• thereviewer
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2018-10-20
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 1464
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
thereviewer
บอกเล่าประสบการณ์เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ การดูแลรักษาสุขภาพ และความงาม รวมถึงเรื่องราวทั่วไปที่ได้จากประสบการณ์ผู้เขียน เพื่อแบ่งปันแก่เพื่อน ๆ ผู้อ่าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/thereviewer
วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2563
Posted by thereviewer , ผู้อ่าน : 201 , 07:05:14 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมโสหน้าใส คืออะไร

การฉีดเมโสหน้าใส คืออะไร? ทำไมถึงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากคนที่อยากมีหน้าใสไร้สิวฝ้า ได้ผลดีจริงไหม ต้องรอกี่วันเห็นผล วันนี้เรามีคำตอบมาฝากผู้อ่านทุกท่านค่ะ

คำถาม : เมโสหน้าใส คือ?

เมโสหน้าใส คือ กระบวนการที่นำเอาส่วนผสมที่มีอยู่ในโลชั่นบำรุงผิวประเภทต่าง ๆ มาทำให้อยู่ในรูปที่สามารถฉีดเข้าสู่ผิวได้โดยตรง โดยเฉพาะตัวที่ดูดซึมได้ยากหากใช้วิธีการทาครีมบำรุง

สามารถเห็นภาพได้ง่าย ๆ ด้วยการเปรียบเทียบกับผลแอปเปิ้ล เมื่อฉีดเมโสหน้าใส หรือฉีดผิวหน้าขาวใสแล้ว จะเพิ่มความเต่งตึงให้แก่ผิวหน้า ผิวจึงดูใสและขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะช่วยไปเพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิว

การฉีด meso หน้าใสถือเป็นอีกหนึ่งวิธีลัดที่สามารถช่วยฟื้นบำรุงผิวได้อย่างเร่งด่วน สามารถเห็นผลลัพธ์ได้หลังฉีด 1 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับที่ต้องใช้เวลานานเป็นเดือนหากใช้วิธีทาครีมตามปกติ 

คำถาม :ฉีดเมโสหน้าใส เจ็บไหม? เทคนิคการฉีดเมโสหน้าใส 16 จุด vs แบบสะกิด

  • เทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด

ข้อดี คือ ตัวยาออกฤทธิ์ได้ยาวนานกว่า เป็นแผลน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า รอยช้ำน้อยกว่า เทคนิคนี้เปรียบเทียบคล้ายเราฝังตัวยาไว้ที่ต้นน้ำ แล้วค่อย ๆ ปล่อยให้ยาไหลกระจายออกมา

มีการค้นพบเทคนิคการฉีด 16 จุดที่ประเทศอิตาลี จะออกฤทธิ์ได้นานกว่าแบบสะกิด เมโสหน้าใส อีกทั้งยังเป็นการฉีดตามทิศทางการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลือง

การไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง (ที่ถูกนำมาใช้ในเทคนิคการฉีดเมโสแบบ 16 จุด)

  • เทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด

การฉีดเมโสแต่เดิม เรียกว่า mesotherapy ซึ่งเป็นการฉีดทั่วทั้งหน้าในผิวชั้นตื้น โดยจะใช้เข็มฉีดตัวยากระจายเป็นจุดเล็ก ๆ มีข้อเสีย คือ หากในช่วงระหว่างการฉีดมีการดูแลรักษาความสะอาดไม่เพียงพออาจจะเกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาในภายหลังได้ รวมถึงอาจเกิดรอยช้ำรอยแดงขึ้นได้ค่ะ

ส่วนข้อดี คือ จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปในตัว

การทำเมโสหน้าใส แบบสะกิด 

คำถาม :เมโสหน้าใส ราคาเท่าไหร่? ที่ V Square Clinic กับ Promotion พิเศษ!

