*/
  • kratae19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tharirat@live.com
  • วันที่สร้าง : 2012-11-04
  • จำนวนเรื่อง : 9
  • จำนวนผู้ชม : 20591
  • จำนวนผู้โหวต : 2
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน 2555
Posted by kratae19 , ผู้อ่าน : 1388 , 21:57:47 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ysupranee โหวตเรื่องนี้

  

 ป่าชุมชนบ้านสวนพลู - พุต่อ (ป่าคือทั้งชีวิตของชุมชน)

 

 

      บ้านสวนพลู – พุต่อ ชุมชนที่สืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษลาวเวียงจันทน์ สืบสานวัฒนธรรมการดูแลรักษาป่าต้นน้ำซึ่งถือว่าเป็น “ป่าศักดิ์สิทธิ์” มาตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตายาย “พุก่าง” แหล่งน้ำซับจากภูเขาสูงกลางผืนป่าไหลหล่อเลี้ยงชีวิตพวกเขามาเนิ่นนาน เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนที่แม้จะมาจากต่างถิ่นที่ แต่พวกเขารู้ว่าป่ามีพระคุณมากเพียงไร ป่ามิได้เป็นเพียงแหล่งน้ำ หากคือคลังผลิตอาหาร สมุนไพร รักษาโรค เป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ยิ่งใหญ่ ป่าจึงเป็นห้องเรียนธรรมชาติของชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ชุมชน ต้นไม้ทุกต้น สัตว์ทุกชนิด คือครูผู้อารีย์ ป่าผืนนี้คือโรงเรียนแหล่งศึกษาค้นคว้าที่เปิดกว้างแก่ทุกผู้คนหากเราเคารพให้เกียรติ เห็นคุณค่าของป่า ป่าก็จักตอบแทนให้ชีวิตแก่เรา

      ชุมชนบ้านสวนพลู – พุต่อ ชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ร่วมกับป่ามานานหลายสิบปี อาศัยป่าเป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร สมุรไพรรักษาโรค พวกเขาจึงสำนึกรู้คุณค่าของผืนป่า สั่งสอนลูกหลานให้ช่วยกันดูแลรักษา เป็นวัฒนธรรมสืบต่อกันมา และเมื่อกระแสการเปลี่ยนแปลงย่างกรายเข้ามา ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า นายทุนเข้ากว้านซื้อที่และของป่า พวกเขาก็สามารถปรับตัว ร่วมกันหาทางแก้ไข กำหนดมาตรการกฎระเบียบที่ชัดเจน ให้ความสำคัญกับการศึกษาเรียนรู้ ใช้ป่าเป็นห้องเรียนธรรมชาติสืบสานสู่เยาวชน ขยายความร่วมมือสู่เพื่อนบ้านในชุมชนข้างเคียงรอบผืนป่า นี่คือพลังของชุมชนเล็กๆ ที่สามารถปกป้องป่าผืนใหญ่ไวเป็นสมบัติของลูกหลาน

 



         ผืนป่ากว้างเกือบ 7,000 ไร่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 4 ตำบลในอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี คือ ตำบลทัพหลวง ตำบลหูช้าง ตำบลบ้านใหม่คลองเคียนและตำบลห้วยแห้งในอดีตป่าผืนนี้ เคยเชื่อมต่อกับป่าห้วยขาแข้ง “มรดกโลก” ที่ยิ่งใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตก ปกคลุมแนวเทือกเขาหินปูนที่สลับซับซ้อนทั้งเขาตำแย เขาราวเทียน เขาไม้รวก เขาพุกอีควาย ฯลฯ ทอดยาวโอบล้อมบ้านสวนพลู – พุต่อ ตำบลทัพหลวง อำเภอบ้านไร่ ชุมชนเล็กๆ ที่สืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษชาวลาวเวียงจันทน์

      บ้านสวนพลู – พุต่อ แบ่งเขตการปกครองออกจาบ้านทัพหลวง มาตั้งเป็นบ้านสวนพลู – พุต่อ หมู่ที่5 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 เป็นต้นมา ปัจจุบันมรประชากร 750 คน 231 ครัวเรือน ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำไร่อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดเป็นหลัก ตั้งบ้านเรือนเกาะกลุ่มเรียงรายอยู่สองข้างทางประกอบด้วย 5 กลุ่มบ้าน ซึ่งมีคนทั้งพื้นที่เดิทและกลุ่มที่อพยพเข้ามาภายหลัง แต่สืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษเดียวกัน คือ ลาวเวียงจันทน์ที่ถูกกวาดต่อเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่แถบภาคกลางตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์กว่า 200 ปีมาแล้ว พวกเขาเรียกตัวเองว่า “ลาวกา” หากคนทั่วไปรู้จักกันในนาม “ลาวครั่ง” ตามเอกลักษณ์การใช้ครั่งย้อมเส้นไหมเป็นสีแดงทอผ้าตีนจก



      

      จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านบอกว่า บ้านสวนพลู – พุต่อ มีอายุราว 40 กว่าปีแล้ว บรรพบุรษกลุ่มแรกเข้ามาบุกเบิกหักร้างถางพงตั้งบ้านเรือนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ซึ่งขณะนั้นผืนป่าบริเวณนี้ เป็นป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่านานาชนิด แต่สภาพภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนเป็นแนวยาว ทำให้หาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคค่อนข้างยาก มีเพียง “พุก่าง” น้ำซับที่เรียกชื่อตาม “ปลาก้าง” ที่มีมากในลำน้ำ สายน้ำจากพุก่างไหลจากภูเขาลงสู่พื้นที่ราบด้านล่าง หล่อเลี้ยงชีวิตชุมชนด้วยภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ใช้ไม้ไผ่ต่อน้ำจากพุก่างลงมาเป็นประปาภูเขาใช้ในหมู่บ้านเป็นที่มาของชื่อ “พุต่อ”
พ่อจันทร์ สุวะที อดีตผู้นำชุมชนในขณะนั้นได้สั่งสอนลูกหลานไม่ให้ตัดต้นไม้ทุกชนิดที่พุก่างอันเป็น “ป่าต้นน้ำศักดิ์สิทธิ์” จนถือเป็นวัฒนธรรมสืบทอดกันมา แต่ภายหลังการสร้างถนนลูกรังเชื่อมต่อกับอำเภอหนองฉาง อำเภอบ้านไร่ ในปี พ.ศ. 2508 ทำให้มีราษฎรจากหลายท้องที่ เช่น ชัยนาท สุพรรณบุรี นครสวรรค์ พิจิตร เพชนบูรณ์ เป็นต้น อพยพเข้ามาจับจองพื้นที่ทำกินมากขึ้น ป่าไม้เริ่มถูกบุกรุกทำลาย และป่าพุก่างคงเป็นเป้าหมายต่อไป ด้วยสำนึกและรู้ซึ้งถึงคุณค่าของผืนป่าที่ผลิตน้ำให้พวกเขา จึงเป็นจุดเริ่มต้นพลังความร่วมมือของชุมชน ร่วมกันรักษาป่ากพุก่างไว้เป็นป่าต้นน้ำลำธารแหล่งน้ำของหมู่บ้าน ไม่ให้ขาดแคลนน้ำใช้เหือนหมู่บ้านใกล้เคียง
         เหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2523 มีนายทุนเข้ามาตัดไม้ กว้านซื้อที่ดิน ของป่าและหน่อไม้จุดประกายให้ชาวบ้านรวมตัวกันเหนียวแน่นยิ่งขึ้น ร่วมกันแสดงพลังต่อต้านคัดค้าน ในที่สุดทางอำเภอบ้านไร่ได้ประกาศให้ชุมชนบ้านสวนพลู มีสิทธิ์ในการดูแลรักษาป่าพุก่างและประกาศขอบเขตป่าที่ชัดเจน เมื่อกระแสความรุนแรงของการบุกรุกทำลายจากบุคคลภายนอก หลั่งไหลเข้ามามากขึ้น ชุมชนจึงต้องห้ามมาตรการป้องกัน และกำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม โดยการประกาศกฎระเบียบเกี่ยวกับ การดูแลรักษาป่าและน้ำไส้ในกฎระเบียบหมู่บ้าน ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องช่วยกันดูแล มีการตั้งคณะกรรมการดูแลป่าชุมชน แบ่งหน้าที่ให้คุ้มต่างๆ 14 หมู่บ้าน ช่วยกันดูแลรับผิดชอบจัดตั้งเวรยามลาดตระเวน สอดส่องดูแลผู้กระทำความผิด ส่วนทรัพยากรน้ำมีการตั้งกฎระเบียบการใช้น้ำ กำหนดให้แต่ละครอบครัวมที่ใช้น้ำต้องจ่ายค่าบำรุงปีละ 50 บาท เพื่อเป็นกองทุนในการดูแลพัฒนาแหล่งน้ำ โดยคณะกรรมการดูแลแหล่งน้ำซับและอ่างน้ำเป็นผู้รับผิดชอบจัดเก็บ นอกจากนี้แต่ละครัวเรือนต้องส่งตัวแทนไปร่วมกันพัฒนาอ่างเก็บน้ำพุก่างทุกเดือนด้วย

              
         คุณครูได้พาเด็กๆมาช่วยกันทำความสะอาดอ่างเก็บน้ำพุก่าง ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำของชุมชน

      ผลจากพลังความร่วมมือร่วมใจปฏิบัติตามกฎระเบียบ ลาดตระเวนป้องกันไฟป่าการป้องกันการลักลอบตัดไม้ เก็บหาของป่า เก็บหน่อไม้ ของบุคคลภายนอกเพื่อไปขายช่วยกันดับไฟป่า ทำแนวกันไฟทุกปีช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม ปลูกป่าเพิ่มเติม ฟื้นฟูป่าที่เอมโทรม ทำให้สามารถรักษาป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ไว้ได้ เป็นพลังใจให้พวกเขาเปิดเกมรุกอาสารักษาป่าที่อยู่รอบๆ พื้นที่ป่าต้นน้ำ ภายใต้โครงการ “ป่าชุมชนดั้งเดิมเพื่ออนุรักษ์ต้นน้ำ” ขยายพื้นที่ออกไปจนมีเนื้อที่ป่าอนุรักษ์ถึง 3,723 ไร่ ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำ ห้ามเข้าไปใช้ประโยชน์ ยกเว้นการเก็บเห็ด พืชผัก เป็นอาหาร จากนั้นได้ขยายไปยังพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม เขาพุกอีควาย ซึ่งอยู่คนละฝั่งถนน ขอร้องให้คนที่ทำไร่บนเขาย้ายกลับลงมาด้านล่าง แล้วทำการเยียวยาฟื้นฟูผืนป่าร่วมกันเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กำหนดให้เป็นเขตป่าใช้สอยของชุมชนเนื้อที่ 2.953 ไร่
         

            ทุกวันนี้ ป่าพุก่างยังคงความอุดมสมบูรณ์ ตะเคียนทอง ยาง มะค่า ฯลฯ ไม้ใหญ่มีค่าอายุนับร้อยปี “บรรพบุรุษป่า” ยังมีอยู่มาก ชาวบ้านบอกว่า ป่ามี 3 ประเภทปะปนกันอยู่ คือ ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าไผ่ ส่วนป่าพื้นล่างมีพืชผักหลายชนิด เช่น เห็ดโคน หน่อไม้ ผักหวาน ฯลฯ การจัดการป่าแต่ละประเภทจึงแตกต่างกันไป นี่คือภูมิปัญญาจากการสังเกตเรียนรู้จากป่า ป่าจึงเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาขนาดใหญ่ ที่รอการค้นคว้าเรียนรู้ด้วยความร่วมมือระหว่างวัด ป่า ชุมชน โรงเรียน ป่าจึงถูกใช้เป็นห้องเรียนธรรมชาติของชุมชน บรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรท้องถิ่นในโรงเรียนพุต่อ ซึ่งเข้าร่วมเป็นโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา ในโครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาห้วยแม่ด ีเพื่ออนุรักษ์ป่าตะวันตกโดยกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (WWF) ทุกสัปดาห์ครูและชาวบ้าน จะพาเด็กๆเข้ามาศึกษาเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ จากผืนป่า ร่วมกันสร้างห้องเรียน “ห้องมะเดื่อ” ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้อ่างเก็บน้ำพุก่าง เดินป่าหาความรู้จากธรรมชาติ เด็กๆ เข้าร่วมกิจกรรมกับชุมชนไม่ว่าจะเป็นการปลูกป่า การดับไฟป่า การสำรวจพันธุ์ในป่า ความรู้และจิตสำนึกที่งอกงาทหยั่งรากลึก ทำให้ผู้พิทักษ์ป่ารุ่นเยาว์เหล่านี้รวมกลุ่มดำเนินกิจกรรมต่างๆ สานต่อจากผู้ใหญ่ อาทิเช่น กลุ่มดูนก กลุ่มคนรักป่า กลุ่มนักเกษตรรุ่นเยาว์ กลุ่มเรารักสิ่งแวดล้อม กลุ่มค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษา กลุ่มนักประดิษฐ์น้อย กลุ่มประหยัดพลังงาน เป็นต้น นับเป็นนวัตกรรมใหม่ของการศึกษาที่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2542 ซึ่งเน้นให้เด็กเป็นศูนย์กลาง และไม่ใช่แต่ลูกหลานลูกหลานของพวกเขาเท่านั้นที่ใช้ป่าเป็นแหล่งความรู้ บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองต่างกสนใจเข้าร่วมสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจ เพื่อเป็นภูมิตุ้มกันผืนป่าให้มั่นคงแน่นหนา พวกเขาเข้าร่วมอบรมในโครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) การอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มสตรีและเยาวชน ช่วยกันสำรวจต้นไม้ป่าด้วยวิธีง่ายๆ แบบชาวบ้านต้นไหนสำรวจแล้วก็แต้มสีแดงไว้ ปัจจุบันสามารถสำรวจต้นไม้ขนาดใหญ่ได้มากกว่า 100 ชนิด จำนวนกว่า 20,000 ต้น ไม้สำคัญที่ได้รับการสำรวจแล้ว ได้แก่ ประดู่ พะยอม มะหาด เต็ง รัง ตะเคียนทอง ยาง ตลอดจนร่วมกันจัดทำเส้นทางเดินป่าเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 3 เส้นทางตามระยะใกล้ไกลสำหรับผู้ที่มาศึกษาดูงานแลเด็กๆ ได้ใช้เดินศึกษาฑธรรมชาติ

         ประสบการณ์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและป่าชุมชน ที่พวกเขาสั่งสมมาตลอดจนความรู้ที่ได้รับจากผืนป่า ไม่ได้ถูกเก็บไว้แต่เพียงในชุมชน หากพยายามเผยแพร่ขยายความรู้และความร่วมมือสู่หมู่บ้านข้างเคียงรอบผืนป่า เช่น บ้านหูช้าง บ้านป่าอู และเพื่อนบ้านจากจำบลคอกควาย อำภอบ้านไร่ ตำบลหนองฉาง ที่สนใจนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ รวมทั้งเปิดผืนป่าให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ที่สนใจมาศึกษาดูงานจากพื้นที่ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศนี่คงเป็นบทสรุปจากผืนป่าที่บอกให้รู้ว่า “ป่าให้น้ำ นำรักษาป่า” หากเราเคารพให้เกียรติ รู้คุณค่า ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ ผลตอบแทนที่ได้จักเป็นเช่นไร พิสูจน์ได้จากผลงานของชุมชนบ้านสวนพลู – พุต่อ ในวันนี้





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
kratae19 วันที่ : 23/11/2012 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tharirat

อากาศเย็นสบายมากเลยล่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Pl2im วันที่ : 23/11/2012 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimnawaporn

ต้นไม้เยอะอากาศน่าจะดีน๊ะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
kratae19 วันที่ : 23/11/2012 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tharirat

เดี๋ยวพาไป โอเคมะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ysupranee วันที่ : 22/11/2012 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ysupranee

สวยจัง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน