*/
  • ชมวิวทิวทัศน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : suchartthai@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-02-27
  • จำนวนเรื่อง : 791
  • จำนวนผู้ชม : 999367
  • จำนวนผู้โหวต : 83
  • ส่ง msg :
  • โหวต 83 คน
<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by ชมวิวทิวทัศน์ , ผู้อ่าน : 2657 , 21:11:20 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน van โหวตเรื่องนี้

ร่วมด้วยช่วยกันครับ เพื่อ “สวนสาธารณะ ที่เป็น ปอด กรุงเทพมหานคร” ซึ่งนับวัน จะเหลือน้อยๆ เต็มทน แถม ยังมีแนวโน้มค่อนข้างสูงมาก ที่จะถูกนำพื้นที่สีเขียวที่เหลือน้อยมากในกรุงเทพมหานคร ไปสร้างศูนย์การค้า ซึ่งที่จริง ใน กทม. ศูนย์การค้า ก็มีมากมายมหาศาล อยู่แล้ว ศูนย์การค้าที่จะสร้าง ถามว่า คนได้ประโยชน์ก็คงมีอยู่ แต่ถ้าเป็นสวนสาธารณะ คนได้ประโยชน์ ก็คือคนที่อาศัยใน กทม. สิบกว่าล้านคนครับ ถ้าเป็นศูนย์การค้า คนได้ประโยชน์ น่าจะน้อยกว่าอย่างสิ้นเชิงครับ อย่างไรก็แล้วแต่ครับ วันนี้จะนำเสนอภาพพร้อมคำบรรยาย จาก Facebook เพจ  "เราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์" ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มสถาปนิก ที่เป็นจิตอาสา อยากให้บ้านเมืองเรา มีพื้นที่สีเขียว เท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งบ้านเรา โดยเฉพาะ กทม. ด้วยแล้ว นับว่ามาตรฐานพื้นที่สีเขียว ต่ำกว่าชาวโลกเค้ามากเลยครับ ....ค่อยๆ ติดตามอ่านกันไปเรื่อยๆ ครับ อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ช่วยกันคลิ๊ก Like เพื่อขยายเครือข่าย กลุ่ม “"เราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์" กันครับ

 

http://www.facebook.com/makkasanhope

 

บางภาพ และเนื้อหาในเพจ ครับ 

 

ต้นไม้ใหญ่ 1 ต้น ให้ความเย็นเท่ากับ 12000 บีทียู...

ต้องใช้ต้นไม้ใหญ่เท่าไหร่...

กทม. จึงเย็นโดยไม่ต้องเปิดแอร์...

 

ข้อเท็จจริงที่น่าเป็นห่วงฮะ...

กรุงเทพมหานคร ควรมีพื้นที่สีเขียว 12 ตร.ม./คน แต่วันนี้เรามีแค่ 3 ตร.ม./คน

 

เป็นที่ทราบกันว่า เรากำลังมีวิกฤตด้านพลังงาน พื้นที่ขนาด 700 ไร่แห่งนี้ กำลังจะพัฒนาเป็น "มักกะสันคอมเพล็กซ์" เราจะต้องใช้พลังงานอีกเท่าไหร่มาดูแลโครงการนี้กันหรือ ???

"มักกะสัน" เพื่อลูกหลานภูมิใจ...และลมหายใจที่สดใสของวิถีชีวิตคนเมือง

 

ทำไมต้อง "มักกะสัน"??

1. เพราะพื้นที่นี้อยู่ใจกลางเมือง และยังไม่ถูกนำไปพัฒนา

2. เพราะเป็นพื้นที่สีเขียวของรัฐแปลงสุดท้าย และประชาชนมีสิทธิ์ในการมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญ

3. เพราะผืนดินนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีต้นไม้ใหญ่ที่ใช้เวลาหลายสิบปีในการเติบโตที่ควรรักษาไว้

4. เพราะมีขนาดใหญ่ถึงเกือบ 700 ไร่ สามารถใช้เป็นปอดของกรุงเทพฯ ได้จริง เป็นพื้นที่เพื่อคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ได้จริง

5. เพราะเป็นพื้นที่ที่การคมนาคมเข้าถึงได้ง่าย เหมาะกับการเป็นสวนสาธารณะเพื่อส่วนรวม

6. เพราะอาคารโรงซ่อมรถโดยสารที่นี่ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารสถาบันและอาคารสาธารณะ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และควรค่าแก่การอนุรักษ์

7. เพราะถ้าไม่ทำวันนี้ วันหน้าจะไม่มีโอกาสได้รักษาพื้นที่แห่งนี้อีก (เนื่องจากกำลังมีโครงการนำพื้นที่แห่งนี้ไปทำคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ระดับแสนล้านบาท)

เพิ่มเติม:

• ปัจจุบัน อัตราส่วนพื้นที่สีเขียวของคนกรุงเทพฯ อยู่ที่ 1 ต่อ 3 ตารางเมตร ขณะที่มาตราฐานอยู่ที่ 1 ต่อ 9 ตารางเมตร

• พื้นที่นี้เคยเป็นพื้นที่รับน้ำกลางเมือง เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขัง โดยเป็นแหล่งรับน้ำขนาดใหญ่ชั่วคราวที่ระบายไม่ทันในเมือง ก่อนระบายออกสู่แหล่งน้ำอื่นต่อไป เสมือนแก้มลิงกลางเมือง

** จริงๆ แล้ว หากค่อยๆ มองภาพนี้ดีๆ ก็จะได้คำตอบว่าทำไมเราต้องรักษาพื้นที่มักกะสันนี้ไว้ให้เป็นคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกหลานเราและคนกรุงเทพฯ ต่อไปครับ **

 

หลายท่านสงสัย...คนเหล่านี้คือใคร???

>>>>>> 

พวกเราไม่ใช่นักการเมือง...

พวกเราไม่ใช่ NGO...

พวกเราไม่เคยลุกมาเรียกร้องอะไร...

พวกเราบางคนเป็นนักออกแบบ...

บางคนเป็นลูกจ้าง...

บางคนเป็นเจ้าของกิจการ...

แต่ที่สำคัญคือ

พวกเราเป็นคนกรุงเทพฯ...

มีครอบครัวอยู่ในกรุงเทพฯ...

มีลูกหลานที่จะเป็นคนกรุงเทพฯต่อไป...

เพราะเราจะไม่ทน...

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราทำเรื่องนี้...

 

ถ้า "มักกะสัน" เป็น "คอมเพล็กซ์" คนกรุงเทพจะได้...

- ต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิม ถูกตัดทิ้งปลูกทดแทนได้ยากมาก

- การระบายน้ำสู่ผิวดินน้อยลง เพราะถูกแทนที่ด้วยคอนกรีต ทำให้ไปพึ่งการระบายน้ำผ่านระบบท่อระบายอย่างเดียว ทำให้น้ำท่วมได้ง่ายขึ้น

- มลพิษทางอากาศสูงขึ้น เพราะขาดต้นไม้ใหญ่ดูดซับ

- การจราจรติดขัดขึ้น เพราะพื้นที่ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม

- อัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อคนใน กทม. จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

- อาคารเก่าที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์จะถูกรื้อทิ้ง

- เมืองจะร้อนขึ้น เพราะคอนกรีตจะคายความร้อนสะสมในช่วงค่ำ

- ความหนาแน่นในการใช้ที่ดินจะสูงขึ้น

- คุณภาพชีวิตคนเมืองจะลดลง เพราะขาดที่ว่างเปิดโล่งเพื่อตอบสนองกิจกรรมทางสังคม

มีแฟนเพจหลายคนถามถึงว่า "ทำไมต้องเป็นที่ดินมักกะสันแห่งนี้?" เช้านี้ ทีมงานฯ ถือโอกาสสรุปสิ่งที่เรามองเห็นในพื้นที่แห่งนี้และตอบคำถามนี้นะครับ 

 

"เมืองคือร่างกาย สวนสาธารณะคือปอด"

อากาศโดยรอบทั้งที่อยู่ภายในและภายนอกอาคารล้วนมีส่วนสำคัญต่อสุขภาพของคนเรา ทัศนคติ ประสิทธิภาพในการทำงาน และมีผลต่อการมีชีวิตอย่างมีความสุข การรักษาคุณภาพของอากาศจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อทุกชีวิตที่ยังต้องดำเนินไป คุณภาพอากาศในกรุงเทพฯมีค่ามลภาวะเกินมาตรฐานอยู่เสมอโดยเฉพาะตามใจกลางเมือง ย่านธุรกิจ ที่มีหมอกควันจากการจราจร และกิจกรรมการใช้ชีวิตของคน คุณภาพอากาศภายในอาคารเราอาจดูแลได้ด้วยเครื่องฟอกอากาศ แต่อากาศภายนอกหละ..สวนสาธารณะน่าจะเป็นคำตอบเดียวเท่านั้น..เรายังจะตัดปอดของเราทิ้งเพื่อแลกกับเงินอย่างนั้นหรือ

 

“Let’s our child play”

ในช่วงพัฒนาการของเด็ก การละเล่นต่างๆล้วนเป็นส่วนช่วยเสริมพัฒนาการของเด็กทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา พื้นที่ว่างเป็นสิ่งจำเป็นในการแสดงออกของเด็ก ได้ฝึกการเคลื่อนไหวผ่านการเล่นในรูปแบบต่างๆ เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคม ผ่านการแบ่งปันและมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในวัยเดียวกัน รวมทั้งเรียนรู้โลกรอบตัวที่ใหญ่เกินกว่าจะเรียนรู้ได้จากภายในบ้านหรือคอนโดหน่วยการอยู่อาศัยของครอบครัวเมือง ได้เรียนรู้ที่จะรักธรรมชาติ ต้นหญ้า ดอกไม้และกลิ่นดิน ที่ไม่สัมผัสจากการเปิดหนังสือหรือสื่อทางอินเตอร์เน็ต คุณพ่อคุณแม่สมัยใหม่ล้วนแต่ประสบปัญหาการติดเกมส์ผ่านทางสื่อมือถือชนิดต่างๆ การขาดทักษะการสื่อสารกับผู้คนรอบข้าง และมีแนวโน้มในการเป็นโรคอ้วน ภูมิแพ้ และโรคอื่นๆมากกว่าเด็กรุ่นก่อนๆ สิ่งเหล่านี้เพราะการเด็กขาดสภาพแวดล้อมอันเหมาะสม อย่างสวนในชุมชน สวนสาธารณะกลางเมืองที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายอย่างเพียงพอนั้นเอง

 

"พื้นที่สีเขียวกับการฟื้นฟูพลังใจ"

ชีวิตคนเมืองในปัจจุบันก่อให้เกิดความเครียดได้ตลอดเวลา ทั้งจากปัญหาส่วนตัว สภาพแวดล้อม เช่น จราจรติดขัด ทำงานไม่ทัน เงินเดือนไม่พอใช้ ติดหนี้ สาระพันปัญหาเหล่านี้ต่างรุมเร้าให้เกิดอาการจิตตกได้ง่าย สำหรับคนที่ทำงานโดยทั่วไปก็มักจะฝันถึงวันหยุดพักผ่อนยาวตามเทศกาลต่างๆ นั้นหมายถึงการที่ต้องรออีกเป็นนับแรมเดือน แล้วระหว่างนั้นหละ..มีวิธีง่ายๆที่จะเสริมเติมพลังให้กับตัวเราก็คือพื้นที่สีเขียวกลางใจเมืองซึ่งในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงสวนกระถางตรงระเบียงคอนโด หรือสวนหย่อมไม่กี่ตารางเมตรข้างสำนักงาน แต่หมายถึงพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่พอที่จะสามารถปลดปล่อยตัวเราออกจากสภาพความแออัดและปัญหาของเมืองได้ ให้เวลากับการปรับสภาพจิตวิญญาณที่โหยหาความเป็นธรรมชาติท่ามกลางป่าคอนกรีต เพิ่มคุณค่าให้กับการดำรงอยู่ชีวิต..ว่างๆลองไปเดินเล่นในสวนเติมพลังให้กับตัวเองดูสิครับ

 

“Imaginary come into a reality”

กรณีศึกษาเกี่ยวกับพื้นที่รถไฟที่รกร้างถูกนำมาสรรค์สร้างให้เกิดประโยชน์กับชุมชนเมือง กับโครงการ "The High Line Park" ที่อยู่ทางซีกตะวันตกของเกาะแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์ค ซึ่งถูกปล่อยทิ้งร้างเนื่องจากคนหันไปเดินทางกับถนน interstate แทน ซึ่งหลังจากการเปิดใช้ในเดือนมิถุนายน ปีคศ.2009 มีงานศึกษาพบว่าทำให้สภาพพื้นที่โดยรวมมีการพัฒนาขึ้นทั้งด้านอสังหาฯ และการเกิดอาชญากรรมลดลงในบริเวณดังกล่าว ซึ่งโครงการนี้เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนอาสาและคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้ทำการรณรงค์จนกระทั่งภาครัฐได้เข้ามาส่งเสริมทางด้านเงินทุน..เรามาร่วมกันส่งแรงให้มักกะสันได้เกิดเป็นโครงการตัวอย่างขึ้นในประเทศไทย บ้านของเรา เมืองของเรา

 

"เดินสวนสวยชมโรงซ่อม"

พื้นที่มักกะสันบริเวณนี้ที่จริงแล้วมีประวัติศาสตร์คู่กับการพัฒนาประเทศไทย เพราะเป็นโรงซ่อมใหญ่ของการรถไฟในการซ่อมบำรุงขบวนรถไฟต่างๆ เปิดใช้งานตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ.2453 อายุก็เลยแซยิดมามากโข คงจะดีหากเรามีการอนุรักษ์ในส่วนของประวัติศาสตร์คู่ไทยสมัยใหม่นี้ด้วย

(ข้อมูล: http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=5552)

(เครดิตภาพ: the Railway Museum in Saitama near Tokyo which opened in 2007)

 

คอมเพล็กซ์มหึมา กำลังจะมาแทนที่ต้นไม้เหล่านี้

กรุงเทพมหานคร จะกลายเป็นป่าคอนกรีตเต็มรูปแบบสำหรับชีวิตคนเมือง

แฟนๆเพจแนวร่วมทุกท่านค่ะ วันนี้ทางทีมงานจะขอรายงานความคืบหน้าของสิ่งที่ทางทีมงานกำลังดำเนินการให้สิ่งที่นำเสนอเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นค่ะ โดยสิ่งที่ทางทีมงานได้ดำเนินการอยู่มีหลักๆดังนี้ค่ะ

 

1. ทางทีมจะทำการสัมภาษณ์ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อจะนำแนวคิดนี้สื่อสารไปถึงผู้สมัคร และรับฟังแนวคิดของผู้สมัครเพื่อให้พวกเราได้ใช้ในการพิจารณาต่อไป...โดยทางทีมจะถ่ายคลิปมานำเสนอให้แฟนเพจทุกท่านทราบต่อไป...

2. ทีมงานได้รับการติดต่อจากสื่อหลายรูปแบบเพื่อทำการสัมภาษณ์ขยายแนวคิดลงในสื่อต่างๆต่อไปทั้ง ทีวีดาวเทียม นิตยสาร หนังสือพิมพ์...ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการประสานและเตรียมให้สัมภาษณ์กับสื่อดังกล่าวที่ติดต่อมา

3. ทีมงานได้รับการติดต่อจาก สมาชิกวุฒิสภาบางกลุ่ม ที่จะร่วมพลักดันในทางกฎหมาย...

