www.oknation.net/blog/thaitraining
เผยแพร่ผลงานวิเคราะห์เศรษฐกิจรายไตรมาส รวมทั้ง เผยแพร่ความรู้เรื่องการบริหารจัดการคนในธุรกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thaitraining
วันพฤหัสบดี ที่ 28 มกราคม 2559
Posted by บริษัทไทยวิจัยและฝึกอบรมจำกัด , ผู้อ่าน : 3351 , 12:55:18 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน หวานหวาน , rattiya และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

รายงานเศรษฐกิจรายไตรมาส ฉบับที่ 48/2559

 

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2559

 

บริษัทไทยวิจัยและฝึกอบรมจำกัด

23 มกราคม 2559

หากพิจารณาอย่างผิวเผินจะพบว่าเศรษฐกิจไทยดูเหมือนจะทรงตัวตลอดทั้งปี 2558 โดยมีอัตราการเติบโตของ GDP ค่อนข้างคงที่ราว 3.0% ใน 3 ไตรมาสแรก (ตารางที่ 1) ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลและข่าวเศรษฐกิจที่ได้รับตามสื่อต่างๆที่ต่างกล่าวถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลข GDP ในภาพรวมนี้ทำให้ทั้งภาครัฐและสำนักวิจัยหลายแห่งคาดหวังว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดและจะสามารถฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ระดับอัตราการเติบโตราว 3.5% ในปี 2559 แต่เมื่อพิจารณาโดยละเอียดจะพบว่าพื้นฐานของเศรษฐกิจอ่อนไทยอ่อนตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นปี 2558 และเป็นที่น่ากังวลว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นในปีนี้

 

 

ตารางที่ 1: Contribution to Growth ปี 2558

                                                                                                          (%)

 

ไตรมาสที 1

ไตรมาสที่ 2

ไตรมาสที่ 3

Domestic Demand

3.6

1.8

0.1

     การบริโภคภาคเอกชน (C)

1.2

0.9

0.9

     การลงทุน (I)

1.9

0.3

-1.0

    การเปลี่ยนแปลงในสินค้าคงคลัง

-0.4

-0.4

-0.7

Net Exports (X-M)

-0.8

1.0

3.2

     การส่งออก (X)

0.8

0.7

1.4

     การนำเข้า (M)

1.5

-0.3

-1.8

GDP

3.0

2.8

2.9

          ที่มา: คำนวณจากข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสภาพัฒน์ฯ

 

จากการคำนวณ Contribution to Growth ในตารางที่ 1 จะเห็นได้ชัดว่าความต้องการการบริโภคและลงทุนภายในประเทศ (Domestic Demand) ชะลอตัวอย่างน่าเป็นห่วงในปีที่ผ่านมา โดยจากที่เคยผลักดันให้ GDP ขยายตัวได้ถึง 3.6% ในไตรมาสแรก กลับแทบจะไม่สามารถผลักดันให้ GDP ขยายตัวได้เลยในไตรมาสที่ 3  ปัจจัยที่หลักที่กระทบการชะลอตัวของความต้องการภายในประเทศนี้คือปัจจัยด้านการลงทุน ด้วยผู้ประกอบการไม่มีความต้องการที่จะผลิตสินค้าเนื่องจากเห็นยอดสั่งซื้อสินค้าลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในปี 2558 ผู้ผลิตจึงนำสินค้าคงคลังออกมาจำหน่ายแทนที่จะผลิตสินค้าใหม่มาวางจำหน่าย จึงไม่มีความต้องการที่จะลงทุนขยายการผลิต ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลด้านการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) ที่ลดลงเหลือ 63.2% ในเดือนพฤศจิกายน 2558 ส่วนปัจจัยบวกที่ช่วยให้ตัวเลข GDP ในภาพรวมยังดูดีคือการลดลงของการนำเข้าสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภคและสินค้าทุน ทำให้ Contribution to Growth ของการส่งออกสุทธิ (Net Exports) สูงถึง 3.2%ในไตรมาสที่ 3 ของปี การลดลงของการนำเข้านี้เป็นผลทั้งจากการชะลอตัวของการบริโภคภายในประเทศและการลดลงของการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิต ซึ่งทางวิชาการเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า Recession Type Surplus ด้วยมักจะเกิดกับเศรษฐกิจที่กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย

การอ่อนแอของกำลังการบริโภคภายในประเทศ ทั้งจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2559 ไม่สามารถขยายตัวได้ดี หากจะสามารถขยายตัวได้ในอัตราที่ดีจะต้องหวังพึ่งเศรษฐกิจภายนอกเป็นหลัก นั่นคือการเติบโตของการส่งออกสินค้าและบริการ แต่ด้วยการชะลอตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนที่เป็นแหล่งส่งออกสำคัญ (ประมาณการว่าการส่งสินค้าออกไปประเทศจีนจะมีสัดส่วนราว 30% ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศไทย ซึ่งเป็นการส่งออกตรงครึ่งหนึ่งและเป็นการส่งออกผ่าน ฮ่องกง, สิงคโปร์, เวียดนาม, และมาเลเซีย อีกครึ่งหนึ่ง)  แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ทำการปรับลดการประมาณการอัตราการเติบโตของ GDP จีนสำหรับปี 2559 จาก 6.9% เหลือเพียง 6.3% และมีแนวโน้มที่จะปรับลดการประมาณอีกจากการถดถอยของดัชนีตลาดหลักทรัพย์จีนที่จะส่งผลกระทบผ่าน Wealth Effects ไปสู่การบริโภคและการลงทุนภายในประเทศภายหลัง นอกจากการส่งออกที่มีแนวโน้มที่จะลดลงกว่าปีก่อนหน้าแล้ว ยังคาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวของไทยจะได้รับผลกระทบเชิงลบอีกด้วย เนื่องจากนักท่องเที่ยวหลักของประเทศคือจีน (18.7%) และรัสเซีย (6.5%) ประสบปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ผลกระทบนี้เห็นได้จากชัดเจนในไตรมาสที่สุดท้ายของปีที่แล้ว โดยที่อัตราการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงจากเฉลี่ย 28.3% ใน 3 ไตรมาสแรกของปี ลดลงเหลือเพียง(เฉลี่ย) 3.05% ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนที่ผ่านมา สถานการณ์การท่องเที่ยวคาดว่าจะเลวร้ายขึ้นในปี 2559 ด้วยการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนจะเริ่มกระทบการบริโภคภาคประชาชนรุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันดิบที่ต่ำกว่า 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจะทำให้เศรษฐกิจรัสเซียมีอัตราการขยายตัวติดลบ

นอกจากภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 70% ของ GDP จะได้รับผลกระทบเชิงลบจากสภาวะเศรษฐกิจโลกแล้ว ความต้องการภายในประเทศ (Domestic Demand) คาดว่าจะประสบปัญหาเพิ่มขึ้นในปี 2559 จากปัจจัยหลัก 3 ประการคือ (1) รายได้ภาคการเกษตรลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหาการลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลก (World Commodity Prices) โดยเฉพาะยางพารา และปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงทำให้ปริมาณการผลิตลดลง (2) ปัญหาสภาพคล่องที่ตึงตัวภายในประเทศรวมกับปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ทำให้การขยายสินเชื่อเพื่อการบริโภคลดลง และ (3) การใช้กำลังการผลิตที่อยู่ในระดับ 60 - 65% ทำให้ผู้ประกอบการไม่มีความต้องการที่จะลงทุนขยายกำลังการผลิต ถึงแม้รัฐบาลจะได้เพิ่มงบประมาณปี 2559 เป็นจำนวนเงินถึง 2.72 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% โดยมุ่งหวังที่ให้การใช้จ่ายภาครัฐเป็นตัวจักรสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่งบประมาณของรัฐเป็นสัดส่วนเพียง 20% ของ GDP ทำให้ความสามารถที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจมีจำกัด ที่สำคัญคืองบประมาณการลงทุนมีเม็ดเงินเพียง 0.54 ล้านล้านบาท  หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 4% ของ GDP ทำให้ไม่สามารถจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ

จากการอ่อนตัวของปัจจัยเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกที่กล่าวมา ทำให้ประมาณการว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2559 จะมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยทั้งปีลดลงเหลือ 2.1% จากอัตราการขยายตัวเฉลี่ยของปี 2558 ที่คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัว 2.7% โดยมีอัตราการขยายตัวรายไตรมาสที่ 1.8%, 2.2%, 2.3% และ 2.1% ตามลำดับ ดังปรากฎในตารางที่ 2

ปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่พึงระวังสำหรับปี 2559 คือการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ต่างชาติถือครองตราสารหนี้ในประเทศไทยอยู่ราว 5.8 แสนล้านบาท หากมีการไหลออกของเงินทุนจำนวนมากจากความกังวลต่อวิกฤติเศรษฐกิจโลก จะทำให้ประเทศไทยขาดแคลนสภาพคล่องทันที  ตัวเลขล่าสุด ณ เดือนพฤศจิกายนพบว่าระบบการเงินไทยมีสภาพคล่องส่วนเกินติดลบอยู่แล้ว 54,787 ล้านบาท การไหลออกของเงินทุนอย่างฉับพลันเกิน 1 แสนล้านบาทจะทำให้ระบบการเงินไทยเข้าสู่วิกฤติได้ ปัจจัยนี้เป็นที่น่ากังวลเพราะมีความเสี่ยงสูงว่าประเทศรัสเซียจะเข้าสู่วิกฤติเศรษฐกิจจากการลดลงอย่างรุนแรงของราคาพลังงาน ด้วยรัสเซียมีรายได้จากการส่งออกพลังงานสูงถึง 2 ใน 3 ของการส่งออกรวมของประเทศ อีกทั้งยุโรปคาดว่าจะลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียไปใช้แหล่งพลังงานจากประเทศอิหร่าน ซึ่งได้รับการถอนการ embargo เมื่อเร็วๆ นี้ หากเกิดวิกฤติในประเทศรัสเซียอาจจะนำไปสู่ Domino Effects ต่อเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังพัฒนา

 

ตารางที่ 2: การประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรายไตรมาสของปี 2559                                                                                                                                                                                                                                                              (เปอร์เซ็นต์)

 

ไตรมาส 1

 

ไตรมาส 2

 

ไตรมาส 3

 

ไตรมาส 4

การบริโภค

   ภาคเอกชน

   ภาครัฐบาล

 

1.6

3.2

 

1.4

2.7

 

0.7

2.8

 

0.4

3.3

การลงทุน

   การลงทุนถาวร

   การเปลี่ยนแปลงในสินค้าคงคลัง

 

-1.9

-52.4

 

0.9

13.1

 

1.2

-6.0

 

0.4

-20.0

การส่งออก

 -1.6

-2.3

 -1.0

1.7

การนำเข้า

-2.5

-3.1

 -2.8

 -0.3

GDP

1.8

2.2

2.3

 2.1

 

          การชะลอตัวเพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจในปี 2559 นี้อาจนำไปสู่ปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง โดยเฉพาะจากลดลงของรายได้ภาคการเกษตรที่จะสร้างแรงกดดันโดยตรงทางการเมือง ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องจับตามองในปีนี้ หากไม่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจและ/หรือวิกฤติการเมือง คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับปัจจุบันที่ 1.50% เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระของการกู้ยืม โดยเฉพาะต้นทุนการกู้ยืมของรัฐ แม้ Fed อาจจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกาอีกราว 0.25% ในปีนี้ แต่ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยภายในประเทศและอัตราดอกเบี้ยนอกประเทศที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เงินทุนต่างประเทศไหลออกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ไหลออกประมาณเดือนละ 5 พันล้านบาท ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอ่อนตัวไปถึงราว 38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ในช่วงกลางปีนี้ แต่หากเกิดวิกฤติซึ่งนำไปสู่การไหลออกของ เงินทุนจากต่างประเทศอย่างฉับพลัน อัตราดอกเบี้ยภายในประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจมีผลให้อัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์อ่อนตัวไปถึง 42-46 บาท/ดอลลาร์ได้

เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4

          เศรษฐกิจเกิด Technical Rebound ในไตรมาสนี้จากการเพิ่มขึ้นของบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเป็นการฟื้นตัวชั่วคราวจากเลื่อนการบริโภคสินค้าในหลายไตรมาสก่อนหน้า (Pent-up Demand) กอรปกับมีการซื้อสินค้ารถยนต์เพิ่มขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงอัตราภาษีใหม่ที่จะบังคับใช้ในปี 2559 โดยดัชนีการบริโภคสินค้าคงทน (Durable Index) ขยายตัวติดลบเพียง 1.4% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับการหดตัวถึง 11.3% ในไตรมาสที่ 2 การบริโภคในหมวดสินค้าอื่นก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ไม่ชัดเจนเทียบกับการเพิ่มขึ้นของการบริโภคสินค้าคงทน การบริโภคที่เพิ่มขึ้นนี้นำไปสู่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer’s Confidence Index) ที่ปรับตัวดีขึ้นตาม แต่การบริโภคสินค้าที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับการผลิตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยที่ดัชนีภาคการผลิต (Manufacturing Index) ขยายตัวติดลบ 0.8% ในเดือนตุลาคมและเป็นบวกเพียง 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ก่อนหน้าที่ชี้ให้เห็นว่าภาคการผลิตไม่สนใจที่จะผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น แต่พยายามระบายสินค้าคงคลังออกมา

          การบริโภคที่ดีขึ้นนี้ ทำให้ประมาณการว่าการขยายตัวของการบริโภคในไตรมาสที่ 3 จะสูงราว 2.3% ทำให้ GDP ของไตรมาสในภาพรวมขยายตัวได้ 2.1% ดังปรากฎในตารางที่ 3

ปัจจัยบวก

  • เกิดการฟื้นตัวชั่วคราวของการบริโภคจากการเลื่อนการบริโภคในไตรมาสก่อนหน้า

  • มาตรการการกระตุ้นการบริโภคด้านภาษีในอาทิตย์สุดท้ายของปี

  • ความมั่นใจในเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

  • อัตราเงินเฟ้อและราคาพลังงานโลกอยู่ในระดับต่ำ

    ปัจจัยลบ

  • การไหลออกของเงินทุนต่างประเทศทำให้สภาพคล่องส่วนเกินลดลงอย่างต่อเนื่อง

  • การส่งออกชะลอตัวเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจโลก

 

ตารางที่ 3: อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรายไตรมาสของปี 2558                                                                                                                                           (เปอร์เซ็นต์)

 

ไตรมาส 1

(Actual)

ไตรมาส 2

(Actual)

ไตรมาส 3

(Actual)

ไตรมาส 4

(Est.)

การบริโภค

   ภาคเอกชน

   ภาครัฐบาล

 

2.4

3.3

 

1.6

3.8

 

1.7

1.0

 

2.3

3.5

การลงทุน

   การลงทุนถาวร

   การเปลี่ยนแปลงในสินค้าคงคลัง

 

10.7

26.4

 

2.7

-15.3

 

-1.2

-41.7

 

-0.5

17.7

การส่งออก

 1.0

1.0

 1.8

-1.4

การนำเข้า

2.3

-0.4

 -2.4

 -2.3

GDP

3.0

2.8

2.9

 2.1

 

เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1 ปี 2559

          การบริโภคในไตรมาสนี้จะเริ่มอ่อนตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยประมาณการว่าจะมีอัตราการขยายตัวลดลงเหลือ 1.6% และมี contribution to growth ลดลงเหลือ 0.8% เหตุเป็นเพราะรายได้ภาคการเกษตรที่ลดลงอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะราคายางพาราที่ลดต่ำกว่ากิโลละ 30 บาท และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่สั่นคลอนจากสถานการณ์ในตลาดหลักทรัพย์โลกและราคาน้ำมันดับที่ต่ำกว่า 30 เหรียญต่อบาร์เรล ผนวกกับการเร่งการซื้อรถยนต์ในช่วงปลายปีที่แล้ว นอกจากนั้น การส่งออกก็คาดว่าจะหดตัวต่อเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจจีนที่เลวร้ายยิ่งขึ้น ทำให้ประมาณการว่าอัตราการเติบโตรายไตรมาสของไตรมาสที่ 1 นี้จะอยู่ที่ 1.8%

ปัจจัยบวก

  • อัตราเงินเฟ้อและราคาพลังงานโลกอยู่ในระดับต่ำ

ปัจจัยลบ

  • สภาพคล่องภายในประเทศคาดว่าจะขาดแคลนเพิ่มขึ้นจากการทยอยไหลออกของเงินทุนต่างชาติ

  • ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของหนี้สินภาคครัวเรือนทวีความรุนแรงขึ้น

  • เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวเพิ่มขึ้นจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

ปัจจัยเสี่ยง

  • เกิดการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศอย่างรุนแรงจนนำไปสู่วิกฤติสภาพคล่องภายในประเทศคล้ายกับปี 2540

  • เกิดความไม่มั่นคงทางการเมืองเนื่องจากปัญหาราคาพืชผลตกต่ำและภัยแล้ง

 

ไตรมาสที่ 4 2558

ไตรมาสที่ 1 2559

อัตราการเติบโต

  • การบริโภค
  • การลงทุน

+

+

-

+

+

-

อัตราเงินเฟ้อ*

-

-

สภาพคล่อง

-

--

การส่งออก (US$)

-

--

การนำเข้า (US$)

--

--

  • - หมายถึงการอัตราเติบโตที่ติดลบ

 

 

หมายเหตุ : รายงานเศรษฐกิจฉบับนี้เป็นรายงานที่บริษัท ไทยวิจัยและฝึกอบรม จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อเสนอต่อกลุ่มทีซีซีเป็นรายไตรมาส 

  

 

บริษัท ไทยวิจัยและฝึกอบรม จำกัด




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 ลาดพร้าวซอยสิบสอง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 29/01/2016 เวลา : 06.59 น.

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 ลาดพร้าวซอยสิบสอง , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 29/01/2016 เวลา : 04.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณอุ๋มวิเคราะห์ได้รอบด้านดีจัง
ในมุมมองของเรา ที่ขอแอบหยอดเพิ่มจากคุณอุ๋ม คือ จีนจะแย่กว่าที่คิดว่าจะแย่ เพราะเศรษฐกิจเป็น bubble
รัสเซียก็จะจนกว่าที่จน จนกว่าจะเฮือกพ้นเดือนมีนาคมที่ EU จะพิจารณาเรื่อง sanction ที่สาหัสสำหรับรัสเซียเพราะเป็นการ sanction ทางด้าน technology ทำให้ขาดแคลนกำลังสำคัญในการดึงน้ำมันขึ้นมา เนื่องจาก (แม้รัสเซียจะคุยว่าต้นทุนการผลิตน้ำมันของตัวเองต่ำ) น้ำมันของรัสเซียต้องดึงขึ้นมาจาก Arctic ต้องอาศัย technology ล้วนๆ การที่อีหร่านเปิดประเทศก็ไม่ได้ดีกับรัสเซียนัก
แต่.. ชาติแรกที่เข้าอีหร่าน คือ จีน
และ ชาติจีนมี reserve เป็น USD
จีนจึงปล่อยให้ US แย่ไม่ได้ พอกับที่ US ปล่อยให้จีนเจ๊งไม่ได้
สรุปแบบมั่วๆ ว่า ทั้งจีนและ US มิใช่คนไกลอื่นใดอย่างที่ใครๆ ว่ากัน

ความคิดเห็นที่ 3 ลาดพร้าวซอยสิบสอง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
รุ่งตะวัน วันที่ : 28/01/2016 เวลา : 19.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fitmomok
[Free eBOOK] - วิธีลดน้ำหนัก 10 Kg ไม่พึ่งยา ไม่ฟิตเนสhttp://bit.ly/1qJ1osw

ได้ความรู้ดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 ลาดพร้าวซอยสิบสอง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 28/01/2016 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

อ่านจากกระดาน ข้อความด้านขวามาไม่ครบ ต้องขอกลับมาเปิดเครืองอ่านอีกรอบช่วงบ่ายๆ
ชอบใจที่คุณอุ๋มมีหลายมิติให้ติดตามจังเลย 😀😀

ความคิดเห็นที่ 1 ลาดพร้าวซอยสิบสอง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 28/01/2016 เวลา : 14.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ขอบคุณสำหรับบทความแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี

2559 ค่ะ


ดูแล้วแนวโน้มไม่ค่อยสดใสเหมือนอย่างที่รัฐบาล

หวังไว้

แต่หวังว่ามาตรการและความพยายามของรัฐบาล


ในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย จะทำให้

เศรษบกิจ ของไทยทั้งปี 2559 เติบโตเกินกว่า ร้อย

ละ 2.1 และขึ้นไปถึงร้อยละ 3 หรือมากกว่านั้น

ตามที่หลายๆ ฝ่ายอยากให้เป็นไปได้ค่ะ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]