• ทนายแต๊ก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thanyasaK_thailand@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-23
  • จำนวนเรื่อง : 276
  • จำนวนผู้ชม : 524069
  • ส่ง msg :
  • โหวต 182 คน
ทุกเรื่องจากเมืองคอน
ทุกเรื่องที่รับรู้ บันทึกเรื่องราว บทความ บทกวี และไดอารี่ชีวิต-การงาน หรือ"สวนสมรม" ตามแบบฉบับของปักษ์ใต้(081-9786047)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thanyasak
วันเสาร์ ที่ 9 มิถุนายน 2555
Posted by ทนายแต๊ก , ผู้อ่าน : 4648 , 11:58:01 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ

 

      ขณะนี้สังคมไทยกำลังถกเถียงกันว่า  ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรับเรื่องราวที่มีบุคคลยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า “การที่ สมาชิกรัฐสภาเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ หรือเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เพียงใด ?

         หรือต้องรอให้อัยการสูงสุดสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพียงฝ่ายเดียว

         รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  มาตรา 68 เป็นบทบัญญัติในส่วนที่ 13 ว่าด้วยสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ  สิทธิดังกล่าวจึงเป็นสิทธิของพลเมืองไทยทั่วๆไป ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ    ผู้ทราบการกระทำมีสิทธิในการเสนอเรื่องราวให้อัยการสูงสุดสอบข้อเท็จจริง และมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว

          ประเด็นที่ว่าใครมีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ควรตีความกีดกันสิทธิของพลเมืองเพื่อทำหน้าที่ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ การที่มีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ จึงชอบที่ศาลรัฐธรรมจะพึงรับไว้และวินิจฉัยสั่งการตามรัฐธรรมนูญต่อไป

          ส่วนข้อถกเถียงว่า คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลรัฐธรรมนูญ ที่สั่งให้รัฐสภาระงับการทำหน้าที่ในการพิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระสามนั้น ทำได้หรือไม่ เพียงใด

           ประเด็นนี้ ต้องดูรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 216  วรรคสอง บัญญัติว่า “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์คณะทุกคนต้องทำความเห็นในการวินิจฉัยในส่วนของตนพร้อมแถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุมก่อนการลงมติ “ และ วรรคสาม บัญญัติว่า “คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และความเห็นในการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกคน ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา” ส่วน วรรคสี่ บัญญัติว่า “คำวินิจฉัยฯ อย่างน้อยต้องประกอบด้วย คำกล่าวหา สรุปข้อเท็จจริงที่ได้พิจารณา เหตุผลในการวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิง”  และวรรคห้า    บัญญัติว่า “คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ”

               ฉะนั้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญยังมิได้วินิจฉัยในเนื้อหาสาระของคำร้องที่มีผู้ยื่นตาม มาตรา 68 ทั้งมิได้วินิจฉัยให้เป็นไปตามลำดับ กล่าวคือต้องมีคำวินิจฉัยส่วนตนขององค์คณะแต่ละคน อย่างน้อยต้องมีสรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย  เหตุผล ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอ้าง และยังไม่ได้นำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยังถือไม่ได้ว่าเป็นคำวินิจฉัยตามความหมายในรัฐธรรมนูญ คำสั่งชั่วคราวจึงมิใช่คำวินิจฉัยที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ,ศาลรัฐธรรมนูญหาอาจออกคำสั่งชั่วคราวได้ไม่ หากออกไปก็ไม่มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ

               กล่าวโดยสรุป ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรตีความข้อสงสัยหรือข้อขัดแย้งของผู้ใช้รัฐธรรมนูญ จึงเป็นองค์กรที่ศักดิ์สิทธิ์ มีอำนาจเด็ดขาด ฉะนั้นในระหว่างพิจารณาไม่ควรใช้อำนาจชั่วคราว(สั่งคุ้มครองชั่วคราว) ซึ่งหากผลคำวินิจฉัยอันเป็นที่สุดให้ยกคำร้อง จะเป็นข้อครหาได้ว่า ใช้เทคนิคเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายใดๆ ซึ่งจะเป็นจริงหรือไม่ ไม่เป็นผลดีต่อความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญเป็นแน่แท้

                 ศาลรัฐธรรมนูญ คือผู้ชี้ขาดข้อขัดแย้งในการใช้รัฐธรรมนูญ ควร “ฟันธง” ลงไปเลยว่า การที่สมาชิกรัฐสภาขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ฯ เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองฯ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือไม่?

                   หากใช่ ต่อไปนี้รัฐธรรมนูญจะได้อยู่ยงคงกระพัน โดยไม่มีใครเสนอแก้ไขเพิ่มเติมอีกต่อไป  เนื่องจากพรรคการเมืองใดกระทำต้องถูกยุบพรรค เราจะได้มีรัฐธรรมนูญที่ศักดิ์สิทธิ์ ห้ามผู้ใดแตะต้องอีกต่อไปเสียที

                    หากมิใช่ รัฐสภาจะได้ทำหน้าที่ต่อไป มิควรปล่อยให้ข้อขัดแย้งในการใช้รัฐธรรมนูญเป็นประเด็นทางการเมือง และหากสังคมขัดแย้งกันมากขึ้น มีความสับสนวุ่นวายจนมิอาจควบคุมได้ เกรงว่าจะมีคณะรัฐประหารมาฉีกรัฐธรรมนูญ สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 มิอาจใช้ได้ แต่ต้องไปใช้มาตรา 69  คือ “บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใดๆที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ”

                    กล่าวคือ  ประชาชนมีสิทธิออกมาประท้วงบนท้องถนน ผู้คนอาจถอนเงินในบัญชีธนาคาร ชาวบ้านจะไม่ไปขายของในตลาด พระสงฆ์งดรับกิจนิมนต์ ครูหยุดสอนหนังสือ ตำรวจชลอการจับผู้ร้าย ทนายขอเลื่อนคดี  ฯลฯ ซึ่งผู้เขียนไม่อยากเห็นประเทศไทยตกอยู่ในสภาพดังกล่าว.

-------------------------------------------------------------------------

                                            ธัญศักดิ์  ณ นคร

                                           ทนายความอิสระ

                         http://www.facebook.com/thanyasak.nanakhon




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 11/07/2012 เวลา : 21.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

เห็นด้วยทุกประการครับ แต่ศาลต้องเข็มแข็งเหมือนหิน
แต่นี่ ศาลคือคนธรรมดาๆครับ ทำอย่างไรดี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 09/06/2012 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

มาตรา ๖๙ ก็ใช้ได้ครับ ตามส่วนที่ ๑๓ สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ

มาตรา ๖๙ บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใด ๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มา ซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2012 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]