www.oknation.net/blog/thaitraining
เผยแพร่ผลงานวิเคราะห์เศรษฐกิจรายไตรมาส รวมทั้ง เผยแพร่ความรู้เรื่องการบริหารจัดการคนในธุรกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thaitraining
วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2560
Posted by บริษัทไทยวิจัยและฝึกอบรมจำกัด , ผู้อ่าน : 1795 , 11:40:29 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ลุงตุ่ย โหวตเรื่องนี้

รายงานเศรษฐกิจรายไตรมาส ฉบับที่ 55/2560

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2560

บริษัทไทยวิจัยและฝึกอบรมจำกัด

23 ตุลาคม 2560

          ประเด็นหลักของเศรษฐกิจไทยยังคงเป็นประเด็นเดิม คือ ตัวเลขทางเศรษฐกิจดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP Growth Rate) ที่จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตัวเลขดังกล่าวสรุปได้ว่าเศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวในระดับที่ดีและมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการขยายตัว 3.3%  ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2560  และมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 3.7%  ในไตรมาสที่ 2 ในขณะที่ธุรกิจทั่วไปประสบปัญหายอดขายสินค้าและบริการที่ลดลง ระบบเศรษฐกิจไม่มีการลงทุนขยายกำลังการผลิต รายได้การจัดเก็บภาษีอากรของรัฐลดลง ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการขยายสินเชื่อ และปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้เกิดข้อกังขาว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่แท้จริงเป็นอย่างไร ที่สำคัญคือแนวโน้มของเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร เพราะแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจของทางการจะออกมาดี แต่หากสภาพเศรษฐกิจจริงกลับเป็นไปในทิศทางตรงข้าม จะเกิดความสับสนต่อภาคธุรกิจและประชาชนในการวางแผนการลงทุนและการวางแผนการบริโภคในอนาคต

          การการวิเคราะห์เศรษฐกิจในครั้งนี้จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการบรรยายให้ชัดเจน ตรงประเด็น และง่ายต่อการเข้าใจสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ โดยจะแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 5 หมวดคือ 1. The Big Picture คือภาพใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ เมื่ออ่านแล้วจะทราบทันทีว่าสภาพเศรษฐกิจขณะนี้เป็นเช่นไร มีประเด็นสำคัญอะไรบ้าง 2. กำลังซื้อภายในประเทศ ด้วยกำลังซื้อของผู้บริโภคนอกจากจะเป็นตัวจักรสำคัญของระบบเศรษฐกิจ ยังสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจจริงที่ประชาชน(ผู้บริโภคภายในประเทศ)กำลังประสบอยู่ 3. เติบโตแต่ฝืดเคือง ในส่วนนี้จะอธิบายให้เห็นว่าเหตุใดตัวเลขอัตราการขยายตัวของ GDP ที่เป็นเครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดจึงไม่สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่ภาคธุรกิจและภาคเอกชนรับรู้ 4. แนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้าย จะคาดการณ์แนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เพื่อให้ผู้อ่านจะได้เห็นภาพการเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจจะได้ทำการวางแผนและปรับปรุงแผนธุรกิจและแผนการบริโภคได้ถูกต้อง สุดท้าย หมวดที่ 5 ปัญหา/อุปสรรค/ความเสี่ยง หมวดสุดท้ายจะบรรยายประเด็นปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้เศรษฐกิจไทยไม่สามารเติบโตได้เต็มศักยภาพ โดยจะไม่วิเคราะห์ปัญหาด้านโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยเป็นการปรับปรุงระยะยาว แต่จะวิเคราะห์เฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงิน/การคลัง/อัตราแลกเปลี่ยน ที่รัฐบาลสามารถจะดูแลแก้ไขได้ในระยะสั้น

          เพื่อตอบสนองแนวคิดด้านบน การบรรยายจะหลีกเลี่ยงประเด็นทางวิชาการที่ไม่จำเป็น ใช้ภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ และจะบรรยายในลักษณะของ Bullet Points ที่สำคัญคือจะวิเคราะห์ในเชิง”ฟันธง” ด้วยไม่ต้องการให้ผู้อ่านต้องไปวิเคราะห์ต่อหรือหาข้อสรุปไม่ได้ อย่างไรก็ดี แม้ผู้วิเคราะห์จะใช้หลักการทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์อย่างเข้มงวดและดีที่สุด การ”ฟันธง”ของผู้วิเคราะห์ก็ไม่อาจรับรองความแม่นยำของการคาดการณ์

  1. The Big Picture ของไตรมาสที่ 2 : เศรษฐกิจไทยไม่ตายแต่ไม่โต

  • ตัวเลข GDP เป็นการสังเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ได้สะท้อนภาพเศรษฐกิจอย่างครบถ้วน ผู้ที่อ่านตัวเลข GDP จำเป็นต้องเข้าใจถึงใส้ในหรือที่มาของตัวเลข เช่น ทำการวิเคราะห์ Contribution to Growth ควบคู่ไปด้วย จึงจะเห็นภาพเศรษฐกิจที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวเลข GDP Growth รวม

  • อัตราการขยายตัวของ GDP ในไตรมาสที่ 2 จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวเลขอัตราการขยายตัวรวม 3.7% ของสภาพัฒน์ฯ คือ 0.4% ซึ่งชี้ถึงสภาพเศรษฐกิจจริงที่แทบจะไม่มีการขยายตัวและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่ภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไปรับรู้

  • อัตราการขยายตัว 3.3% ของ GDP ที่เหลือ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในสินค้าคงคลังหรือ Change in Inventories เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงเทคนิคที่แม้จะมีผลต่อตัวเลข GDP Growth สูง แต่ไม่สะท้อนภาพเศรษฐกิจจริง

  • เหตุที่เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวอยู่ได้ในแดนบวกในไตรมาสที่ 2 มิได้มาจากกำลังของเศรษฐกิจภายใน แต่มาจากปัจจัยภายนอก (External Factors) นั่นคือ ผลผลิตภาคการเกษตรที่เพิ่มขึ้น 19.2% ที่ได้รับผลบวกจากสภาวะดินฟ้าอากาศและการขยายตัวของภาคบริการที่ได้รับผลดีจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขยายตัว 7.6%

  • ภาคการส่งออกไม่ได้ช่วยการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ในทางตรงกันข้าม กลับเป็นปัจจัยฉุดรั้งให้เศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัวในระดับต่ำ ด้วยการส่งออกที่ขยายตัวถึง 6.0% ถูกหักลบด้วยการนำเข้าที่มีอัตราการขยายตัวสูงกว่าที่ 8.2% ส่งผลให้การส่งออกสุทธิ (Net Exports) มีผลต่อการขยายตัวของ GDP เป็นลบ 0.9%

  • การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวลดลง (วัดจาก Manufacturing Production Index) 0.1% ในไตรมาสที่ 2 และมีการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) ในระดับต่ำที่ราว 60% เป็นผลให้ภาคธุรกิจไม่เห็นความจำเป็นที่จะลงทุนขยายกำลังการผลิต โดยที่ Private Investment Indicators ขยายตัวติดลบ 0.9% ในไตรมาสที่ 2 หลังจากขยายตัวติดลบมาแล้ว 0.7% ในไตรมาสที่ 1

  • เศรษฐกิจ”จริง”ที่ไม่ขยายตัวส่งผลให้รายได้ของรัฐจัดเก็บได้ลดลง โดยรัฐบาลมีรายได้ลดลง 6.1% ในไตรมาสนี้ การใช้จ่ายภาครัฐก็ลดลง 1.3% เช่นกัน

  • ปัญหาความไม่สมดุลระหว่างรายรับและรายจ่ายของรัฐ ทำให้เงินคงคลังลดลงอย่างรวดเร็วตามตารางข้างล่าง

ตารางที่ 1: เงินคงคลัง ณ สิ้นปีงบประมาณ

ปีงบประมาณ

ยอดคงเหลือ (ล้านบาท)

2558

426,182

2559

235,805

2560

74,907

 

  1. กำลังซื้อภายในประเทศ

  • กำลังซื้อภายในประเทศเป็นเครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่ดีที่บ่งชี้ถึงภาวะ”การกินดีอยู่ดี” ของระบบเศรษฐกิจ

  • กำลังซื้อภายในประเทศเกิดจากปัจจัยหลัก 2 ปัจจัยคือ รายได้ปัจจุบันและรายได้ในอนาคต

  • ตัวแทนของรายได้ในอนาคตคือ “สินเชื่อภาคครัวเรือน” ซึ่งเป็นการกู้ยืมรายได้ของอนาคตมาใช้จ่ายในปัจจุบัน

  • ตารางที่ 2 แสดงคือการขยายตัวของการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในปี 2560 แยกตามหมวดสินค้า 3 หมวดหลัก

      • สินค้าสิ้นเปลือง (Non-Durable Goods) เป็นสินค้าที่ใช้บริโภคประจำวัน บริโภคแล้วหมดไป มีความจำเป็นต้องบริโภคอย่างต่อเนื่อง

      • หมวดสินค้ากึ่งคงทน (Semi-Durable Goods) เป็นสินค้าที่มีอายุการใช้งานสั้น มีความจำเป็นที่ต้องบริโภคทดแทนเมื่อครบอายุการใช้งาน เช่น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์

      • หมวดสินค้าคงทน (Durable Goods) เป็นสินค้าที่มีการใช้งานระยะยาว(และมักมีมูลค่าสูง) ไม่จำเป็นต้องเร่งบริโภค เช่น บ้าน รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์

 

ตารางที่ 2: อัตราการขยายตัวของดัชนีการบริโภคแยกตามหมวดสินค้า

(% เพิ่มจากเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า)

 

ไตรมาสที่ 1

          ไตรมาสที่ 2

กรกฎาคม

Non-Durable

-0.7

-0.6

0.3

Semi-Durable

0.0

-0.2

-1.1

Durable

11.1

5.7

8.2

 

  • ตารางที่ 2 ชี้ชัดว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคถดถอยอย่างต่อเนื่องในหมวดสินค้าที่จำเป็น (Non-Durable และ Semi-Durable) ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 สวนทางกับตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวเกิน 3%

  • เหตุผลหลักคือ “รายได้ในอนาคต” ลดลง ตามความสามารถในการกู้ยืมสินเชื่อเพื่อการบริโภคลดลง ส่งผลให้รายได้รวม (รายได้ปัจจุบัน+รายได้ในอนาคต) ลดลง

  • การสำรวจล่าสุดของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยพบว่า ภาคครัวเรือนมีหนี้สินเฉลี่ย 299,266 บาทต่อครัวเรือน มีภาระที่จะต้องชำระหนี้สินคืน 15,438 บาทต่อเดือน และ 79% ของลูกหนี้มีหรือเคยมีปัญหาในการชำระหนี้สิน

  • ด้วยภาระ “หนี้สินล้นพ้นตัว” อีกทั้งมีภาระต้องชำระหนี้เทียบเท่ารายได้เฉลี่ยต่อเดือน (Monthly Per-Capita Income) จึงไม่แปลกใจที่จะเห็นการลดทอนการใช้จ่ายสินค้าที่จำเป็น

  • ที่น่าสนใจคือในขณะที่มีการลดค่าใช้จ่ายในหมวดสินค้าที่จำเป็น กลับมีการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายในหมวดสินค้าที่ไม่จำเป็น (Durable Goods) ซึ่งคาดเดาว่าเกิดจากรายได้ภาคการเกษตรที่ดีขึ้นอย่างมากใน 2 ไตรมาสแรก ที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ 18.4% และ 17.0% ตามลำดับ รายได้ที่เพิ่มขึ้นชั่วคราวถูกนำไปใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่จำเป็น โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งชี้ถึงการขาดวินัยในการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการละเลยความสำคัญของการออม

 

  1. เติบโตแต่ฝืดเคือง

  • ดังที่กล่าวมาก่อนหน้า ตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP Growth) ไม่สามารถบ่งชี้สภาพทางเศรษฐกิจได้อย่างตรงตัว ต้องวิเคราะห์องค์ประกอบอื่นของ GDP ด้วย

  • องค์ประกอบของ GDP ที่ควรจะพิจารณาคือ Domestic Demand ซึ่งเป็นเครื่องวัดความต้องการบริโภคสินค้าและบริการภายในประเทศ และ Adjusted Domestic Demand ซึ่งหักลบการเปลี่ยนแปลงในสินค้าคงคลังออกจาก Domestic Demand ด้วยสินค้าคงคลังเป็นสินค้าที่มิได้ถูกนำออกมาจำหน่าย แต่ผลิตเพื่อเก็บไว้ในสต๊อค

  • ตารางที่ 3 เปรียบเทียบ GDP Growth(GDP), Domestic Demand(DD), และ Adjusted Domestic Demand(Adj. DD) คำนวณแบบวิธี Contribution to Growth ของ 6 ไตรมาสที่ผ่านมา

ตารางที่ 3: เปรียบเทียบ GDP Growth และองค์ประกอบของ GDP Growth ( %)

 

16Q1

16Q2

16Q3

16Q4

17Q1

17Q2

GDP

3.1

3.6

3.2

3.0

3.3

3.7

DD

-4.2

-0.1

0.2

2.9

5.8

5.5

Adj. DD

3.8

3.3

1.0

2.0

2.0

2.2

 

  • การอ่านตัวเลขเศรษฐกิจแต่ละตัวจะให้ผลการอ่านที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากอ่านเฉพาะตัวเลข GDP จะสรุปได้ว่าเศรษกิจไทยเป็นขาขี้น มีจุดต่ำสุดในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว และขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาสถัดมา บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน แต่หากอ่านตัวเลข Adj. DD จะให้ภาพว่าเศรษฐกิจไทยเป็นขาลง เพราะชะลอตัวตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2559 ในครึ่งแรกของปีนี้เศรษฐกิจไทยก็ยังไม่มีสัญญาการฟื้นตัวที่ชัดเจน

  • แม้ตัวเลข Adj.DD จะอยู่ในระดับพอใช้ในภาพรวม แต่การใช้จ่ายของประชาชนกลับมุ่งไปที่สินค้าคงทนที่ไม่จำเป็นต่อการบริโภค ทำให้ภาคเศรษฐกิจส่วนที่เหลือมีการใช้จ่ายลดลง จึงนำไปสู่ความฝืดเคืองของภาคธุรกิจและภาคประชาชน สวนทางกับตัวเลขเศรษฐกิจรวมที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

  1. แนวโน้มของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4

  • แม้ชณะนี้จะอยู่ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 แต่ตัวเลขเศรษฐกิจทางการ(อ้างอิงตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นหลัก)มีล่าสุดถึงเดือนกรกฎาคม 2560 ทำให้การวิเคราะห์ภาพเศรษฐกิจของไตรมาสที่ 3 นับว่าเป็นการคาดการณ์ (Projections) มิใช้การประมาณการ (Estimates)

  • หากมองในเชิงลึกแล้ว ภาพเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปีควรถดถอยกว่ากว่าภาพเศรษฐกิจในครึ่งแรกเนื่องจาก

        1. ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนถดถอยลงจากรายได้ที่คงที่หรือลดลง กอรปกับภาวะ”ดอกทบต้น” ส่งผลให้ต้องปรับลดการบริโภคเพิ่มขึ้น

        2. ปัจจัยภายนอกที่เป็น One Time Factor ซึ่งไม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่น สภาวะดินฟ้าอากาศที่ดีและการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ ในทางตรงกันข้าม กลับมีปัจจัยลบแบบ One Time Factor เข้ามา เช่น อุทกภัย

        3. แม้การส่งออกจะขยายตัวได้ดี แต่การนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าทุนที่ขยายตัวในอัตราที่สูงกว่า ทำให้การส่งออกส่งผลดีเฉพาะผู้ผลิตต้นน้ำ ในขณะที่ผู้ผลิตกลางน้ำและปลายน้ำถูกทดแทนด้วยการนำเข้า ทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมการผลิตอ่อนแอ

        4. อัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นกว่า 8% ตั้งแต่ต้นปีมีผลลบต่อภาคการส่งออกและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

        5. ฐานะการคลังที่ตึงตัวทำให้รัฐบาลไม่อาจกระตุ้นเศรษฐกิจได้

  • แม้จะมีปัจจัยลบพอควร แต่ยังคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังของปีในเชิงบวก (Optimistic View) ตามตารางที่ 4 เพราะมิว่าตัวเลขของ GDP จะอยู่ในระดับใด ภาพเศรษฐกิจจริงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีจากการปราศจากปัจจัยบวกที่ชัดเจน

  • เศรษฐกิจไทยจะมีอัตราการขยายตัว 3.5% และ 3.2% ในไตรมาสที่ 3 และ 4 ตามลำดับ และมีอัตราการเติบโตของ GDP เฉลี่ยทั้งปีที่ 3.4%

 

ตารางที่ 4: การประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรายไตรมาสของปี 2560                                                                                                                                                                                                                                                                                               (เปอร์เซ็นต์)

 

ไตรมาส 1

Act.

ไตรมาส 2

Act.

ไตรมาส 3

Proj.

ไตรมาส 4

Proj.

การบริโภค

   ภาคเอกชน

   ภาครัฐบาล

 

3.2

0.3

 

3.0

2.7

 

2.5

3.7

 

2.3

2.8

การลงทุน

   การลงทุนถาวร

   การเปลี่ยนแปลงในสินค้าคงคลัง

 

1.7

59.2

 

0.4

59.8

 

2.4

26.2

 

1.9

-67.8

การส่งออก

 2.7

6.0

 5.7

4.9

การนำเข้า

6.1

8.2

 6.5

 5.4

GDP

3.3

3.7

3.5

3.2

 

5. ปัญหา/อุปสรรค/ความเสี่ยง   

  • ประเด็นแรกเป็นปัญหาเรื้อรังที่ขาดการดูแลแก้ไขคือการถดถอยของ “ความเร็วของเงิน (Velocity of Money)” โดยค่าความเร็วของเงินสำหรับปี 2560 นี้คำนวณคร่าวๆ ได้ที่ 0.804 (ใช้ Broad Money เป็นฐานในการคำนวณ) หมายความว่าการใส่เม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะมีผลต่อ GDP เพียง 80% เช่น รัฐบาลเพิ่มงบประมาณ 10,000 ล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เศรษฐกิจจะดีขึ้นเพียง 8,040 ล้านบาท

  • ตัวเลขนี้ยังต่ำกว่ามาตรฐานสากลมาก ระบบเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกามีค่าความเร็วของเงินอยู่ที่ 1.427 ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 แต่ค่าความเร็วของเงินของระบบเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ราว 1.0 (ปรับจาก Broad Money Based เป็น M2 Based เพื่อเปรียบเทียบกันได้) แปลว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาสามารถใช้นโยบายการเงิน/การคลังกระตุ้นเศรษฐกิจมีประสิทธิผลกว่ารัฐบาลไทย 40%

  •  ระบบการเงินที่ไม่ทำงานจะทำให้นโยบายการเงินและการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ผลไม่เต็มที่

  • อัตราแลกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ที่แข็งขึ้นราว 8.5% ตั้งแต่ต้นปีจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลง

  • การพึ่งพาเศรษฐกิจจีนเป็นหลักมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เนื่องจากหนี้สินภาคครัวเรือนของจีนทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วและอยู่ในระดับที่สูงถึง 46.8% ของ GDP จะทำให้ผู้บริโภคจีนจะต้องลดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวในระยะยาว

 

ตารางที่ 5: เปรียบเทียบการเคลื่อนไหวของประเด็นเศรษฐกิจที่สำคัญ

 

ครึ่งแรก 2560

ครึ่งหลัง 2560

อัตราการเติบโต

  • การบริโภค
  • การลงทุน

+

+

-

-

-

-

อัตราเงินเฟ้อ*

-

+

สภาพคล่อง

-

-

การส่งออก (US$)

+

+

การนำเข้า (US$)

++

++

  • - หมายถึงการอัตราเติบโตที่ติดลบ

 

หมายเหตุ : รายงานเศรษฐกิจฉบับนี้เป็นรายงานที่บริษัท ไทยวิจัยและฝึกอบรม จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อเสนอต่อกลุ่มทีซีซีเป็นรายไตรมาส

 

บริษัท ไทยวิจัยและฝึกอบรม จำกัด

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]