www.oknation.net/blog/thaitraining
เผยแพร่ผลงานวิเคราะห์เศรษฐกิจรายไตรมาส รวมทั้ง เผยแพร่ความรู้เรื่องการบริหารจัดการคนในธุรกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thaitraining
วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2558
Posted by บริษัทไทยวิจัยและฝึกอบรมจำกัด , ผู้อ่าน : 1032 , 10:34:45 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน เหล่าซือสุวรรณา โหวตเรื่องนี้

รายงานเศรษฐกิจรายไตรมาส ฉบับที่ 47/2558

 

เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2558

ปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน

 

บริษัทไทยวิจัยและฝึกอบรม

28 ตุลาคม2558

 

หากต้องการที่จะเข้าใจปัญหาของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้มและความสำเร็จของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลของแต่ละประเทศนำออกมาใช้ควรจะเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของการบริโภคและการออมของผู้บริโภคก่อน เพราะผู้บริโภครุ่นก่อนหน้า (Previous Generation) จะไม่บริโภคเกินรายได้ของตนและจะทำการออมเพื่อการบริโภคที่ต้องการในอนาคต โดยเฉพาะสินค้าคงทน (Durable Goods) และสินค้าฟุ่มเฟือย (Luxury Goods) แต่ผู้บริโภครุ่นปัจจุบัน (Current Generation) จะทำการบริโภคเกินรายได้ผ่านระบบสินเชื่อส่วนบุคคล โดยเฉพาะในหมวดสินค้าคงทุนและสินค้าฟุ่มเฟือย โดยคาดหวังว่ารายได้ในอนาคตจะพอเพียงที่จะชำระหนี้ การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภคนี้ทำให้สาเหตุและวิธีการแก้ปัญหาของเศรษฐกิจของอดีตและปัจจุบันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หากผู้บริหารนโยบายเศรษฐกิจไม่ปรับเปลี่ยนรูปแบบนโยบายเศรษฐกิจตามพฤติกรรมของการบริโภคที่เปลี่ยนไปจะทำให้ยากที่จะประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน

 

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวในอดีตจะเน้นไปที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยและการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคนำเงินออมออกมาใช้จ่ายในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว แต่การกระตุ้นให้นำเงินออมออกมาใช้ใช้จ่ายจะไม่ได้ผลในปัจจุบันเนื่องจากผู้บริโภครุ่นใหม่ไม่มีเงินออม แต่ควรจะเน้นไปที่การสร้างรายได้ให้แก่ผู้บริโภค กล่าวคือภาครัฐจะต้องใช้จ่ายแทนผู้บริโภคและเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถกู้ยืมมาบริโภคได้ใกล้เคียงระดับปกติ โดยจะเห็นได้ว่าประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ได้นำวิธีการแก้ไขสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแนวใหม่มาใช้ ถึงแม้ว่าสำหรับนักเศรษฐกิจอนุรักษ์นิยมที่ยังไม่ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการบริโภคจะมองว่านโยบายเหล่านี้เป็นนโยบายที่ขาดวินัยทางการเงินและการคลัง เนื่องจากรัฐบาลจะต้องเพิ่มการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมากทำให้เกิดหนี้สินภาครัฐ อีกทั้งธนาคารกลางยังต้องเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเกินความสมดุล แต่จะเห็นได้ว่านโยบายเหล่านี้ล้วนประสบความสำเร็จถึงระดับหนึ่งจนสามารถกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ ทำให้ไม่เกิดปัญหา Deflation ซึ่งจะนำไปสู่การถดถอยของเศรษฐกิจระยะยาว

 

 การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการบริโภคนี้ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน ทำให้รูปแบบของนโยบายที่จะนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 และปัจจุบันไม่ควรจะเป็นรูปแบบเดียวกัน สำหรับช่วงวิกฤติปี 2540 จะพบว่าผู้บริโภคได้รับผลกระทบไม่มากจากวิกฤติเศรษฐกิจและสามารถบริโภคสินค้าจำเป็นได้ตามปกติจากเงินออมที่มีอยู่ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจึงพอเพียงที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายและนำไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในรอบนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะมีผลกระทบน้อยต่อการบริโภค เนื่องจากผู้บริโภคขาดรายได้และไม่มีเงินออมที่จะนำออมมาใช้ชดเชยรายได้ที่ลดลง ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องดำเนินนโยบายขาดดุลเพื่อใช้จ่ายแทนภาคประชาชนและธนาคารแห่งประเทศไทยจำเป็นจะต้องเสริมสภาพคล่องในระบบให้เพียงพอต่อการบริโภคและการลงทุน

 

เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2558 ทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายในที่สำคัญคือปัญหาภัยแล้งในภาคการเกษตร การชะลอตัวของการบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะการบริโภคสินค้าคงทน และภาวะสภาพคล่องตึงตัว ส่วนปัจจัยภายนอกที่สำคัญคือการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกไปยังประเทศจีนที่ลดลงเฉลี่ย 8.7% ในสี่ไตรมาสที่ผ่านมา การชะลอตัวนี้ทำให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยรายไตรมาสลดลงเล็กน้อยจาก 3.0% ในไตรมาสที่ 1 เป็น 2.8% ในไตรมาสที่ 2 แต่เมื่อพิเคราะห์เพิ่มเติมแล้วจะพบว่าอัตราการเติบโตของไตรมาสที่ 2 อยู่ที่เพียง 1.8% ด้วยการขยายตัวของการบริโภคภาคประชาชนลดลงเหลือเพียง 1.5% จากการขาดแคลนกำลังซื้อของทั้งผู้บริโภคในภาคการเกษตรและนอกภาคการเกษตร หากแต่มีการปรับปรุงวิธีการประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติใหม่จากระบบเดิมเป็นระบบ Chain Value Measures (CVM) ทำให้เกิดการคาดเคลื่อนถึง 1% ของ GDP ในไตรมาสนี้

 

การอ่อนตัวของ Domestic Demand และภาคการส่งออกสอดคล้องกับการอ่อนตัวของภาคการผลิตที่ใช้กำลังการผลิต(Capacity Utilization) ลดลงเหลือ 56.6% ของกำลังการผลิตทั้งหมด โดยภาคการผลิตที่น่าเป็นห่วงคืออุตสาหกรรมอาหาร/เครื่องดื่มและอุตสาหกรรมสิ่งทอที่มีการใช้กำลังการผลิตไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความสามารถในการผลิต ส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เคยใช้กำลังการผลิตเกือบเต็มที่ในช่วงเศรษฐกิจปกติ กลับใช้กำลังการผลิตเพียง 66.1% ในไตรมาสที่สองที่ผ่านมา การใช้กำลังการผลิตที่ลดลงนี้ทำให้ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index) ขยายตัวติดลบ 7.5% ในไตรมาสดังกล่าว แม้รัฐบาลจะเร่งใช้งบประมาณอย่างเต็มที่มีแต่ผลต่อระบบเศรษฐกิจกลับแทบจะไม่มี เนื่องจาก 80% ของงบประมาณเป็นงบประจำ และงบลงทุนมีเม็ดเงินเพียง 4.5 แสนล้านบาท หรือไม่ถึง 4% ของ GDP

 

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 ยังมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวต่อเนื่องเนื่องจาก

  1. สภาพคล่องในระบบมีไม่พอเพียง ดังที่กล่าวมาแล้ว สภาพคล่องจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการบริโภคต่อเนื่อง ที่สำคัญคือในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวนี้ ระบบจะต้องมีสภาพคล่องมากกว่าปกติเนื่องจาก Velocity of Money (V) ลดลงจึงทำให้ต้องการปริมาณเงิน (Money Supply (M)) มากกว่าช่วงเวลาปกติตามสูตร

MV = PQ

แต่สำหรับกรณีประเทศไทย นอกจากจะไม่การอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ (M) เพื่อทดแทนการลดลงของ V แล้ว ยังพบว่าปริมาณ M กลับลดลงจากการไหลออกของเงินทุนระหว่างประเทศ ทำให้ปัญหาความไม่พอเพียงของสภาพคล่องเพิ่มเป็นทวีคูณ ตามที่ปรากฎในตารางที่ 1

 

ตารางที่ 1: ปริมาณสภาพคล่องส่วนเกิน (Excess Liquidity) ณ สิ้นเดือน

                                                                                     (ล้านบาท)

มีนาคม 2558

มิถุนายน 2558

สิงหาคม 2558

168,911

109,536

-61,665

 

ปัญหาความไม่พอเพียงของสภาพคล่องคาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นในไตรมาสที่ 4 เนื่องจากเงินทุนต่างประเทศยังไหลออกจากภูมิภาคเอเซียอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Reserve Board) ทำการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยภายในประเทศในช่วงปลายปี

  1. เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวต่อไป โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน ตามหลักทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ การปรับตัวทางเศรษฐกิจจะมีห่วงโซ่ในการปรับตัว 3 ตลาดต่อเนื่องกัน คือ ตลาดเงิน-ตลาดการผลิต-ตลาดแรงงาน โดยระยะเวลาการปรับตัวจากตลาดหนึ่งสู่อีกตลาดหนึ่งจะมีระยะเวลา 3-6 เดือน สำหรับประเทศจีน ได้เห็นการปรับตัวของตลาดเงินแล้วในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ดังนั้นขณะนี้กำลังเกิดการปรับตัวในตลาดการผลิตของจีน ซึ่งกระทบการนำเข้าสินค้าประเภทวัตถุดิบและ Intermediate Goods แต่ในไตรมาสที่ 4 ปี 2558/ ไตรมาสที่ 1 ปี 2559 คาดว่าจะมีการปรับตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งจะกระทบการนำเข้าสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค จึงสามารถคาดการณ์ได้ว่าการส่งออกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีนจะยังไม่ฟื้นตัว นอกจากนี้การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจะทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวตามไปด้วย ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย

  2. นโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่พอเพียงและไม่ตรงจุด ดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้จ่ายภาครัฐเพื่อทดแทนการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ลดลงเป็นสิ่งจำเป็นในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว และด้วยความแตกต่างของสัดส่วนของภาคเอกชนและภาครัฐในระบบเศรษฐกิจ การดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุลระดับสูงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยาก หากแต่งบประมาณปี 2559 ยังกำหนดให้มีการขาดดุลได้ไม่เกิน 3.9 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 3.0% ของ GDP ซึ่งอาจจะไม่พอเพียงต่อการพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ชะลอตัวและพลิกกลับมาฟื้นตัว นอกจากนี้ แม้รัฐบาลมีนโยบายที่จะใช้งบประมาณเต็มที่ แต่คาดว่าจะขาดแคลนเม็ดเงินเนื่องจากรายได้จากภาษีอากรจะต่ำกว่าที่ประมาณการตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวต่อเนื่อง และการกู้ยืมเพื่อชดเชยงบประมาณขาดดุลจะกระทำได้ลำบากเนื่องจากระบบการเงินขาดแคลนสภาพคล่องตามที่ได้อธิบายก่อนหน้า

     

ถึงแม้เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะประสบปัจจัยลบหลายประการในช่วงสุดท้ายของปี แต่ยังจะประมาณการแบบอนุรักษ์นิยมที่คงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยของปี 2558 ไว้ที่ 2.3% เหมือนการวิเคราะห์ครั้งก่อนหน้า หากแต่มีการปรับปรุงการประมาณรายไตรมาสเล็กน้อย โดยในไตรมาสที่ 3 จะมีอัตราการเติบโต 2.2% ก่อนที่จะลดลงเป็น 1.2% ในไตรมาสที่ 4 ตามตารางที่ 2

 

แม้สภาพคล่องในระบบจะตึงตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 แต่คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะไม่มีการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย โดยจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.50% เนื่องจากเกรงว่าจะกระตุ้นการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศ ซึ่งจะให้สภาพคล่องที่ไม่พอเพียงอยู่แล้วขาดแคลนยิ่งขึ้น แต่เงินทุนที่คาดว่าจะไหลออกอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคเอเซีย รวมทั้งประเทศไทย จะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงอีก โดยคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36-37 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงปลายปี

 

ตารางที่ 2: การประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรายไตรมาสของปี 2558                                                                                                                                                                                                                                                           (เปอร์เซ็นต์)

 

ไตรมาส 1

(Actual)

ไตรมาส 2

(Actual)

ไตรมาส 3

 

ไตรมาส 4

 

การบริโภค

   ภาคเอกชน

   ภาครัฐบาล

 

2.4

3.3

 

1.5

4.6

 

1.4

2.9

 

1.3

3.5

การลงทุน

   การลงทุนถาวร

   การเปลี่ยนแปลงในสินค้าคงคลัง

 

10.7

 26.4

 

2.5

-7.0

 

2.9

-44.8

 

3.2

17.7

การส่งออก

  1.0

1.0

 -2.2

-3.4

การนำเข้า

2.3

1.4

 -3.5

 -2.7

Statistical Discrepancy

4.1

38.8

0.0

0.0

GDP

3.0

2.8

2.2

 1.2

 

เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ของปี 2558

          เศรษฐกิจในไตรมาสนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการบริโภคภาคประชาชน ภาคการส่งออกและภาคการผลิต ซึ่งเป็นไปตามภาวะการตึงตัวของสภาพคล่องภายในประเทศ ความสามารถในการกู้ยืมของผู้บริโภคที่ลดลงเรื่อยๆ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน โดยภาคการบริโภคที่กระทบหนักคือการบริโภคสินค้าคงทน เช่น ยานยนต์ มอเตอร์ไซค์ และเครื่องไฟฟ้า ที่จำเป็นต้องอาศัยสินเชื่อเพื่อบริโภค ทำให้ดัชนีการบริโภคสินค้าคงทน (Durable Goods Index) ลดลง -13.0% และ -9.5% ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมตามลำดับ ส่วนการส่งออกก็ขยายตัวลดลง -3.1% และ -5.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ ยังพบว่ามีเงินทุนต่างประเทศไหลออกประมาณ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาสที่ 3 ส่งผลให้สภาพคล่องส่วนเกินในประเทศติดลบกว่า 6 หมืนล้านบาท

 

ปัจจัยบวก

  • รัฐบาลเร่งใช้จ่ายงบประมาณ

  • จัดทำงบประมาณปี 2559 ขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 3.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการขาดดุล 2.5 แสนล้านบาทของงบประมาณปี 2558

  • อัตราเงินเฟ้อและราคาพลังงานโลกอยู่ในระดับต่ำ

     

    ปัจจัยลบ

  • การไหลออกของเงินทุนต่างประเทศทำให้สภาพคล่องส่วนเกินลดลงอย่างต่อเนื่อง

  • การส่งออกชะลอตัวเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจโลก

  • ภาคการเกษตรประสบปัญหาจากภัยแล้งทำให้รายได้ของภาคการเกษตร (Nominal Farm Income) ขยายตัวลดลง -15.5% และ -14.1% ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม

     

เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ของปี 2558

          ดังที่กล่าวมาแล้ว แนวโน้มของเศรษฐกิจไทยคาดว่าจะยังคงชะลอตัวต่อไป เนื่องจากขาดปัจจัยบวกที่ชัดเจน และปัจจัยลบทั้งทางด้านสภาพคล่องภายในประเทศ การส่งออก การท่องเที่ยว การตกต่ำของราคาพืชผลโลก และความไม่พอเพียงของปริมาณน้ำเพื่อทำการเกษตร โดยประมาณการว่าอัตรการเติบโตของเศรษฐกิจจะลดลงเหลือเพียง 1.2% ในไตรมาสที่ 4 นี้

 

ปัจจัยบวก

  • รัฐบาลเร่งใช้จ่ายงบประมาณ

  • อัตรเงินเฟ้อและราคาพลังงานโลกอยู่ในระดับต่ำ

 

ปัจจัยลบ

  • สภาพคล่องภายในประเทศคาดว่าจะขาดแคลนเพิ่มขึ้น

  • ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของหนี้สินภาคครัวเรือนทวีความรุนแรงขึ้น

  • เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวเพิ่มขึ้นจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

     

ปัจจัยเสี่ยง

  • เกิดการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศอย่างรุนแรงจนนำไปสู่วิกฤติสภาพคล่องภายในประเทศคล้ายกับปี 2540

  • เกิดความไม่มั่นคงทางการเมืองเนืองจากประชาชนทั้งในภาคการเกษตรและภาคนอกการเกษตรไม่สามารถทนต่อนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลได้

 

 

ไตรมาสที่ 3

2558

ไตรมาสที่ 4

2558

อัตราการเติบโต

  • การบริโภค
  • การลงทุน

+

+

+

+

+

+

อัตราเงินเฟ้อ*

-

-

สภาพคล่อง

-

--

การส่งออก (US$)

-

--

การนำเข้า (US$)

--

-

  • - หมายถึงการอัตราเติบโตที่ติดลบ

 

หมายเหตุ : รายงานเศรษฐกิจฉบับนี้เป็นรายงานที่บริษัท ไทยวิจัยและฝึกอบรม จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อเสนอต่อกลุ่มทีซีซีเป็นรายไตรมาส 

 

 

 

บริษัท ไทยวิจัยและฝึกอบรม จำกัด




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 ลาดพร้าวซอยสิบสอง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 06/11/2015 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

เป็นเรื่องความรู้วิชาการที่ต้องค่อย ๆ อ่านทำความเข้าใจ จะขอกลับมาอ่านอีกรอบหรืออีกหลายรอบค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2015 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]