4. ทีมงานได้ติดต่อกับทาง Change.org เพื่อเตรียมการทำประชามติในการขอมักกะสันไว้เป็นสวนฯ...เมื่อดำเนินการเรียบร้อย คงต้องขอพลังร่วมแรงร่วมใจกับแฟนเพจทุกท่านด้วยนะค่ะ...

5. ทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกำลังหาช่องทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการดำเนินการ...ซึ่งคงต้องใช้เวลาอยู่พอสมควรเพราะมีรายละเอียดที่มากและซับซ้อน

6. ทีมงานได้จัดทำ Sticker และ เสื้อยืด เพื่อการรณรงค์แต่เนื่องจากทุนยังจำกัดจึงอาจจะจัดให้มีการจัดงานเพื่อหาทุนในการรณรงค์ต่อไปตามสมควรค่ะ...

 

(เสาร์ที่ 23 ก.พ.) ร่วมรับฟังกลุ่มมักกะสันกับตัวแทนจากชุมชนอื่น และนักวิชาการเพื่อสะท้อนปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่มีในกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบออกไปถึงพื้นที่รอบนอกและจังหวัดข้างเคียง จากการเติบโตของเมืองหลวงที่ไร้ทิศทางครับ

 

นำภาพบรรยากาศของเช้าวานนี้ที่ทีมงาน "เราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์" ได้เข้าพบกับ สว.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ และ สว.คํานูณ สิทธิสมาน ในการนำเสนอเอกสาร...ความคิดและร่วมพูดคุยหารือในเรื่องดังกล่าวราว 1 ชั่วโมง...

 

เช้าวันนี้ทีมงาน "เราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์" ได้เข้าพบกับ สว.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ และ สว.คํานูณ สิทธิสมาน ในการนำเสนอเอกสาร...ความคิดและร่วมพูดคุยหารือในเรื่องดังกล่าวราว 1 ชั่วโมง...

 

เพื่อคุณภาพชีวิตคนเมืองหลวง...ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงพลัง เพื่อขับเคลื่อนมักกะสันให้เป็นพื้นที่สีเขียวกับเรา

 

จาก 1 ความฝัน ....... ส่งต่อเป็น พลัง

สานต่อ หลายฝัน ...... เพื่อ มักกะสัน ของเรา

 

อยากได้สวน ในกรุงเทพฯ อย่างที่คิด

ต้องร่วมจิต ร่วมสร้าง อย่างแข็งขัน

เมื่อพลัง ความร่วมใจ มารวมกัน

มักกะสัน จึงเป็นสวน ของมวลชน...

 

เข้าไปขอติดสติ๊กเกอร์และขอถ่ายรูป เค้าถามว่าเรามาทำอะไร ยังไง ก็เลยเล่าให้ฟังครับ หลังจากคุยได้พักนึง คุณพี่ทั้ง 3 บอกว่า ชุมชนบางลำพูสนับสนุนเต็มที่ครับ น่ารัก : )

 

...อยากจะขอซัก ล้าน like ด้วยใจที่ ล้าน รัก มักกะสัน...

 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงพลัง เพื่อขับเคลื่อนมักกะสันให้เป็นพื้นที่สีเขียวกับเรา

http://www.facebook.com/makkasanhope

ทุกๆ Like ทุกๆ Share ของท่านเป็นพลังให้กับเรา....

เราอยากให้มักกะสันเป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์

 

 
 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แสงปลายฟ้า วันที่ : 24/02/2013 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/monin4433

ส่งขอ้เสอนไปยังผู้ว่่าสุขุมพันธืหรือยังค่ะ
เพราะเป็นพรรคเดียวที่ให้ความสนใจเรื่องสวนสาธารณะ
ลองดูค่ะ อาจได้ผล หากเขาชนะเลือกตั้งกลับมาอีกครั้ง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน