช่วงหนึ่งของรายการ มีการประชาสัมธ์ข่าวเกี่ยวกับตำแหน่งงานว่าง ฟังทีแรกก็นึกว่า ตำแหน่งงานง่างจริงๆๆ พอฟังไปฟังมาถึงกับอึ้งครับ ก็เลยไปค้นใน google หาข่าวมาช่วยประชาสัมธ์ อ่านข่าวนี้แล้วน่าห่วงมากครับ

รายละเอียดเกี่ยวกับข่าวตามรายละเอียดด้านล่างนี้ครับ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1242911416&grpid=01&catid=04

โรงเรียนแพทย์ระส่ำ เจอวิกฤต"อาจารย์ใหญ่"ขาดแคลน กระทบนักศึกษา-แพทย์ฝึกหัด-จบใหม่ หวั่นหมอใหม่ฝึกฝนทักษะน้อย เสี่ยงโดนฟ้องร้องหากผ่าตัดผิดพลาด เผยแม้มีคนแจ้งบริจาคนับพันแต่ได้ร่างจริงแค่ร้อยกว่าร่างต่อปี "มหิดล"มีน้อยสุดเพียง 5 ร่างต่อปี

  ขณะนี้ได้เกิดวิกฤต "อาจารย์ใหญ่" ขาดแคลน อันเนื่องมาจากตัวเลขการบริจาคร่างไร้วิญญาณที่พร้อมจะให้นิสิต นักศึกษาแพทย์ แพทย์ฝึกหัด รวมทั้งอาจารย์แพทย์ใช้เป็นตำราเรียนเริ่มลดน้อยลงทุกๆ ปี จนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลกระทบกับการเรียนการสอนวิชาแพทย์หลายสถาบัน ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าห่วงอย่างมาก ผู้สื่อข่าว "มติชน" ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังภาควิชากายวิภาคศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ พบว่า สภาพดังกล่าวเกิดขึ้นจริง บางสถาบันมีตัวเลขการบริจาคร่างไร้วิญญาณเป็นอาจารย์ใหญ่เหลือเพียงร่าง เดียว


  จาก ข้อมูลของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พบว่าตัวเลขการบริจาคร่างกายของผู้มีจิตศรัทธามีจำนวนมากพอสมควร เมื่อปี 2549 มีถึง 4,454 ราย ในปี 2550 จำนวน 3,238 ราย ปี 2551 จำนวน 7,462 ราย และปี 2552 และตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน จำนวน 1,031 ราย แต่ตรงกันข้ามร่างอาจารย์ใหญ่จริงๆ กลับไม่มากเท่าที่ควร เพราะผู้แสดง ความจำนงบริจาคส่วนใหญ่เป็นคนวัยหนุ่มสาว และอีกส่วนหนึ่งยังไม่ถึงอายุขัย ทำให้ปี 2549 ได้รับร่างเพียง 171 ร่าง ปี 2550 ได้รับ 212 ร่าง และปี 2551 ได้รับเพียง 185 ร่าง


  รศ.นพ.ธันวา ตันสถิตย์ หัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ผู้อำนวยการศูนย์การฝึกผ่าตัด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า จำนวนร่างอาจารย์ใหญ่ที่ได้รับบริจาคในแต่ละปีนั้น ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ถ้าคำนวณความต้องการจริงๆแล้วแต่ละปีใช้ไม่ต่ำกว่า 200 ร่างทีเดียว ปีที่แล้วจุฬาฯรับนิสิตแพทย์ 290 คน ปีนี้เพื่อสนองความต้องการของประเทศชาติจึงเพิ่มขึ้นเป็น 310 คน นอกจากนี้ ยังมีแพทย์ประจำบ้าน แพทย์เฉพาะทาง และอาจารย์แพทย์ที่ต้องการใช้อาจารย์ใหญ่ โดยแต่ละปีนิสิตแพทย์ปี 2 จะเรียนวิชากายวิภาคศาสตร์กับอาจารย์ใหญ่ประมาณ 50 ร่าง ส่วนแพทย์อื่นๆ ต้องใช้อีกประมาณ 150 ร่าง คณะพยายามบริหารจัดการการเรียนจากอาจารย์ใหญ่ที่มีอย่างจำกัดให้เพียงพอ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างนิสิตแพทย์ จากเดิม 4 คนต่อ 1 ร่าง แต่เมื่อรับเพิ่มขึ้นก็เป็นนิสิต 6 คนต่อ 1 ร่าง ส่วนแพทย์กลุ่มอื่นๆ พยายามนำอาจารย์ใหญ่ส่วนของร่างกายที่ยังไม่ได้เรียน กลับมาใช้ซ้ำ ทำให้สามารถนำมาเรียนได้หลายครั้ง


  "ถ้ายังปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ ไม่แน่ใจว่าในปีต่อๆ ไปร่างที่ใช้ฝึกทักษะการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ จะพอหรือไม่ ใน อนาคตอันใกล้ผมเชื่อว่าความต้องการอาจารย์ใหญ่จะเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 300% ถ้าต่อไปไม่เพียงพอ หรือไม่มีให้แพทย์ได้ฝึกทักษะการผ่าตัดก่อน ผลที่จะตามมาคืออาจทำให้การรักษาผิดพลาดได้ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ มาก"รศ.นพ.ธันวากล่าว และว่า

  ผู้ต้องการอุทิศร่างกายเป็น อาจารย์ใหญ่ติดต่อได้ที่แผนกอุทิศร่างกายเพื่อ การศึกษา "ศาลาฑินทัต" โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือสอบถามโทร. 0-2256-4628 และ 0-2256-4281


  ด้าน รศ.พรจันทร์ สายทองดี อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงปัญหาในทำนองเดียวกันว่า ตัวเลขผู้แจ้งความจำนงค์บริจาคแต่ละปี ให้คณะแพทยศาสตร์ รามาธิบดีอยู่ระหว่าง 800-900 ราย แต่จำนวนที่ได้รับมาจริงนั้นเฉลี่ยปีละ 80-90 ร่าง ส่งผลให้ต้องเพิ่มนักศึกษาแพทย์ 6-7 คนต่ออาจารย์ใหญ่ 1 ร่าง และใช้เรียนตลอดทั้งปี ตรงนี้ยังถือว่าพอรับได้ ไม่เป็นปัญหาเท่าไร แต่ที่น่าเป็นห่วงและเป็นปัญหามาก คือร่างอาจารย์ใหญ่ที่ใช้สำหรับแพทย์จบใหม่ และแพทย์เฉพาะทางได้ฝึกหัดก่อนออกไปรักษาคนไข้จริงนั้น จำนวนผู้บริจาคเข้ามาน้อยมาก อย่างในปี 2551 มีผู้บริจาคเพียง 5 ร่าง ซึ่งเป็นจำนวนน้อย แพทย์ทุกคนต้องใช้ร่างของอาจารย์ใหญ่ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีประโยชน์มาก ที่สุด




  รศ.พรจันทร์กล่าวด้วยว่า สาเหตุที่มีผู้บริจาคร่างอาจารย์ใหญ่สำหรับให้แพทย์ฝึกใช้ผ่าตัดน้อย เพราะจำเป็นต้องได้ร่างอาจารย์ใหญ่หลังจากเสียชีวิตในทันที เพื่ออวัยวะต่างๆ เป็นธรรมชาติมากที่สุด แต่ส่วนใหญ่ญาติจะไม่ยอม เพราะต้องการนำร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาก่อน อย่างต่ำประมาณ 3 วัน ซึ่งร่างที่ผ่านการฉีดน้ำยามาแล้วนั้น เส้นเอ็น ข้อต่างๆ จะตึงแข็ง อวัยวะต่างๆ ไม่เป็นธรรมชาติเหมือนตอนเสียชีวิตใหม่ๆ ทำให้การศึกษาฝึกผ่าตัดของแพทย์ไม่ได้ผลเท่าที่ควร ทางแก้ปัญหาแพทย์จึงต้องทำความเข้าใจกับญาติถึงประโยชน์และความสำคัญของการ บริจาคร่างภายหลังเสียชีวิตทันที


  "หากจำนวนอาจารย์ใหญ่ยังขาด แคลน ผลกระทบโดยตรงคือ ความเสี่ยงในการผ่าตัดรักษาคนไข้ที่อาจเกิดการผิดพลาดขึ้นได้ เพราะแพทย์จะไม่ได้ฝึกฝนทักษะการผ่าตัดหรือวิธีการรักษาจากร่างของอาจารย์ ใหญ่ก่อนที่จะมารักษาคนไข้จริง แพทย์อาจมีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องมากขึ้นหากรักษาผิดพลาด รวมทั้งเป็นอุปสรรคต่อการวิจัยและพัฒนาทางการแพทย์ในรูปแบบใหม่ตามความก้าว หน้าของเทคโนโลยี" รศ.พรจันทร์กล่าว

  __________________________________________________________________

พยายามตัดข้อความที่สำคัญให้อ่านง่ายๆนะครับ

อาจารย์ใหญ่กำลังขาดแคลน

คณะพยายามบริหารจัดการการเรียนจากอาจารย์ใหญ่ที่มีอย่างจำกัดให้เพียงพอ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่าง
นิสิตแพทย์ จากเดิม 4 คนต่อ 1 ร่าง แต่เมื่อรับเพิ่มขึ้นก็เป็นนิสิต 6 คนต่อ 1 ร่าง



สาเหตุ ที่มีผู้บริจาคร่างอาจารย์ใหญ่สำหรับให้แพทย์ฝึกใช้ผ่าตัดน้อย เพราะจำเป็นต้องได้ร่างอาจารย์ใหญ่หลังจากเสียชีวิตในทันที เพื่ออวัยวะต่างๆ เป็นธรรมชาติมากที่สุด แต่ส่วนใหญ่ญาติจะไม่ยอม เพราะต้องการนำร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาก่อน อย่างต่ำประมาณ 3 วัน ซึ่งร่างที่ผ่านการฉีดน้ำยามาแล้วนั้น เส้นเอ็น ข้อต่างๆ จะตึงแข็ง อวัยวะต่างๆ ไม่เป็นธรรมชาติเหมือนตอนเสียชีวิตใหม่ๆ ทำให้การศึกษาฝึกผ่าตัดของแพทย์ไม่ได้ผลเท่าที่ควร ทางแก้ปัญหาแพทย์จึงต้องทำความเข้าใจกับญาติถึงประโยชน์และความสำคัญของการ บริจาคร่างภายหลังเสียชีวิตทันที

"ถ้ายังปล่อยให้สถานการณ์เป็น เช่นนี้ ไม่แน่ใจว่าในปีต่อๆ ไปร่างที่ใช้ฝึกทักษะการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ จะพอหรือไม่ ใน อนาคตอันใกล้ผมเชื่อว่าความต้องการอาจารย์ใหญ่จะเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 300% ถ้าต่อไปไม่เพียงพอ หรือไม่มีให้แพทย์ได้ฝึกทักษะการผ่าตัดก่อน ผลที่จะตามมาคืออาจทำให้การรักษาผิดพลาดได้ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ มาก"

_________________________________________________________________________________


    

สำหรับผม ผมได้สมัครงานตำแหน่งนี้แล้วครับเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนนี้รอเรียกตัวอยู่ครับ

ไม่รุ้ว่าเมื่อไรจะเรียกตัวผมเข้าบรรจุก็ไม่รู้ แต่แค่ได้สมัครงานในตำแหน่งนี้ ก็มีความสุขแล้วครับ

หากได้ทำงานจริงๆๆ ผมคงจะมีความสุขกว่านี้ครับ

  หากท่านใดประสงค์จะร่วมบริจาค กรุณาคลิ๊กตามลิ้งที่ให้ไว้นี้ได้เลยครับ

ดาวโหลดเอกสาร เพื่อบริจาคได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับ





  http://www.redcross.or.th/donation/self_donation.php4


การให้ก่อให้เกิดความสดชื่นและสันติสุข



 

Heal the world - Micheal Jackson




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
NN1234 วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 10.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ปัญหานี้ประสบมาตลอดครับ ตอนที่ผมเรียนก็ขาดแคลนครับ ดีแต่ว่าตอนนั้นจำนวนการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ของประเทศยังไม่เน้นเท่าปัจจุบันนี้
มาตรฐานการเรียนแพทย์ 4 คนต่ออาจารย์ใหญ่ 1 ท่าน ควรต้องควบคุมให้ได้ในสัดส่วนนี้....
ฉะนั้น หากเราผลิตมากๆ ทุกๆ สาขา แต่จำนวนที่บริจาคยังเท่าๆ เดิม อีกไม่นานเราก็จะได้เรียนกับ"หุ่น"เหมือนต่างประเทศ....
ส่วนที่มีผู้บอกว่าคนเรียนแพทย์น้อยลงนั้น จำนวนผู้สมัครกับ กสพท.ยังมีอัตราส่วนการแข่งขันที่สูงเหมือนเดิม แต่มีการกระจายไปยังทั่วทุกภูมิภาคมากขึ้น ไม่กระจุกตัวในเมืองเหมือนอดีต
..............ขอเคารพแด่อาจารย์ใหญ่ครับ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
แม่มด วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 09.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

ยังไม่ได้สมัครค่ะ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
Kibangkok วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

โห เพื่อนๆๆใจดีกันจังเลยครับ

รอเรียกตัวอยู่เพียบเลย

***************

คห12........ ปัญหาเรื่องญาติลืมแจ้งให้มารับร่าง ก็เป็นปัญหาน่าห่วงนะครับ ผมก็กลัวเหมือนกัน ในกรณีที่ผมตาย แล้วไม่มีใครแจ้ง รพ.ให้มารับร่างผม บางทีญาติอาจจะตกใจหรือเสียใจ วุ่นกับการเสียชีวิต จนลืมเรื่องการบริจาคร่างของเรา หรือไม่รู้ว่าจะแจ้งใครดี บางทีก็หาเบอร์ที่จะติดต่อกันไม่เจอ

ผมว่า สภากาชาด น่าจะประสานกับเบอร์สายด่วน เช่น 191 ให้สามารถช่วยประสานงานให้มารับร่างในกรณีที่มีการเสียชีวิต ใครเสียชีวิตแล้วสามารถให้ญาติโทรบอก 191 แล้วให้ 191 ช่วยประสานงาน ตรวจสอบข้อมูลกับทางกาชาตหรือโรงพยาบลให้มารับร่าง

กาชาดน่าจะปรับปรุงระบบเรื่องนี้นะครับ แบบone stop service อะไรทำนองนั้นครับ

อยากทำดี แต่เวลาทำมันยุ่งยากเหลือเกิน ยังงี้คนก็ไม่อยากจะทำเหมือนกันนะครับ จริงมะครับ

ทั้งนี้ สภากาชาติควรที่จะมีฐานข้อมูลหรือระบบการตรวจสอบที่รวดเร็วในการประสานงานกับ 191 หรือเบอร์สายด่วนอื่นๆๆได้

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
karnn วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/karnn

ผมก็ตั้งใจว่าจะไปทำเรื่องบริจาคอยู่เหมือนกันครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 03.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ยื่นใบสมัครไปแล้วลุงกี แต่ตอนนี้ไม่ว่าง หายใจอยู่

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
กลองไท วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 01.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kraitong
ไทนาหว้า

รอเรียกตัวเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
สิริปตี วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 01.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siripatee
You are what you eat.You are what you write.

บริจาคไว้หลายปีแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ข้าราชบริพาร วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 00.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teshin

พันธมิตรตั้งพรรค......ใครว่าเรื่องผลประโยชน์
http://www.oknation.net/blog/teshin/2009/05/25/entry-2

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 21.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบคุณความเห็นที่ 8 มากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 21.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบคุณความเห็นที่ 8 มากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

กำลังจะไปสมัครเร็ว ๆ นี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
nilsamai วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 19.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

บริจาคมาหลายปีแล้วค่ะ
รอไปรับตำแหน่งอาจารย์ใหญ่อยู่

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
luerat วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrd
เภสัชกรปริญญาผู้หันมาเอาดีทางด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กรเจ้าของผลงานหนังสือ Generation Yร้ายจริงหรือ? และ (ปัญ)ญาแผนปัจจุบันโดยเภสัชกรปริญญา-ประสบการณ์ด้านฝึกอบรมผู้จัดรายการ ธำรงธรรม ช่วงธรรมะแผนปัจจุบัน กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ AM 1422 kHz ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา ๖.๐๕-๖.๓๐ น.

ตอนแรกกะว่าจะไปสมัครเป็นอาจารย์ใหญ่(ครูใหญ่) แต่ลุงกิ๊เฉลยออกมา เป็นอาจารย์ใหญ่ให้น.ศ.แพทย์ ซะงั้น
แต่อย่างไรก็น่าสนใจครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
แฝดนรก วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nicharda
 เราชื่อ สุ

คิดจะบริจาคเหมือนกันแต่ยังไม่ได้ไปติดต่อบริจาคเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ครูทิบ วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 18.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ku-tip
..Hope for the best and prepare for the worst...

เดี๋ยวไปสมัครมั่งดีกว่า
เป็นครูมานานแล้ว ลองไปเป็นอาจารย์มั่ง
น่าจะได้ประโยชน์นะคะ......
เดี๋ยวจาบอกต่อค่ะ....

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
สตังค์ วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 17.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

อาจเป็นเพราะ
คนที่บริจาคเสียชีวิต ด้วยโรคที่ไม่สามารถ รับไว้ได้
เช่น โรคมะเร็ง
พ่อสามีเป็นหนึ่งในผู้บริจาค แต่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง
การใช้ยารักษา ครีโม ทำให้มีผลให้ร่างกายไม่สม

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
lost-in-space วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lostinspace
เคยไหม ? ที่เดินไปยิ้มไปได้อยู่คนเดียว :)

เดี๋ยวนี้คนเรียนแพทย์กันน้อยลงค่ะ เพราะทัศนคติต่ออาชีพนี้เปลี่ยนไป เคยได้ยินลูกของคนรู้จักบางคน ซึ่งเป็นเด็กเรียนดีหัวดีมาก บอกว่าไม่อยากเรียนต่อแพทย์ เพราะเงินเดือไม่คุ้มค่าเหนื่อย ฟังแล้วเศร้าค่ะ

ปล. ลุงกิ๊อยากดูหนังเด็ก ๆ ชาว F &B Club ก็มีหนังเด็ก ๆ มาให้ลุงกิ๊ได้ดูกันอย่างทันใจ ในสุดสัปดาห์นี้แล้วนะคะ เรียนเชิญค่ะ

http://www.oknation.net/blog/lostinspace/2009/05/25/entry-1

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
รัฐศิริ วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rutdy

น่าเป็นห่วงครับ ช่วงหลังแพทย์ถูกผู้ป่วยฟ้องร้องเยอะ ไม่รู้เป็นเหตุผลหนึ่งทำให้คนเรียนแพทย์น้อยลงหรือป่าวนะครับ หรือว่าสมองไหลไปอยู่ต่างประเทศหมดครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Dogstar วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 17.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

ด็อกสตาร์แสดงเจตจำนงไปแล้ว
รอว่าจะถึงเวลาเมื่อใรเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ป้ารุ วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

สาเหตุของการที่คนบริจาคน้อย ส่วนหนึ่งมาจากความไม่สนใจของทางโรงพยาบาลค่ะ และอีกอย่างก็คือบัตรที่จะพกติดตัวให้คนอื่นรู้ถึงความตั้งใจมับมักจะหายไปก่อน หลายปีผ่านไปก็เลยลืม ต้องช่วยกันอย่างลุงกิ๊ว่าจริง ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
apooh วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 15.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

บริจาคอวัยวะไปแล้ว เหลือแต่บริจาคร่างกาย กะว่าจะไปฝากร่างไว้ที่ รพ.รามา ((ส่วนใจ จะเอาติดไปด้วย ))เพราะ รามาฯ มีบทบาทกับชีวิตมาหลายๆ ช่วง เลยกะว่าจะให้เขามามีบทบาทในช่วงสุดท้าย

รีบไปบริจาคกันนะคะพี่น้อง เราไม่รู้ว่าต้องละจากไปเมื่อไหร่ อย่างน้อยเมื่อบริจาคแล้ว เราจะได้รู้อย่างหนึ่งว่า สุดท้าย เมื่อใจละไปกายยังคงได้ทำอะไรๆ ที่เป็นการช่วยคนอื่นได้อีก

มะ ไปบริจาคร่างกาย และ อวัยะ และดวงตากัน

ปล.
ได้ข่าวว่า การจะบริจาคร่างกายเพื่อเป็น อาจารย์ใหญ่ จะบริจาคได้ที่ --ทุกๆ รพ.ที่มี โรงเรียนแพทย์-- ค่ะ


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Kibangkok วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

หลายครั้งที่ผมเคยเห็นรถชนไก่ รถชนหมา ผมเคยเห็นชาวบ้านเค้าหยิบซากไปทำอาหารกัน บางครั้งก็ยังเห็นคนนำซากสัตว์ไปฝังใต้ต้นไม้ให้เป็นปุ๋ย

ก่อนที่ผม จะคิดบริจาคร่าง ผมเคยคิดเสมอว่าหากผมตาย ซากศพของผมคงจะไม่มีใครอยากมอง อยากจับ เพราะญาติๆๆคงจะรีบเผา รีบฝัง เพราะกลัวมันเน่าเหม็น ขยะแขยง 3 วันนี่ น้ำเหลืองอะเหอะ เยิ้มเหม็นเชียวหละ ไม่อยากจะคิดเลยว่า ศพของผมจะน่าเกลียดขนาดไหน

หากร่าง ผมจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้แก่คนอื่น มันคงจะดีกว่าที่จะไปนอนบนเมรุ ซึ้งนอกจากจะไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆๆแก่ผู้อื่นแล้ว ยังทำให้ญาติๆๆและเพื่อนๆๆต้องมาร่วมงานศพของเรา เสียเวลาการทำมาหากินของพวกเค้าอีก

ที่บ้านของผมคิดกันแบบนี้หมดทั้งบ้านเลยครับ ที่บ้านผมก็เลยมีงานทำงานแน่ๆๆ หากสิ้นลมหายใจ


ใครบอกว่าบริจาคร่างแล้วจะอายุสั้น ตั้งแต่พ่อของผมบริจาคร่าง สุขภาพของพ่อผม กลับแข็งแรงขึ้น ความดันและโรคหัวใจ ไม่รู้มันหายหัวไปไหนหมด ท่าทางพ่อของผมจะต้องคอยบรรจุนานกว่าเพื่อนร่วมรุ่นของพ่อของผมแน่ๆๆๆเลย

แม่ของผมก็เหมือนกัน ตั้งแต่บริจาค กลับแข็งแรงกว่าปกติ เต้นแอโรบิคเช้าเย็นโดยไม่มีการปวดขาเลย

ท่าทางทั้งพ่อทั้งแม่ผม คงจะคอยบรรจุค่อนข้างนานครับ

เรื่องนี้ไม่ลองไม่รู้ครับ ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่นะครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Cat@ วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

แย่จัง ช่วยๆกัน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Kibangkok วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

บริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาแพทย์
การบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาสร้างกุศลทานอันยิ่งใหญ่ ด้วยการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาการให้ หรือ การบริจาคย่อมทำให้เกิดความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ ผู้ให้มีความสุข มีความภาคภูมิใจในความเป็นผู้เสียสละ ผู้รับมีความสุข ที่ได้รับสิ่งจำเป็นที่สุดที่ตนเองยังขาดแคลน
การบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา ผู้บริจาคเป็นผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่ ยอมสละร่างกายของตนเอง ให้ผู้ที่ไม่เคยได้รู้จักมาก่อนได้ศึกษาโดยเพียงแต่มุ่งหวังว่า ผู้ที่ศึกษาร่างของตนจะนำความรู้ที่ได้รับนั้นไปช่วยมวลมนุษย์ชาติต่อไป ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาได้สร้างกุศลทานครั้งสุดท้ายของชีวิตที่ยิ่ง ใหญ่ที่สุด โดยได้แต่หวังว่า ผู้อยู่เบื้องหลังจะไม่ต้องทนทุกข์จากอาการเจ็บป่วย ตนเองมิได้หวังสิ่งตอบแทนใดใด นอกจากได้เป็นผู้"ให้"เท่านั้น

คุณประโยชน์
การอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา เป็นการสร้างประโยชน์ทั้งด้านวิชาการ ด้านสาธารณสุข ด้านจริยธรรมและการเสริมสร้างสังคมอันจะนำไปสู่พัฒนาการที่ดีต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะในการศึกษาทางการแพทย์บุคลากรทางการแพทย์จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากร่างกายของมนุษย์เพื่อเป็นแนวทางสำคัญในการรักษาผู้ป่วยต่อไปในอนาคต
การศึกษาจากร่างกายผู้อุทิศร่างกาย ใช้ประโยชน์หลายกรณี อาทิเช่น
1. เพื่อใช้ในการศึกษาของนิสิตแพทย์
2. เพื่อใช้ในการศึกษาของแพทย์เฉพาะทาง
3. เพื่อใช้ในการศึกษาของนักศึกษาพยาบาล
4. เพื่อใช้ในการศึกษาของนิสิตเทคนิคการแพทย์
5. เพื่อใช้ในการศึกษาของนักศึกษารังสีเทคนิค
6. เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยทางการแพทย์
7. เพื่อใช้ในการจัดทำพิพิธภัณฑ์กายวิภาคศาสตร์
วิธีการ
ผู้มีความประสงค์อุทิศร่างกายสามารถยื่นความจำนงได้ 2 แบบ คือ
1. ยื่นความจำนงโดยตรงที่ ศาลาทินฑัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยกรอกข้อความ
ลงในแบบฟอร์มของโรงพยาลบาล 1 ฉบับ เจ้าหน้าที่จะออกบัตรประจำตัวผู้อุทิศร่างกายให้ไว้เป็นหลักฐาน
2. ยื่นความจำนงทางไปรษณีย์ โดยกรอกข้อความลงในแบบฟอร์ม แล้วส่งมา
ทางไปรษณีย์ 1 ฉบับ เจ้าหน้าที่จะส่ง
บัตรประจำตัวผู้อุทิศร่างกายให้ภายหลัง
เมื่อผู้อุทิศร่างกายถึงแก่กรรม ทายาท มีสิทธิ์คัดค้านไม่มอบศพให้กับโรงพยาบาลได้โดยต้องแจ้ง
การคัดค้านไม่มอบศพกับโรงพยาบาลฯภายใน 24 ชั่วโมง
เมื่อผู้อุทิศร่างกายถึงแก่กรรม และทายาทผู้รับมรดกยินยอมพร้อมใจกันจะมอบศพให้โรงพยาบาลฯ
ขอให้ติดต่อโรงพยาบาลฯเพื่อจัดเจ้าหน้าที่ไปรับศพ โดยเจ้าหน้าที่จะให้กรอกใบสำคัญยินยอมมอบศพให้
โรงพยาบาลเพื่อการศึกษาไว้เป็นหลักฐาน โดยติดต่อแจ้งการรับศพได้ที่
1. ในเวลาราชการติดต่อที่ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ หมายเลขโทรศัพท์
02-256-4281 หรือ 02-2527-028 หรือ 02-256-4000 ต่อ 3247
2. นอกเวลาราชการติดต่อที่ ตึกห้องพักศพ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการรับศพ หมายเลขโทรศัพท์
2564317
โรงพยาบาลจะสามารถรับร่างของผู้อุทิศร่างกายได้ก็ต่อเมื่อ มีใบมรณบัตรซึ่งออกโดย นายทะเบียน
ท้องถิ่นที่ผู้อุทิศร่างกายถึงแก่กรรมแล้วเท่านั้น
โรงพยาบาลจะจัดเจ้าหน้าที่ไปรับร่างผู้อุทิศร่างกายเฉพาะที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล
เมื่อโรงพยาบาลรับร่างผู้อุทิศร่างกายมาแล้ว ไม่สามารถอนุญาตให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศล
ก่อน เพราะจะทำให้ไม่อยู่ในสภาพที่เหมาะสมสำหรับการศึกษา
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปรับร่างผู้อุทิศร่างกาย ทายาทควรให้ที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวกที่สุดไว้กับเจ้าหน้าที่
เพื่อให้สามารถติดต่อได้เมื่อนิสิตศึกษาร่างผู้อุทิศร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้วและหากมีการเปลี่ยนแปลงที่
อยู่ต้องแจ้งให้ทราบ
ฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ จะจัดให้มีการศึกษาร่างของผู้อุทิศร่างกายในกรณีต่างๆต่อไปนี้ ตามความ
เหมาะสม
1. เพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน
2. เพื่อการฝึกอบรมหัตถการต่างๆ และงานวิจัยทางการแพทย์
เมื่อฝ่ายกายวิภาคศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ศึกษาร่างผู้อุทิศฯศึกษาเรียบร้อยแล้ว
จะมีคณะกรรมการดำเนินการจัดงานฌาปนกิจ และขอพระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ)


คุณสมบัติของผู้บริจาค
ผู้มีความประสงค์อุทิศร่างกายต้องมีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป กรณีที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องได้รับความ
ยินยอมจากผู้ปกครองเป็นลายลักษณ์อักษร
โรงพยาบาลจะไม่รับศพผู้อุทิศร่างกายในกรณีดังนี้
- ถึงแก่กรรมเกิน 24 ชั่วโมง ยกเว้นได้เก็บไว้ในห้องเย็นของโรงพยาบาล
- ผู้อุทิศร่างกายที่ได้รับการผ่าตัด หรือมีรอยเสียหายจากอุบัติเหตุ บริเวณศีรษะและ
สมอง
- ผู้อุทิศร่างกายที่ถึงแก่กรรมจากสาเหตุจากโรคมะเร็งบริเวณศีรษะและ สมอง หรือติดเชื้อ โรคร้ายแรงเช่น เอดส์ ไวรัสลงตับ และวัณโรค
- ผู้อุทิศร่างกายที่มีคดี เกี่ยวข้องกับคดี หรือมีการผ่าพิสูจน์ ยกเว้นการผ่าพิสูจน์บริเวณช่องท้องที่แพทย์นำไปใช้ในทางการศึกษาทางการแพทย์ เท่านั้น
- ผู้อุทิศฯที่ผ่านกระบวนการเก็บรักษาด้วยน้ำยาแล้ว
ในกรณีที่รับร่างผู้อุทิศฯมาแล้ว มีการตรวจพบว่าอยู่ในกรณีดังกล่าวข้างต้น โรงพยาบาลจะติดต่อญาติให้นำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

สถานที่ติดต่อ
ศาลาทินฑัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
ในวัน เวลาราชการ

หลักฐานที่ต้องเตรียมมามีดังนี้
1. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป
2. สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาบัตรข้าราชการ 1 ฉบับ


ดาวโหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง
1. หัวข้อถามตอบอุทิศร่างกาย
2. แผ่นพับประชาสัมพันธ์
3. เกณฑ์การรับร่างกาย
4. แบบฟอร์มอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาใหม่
5. ระเบียบการรับร่างผู้อุทิศร่างกาย
6. เอกสารรับแจ้งข้อมูล

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanna
เฒ่า..เล่าเรื่อง

น่าแนะนำให้ทักษิณไปสมัครนะครับ

จะได้รู้ว่า ในคนหัวมีอะไรดีบ้าง - ฮา

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต

บริจาคไปเมื่อ 4 ปี ที่แล้วล่ะครับ ลุงกิ๊

ยังไม่โดนเรียกตัวไปเหมือนลุงกิ๊ ครับ

ยังไงก็เป็นคนในองค์กรเดียวกันนะครับ

ว่าแต่ว่า ใครจะเข้าก่อนเข้าหลังดีล่ะครับเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คุณเจม วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/terdsak
    ไปเรื่อยๆเหมือนรถขายโอ่ง   

บอกตรงๆยังไม่ได้บริจาคเลยครับ..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
fonsasami วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 13.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fonsasami
http://www.namfardress.com 

เคยบริจาคไปแล้ว ทั้งร่างกายและดวงตา ตั้งแต่เรียนอยู่ปี 1 ค่ะ แต่บัตรหายหมดแล้วอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

พอดีลูกสาวเรียนแพทย์ที่จุฬา
บอกลูกไว้แล้วค่ะ ว่าตายเมื่อไหร่ ให้บริจาคอวัยวะเป็นอันดับแรก
ต่อไป ถ้ายังเป็นอาจารย์ใหญ่ได้ ก็จะเป็น
ถ้าเป็นไม่ได้ ก็บริจาคกระดูก แทน
เมื่อเช้าดูข่าวเหมือนกันค่ะ แต่ดูได้แค่ช่วงท้ายข่าว ดีจังที่คุณกี้นำมาเผยแพร่อีกที

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Kibangkok วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

พี่ลูกเสือบริจาคหรือยังครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ต้องช่วยกันเผยแพร่ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

สาธิตการใช้งานพู่กันไอแพต Water color on Ipad

แจะๆๆบนไอแพตด้วยพู่กันสไตรัส

View All
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณเขียนจดหมายถึงเพื่อนหรือญาติด้วยปากกาครั้งสุดท้ายเมื่อใด
1-30 วันที่แล้ว
1 คน
2-6 เดือนที่แล้ว
0 คน
1 ปีที่แล้ว
0 คน
2-5 ปีที่แล้ว
1 คน
มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
3 คน

  โหวต 5 คน