Made skin booster เมโสหน้าใสมาเด้ : มีประโยชน์ที่ช่วยแก้ปัญหารูขุมขนใหญ่ กระสิว ฝ้า ช่วยให้หน้าใส เป็นวิตามินผสมคอลลาเจน

  • เมโสหน้าใส ฉีด 1 ครั้ง ราคา 2,500 บาท

  • เมโสหน้าใส คอร์ส 5 ครั้ง ราคา 9,900 บาท

เมโสหน้าใส ราคาโปรโมชั่นพิเศษลด 50%

  • Made (มาเด้)

- ฉีด 1 ครั้ง  = ราคา 2,500 บาท

Promotion คอร์ส 5 ครั้ง = ลดเหลือเพียง 9,900 บาท (จากปกติ 12,500 บาท)

  • Filorga / Depigment

- ฉีด 1 ครั้ง  = ราคา 5,000 บาท

Promotion คอร์ส 5 ครั้ง = ลดเหลือเพียง 20,000 บาท (จากปกติ 17,500 บาท)

  • Tensonez / Depigment

- ฉีด 1 ครั้ง =  ราคา 3,500 บาท

Promotion คอร์ส 5 ครั้ง = ลดเหลือเพียง 15,000 บาท (จากปกติ 20,000 บาท)

  • Alpha albutin

- ฉีด 1 ครั้ง  = ราคา 5,000 บาท

Promotion คอร์ส 5 ครั้ง = ลดเหลือเพียง 20,000 บาท (จากปกติ 25,000 บาท)

( รีวิว Made Collagen และ LLD Fat คุณโบ้ท By V Square Clinic ) 

คำถาม :เมโสหน้าใส ช่วยอะไรบ้าง คุณสมบัติของ Meso แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร?

การฉีดเมโสหน้าใส แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ

  •  เพื่อให้ใบหน้าขาวใส

มีส่วนผสมของวิตามินต่าง ๆ เช่น วิตามิน ABCE, กลูต้าไธโอน (Glutatione) และ Transamin ที่ช่วยปรับผิวหน้าให้ขาวขึ้น

  • เน้นในเรื่องช่วยทำให้หน้าใส

มีโคเอนไซม์ และคอลลาเจนเป็นส่วนผสมหลัก ช่วยปรับสภาพผิวให้ฟูขึ้น กระชับรูขุมขน เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้น

  • เน้นในเรื่องช่วยลดสิว แก้ปัญหาใบหน้าเป็นผื่น

มาเด้-คอลลาเจน คือ ยี่ห้อของเมโสที่มีจุดเด่นในด้านลดสิว ซึ่งสามารถขับสารพิษที่สะสมออก ลดการอักเสบ ช่วยลดสิว และยังช่วยให้ต่อมไขมันทำงานลดลงจากส่วนผสมของคอลลาเจน

หากต้องการจะรู้ว่าผิวหน้าของเราเหมาะที่จะใช้ เมโสหน้าใสตัวไหนดี ควรจะให้แพทย์ตรวจประเมินผิวหน้าก่อนทุกครั้ง เนื่องจากลักษณะผิวหน้าแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน 

คำถาม :ฉีดเมโสหน้าใส ดีไหม?

การฉีดเมโสหน้าใสเป็นการฉีดสารบำรุงที่มีประโยชน์ คล้ายกับเป็นการให้อาหารผิว เราควรให้หมอประเมินก่อนว่าเหมาะกับการใช้ยาตัวใด สูตรไหนดี เนื่องจาก การฉีดเมโสหน้าใส ดีไหม จะขึ้นอยู่กับปัญหารวมทั้งสภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ

  • เหมาะกับคนที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่าการทาครีม อีกทั้งยังสามารถฉีดถี่ขึ้น 3 วัน/ครั้งได้ค่ะถ้าต้องการเห็นผลได้เร็วทันใจยิ่งขึ้น

  • เหมาะกับคนที่ทำงานหนัก ไม่มีเวลาดูแลตนเอง อดนอน

  • เหมาะกับคนที่ขี้เกียจทาครีม 

คำถาม :ฉีดเมโสหน้าใส กี่วันเห็นผล? ต้องทำบ่อยหรือไม่?

โดยปกติ ใน 1 เดือนแรกจะฉีดเมโสหน้าใสสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และหลังจากนั้นฉีดทุก ๆ 2 สัปดาห์เพื่อให้คงผลลัพธ์ให้อยู่ได้ต่อไป

  • โดยปกติจะเริ่มเห็นผลภายใน 3 วันหลังฉีดเมโสหน้าใส

  • จะเห็นผลเต็มที่ภายใน 1-2 สัปดาห์

  • ผลการรักษาจะอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือน

  •  เมโสหน้าใส สลายหมดไม่มีสารตกค้าง และไม่มีเมโสแบบถาวร

ก่อนตัดสินใจฉีดเมโสหน้าใสทุกครั้ง เราควรศึกษาข้อมูลให้มั่นใจก่อนตัดสินใจฉีดเมโสหน้าใส โดยเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ราคาและสมเหตุสมผลค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก :https://www.vsquareclinic.com/




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน